สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ของขวัญคริสต์มาสที่มีค่าที่สุด

ของขวัญคริสต์มาสที่มีค่าที่สุด

ของขวัญคริสต์มาสที่มีค่าที่สุด


โดย James Cleary, LC
แปลและย่อโดยกอบกิจ ครุวรรณ จากเรื่อง The Best Christmas Gift   

 

                เย็นวันหนึ่งในนิวยอร์ค ขณะที่สตรีผู้หนึ่งกำลังเดินพ้นมุมถนน เธอมองเห็นรถเมล์สายที่ต้องการเคลื่อนออกจากป้ายไปพอดี   เธอทราบดีว่าจะต้องอดทนนั่งรอคันต่อไปอีก 45 นาทีคนเดียวท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บและกระแสลมที่กำลังพัดอยู่อย่างรุนแรง    

                พระสงฆ์หนุ่มองค์หนึ่งเดินผ่านมา สังเกตเห็นเธอในสภาพที่น่าสงสารจึงเชิญเข้าไปในวัดที่เปิดเครื่องทำความร้อนอยู่   เธอเข้าไปนั่งที่ม้านั่งแถวหลังสุดของวัด  ส่วนพระสงฆ์เดินไปที่บันไดที่พิงผนังวัดด้านในอยู่ จากนั้นก็ปีนบันไดขึ้นไปเพื่อคลี่พรมประดับผนังวัด  เป็นพรมพื้นสีขาวมีรูปกางเขนปักดิ้นทองและมีภาพประกอบที่มีสีสันสวยงามมาก   

                สตรีผู้นั้นมองไปที่ภาพก่อนจะเดินไปใกล้พรมและพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นขออนุญาตคุณพ่อดูที่ขอบด้านในของพรม...  ซึ่งปรากฏมีตัวอักษรปักชื่อย่อของตัวเธอเอง!    คุณพ่ออธิบายว่า ท่านได้รับมอบหมายให้ซ่อมวัดหลังนี้เมื่อ 2 เดือนก่อนและเพิ่งซ่อมเสร็จได้ไม่กี่วัน  ท่านตั้งใจจะเริ่มเปิดวัดเพื่อทำมิสซาในคืนคริสตสมภพ  แต่พอดีเมื่อวานเกิดพายุใหญ่ทำให้ผนังมีรอยแตกตรงนี้  และขณะที่กำลังเดินมาที่วัดเมื่อ 15 นาทีที่แล้ว ท่านสังเกตเห็นภาพนี้ในร้านขายของเก่า จึงคิดว่าน่าจะใช้ประดับวัดและปิดรอยแตกที่ผนังได้พอดี

                เธอบอกคุณพ่อว่าเธอเป็นคนทำพรมผืนนั้นเองขณะที่อยู่ในประเทศออสเตรียเมื่อ 35 ปีก่อน ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  ขณะนั้นสามีเธอเป็นรัฐมนตรีและมีคฤหาสน์ที่สวยหรูในออสเตรีย  แต่ต่อมาเมื่อกองทัพนาซียึดออสเตรีย เธอจึงได้หนีมาที่อเมริกา ส่วนสามีหนีไม่ทัน ถูกจับและเธอก็ไม่ทราบชะตากรรมของสามีอีกเลย    เมื่อทราบเรื่องเช่นนี้ คุณพ่อจึงคืนพรมให้เธอ แต่เธอปฏิเสธ เพียงแต่ขอให้คุณพ่อช่วยขับรถไปส่งเธอที่อพาร์ทเม้นท์เท่านั้น

จากนั้นคุณพ่อก็ขับรถกลับวัดโดยที่ยังรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            ระหว่างมิสซาคืนวันคริสตสมภพ มีชายสูงอายุคนหนึ่งมาฟังมิสซาด้วย  ระหว่างมิสซา เขาจ้องมองไปยังพรมผืนนั้นเกือบตลอดเวลา พลางคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนระหว่างสงครามโลกและภรรยาที่สูญหายไป    หลังมิสซา เมื่อผู้คนทยอยกลับไปหมดแล้ว เขาจึงค่อยๆ เดินออกจากวัดเป็นคนสุดท้าย ซึ่งมีคุณพ่อยืนส่งสัตบุรุษทุกคนอยู่   ที่สุดเขาก็ถามคุณพ่อว่า คุณพ่อครับ  คุณพ่อได้พรมผืนนี้มาจากที่ไหนหรือครับ?...

            สตรีผู้เคยเป็นเจ้าของพรมเพิ่งกลับถึงอพาร์ทเม้นท์หลังมิสซาเดียวกัน  เธอได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ  เธอรู้สึกแปลกใจมาก เพราะแทบไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเธอเลยโดยเฉพาะในยามวิกาลเช่นนี้  เธอเดินไปเปิดประตูอย่างช้าๆ และพบคุณพ่อที่มาส่งเธอในค่ำวันก่อนยิ้มให้พลางพูดกับเธอว่า มีคนที่อยากพบเธอมานานแล้วอยู่กับพ่อที่นี่  จากนั้นคุณพ่อก็เบี่ยงตัวออก เพื่อให้สามีที่อุ้มพรมผืนนั้นอยู่ในมือได้พบกับภรรยา ซึ่งโผกอดสามีด้วยน้ำตาแห่งความยินดี

 

 

view