สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

บทเทศน์เรื่องไฟชำระ

บทเทศน์เรื่องไฟชำระ

บทเทศน์เรื่องไฟชำระ

โดยนักบุญยอห์น เวียนเนย์ (1786-1859)

แปลและเรียบเรียงจาก http://catholicsaints.info/on-purgatory-by-saint-john-mary-vianney/  

โดย กอบกิจ ครุวรรณ

 

วันนี้พ่อเทศน์ในนามของพระและในนามของพ่อแม่ของพี่น้องเพื่อเตือนพี่น้องให้แสดงความรักและความกตัญญูรู้คุณต่อพวกเขา   เสียงร้องวิงวอนของพวกเขาดังมาจากขุมไฟว่า “ จงบอกลูกๆ และญาติของเราว่า  ความชั่วร้ายทำให้เรากำลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมหันต์  ขอคำภาวนาจากญาติพี่น้องทุกคน  เราถูกทรมานในขุมไฟที่แผดเผาอยู่นี้ตั้งแต่วันที่เราจากพวกเขาไป!

 พี่น้องที่รักได้ยินเสียงเรียกของแม่และพ่อที่เคยอุทิศตนและทำทุกอย่างเพื่อเรา  รวมทั้งญาติๆ ที่เคยช่วยเลี้ยงดูพวกเราด้วยความปรานีไหม? ขณะนี้พวกเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือว่า “โปรดช่วยพวกเราให้พ้นจากความเจ็บปวดด้วย  พวกท่านสามารถช่วยเหลือเราได้”   พี่น้องที่รัก ให้เราพิจารณาถึงเรื่องแรกคือ ขนาดของความเจ็บปวดที่ผู้ที่อยู่ในไฟชำระได้รับ และเรื่องวิธีที่เราสามารถช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ทรมานซึ่งได้แก่คำภาวนา  การทำกิจการดี  และเหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือการขอมิสซา

พ่อจะไม่เสียเวลาอธิบายเรื่องการมีอยู่จริงของไฟชำระ  พระศาสนจักรที่มีพระจิตทรงเป็นผู้นำเพื่อมิให้พลาดพลั้งสอนเราเรื่องไฟชำระอย่างชัดแจ้งว่า มีสถานที่สำหรับวิญญาณเพื่อใช้โทษบาปจนครบก่อนที่จะเข้าสู่ความรุ่งโรจน์ในสวรรค์  นี่เป็นเรื่องของความเชื่อ หากเรายังชำระโทษบาปไม่หมด แม้จะได้รับการโปรดบาปแล้ว เราก็จะต้องไปชำระโทษบาปต่อจนครบถ้วน...

มีข้อความหลายตอนในพระคัมภีร์ที่บอกเราอย่างชัดเจนว่า  แม้ว่าบาปของเราได้รับการอภัยแล้ว  แต่พระก็ยังคงกำหนดให้เราทำกิจใช้โทษบาปในโลกนี้ มิฉะนั้นก็ต้องไปชดใช้ต่อในเปลวไฟแห่งไฟชำระ   อาดัมหลังจากที่ได้ทำบาป รู้สึกเสียใจในความผิดที่ได้กระทำลงไป  พระเจ้าทรงยกโทษให้แล้ว แต่กระนั้นอาดัมก็ยังต้องใช้โทษบาปในโลกนี้ 900 ปี    การถูกลงโทษบาปของนักบุญมารีอา มักดาเลนาอาจช่วยให้หัวใจของเราอ่อนโยนได้บ้างเมื่อพระเยซูเจ้าทรงช่วยนางให้รอดจากการถูกหินทุ่ม    พี่น้องที่รัก เมื่อเป็นเช่นนี้เราคงเข้าใจว่าพวกเราที่ทำบาปกันมากมายจะต้องถูกทรมานอยู่ในไฟชำระกันคนละกี่ปี แม้ว่าเราจะมีข้ออ้างว่าได้แก้บาปแล้ว แต่เราจะไม่ต้องใช้โทษบาปและไม่ต้องหลั่งน้ำตากันเลยหรือ?

พี่น้องที่รักทราบหรือไม่ว่า ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงได้รับนั้น มีค่ามากกว่าการเสียชีวิตอย่างทรมานของคนทั้งโลก  ไฟในไฟชำระก็เป็นไฟชนิดเดียวกันกับไฟในนรก ข้อแตกต่างมีอยู่เพียงอย่างเดียวคือไฟชำระมีที่สิ้นสุด  หากพระเจ้าในพระเมตตาของพระองค์ทรงอนุญาตให้วิญญาณในไฟชำระสักดวงที่กำลังถูกไฟเผาอยู่นั้นปรากฏมาที่ธรรมาสน์ที่พ่อเทศน์อยู่นี้ เราคงจะเห็นวิญญาณนั้นล้อมรอบด้วยเปลวไฟและถ้าให้ผู้นั้นเล่าถึงความทุกข์ทรมานที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาอยู่ พวกเราคงจะได้ยินเสียงร้องและเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งวัดจนอาจทำให้จิตใจของพวกเราอ่อนโยนลงได้ในที่สุด -- ความทรมานของวิญญาณในไฟชำระช่างแสนสาหัสเสียนี่กระไร!

