สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2017 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2017 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

🍇เพราะเรามีความเชื่อ เราจึงมีความหวัง 
เพราะเรามีความหวัง เราจึงเดินไปในทางที่เราเชื่อ...
จงอย่าสิ้นหวัง แม้ว่าดูเหมือนจะหมดหวัง

📚บทอ่านวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=gpbr8Xdm_vo

🌼 เราจะเปล่งเสียงโมทนา
http://youtu.be/zqBD24pwCmA

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ดนล 5:1-6,13-14,16-17,23-28
ลก 21:12-19

พระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ให้เห็นว่า ..
ก่อนที่คนของพระเจ้าจะได้รับปรีชาญาณ
หลายครั้งที่พวกเขาจำเป็นต้องผ่านการทดลอง
คนที่ซื่อสัตย์ ยืนหยัด มั่นคงในความเชื่อเท่านั้น
จะสามารถผ่านพ้น และพบกับสันติสุขในพระเจ้า

เมื่อผ่านการทดลองให้ละทิ้งพระเจ้า
ทำในสิ่งที่ผิด  แต่ดาเนียล ยังคงซื่อสัตย์
ท่านได้รับพระพร พิเศษ ให้เข้าใจในสิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจ

หมายเหตุ..
เข้าใจคน ได้บริวาร..
เข้าใจงาน ได้ผลสัมฤทธิ์
เข้าใจชีวิต ได้ความสุข

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19)

ท่ามกลางความทุกข์ยาก
ความไม่เป็นธรรม และชีวิตที่ถูกเบียดเบียน
ความเชื่อในพระเจ้าที่ถูกหยามเหยียด
ความศรัทธาของคริสตังที่กำลังถูกทดสอบ

นี่กลับเป็นโอกาสดี
เป็นโอกาสที่พระเยซูเจ้ากล่าวถึง
“นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19)

- - - - - - - - -

แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวต่างๆ เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่เวลาสิ้นสุดของโลกเราวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้ แต่ประโยคที่น่าอบอุ่นใจเหลือเกิน... “นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19)...

พี่น้องที่รักครับ มองดีๆ เหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าพูดถึงนั้น ดูเหมือนมันจะเกิดขึ้นแล้ว และเวลานั้นจะมาถึงเมื่อใดนั้น อาจจะไม่สำคัญนัก แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการได้เป็นพยานยืนยันถึงพระองค์ในชีวิตจริงของเราครับ... เรามีท่าทีอย่างไรต่อความยากลำบากในชีวิตที่เรากำลังเผชิญ เรามีท่าทีอย่างต่อการถูกเบียดเบียนด้วยความไม่เป็นธรรมของโลกและสังคม... บ่ายวานนี้ ผมได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนสัตบุรุษบางครอบครัว และพวกเขาได้เล่าให้ผมฟังเรื่องคามไม่ยุติธรรมของสังคมที่เขาได้รับ การลงทะเบียนคนยากจน การใช้บัตรซื้อสินค้าของพี่น้องที่ยากจน ความไม่เป็นธรรมต่างๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ... น่าสนใจครับอย่างหนึ่งที่เขาเล่าให้ฟัง พวกเขาเปรียบเทียบให้ผมเห็น และดูเหมือนกระทบความเชื่อของเราด้วย เมื่อคนที่ไม่ศรัทธา ไม่มาวัด และมีฐานะดีอยู่แล้ว ได้รับความช่วยเหลืออีก แต่คนที่รักและศรัทธาในพระเจ้า มาวัด แก้บาปรับศีล กลับไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างที่ควรจะเป็น... จบครับ จบที่ “เราจะช่วยกันเอง” จบตรงนี้อบอุ่นกว่าครับ... นี่เป็นโอกาสครับ นี่เป็นโอกาสที่คริสตังเราจะเป็นพยานถึงพระเจ้า มิใช่หรือ... ผมคิดว่า นี่เป็นโอกาสครับ...

“นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19) พี่น้องที่รัก จะไหวไหมล่ะครับ... แต่เราถูกเรียกมาให้เป็นคริสตัง เป็นศิษย์พระเยซู วันนี้เพราะชีวิตที่เดินตามทางของพระองค์ เรากำลังได้รับความไม่เป็นธรรม การทำตามคำสอนของพระเยซูเจ้านั้น ทำให้เราต้องอดทน ทำให้เราต้องถูกเบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบ... แต่พี่น้องที่รักครับ นี่คือเครื่องทดสอบความเป็นคริสตังของเราล่ะครับ ปีศาจมันกำลังดูเรา มันกำลังจ้องมองดูลูกของพระ มันกำลังจะมองดูซิว่า เราจะอ่อนโยนได้แค่ไหน เราจะอดทนได้มากเพียงใด...

