สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

นักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู (1873-97) คณะคาร์เมไลท์ เมืองลีซีเออษ์

นักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู (1873-97) คณะคาร์เมไลท์ เมืองลีซีเออษ์

แปลและย่อโดย คุณกอบกิจ ครุวรรณ

 

พ่อ :หลุยส์ มาร์ติน (1823-94); ช่างนาฬิกาต่อมาช่วยภริยาติดต่องาน;  บุญราศี 19.10.2008

แม่ : เซลี (1831-77); อยากบวชแต่ถูกปฏิเสธ; ถ้ามีลูกจะถวายพระ; ช่างถักลูกไม้และมีร้านเอง   

1. มารี (1860 – 1940),  80ปี;  ภคินีมารี แห่งพระหฤทัยฯ  คณะคาร์แมล

2. โปลีน (1861 –1951), 90ปี; ภคินีอักแนสฯ คณะคาร์แมล

3. เลโอนีMarie (1863 – 1941), 78ปี, ภคินีฟรังซ้วส-เทเรซา, คณะแม่พระเสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ

4. เซลีน (1869 – 1959), 90ปี; ภคินีเชอเนอวีแอฟฯ คณะคาร์แมล

5. เทเรซา (2 ม.ค.1873 – 30 ก.ย. 1897), 24ปี; นักบุญ 1925.

น้าชาย Isidore Guérin (1841-1909) มีลูกสาว 2 คน ๆ เล็กชื่อมารี (1870-1905) เป็นภคินีคาร์แมล

 

ตอนที่ 1:  ตั้งแต่รู้ความ  ถึงคุณแม่จากไป (4 ขวบ 8 เดือน)

     หลังจากเกิดได้ 2 เดือนที่เมืองอลังซอง ป่วยเป็นลำไส้อักเสบ จึงอยู่ที่บ้านแม่นมจนอายุได้ 15 เดือน

จากจดหมายที่แม่เขียนถึงพี่โปลีน (อยู่โรงเรียนประจำ) เล่าว่า      

1)           แกมากอดแม่และอวยพรขอให้แม่ตาย! เพราะแม่สอนว่าต้องตายก่อนจึงไปสวรรค์ได้ !

2)           ถ้าหนูไม่น่ารัก ก็ไปสวรรค์ได้โดยกอดแม่บินไปด้วยกัน

3)           แม่ทดสอบความหยิ่งในศักดิ์ศรีโดยให้แกจูบพื้นดินและจะให้เงิน 1 เหรียญซึ่งมีค่ามาก แต่แกไม่เอาเงิน

ความสัมพันธ์กับคนที่บ้าน     

เทเรซาเป็นน้องคนเล็กที่ทุกคนรักมาก พ่อเรียกแกว่า “ราชินีน้อย”

พี่เลโอนีร้องเพลงกล่อมทุกเย็น ขณะที่คนอื่นไปเดินเล่น 

พี่เซลีนคือเพื่อนเล่นที่สนิทมาก จนยอมลุกจากโต๊ะอาหารโดยไม่กินของหวานเพื่อตามพี่เซลีนที่กินเสร็จก่อน   

     พี่เลโอนี เลิกเล่นตุ๊กตา... เอาของเล่นให้เซลีนและเทเรซาเลือก   พี่เซลีนหยิบไป 1 ชิ้น ส่วนเทเรซาคว้าทั้งหมดและสรุปในบันทึกว่า นิสัยตอนเด็กของเธอคือบทสรุปทั้งชีวิต : ตัดสินใจแล้วต้องได้ทั้งหมด -->ไม่เป็นนักบุญ 50%   

 

ตอนที่ 2 :  หลังจากคุณแม่จากไป (1877) จนถึงคริสตมาสปี 1886 (14 ปี)   ว่า  

1)           กลับจากฝังศพแม่แล้ว เซลีนเลือกพี่มารีเป็น “แม่น้อย” ส่วนเทเรซาเลือกพี่โปลีน