พี่น้องที่รัก พวกเราสามารถช่วยพวกเขาได้  ความโศกเศร้าที่ถูกพรากจากพระช่างเป็นความทุกข์ทรมานที่เหลือทนจริงๆ... การถูกเผาด้วยไฟแห่งพระยุติธรรมของพระเจ้า!... นี่เป็นความทุกข์ทรมานที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์!.. ความเสียใจมหาศาลที่ทราบว่าสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างง่ายดายในโลกนี้!  พี่น้องจะทอดทิ้งพวกเขาไปหรือ ทั้งที่พวกเขาเคยรักพี่น้องอย่างมากเมื่อมีชีวิตอยู่?  พี่น้องจะนอนหลับอย่างสุขสบายหรือขณะที่พวกเขากำลังนอนอยู่บนเตียงที่ทำจากกองไฟหรือ? พี่น้องยังมีความกล้าที่จะไปหาความสำราญกันหรือขณะที่พวกเขากำลังทุกข์ทรมานและร้องไห้กันอยู่ทั้งวันทั้งคืน? ... พี่น้องจะไม่ยอมให้ทานหรือขอมิสซาสัก 1 มิสซาเพื่อช่วยให้พวกเขาได้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานเลยหรือ?  พี่น้องสามารถบรรเทาความทุกข์ของพวกเขาได้, สามารถเปิดประตูคุกของพวกเขา แต่พี่น้องกลับทอดทิ้งพวกเขาไป... ช่างเป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัสจริงๆ!

นักบุญเทเรซา (อาวีลา) กล่าวว่า “มีวิญญาณดวงไหนหนอ ที่บริสุทธิ์มากพอที่จะเข้าสวรรค์ได้โดยไม่ต้องผ่านไฟชำระ?”  ในการป่วยครั้งสุดท้าย (ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นคุณแม่อธิการิณี) ร้องขึ้นอย่างฉับพลันว่า “โอ้พระยุติธรรมและพระพลานุภาพของพระช่างน่ากลัวจริง!”  ขณะที่เข้าตรีทูตอยู่ พระเจ้าทรงอนุญาตให้ท่านแลเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เหมือนกับที่บรรดานิกรเทวดาและนักบุญทั้งหลายแลเห็นพระองค์ในสวรรค์  ท่านถึงกับตัวสั่นไปทั่วร่างจนภคินีที่อยู่ล้อมรอบร่ำไห้และพูดว่า “คุณแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือ?... ---คุณแม่ฯ ตอบว่า “แม่ไม่ได้กลัวความตายเลย แม่กลับอยากตายเพื่อจะได้สนิทสัมพันธ์นิรันดรกับพระด้วยซ้ำ”“ถ้าอย่างนั้น คุณแม่ก็กลัวบาปที่ได้เคยทำหรือ ทั้งๆ ที่คุณแม่ใช้โทษบาปและพลีกรรมอย่างหนักอยู่เสมอ?”—“...ที่แม่กลัวจนตัวสั่นคือการที่ต้องส่งบัญชีคืนให้พระที่จะทรงตัดสินตามพระยุติธรรมโดยปราศจากพระเมตตา   ... สิ่งที่แม่กลัวก็คือความศักดิ์สิทธิ์ของพระ คิดดูสิ ชีวิตของแม่จะต้องถูกนำไปอยู่เฉพาะพระพักตร์ขององค์พระเยซูคริสตเจ้า  และหากแม่มีจุดด่างใดๆ แม้เพียงเล็กน้อยที่สุดแม้แต่แค่เงาของบาป ก็หมายถึงมหาวิบัติกำลังจะเกิดขึ้นกับแม่แล้ว!”—ภคินีที่อยู่ในที่นั้นจึงร้องกันลั่นว่า“ถ้าเช่นนั้นความตายของพวกเราจะน่ากลัวมากขนาดไหนกันหนอ!”

