สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

🍓ความไว้วางใจในพระเจ้า 
เป็นประตูเปิดตรงไปสู่ "พระพร"

📚บทอ่านประจำอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017 
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ 
https://www.youtube.com/watch?v=Nrstgg4NNFM&t=2s

🌹 The Prayer
https://youtu.be/iJkq-U7_8ZA

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ 
อ่าน
อสย 63:16-17,64:2-7
1 คร 1:3-9
มก 13:33-37

พระเยซูเจ้าเตือนบรรดาศิษย์ให้คิดถึง
การเฝ้าระวัง เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
เพราะไม่มีใคร รู้วัน เวลา ที่แน่นอน

ประกาศกอิสยาห์ ย้ำเตือน ..
แม้มนุษย์จะมีวัน เวลา ของการหลงผิด 
เดินนอกทางแห่งความเชื่อ แต่ในวัน เวลา
ที่พวกเขากลับใจ กลับมาหาพระเจ้านั้น
พระองค์ทรงต้อนรับเสมอ

จดหมายนักบุญเปาโล ชื่นชม
คริสตชนที่เมืองโครินทร์..
ผ่านทางการใช้ วันเวลา อย่างซื่อสัตย์
ปฎิบัติตนในความเชื่อ เมื่อผ่านเวลา
ของการเฝ้ารอคอยพระคริสตเจ้า 
พวกเขา ได้พบความสุข ความชื่นชมยินดี

หมายเหตุ..
เวลา ไม่อาจ เดินย้อนกลับ...
เพราะเวลา มีไว้ให้เรา เดินไปข้างหน้า

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จงตื่นเฝ้าเถิด...” (มก 13:33-37)

จงตื่นเฝ้า และเป็นความหวังของกันและกัน
จงตื่นเฝ้า เพื่อบรรเทาและเป็นกำลังใจแก่กันและกัน
ในบรรดาบุคคลเหล่านั้น
ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก
บรรดาพี่น้องของเรา
พระองค์ ผู้ทรงเป็นความรอดพ้นประทับอยู่
และทรงเสด็จมาพบเราทุกวัน
แต่เราพร้อมมากน้อยเพียงใดที่จะต้อนรับพระองค์

- - - - - - - - -

สุขสันต์วันพระเจ้า และสวัสดีปีใหม่แก่พี่น้องทุกคนครับ วันนี้เราก้าวเข้าสู่ปีใหม่ของพระศาสนจักร ปีพิธีกรรมปี B ที่เราเริ่มอีกครั้งด้วยการเตรียมรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า ที่ไม่ใช่การเตรียมฉลองวันคริสตมาสเท่านั้น แม้บรรยากาศการเฉลิมฉลองจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่มากกว่านั้น เรากำลังเตรียมตัวของเราแต่ละคน เพื่อต้อนรับพระองค์อีกครั้ง เมื่อพระองค์จะเสด็จมาครั้งที่สอง นั่นคือการมาในฐานะผู้พิพากษามนุษยชาติ...

นี่คือช่วงเวลาแห่งความยินดี ที่ใจทุกดวงได้รับเสรี นี่คือเวลาสันติเลิกขัดแย้งกัน เวลาแห่งพระคุณอบอุ่นด้วยหวัง แบ่งปันพระพรที่มีให้กัน สร้างสรรค์โลกเราทั้งหลายให้เป็นหนึ่งเดียว... นี่คือช่วงเวลาแห่งการสรรเสริญ สวดภาวนาอ้อนวอนพระเจ้า ระลึกถึงพระคุณในชีวิตเรา ได้เวลารวบรวมดวงใจทุกดวงที่หลงทางไปไม่รู้หนใด ช่วยเขาคืนมาอยู่ในอ้อมกอดพระองค์…

นี่คือบทเพลงที่เกือบยี่สิบปีแล้วที่ประทับใจผมมาก และไม่เคยลืมเลย ผมเริ่มบรรยากาศนี้ในหัวใจใหม่ทุกๆ ปี เมื่อเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้ามาถึง... บทเพลงแห่งปีปีติมหาการุญที่ผ่านไป แต่ความหมายของบทเพลงนี้ บ่งบอกถึงบรรยากาศของความชื่นชมยินดีที่แท้จริงที่เรารอคอย เวลาแห่งอิสรภาพและสันติสุข ที่ท้ายปีพิธีกรรม เราพบว่า บรรดาผู้สัตย์ซื่อต่อพระเจ้ารอคอยเวลานี้ เพื่อต้อนรับพระองค์ และนี่คือเวลาแห่งสันติที่ทุกความขัดแย้งจะจบลง

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เตือนให้เราตื่นเฝ้ารอรับเสด็จพระองค์ นานเท่าใดไม่ทราบที่มนุษยชาติรอคอบพระผู้ไถ่เสด็จมา แต่เมื่อพระองค์เสด็จมาจริงๆ พวกเขากลับไม่รู้จักพระองค์ และไม่มีเวลาในการต้อนรับพระองค์...