2)           ย้ายไปเมืองลีซีเออษ์ เพราะพ่อต้องการให้ “น้าหญิง” ช่วยอบรมดูแลลูกสาว

3)           เรียนที่บ้านกับพี่โปลีน  คำแรกที่อ่านเองได้คือคำว่าสวรรค์ (cieux) คำแรก  อวดคะแนนที่ได้เมื่อพ่อกลับบ้านทุกบ่าย และเดินตามท้องทุ่งด้วยกัน วันหนึ่งไปจนถึงอารามคาร์แมล

4)           เดือนแม่พระปี 1878  อายุ 5 ขวบ จึงอดไปสวดที่วัดกับคนอื่น อยู่บ้านทำพระแท่นสวดกับพี่เลี้ยง จนเกิดเรื่องกับพี่เลี้ยง  ร้องไห้ อายและโกรธตัวเอง สัญญาจะไม่ทำอีก...  แก้บาป น้ำตาพระกุมารล้างบาป

5)           วันอาทิตย์ค่ำ กินข้าวเย็นที่บ้านน้า  2 ทุ่มคุณพ่อรับกลับ และเห็นกลุ่มดาวพรานเหมือนไข่มุกทองคำ (Orion) เป็นรูปตัว “ที” (T ) จึงพูดกับพ่อว่า เธอมีชื่ออยู่บนสวรรค์แล้ว

6)           8 ขวบครึ่ง เข้าเรียนเพื่อนทุกคนโตกว่า คนที่อายุ 14 ปีอิจฉาที่เธอได้ที่1 เป็นประจำในวิชาเรียงความ

7)           เล่นกับพี่เซลีน+มารีลูกพี่ลูกน้อง ทั้งสามสนิทกันราวกับพระทราบว่าจะอยู่ในอารามเดียวกันต่อมา   เล่นเป็นนักพรตในกระท่อม...ปลูกข้าวสาลี/ผัก+รักษาความเงียบ...เดินกลับจาก ร.ร. ปิดตาภาวนาแบบนักพรตจนเกิดเรื่องเมื่อชนข้าวของเสียหาย... 

8)           อายุ 9 ขวบ พี่โปลีนเข้าอาราม 2 ต.ค. 1882 ปีศาจโกรธ   ปลายปีเธอปวดหัวมากโดยไม่มีสาเหตุ และเป็นอยู่จนถึงปัสกา1883... พระยอมให้ปีศาจโจมตีทางกาย แต่ส่งเทวดา(พี่มารี)ปลอบ..ก่อนหาย พ่อขอมิสซานพวาร... เธอจำพี่มารีไม่ได้ ร้องไห้ตามหาพี่มารีจนหมดแรง พี่มารีร้องไห้สวดขอชีวิต พี่เลโอนี+พี่เซลีนร่วมสวดจนเป็นเสียงร้องแห่งความเชื่อทรงพลัง...พระรูปมีชีวิต ยิ้มให้และก็หายจากโรค

9)           พี่มารีแทนพี่โปลีน เธออยากฝึกคุณธรรมแต่ขี้แย เช่นปกติพี่เซลีนจัดห้องนอน ส่วนเธอไม่เคยทำงาน บางครั้งก็ทำเพื่อให้พระพอพระทัย แต่ถ้าพี่เซลีนไม่ตื่นเต้นดีใจ ก็จะเศร้า/ร้องไห้

10)    พี่มารีเข้าอาราม 1886  เธอจึงพึ่งเทวดาทั้งสี่ : การอยู่ในสวรรค์ไม่เป็นเหตุที่จะลืมน้อง ขอให้ช่วยน้องให้มี ‘สันติสุข’ àสวรรค์ก็รักเป็น... ตั้งแต่นั้นก็เล่าถึงความเศร้าในแดนเนรเทศกับพี่เทวดา 

11)    หลังมิสซาเที่ยงคืน 1886 ...พ่อพูดแทงใจดำเรื่องของขวัญในรองเท้าและกล่าวว่าเธอโตเกินไปกับเรื่องนี้แล้ว ปกติเธอจะร้องไห้ลั่นบ้าน แต่พระเยซูได้ทรงเปลี่ยนหัวใจให้ร่าเริงเหมือนก่อนแม่จากไป 

