สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

🍊ณ ความตกต่ำ พระเจ้าทรงเป็นความหวัง
ณ ความอ่อนแอ พระเจ้าเป็นพละกำลัง..
ณ ความโศกเศร้า พระเจ้าเป็นความอบอุ่นใจ

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/DguCRnvhfN8

🍓Not me but You
http://youtu.be/NzY9nJ_FGaU

🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
ดนล 7:2-14
ลก 21:29-33

พระเยซูเจ้าสอนศิษย์เป็นอุปมา 
เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่า ฤดูกาล มีผลัดเปลี่ยน 
หมุนเวียน อำนาจการปกครองก็เช่นเดียวกัน
แต่ไม่ว่า อะไรจะเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่คงอยู่
คือ พระวาจาของพระเจ้า

ความฝันของประกาศกดาเนียล 
เป็นเครื่องหมายยืนยันถึง 
พลังอำนาจ ที่คงอยู่ตลอดไป
เป็นพลังที่มาจากการรับใช้ของพระเจ้า
ที่ไม่มีอำนาจใด ๆ สามารถทำลายล้างได้

หมายเหตุ..
อำนาจ ไม่คงที่..
แต่ความดี สิ..คงทน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” (ลก 21:29-33)

ไม่ว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
สิ่งเดียวที่ยังคงเดิมคือ
ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์

แม้ในโลกนี้ เราจะไม่งดงามนัก
เพราะคราบเลือดบ้าง คราบน้ำตาบ้าง
แต่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า
บ้านของพระบิดา และบ้านของเรา
ที่นั่น เราจะสง่างามเหลือเกิน
ด้วยอาภรณ์ของพระองค์ที่เราสวม
เราจะได้รับการต้อนรับในบ้านของเรา

- - - - - - - - -

พระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ อาจจะทำให้เรารู้สึกหวั่นใจบ้าง ในเรื่องของการเบียดเบียน ชีวิตของผู้ที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าที่ต้องเป็นมรณสักขีบ้างก็มี ประสบความทุกข์ยากต่างๆ นานา บทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้ เป็นเรื่องราวของการเบียดเบียนจนถึงการต้องเสี่ยงภัยต่อการเสียชีวิต แต่สิ่งที่น่าอบอุ่นเหลือเกิน เห็นจะเป็นบทสร้อยที่เราข้บร้องในวันเหล่านี้ “ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์” เราขับร้องสลับกับเพลงสดุดีของสิ่งสร้าง และมาจบลงที่บทอัลเลลูยาที่เราอ่านก่อนพระวรสาร... “ท่านทั้งหลายจงยืนตรง เงยหน้าขึ้น เพราะในไม่ช้า ท่านจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว... จงสัตย์ซื่อจนถึงวันตายเถิด และเราจะให้มงกุฎแห่งชีวิตแก่ท่าน... จงตื่นเฝ้าคอยอธิฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด เพื่อท่านสมจะไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์บุตรแห่งมนุษย์ได้