พี่น้องที่รัก เราคงไม่กล้าทำบาปกันอีกแม้แต่บาปที่เบาที่สุดหากเราสามารถเข้าใจว่าบาปแม้เพียงเล็กน้อยทำให้เป็นที่เคืองพระทัยของพระได้มากเพียงใด   พระเจ้าทรงความยุติธรรมกับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง  และเมื่อพระองค์ทรงตอบแทนเราแม้ในสิ่งที่เล็กที่สุดที่เราทำเพื่อพระองค์  รางวัลนั้นก็ยิ่งใหญ่จนเรานึกไม่ถึงเช่นกัน  แม้แต่ความปรารถนาดีของเราที่ไม่มีกิจการก็จะได้รับรางวัลอย่างใหญ่หลวง  พระองค์ไม่ทรงลืมที่จะประทานรางวัลตอบแทนแก่ทุกๆ สิ่งที่เราทำเพื่อพระองค์  ขณะเดียวกันความผิดพลาดของเราแม้แต่ที่เล็กน้อยที่สุดก็จะถูกส่งตัวไปผ่านกรรมวิธีทำให้บริสุทธิ์ในไฟชำระ

นักบุญเป็นจำนวนมากก่อนจะได้ไปสวรรค์ก็ผ่านไปที่ไฟชำระก่อน   นักบุญปีเตอร์ เดเมียน (1007-1072) กล่าวว่าพี่สาวของเธออยู่ในไฟชำระนานหลายปีเพราะเคยชอบฟังเพลงที่มีเนื้อหาหยาบโลน.   เล่ากันว่ามีนักบวช 2 ท่านสัญญากันว่าคนที่ตายก่อนจะกลับมาบอกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ว่าหลังจากตายแล้วอยู่ในสภาพเช่นไร  พระเจ้าทรงอนุญาตให้เป็นไปตามนั้นคือคนที่ตายไปก่อนแจ้งว่าตนต้องอยู่ในไฟชำระ 15 ปีเพราะเคยเป็นคนที่ชอบเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่ และพูดเสริมอีกว่า “ถ้าผมถูกเฆี่ยนเป็นๆ ติดต่อกัน 10,000 ปีก็ยังดีกว่าความทุกข์ทรมานในไฟที่กำลังได้รับอยู่”  พระสงฆ์องค์หนึ่งบอกกับเพื่อนว่า พระเจ้าทรงลงโทษให้อยู่ในไฟชำระหลายเดือนเพราะการปฏิเสธไม่รับทำงานเพื่อวัตถุประสงค์ที่ดีงานหนึ่ง

พวกเรามีกันบ้างไหมในช่วง 8-10 ปีที่ผ่านมา ที่ได้รับเงินจากพ่อแม่หรือเพื่อนเพื่อขอมิสซาหรือเพื่อนำไปบริจาคแล้วมิได้จัดการให้เป็นไปตามนั้น?  น่าสงสารผู้ตายที่ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในไฟชำระเนื่องจากไม่มีใครนำเงินของตนก่อนเสียชีวิตไปขอมิสซาให้!  ผู้เป็นพ่อแม่ที่น่าสงสาร เมื่อมีชีวิตอยู่เคยเสียสละความสุขเพื่อลูกๆ  แต่กลับถูกลูกหลานเนรคุณและนำเงินนั้นไปเพิ่มเป็นทรัพย์สินของตนเอง

นักบุญอัลเบิร์ต (St.Albert Magnus 1206-1280 : นักปราชญ์และที่ปรึกษาของพระสันตะปาปา) ผู้ทรงคุณธรรมอย่างน่าอัศจรรย์ได้แสดงให้เพื่อนคนหนึ่งทราบในวันหนึ่งว่า พระได้ทรงนำท่านไปยังไฟชำระเพราะการทำตนเย่อหยิ่งเล็กน้อยที่คิดว่าเป็นผู้รอบรู้ สิ่งที่น่าตกใจคือมีนักบุญหลายองค์ยังคงอยู่ในไฟชำระกัน    นักบุญเซเวรีนุส (Severinus : 410-482) อัครสังฆราชแห่งโคโลญ ปรากฏตัวให้เพื่อนคนหนึ่งหลังจากเสียชีวิตไปนานหลายปี ท่านบอกกับเพื่อนว่า หลังจากที่ตายไปแล้วก็ต้องอยู่ในไฟชำระเพราะเคยเลื่อนเวลาทำวัตรเช้าไปทำตอนเย็นแทน    ดังนั้น ผู้ที่ชอบเลื่อนเวลาสวดกันโดยอ้างว่าไม่มีเวลาจะต้องอยู่ในไฟชำระกันสักกี่ปี!  หากเราต้องการความสุขในการได้เป็นเจ้าของพระจริงๆ  เราจึงควรหลีกเลี่ยงการทำบาปไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามรวมทั้งบาปหนักด้วย  เพราะการถูกแยกออกจากพระนั้นเป็นความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอย่างแท้จริง!

**************

view