 

ตอนที่ 3 :  ช่วงที่สวยงามที่สุด ตั้งแต่เป็นคนใหม่ (คริสตมาส 1886) จนมรณภาพ

1)           ราวกลางปี 1887 เธอเห็นรูปมงกุฎหนามจึงคิดถึงพระโลหิตล้ำค่าตกลงพื้นอย่างไร้ค่า   ... ตั้งใจถวายทุกสิ่งร่วมกับบุญกุศลของพระเยซู+ของพระศาสนจักรเป็นค่าไถ่...มั่นใจว่าพระสดับฟัง แต่ขอกำลังใจกล้าช่วยวิญญาณ  พอดีมีเรื่องปรังซินีจะถูกประหารฯ...ลูกแน่ใจว่าพระองค์จะทรงอภัยแม้จะไม่แก้บาป+คนบาปรายแรก ขอเครื่องหมาย’สำนึกผิดให้ลูกสบายใจàได้รับตามที่ขอ     

2)           จะเข้าอาราม   พี่อักแนสฯและพี่เซลีนสนับสนุน  พี่มารีและอธิการิณีเห็นว่าเด็กไป   พ่อเพิ่งหายจากอัมพาตครั้งแรกท้วงว่าอายุน้อยแต่ที่สุดก็ยอม ...น้าชายขัดขวางยกเว้นมีอัศจรรย์  3 วันฟ้ามืด/ฝนตก...สวรรค์ร้องไห้เมื่อเธอเศร้า   วันที่สี่น้ายอม... กลับบ้านท้องฟ้าไร้เมฆ!  ... คุณพ่ออธิการที่อารามไม่ให้ก่อนอายุ 21 ปี  ขากลับ ฝนกระหน่ำ  พ่อจะพาไปหาพระสังฆราชแห่งเมืองบาเยอษ์    

3)           31ต.ค.1887 ฝนตกหนักเมื่อถึงบาเยอษ์ อุปสังฆราชRévéronyไม่เคยมีเด็ก15ปีเข้าอาราม!... พระสังฆราชให้ไปขอกับพระสันตะปาปาฯ โดยไปกับคณะจาริกฯ ของสังฆมณฑล วันนั้นลงทุนรวบผมทรงสูง +   ฯพณฯตื้นตัน เพราะไม่เคยเห็นพ่อยินดีสละลูกให้พระ และความกระตือรือร้นของเด็ก  

4)           4 พ.ย.1887 ตีสามไปปารีส  การเดินทางทำให้เข้าใจเรื่องการสวดเพื่อพระสงฆ์และเข้าใจโลกมากขึ้น    7 พ.ย. ออกจากปารีสทางรถไฟ  อุปสังฆราชสังเกตเธอตลอดการเดินทาง... ข้ามสวิส->1.มิลาน    ต่อทางรถยนต์  2. ปาดัว : ลิ้น น.อันตน   3.เวนิส   4.  โบโลญ่า   5. โลเรโต วางสายประคำในชามพระกุมาร!  6. โรม : โคลีเซี่ยม,  คาตาคอมบ์ และวัด น. อักแนส...

5)           วันอาทิตย์ 20 พ.ย. เข้าเฝ้าฯ อุปสังฆราชสั่งห้ามกราบทูลเด็ดขาด... ส่งสายตาถามพี่เซลีน    : ข้าแต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ลูกปรารถนาจะกราบทูลในโอกาสวันฉลองของพระองค์...15 ปีขอเข้าอารามอุปสังฆราชตัดบทว่า : ...ผู้ใหญ่พิจารณาอยู่--- “จงทำตามการตัดสินใจของผู้ใหญ่-- “ หากพระองค์ทรงอนุญาตทุกคนก็จะทำ!---ตรัสเน้นทีละคำ:หนูจะได้เข้าอารามแน่ถ้าเป็นพระประสงค์ทหารเชิญให้ลุกขึ้นแต่เธอยังคงวางมือที่เดิม... + อวยพรและทอดพระเนตรอีกนาน .. เมฆดำทั้งวัน

6)           7. เนเปิล  8. ปอมเปอี  9. อัสซีซี  น.ฟรังซิส/น.กลารา  นั่งรถม้ากับอุปสังฆราช... 10. ฟลอเร้นซ์ : วัด  คณะคาร์แมล  ช่วยเอาสายประคำแตะหลุมศพให้ทุกคน  11. ปิซ่า  12. เยนัว + นั่งรถไฟกลับ...  