อ่านพระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ เราอาจจะพบว่า สิ่งต่างๆ ที่พูดถึงนั้น ได้เกิดขึ้นในโลกเราแล้ว การเบียดเบียน ความอยุติธรรม การปองร้าย การรัดเอาเปรียบ ภัยสงคราม โรคระบาด สิ่งที่เราเผชิญกันทุกวัน สิ่งที่ผมก็เผชิญไปพร้อมกับสัตบุรุษของผม เมื่อผมออกไปเยี่ยมอภิบาล เพื่อนำพระพร นำกำลังใจไปสู่กันและกัน พระสงฆ์ นักบวช เราเองก็ไม่ต่างกับสัตบุรุษสักเท่าไร ทุกคนมีบางสิ่งบางอย่างให้ต้องเผชิญและพยายามก้าวผ่านไปให้ได้ ความอบอุ่น กำลังใจ สุขสันติ คือสิ่งเดียวที่เราต้องเป็นกำลังใจเพื่อกันและกัน ประคับประคองความเชื่อของกันและกันในพระเจ้าที่เราเชื่อและวางใจ เพราะที่สุก แม้ว่าโลกจะเป็นเช่นใด สิ่งเดียวที่มั่นคงอยู่เสมอและวางใจคือ “ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์” เพลงที่ขับร้องในวันเหล่านี้ให้กำลังใจเราจริงๆ นะครับ เพราะในโลกนี้หรือ จะร่ำรวยเพียงใด จะรุ่งโรจน์เพียงใด ทุกสิ่งก็จะจบลง ทุกอย่างก็จะผ่านไป มีแต่ความรักของพระเจ้าเท่านั้นเองที่มั่นคงและดำรงอยู่ตลอดไป ใครคิดได้แบบนี้ คงอบอุ่นที่สุดจริงๆ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นเช่นใด... ผมยังคิดถึงป้าที่ผมไปเยี่ยมเมื่อต้นสัปดาห์ไม่ลืมเลย แบบอย่างของป้า สัตบุรุษธรรมดาๆ คริสตังยืนคนหนึ่งที่เชื่อมั่นคงในพระเจ้า ที่ไม่เคยร้องขออะไร แต่เพียงพอกับการมีชีวิตไปในแต่ละวันเพื่อรักและสรรเสริญพระเจ้า... เตียงนอนของป้าตรงข้ามกับแท่นพระ ในห้องเล็กๆ ประมาณ 3x3 เมตร ห้องเดียวของบ้านเหมือนกระท่อมกลางป่า ที่อยู่กลางป่ายางของเพื่อนบ้าน ป้านอนหน้าแท่นพระ เหมือนชีวิตนี้ ป้าไม่อยากอยู่ไกลพระองค์เลย แท่นพระวาจาที่ป้าวางหนังสือพระคัมภีร์ ป้าอ่านและไตร่ตรองพระวาจาเสมอๆ นอกนั้นก็ดำรงชีวิตอยู่ไปวันหนึ่งด้วยผลผลิตน้อยนิด แต่สิ่งที่พวกเราพบเห็นตลอดเวลาที่ไปเยี่ยมป้าคือ “รอยยิ้ม” ครับ... พี่น้องที่รัก นี่คือ ความสุขความยินดีที่แท้จริง ที่พ่อผม ขอทานแห่งอัสซีซีพูดถึงครับ การพยายามอยู่อย่างพอเพียงกับสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น อยู่ในความเชื่อความวางใจในความรักในพระเจ้านี้เอง ที่ทำให้เรายิ้มได้อย่างมีความสุขเสมอมิใช่หรือ... และนี่คือความสุขที่เราเห็นภาพลางๆ ในพระอาณาจักรของพระเจ้าที่มาถึงเราและอยู่ท่ามกลางเราแล้ว ด้วยชีวิตที่อยู่เพื่อบรรเทากันและกัน เป็นกำลังใจ ประคับประคองความเชื่อของกันและกัน... เพราะไม่มีอะไรมั่นคงในโลกนี้หรอก นอกจาก “ความรักมั่นคงของพระองค์ ดำรงนิจนิรันดร์”

พี่น้องที่รักครับ นี่คือช่วงเวลาของการทดสอบความเชื่อ ของเราคริสตัง ลูกของพระเจ้าโลกนี้จริงๆ ครับ ท่ามกลางความยากลำบากบาก การถูกเบียดเบียน ความไม่ยุติธรรมของสังคม การเอารัดเอาเปรียบ ดูซิว่า ลูกของพระจะมั่นคงขนาดไหน หากพระเจ้าทรงมั่นคงในความรักเสมอมา ไม่ว่าบางครั้งเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือเราจะเปลี่ยนไปบ้างมากน้อยเพียงใด ความรักของพระเจ้าก็ยังคงเดิม... นี่อาจจะเป็นบททดสอบจริงๆ ว่า ลูกๆ ของพระเจ้าจะยืนหยัดมั่นคงเพียงใดในโลกที่เป็นเช่นนี้... การเฝ้าอธิฐานภาวนาครับ ภาวนาเสมอๆ เพื่อเราจะสามารถรักษาความเชื่อของเราไว้ได้จนถึงวันที่เราจะกลับไปเฝ้าพระเจ้าของเรา บัดนี้ถึงเวลาแล้ว เสื้อขาวนั้น เสื้อตัวที่เราได้รับในวันรับศีลล้างบาปนั้นเป็นเช่นใด อยู่ที่ไหนแล้ว ชีวิตของเราเป็นเช่นใด ชีวิตพระในชีวิตเรา บัดนี้ยังอยู่อยู่ในชีวิตเราหรือเปล่า... คงต้องหาแล้วล่ะครับ เสื้อขาวตัวนั้น ชีวิตของพระคริสตเจ้าที่เคยสวมทับเรานั้น เวลานี้อยู่ที่ไหน ให้เราสวมพระองค์ สวมชีวิตของพระองค์อีกครั้ง... และไม่เป็นไรครับ แม้ในโลกนี้ เราจะเปื้อนเลือดบ้างจากการเบียดเบียน แต่ในสวรรค์ ในบ้านของพระเจ้าและบ้านของเรา เราจะสง่างามเหลือเกิน เพราะชีวิตพระเจ้าที่เรารักษาไว้อย่างสัตย์ซื่อในชีวิตของเรา