ผมคิดถึงภาพของปีศาจที่มันล่อลวงพระเยซูเจ้า และพระวรสารบันทึกว่า มันละพระองค์ไว้ และมันรอเวลาที่เหมาะสม เพื่อล่อลวงพระองค์... ผมคิดถึงภาพยนตร์ The Passion มากครับ ตลอดหนทางที่พระเยซูเจ้าทรงเดินไปสู่กางเขน เพื่อประกาศความรอดพ้นจากการดำเนินชีวิตตามพระประสงค์พระบิดา ผู้สร้างภาพยนตร์ได้สร้างภาพของการประจญล่อลวง ปีศาจที่มันเดินตามพระเยซูเจ้าไปตลอดทางด้วยภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง แววตาเฉียบคม มันเป็นภาพที่ผมคิดถึงในเช้านี้ มันคือกำลังใจครับ... คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าเผชิญมาก่อน และปีศาจมันต้องถูกโยนลงไปที่ของมัน เมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ทุกสิ่งสำเร็จบริบูรณ์” และได้สิ้นพระชนม์

“นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19) นี่เป็นโอกาสของเราครับ และเราจะพลาดโอกาสนี้หรือ เราจะเลือกละทิ้งโอกาสนี้ด้วยการบ่นไม่รู้จบแล้วก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เราจะละทิ้งโอกาสนี้ด้วยการโทษคนโน้นคนนี้ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรที่พอจะทำได้... พี่น้องที่รักครับ จากการแบ่งปันพระวาจาของพระเจ้าเมื่อวานนี้ มีพี่น้องติดต่อมาหาผม เพื่อมอบความช่วยเหลือให้กับป้าคนนั้นที่ผมกล่าวถึง... ไตร่ตรองพระวาจาวันนี้ ทำให้ผมคิดถึงป้าอีกครั้ง... คิดถึงโอกาสที่ป้าเป็นพยานถึงพระเมตตาของพระเจ้าจริงๆ โอกาสที่ป้าสอนผมเองที่เป็นพระสงฆ์ด้วย ท่ามกลางชีวิตของป้าที่ขาดแคลน ไม่สบายเหมือนอีกหลายๆ คน แต่ป้ากลับไม่ได้ละทิ้งความเชื่อในพระเจ้า ห้องนอนของป้า ไม่ต่างกับวัดน้อย เตียงนอนของป้าอยู่ตรงข้ามกับแท่นพระที่ป้าจัดไว้ เหมือนกับจะบอกว่า ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น ขอให้ฉันได้เห็นพระองค์ อยู่กับพระองค์แบบนี้ ขออย่าให้ฉันพรากจากพระองค์เลย

พี่น้องที่รักครับ ทุกคนมีความทุกข์ยากในชีวิตไม่ต่างกันสักเท่าใดหรอกครับ แต่เรามองความทุกข์ยาก มองความยากลำบากเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของเราอย่างไร อาจจะยังไม่มากเท่าป้าเลย... ท่ามกลางชีวิตที่ถูกเบียดเบียน ท่ามกลางชีวิตที่เราได้รับความไม่เป็นธรรมจากสังคม พี่น้องที่รัก... ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสให้เรารักกันนะครับ นี่เป็นโอกาสให้เราหันหน้ามาช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน... พี่น้องที่รัก ให้เราจำภาพนั้นไว้ดีๆ ภาพที่ปิศาจมันคอยเล่นงานเรา มันกำลังมองเราครับ มันกำลังจ้องดูลูกของพระที่บอกว่าเชื่อ ศรัทธาในพระเจ้า มันกำลังมองดูซิว่า เจออย่างนี้เข้าไป จะเหลืออะไรอีกไหม... มันกำลังเบียดเบียนเรา มันกำลังจะทำใหเราด่าว่าพระเจ้า ด่าว่ากันและกัน โทษกันและกัน มันกำลังท้าทายความอ่อนโยนในดวงใจของเรา ที่เราปรารถนาจะมีดวงใจที่เมตตาอ่อนโยนแบบพระเยซู มันกำลังดูซิว่า เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จได้ไหม... ดูซิว่า ไอ้พวกศิษย์พระเยซูอ่ะ มันจะยืนหยัดมั่นคงไปได้นานสักเท่าใด เมื่อต้องโนนแบบนี้เข้าไป...