7)           ไปอาราม คุณแม่อธิการิณีให้เขียนถึงพระสังฆราช ทราบผล 1 ม.ค. 1888 (คำตอบมาตั้งแต่ 28 ธ.ค.)

8)           จันทร์ที่ 9 เมษ. 1888 เข้าอาราม  ค่ำวันก่อนเข้าอาราม...ไม่มีคำพูดซาบซึ้ง รุ่งเช้ามองบ้าน...--> มิสซา…เสียงสะอื้นของญาติขณะก้าวสู่ประตู เป็นนาทีวิกฤติที่เจ็บปวด! ต้องมีประสบการณ์เอง ...กอดญาติ + คุกเข่าต่อหน้าคุณพ่อ...อวยพร... ประตูปิด... เริ่มอยู่กับครอบครัวใหม่  สงบสุขอีก 9 ปี

9)           ชอบทุกสิ่งเหมือนทะเลทรายในห้องเล็ก .. พระเยซูทรงให้คุณแม่ฯ เคร่งครัด ...เก็บหยากไย่ไม่หมด ... ถูกอบรมแต่ไม่รู้จะแก้อย่างไร...ผู้สอนให้ถอนหญ้าก็ถูกหาว่าเดินเล่นทุกวัน?...เราต้องไม่เห็นว่าจิตวิญญาณที่มีพลังเช่นนี้เป็นเหมือนจิตวิญญาณของเด็ก เธอมีพระเป็นผู้ช่วย หากป่วยต้องรายงานเองอาหารบางอย่างทำให้ป่วยแต่ซ่อนอาการจนไม่มีใครรู้  คิดว่าเธอกินง่ายจึงให้ซ้ำ ๆ จนป่วยครั้งสุดท้าย ถูกสั่งให้สารภาพสาเหตุที่ป่วยจึงรู้ว่าเป็นพลีกรรม...พี่มารีจัดอาหารที่เธอไม่ชอบที่สุด!” เธอขอบคุณที่ได้รับยาแรง เพราะจะเป็นเช่นไรหากเป็นตุ๊กตาที่น่ารักทั้งที่ประกาศว่า มาเพื่อช่วยวิญญาณ โดยเฉพาะพระสงฆ์ 

10)   รับเสื้อ 10 ม.ค. 1889 พ่อหายป่วยครั้งที่สอง มีแม้แต่ ‘หิมะ ชอบธรรมชาติสีขาว ... เกาะแขนคุณพ่อที่ถวายหมดแล้วเข้าวัด เป็นวันฉลองสุดท้ายด้วยกัน เมื่อเข้าด้านในที่พระรูปพระกุมารก็เห็นหิมะ แสดงถึงเจ้าบ่าวผู้ทรงดูแลดอกลิลลี่ให้ขาวดุจหิมะ...หลังพิธี ฯพณฯ ร้อง Te Deum ลูบศีรษะดุจบิดา...เล่าเรื่องตั้งแต่ไปบาเยอษ์  = ลิ้มรสสวรรค์-> อาทิตย์ใบลานก่อนพระมหาทรมาน

11)   เข้าเงียบก่อนกำหนดวันปฏิญาณตัว 8 ก.ย. 1890   แห้งแล้ง  กระแสเรียกดูเหมือนดับไป ... จึงตัดสินใจค้นพบความจริง... อ่านจิตใจลูกได้ ยิ้มให้วางใจ... ความสุภาพทำให้ปีศาจหนีราวต้องมนต์  