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข 
(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

(Line Id: poweroftheword)

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 17 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ดนล 7:2-4 / ลก 21:29-33
ในปัจจุบันนี้มีความรุนแรงและความขัดแย้งทั่วไปรอบโลก เราอาจที่จะพบว่า เราจะตอบรับพระวาจาของพระเยซูเจ้า ในพระวรสารวันนี้ค่อนข้างยากลำบาก เมื่อพระองค์ได้ตรัสว่า พระวาจาของพระองค์จะไม่สูญสิ้นไป ขณะที่เราเห็นว่า แม้พระวาจาของพระองค์นั้น อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับในโลกปัจจุบันนี้ แต่ก็มีเครื่องหมายมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่า พระราชัยของพระเป็นเจ้ามีจริง เช่น ความตื่นตัวในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิของผู้หญิงและเด็ก ความร่วมมือในเรื่องการขจัดความยากจน และความอดอยากในโลก ความริเริ่มในการสร้างสันติภาพ เป็นต้น
ประชากรอิสราเอล ได้ประสบกับความยากลำบากในรัชสมัยของจักรพรรดิ์ อันทิโอคัส เอปีฟาเนส ที่ 4 ของกรีก พวกเขาได้ถูกบังคับให้กินเนื้อสุกร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เช่นเดียวกันที่คริตชนในสมัยแรกก็ได้ถูกเบียดเบียน โดยจักรพรรดิ์โรมัน ในทั้งสองกรณี ผู้แต่งหนังสือบทอ่านได้พยายาม ใช้ภาษาสัญลักษณ์ เพื่อที่จะทำให้ความหวังในพระเป็นเจ้าได้เข้มแข็งขึ้น เราจะเห็นว่ามีการใช้ภาษาวิวรณ์ สำหรับอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ประกาศกเยเรมีย์ได้ใช้ตัวอย่างของต้นอัลมอนด์ ที่เป็นต้นไม้ที่จะออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ เพื่อจะอธิบายถึงการที่กรุงเยรูซาเล็ม จะถูกทำลายในสมัยของท่าน (ยรม 1:11) เช่นเดียวกันพระเยซูเจ้า ทรงใช้เรื่องต้นมะเดื่อ เพื่ออธิบายถึงการมาถึงของพระราชัยของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าจึงได้ตรัสว่า “ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย” พระเป็นเจ้าของเราให้ความมั่นใจกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า แม้ว่าสวรรค์และแผ่นดินนั้นจะสูญหายไป แต่พระวาจาของพระองค์นั้นก็จะคงอยู่ตลอดไปเราได้พยายาม ที่จะต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราอย่างไรบ้าง?
ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกวางใจในพระองค์ ในเรื่องการมาถึงของพระราชัยสวรรค์ของพระองค์... “เราก็จะทำลายความทะนงใจใหญ่ยิ่งของกรุงเยรูซาเล็ม เสียอย่างนั้นแหละ” (ยรม 13:9)...” เมื่อท่านเห็นกองทัพมาตั้งล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อนั่นท่านจงรู้ว่า วิบัติของกรุงนั้นก็ใกล้เข้ามาแล้ว”(ลก 21:20).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view