คิดถึง “เยเรมีย์” เลยครับ เช้านี้คิดถึงประกาศกที่ทุกข์ทนท่านนี้... เสียงตะโกน... ให้เราเบียดเบียนมัน ให้เราทำร้ายมัน ให้เราเหยียดหยามมัน ให้เราทำให้มันทุกข์ทรมาน... มันเป็นที่ทำให้เราลำบากใจ มันทำให้มโนธรรมติเตียนเรา เห็นมันครั้งใด ใจเราไม่เป็นสุขการเอารัดเอาเปรียบ เห็นความสัตย์ซื่อของมันครั้งใด ใจเราเป็นทุกข์ โกงได้ไม่สบายใจ เอาเปรียบไม่ได้เพราะมโนธรรมติเตียนเรา... แต่ แต่ แต่ “นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19)

พี่น้องที่รักครับ ขอเราอย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปด้วยความท้อถอย ท้อแท้ในความเชื่อเลยนะครับ มองมันกลับครับ มองความชั่วร้ายที่จ้องมองเรา และเอาชนะมันให้ได้ด้วยหัวใจที่อ่อนโยนของเราแต่หนักแน่ในการปฎิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าครับ เพราะ “นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19) นี่เป็นโอกาสให้เรารักกันและกันมากขึ้น นี่เป็นโอกาสให้เรามองกันและกัน ช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่กันและกัน ประคับประคอง เตือนความเชื่อของกันและกัน และเราจะได้เดินไปด้วยกันด้วยความมั่นใจ มั่นคง เราจะไม่อยู่ในโลกนี้นาน แต่เราจะได้กลับบ้านของเรา และเราจะไม่พรากจากพระเจ้า พระบิดาของเราอีกเลย...เวลานี้แหละ เวลานี้เอง ... “นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19) เอาล่ะครับ ปีศาจมันเฝ้ามองเรานัก พี่น้องครับ วันนี้ ให้เราหันกลับไปมองกันและกันนะครับ มองดูพี่น้องของเรา มองหากันและกัน พี่น้องของเราเป็นอย่างไรบ้าง ให้เรารักกัน ให้เราช่วยเหลือกันมากขึ้นนะครับ เพราะ “นี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา” (ลก 21:12-19)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข
(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)


(Line Id: poweroftheword)

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 17 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ดนล 5:1-6,13-14,16-17,23-28 / ลก 21:12-19
“เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้” (ลก 21:15)พระเยซูเจ้าได้ทรงชี้ให้เห็นถึงเครื่องหมายของวันสิ้นโลก ( เป็นความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น:ความตาย การพิพากษา สวรรค์ และนรก) ที่จะเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาเป็นครั้งสุดท้ายของพระองค์ (ลก 21:8-11) พระองค์ยังทรงชี้ให้เห็นว่า เครื่องหมายที่จะปรากฏในการดำเนินชีวิตของคริสตชน คือ “เครื่องหมายของไม้กางเขน”บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะต้องแสดงตัวเป็นประจักษ์พยาน ในเวลารับทนทุกข์ทรมานและการถูกทดลอง พวกเขาจะไม่หวาดกลัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรดาศัตรู แต่ต้องวางใจในพระเป็นเจ้า ผู้จะเป็นผู้นำทางพวกเขา แม้ว่าครอบครัวและเพื่อนฝูงจะทอดทิ้งและทรยศต่อพวกเขา พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งบรรดาบุคคลที่พระองค์ทรงรัก บรรดามรณสักขีที่เลือกทนทุกข์ทรมานและยอมตาย ดีกว่าจะปฏิเสธความเชื่อของตน พวกเขาจะเป็นประจักษ์พยานที่สำคัญที่สุดของพระวรสาร...ท่านได้เคยสวดภาวนาสำหรับพระศาสนจักร ที่ได้ถูกเบียดเบียนทั่วโลกหรือไม่?
… เมื่อทรราชเสียชีวิต และการปกครองของเขาก็สิ้นสุดลง แต่เมื่อมรณสักขีเสียชีวิต การปกครองของท่าน พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น…บรรดาวีรบุรุษที่ได้หลั่งเลือดและเสียชีวิตทั้งหลาย เมื่อท่านนอนอยู่บนแผ่นดินของประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้ท่านนอนพักผ่อนในสันติสุข ไม่มีความแตกต่างว่า ท่านจะมีนามว่าอะไร แต่เมื่อท่านนอนเคียงข้างกันในแผ่นดินของเรา พวกท่าน รวมทั้งพวกมารดาของท่าน ที่ได้ส่งท่านมาในดินแดนที่อยู่ห่างไหล จงเช็ดหยาดน้ำตาของท่าน เพราะบรรดาบุตรชายของท่านได้นอนอยู่ในหัวใจของพวกเรา และในสันติสุข หลังจากที่ได้จบชีวิตบนโลกนี้แล้ว พวกเขาก็จะกลายเป็นบุตรชายที่รักของพวกเราเช่นเดียวกัน....ให้เราทุกคนมีความกล้าหาญพอที่จะรับความตาย เป็นมรณสักขี แต่อย่าให้ใครถวิลหา การเป็นมรณสักขี เพื่อความพึงพอใจของตนเอง…เพื่อนรัก บรรดามรณสักขี ได้เลือกให้ดำเนินชีวิต ระหว่างการเป็นผู้ถูกลืม หรือถูกสบประมาท มากกว่าจะเป็นผู้ที่ไม่มีใครเข้าใจพวกท่านเลย.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view