12)   พี่เซลีนจะไปงานสังคมกับน้าสาว ลูกร้องไห้สวดขอ‘ให้หยุดการเต้นรำ...  พี่มีอุปสรรคมากขึ้นจึงสวดว่า จากนี้ไปหากพี่ไม่มีอุปสรรคก็ถือเป็นคำตอบ...ฯพณฯขจัดอุปสรรคจนเข้าอารามปี 1894

13)   อยากมีพี่น้องพระสงฆ์... ปี 1893 พี่อักแนสให้อ่านจ.มจากการดลใจของน.เทเรซาแห่งอาวีลา  เพื่อความรอดของผู้เขียน + ผู้ที่จะอยู่ในความดูแล  

14)   พลีกรรมคงน้อยลงเมื่ออยู่กับพี่ทั้งสอง... เป็นผู้ช่วยพี่อักแนส ก็เป็นพลีกรรม ... หลังเงียบ 5 ปี พี่เป็นอธิการิณี  ดีใจคิดว่าจะเปิดใจได้ แต่พี่เป็นคนสุดท้ายที่เข้าพบและพบ ‘แม่’น้อยที่สุดในอาราม

15)   วันฉลองอธิการิณี ถูกตำหนิว่าดอกไม้ช่อใหญ่นี้มาจากครอบครัวเธอ! เธอยิ้มให้และจัดใหม่หมด...  เมื่อมรณภาพภคินีผู้นี้ศรัทธาต่อเธอมาก...ขอโทษเธอ...หายจากโรคโลหิตจาง (anaemia)

16)   ทางสายน้อยคือหนทางแบบเด็ก เดินด้วยความวางใจ+ทำพลีกรรมเล็ก ๆ  น้อย ๆ !” + เป็นลูกบอล

17)   แพทย์ผู้รักษา  ยังไม่เคยให้ใครที่รับความเจ็บปวดขนาดนี้ได้ด้วยความยินดีเหนือธรรมชาติ!--- ผมไม่สามารถรักษาเธอได้ เธอไม่ได้ถูกสร้างขึ้นสำหรับโลกนี้

18)   พฤหัสที่ 30 ก.ย. (1897)  บ่าย 4.30 น.เริ่มตรีทูต ภคินีในอารามเข้ามา เธอยิ้มอย่างงาม + ขอบคุณทุกคน    เม็ดเหงื่อผุดเต็มหน้า ตัวสั่น... 19.00 น. หันหน้าไปทางคุณแม่ฯ  : “ลูกไม่ปรารถนาจะรับความเจ็บปวดน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่!” + มองที่กางเขนในมือ โอ้!... ลูกรักกางเขน!... ลูก... รัก... พระองค์!!!”   จากนั้นทุกคนตกใจ เธอหมดกำลังในทันที ศีรษะเอนขวาเหมือนมรณสักขีเอียงคอรับคมดาบเป็นยัญบูชาแห่งความรัก...  ทันใดก็ลุกขึ้นนั่งราวกับได้ยินเสียงลึกลับเรียก เธอจ้องมองตรงไป  ตาเป็นประกายแห่งความสุข  ใบหน้ายิ้มที่ไม่ลบเลือน ภคินีนำใบปาล์มมาวางที่มือข้างหนึ่ง+ลิลลี่/กุหลาบวางรอบร่างชุดขาวบริสุทธิ์....ผู้คนเคารพศพนอกเขตพรตที่วัดน้อยเสาร์/อาทิตย์ นำสายประคำ ฯลฯ สัมผัสร่าง  

วันปลงศพ : จันทร์ที่ 4 ต.ค.1897 พระสงฆ์ยืนรอบเป็นพวงมาลัยอย่างสมเกียรติ!  อวยพรอย่างสง่าก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์...ใครจะบอกได้ว่าเมล็ดพันธุ์นี้เป็นต้นกำเนิดรวงข้าวสีทองเท่าใด?...ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดินและตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น  แต่ถ้ามันตาย มันก็จะบังเกิดผลมากมาย (ยน 12 : 24

view