“ไม่มีเวลา” ... พ่อยุ่งมากไม่เห็นหรือ... แม่กำลังทำงานไม่เห็นหรือ... จะไปไหนก็ไป ไป! อย่ามายุ่ง!...

พี่น้องที่รักครับ “ไม่มีเวลา” บางทีในชีวิตเรา เป็นไปได้ไหม ที่เราไม่มีเวลาเลยจริงๆ ไม่มีเวลาที่จะสนใจใครต่อใครที่ผ่านไปผ่านมา ผู้คนมากมายเหลือเกินผ่านบ้านของฉันไป และแม้ที่สุด แม้ฉันจะอดทนต่อคำรบเร้าไม่ได้ ต่อความเห็นอกเห็นใจสุดๆ ในหัวใจฉัน ที่สุดก็เพียงรางหญ้าให้สองสามีภรรยานั้นได้คลอดบุตร นั่นก็ดีที่สุดแล้ว เพราะผู้คนมากมายขนาดนี้ ฉันไม่มีเวลาจะเตรียมที่ทางให้หรอก

“ไม่มีเวลา” พี่น้องที่รักครับ สุดท้ายคำนี้ทำให้เราต้องเสียดาย เพราะเวลาได้ผ่านไป และเราไม่อาจหันกลับไปทำอะไรใหม่ได้ เมื่อเวลานั้นผ่านไปแล้ว... ฉันว่าจะ... ฉันคิดว่า... ... ... พี่น้องที่รัก เวลาในชีวิตจริงของกันและกันวันนี้ เวลาที่เรายุ่งกับเรื่องราวมากมาย จนเราอาจจะไม่มีเวลาให้กับคนรอบข้าง หรือไม่มีแม้เวลาที่จะให้กับตนเอง... ที่สุดเงินทองที่หมั่นสะสมเอาไว้ก็เอาไปเทไว้ที่โรงพยาบาลสิ้น ลูกที่เฝ้ารักและห่วงแหนวันนี้ พวกเขาอยู่ที่ใด... ฉัน... วันนี้ ฉันไม่มีเวลาที่จะสนใจกันและกันเลย

พี่น้องที่รักครับ ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยใช่ไหม... วันนี้ฉันให้เวลากับพระเจ้าบ้างไหม... บ้านหนึ่งบอกผมว่า คุณพ่ออย่าเพิ่งไปที่บ้านฉันเลย ฉันยังไม่ตาย... วันนี้คุณพ่อมาเยี่ยม ฉันคงถูกหวยอ่ะ... ไม่อยากได้หรอกเบอร์โทรวัดอ่ะ เพราะเมื่อต้องโทรไปที่วัด นั่นคือเวลานั้นแล้ว.. เอาเถอะ พี่น้องบางคนบอกผมอย่างนั้น ก็แล้วพี่น้องจะมาวัด มาหาพระเจ้าเมื่อเวลาสุดท้ายหรือ วัดอ่ะ ไม่ต้องไปเมื่อถึงเวลาที่คนหามเราไปหรอกนะครับ วันที่เราเดินไปเองได้ เราให้เวลาบ้างหรือไม่... เบอร์โทรของวัด ไม่ได้สำคัญเมื่อเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง โทรไปทักทายพ่อเจ้าวัดบ้างก็ไม่ผิดกฎหมายหรอก โทรไปถามข้อข้องใจทางคำสอนบ้าง ตำรวจก็คงไม่จับหรอกใช่ไหม... หรือฉันไม่มีเวลาอีก ไม่มีเวลาจะสนใจเรื่องเหล่านี้... แล้วเมื่อไรล่ะ ฉันจะว่างเพื่อเปิดประตูต้อนรับพระองค์เล่า

พี่น้องที่รัก วันนี้เรายุ่งอยู่กับเรื่องราวมากมายใช่ไหม มีโอกาสดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า มีโอกาสและให้เวลากับวิญญาณของเรามากน้อยเพียงใด หรือฉันยังยุ่งอยู่ตลอดเวลา ใกล้คริสตมาสแล้ว ใกล้จบอีกหนึ่งปีแล้ว ตาแลนต์ พระพรของพระเจ้าในชีวิตของเราเกิดผลมากน้อยเพียงใด เราจะเอาอะไรไปถวายพระองค์ในวันที่พระองค์เสด็จมา เรามีเวลาให้พระองค์บ้างไหมในชีวิต... พี่น้องครับ พระองค์ผู้ประทับอยู่ในชีวิตของกันและกัน พระองค์ผู้เสด็จเข้ามาหาเราทุกวัน สามี ภรรยา ลูกๆ ของฉัน ฉันมีเวลาให้เขามาน้อยเพียงใด ฉันพร้อมที่จะเปิดหัวใจต้อนรับกันและกันมากน้อยเพียงใด พี่น้องที่รัก อย่ายุ่งมากเกินไป จนลืมเงยหน้ามองดูคนที่อยู่ข้างหน้าเรา คนที่อยู่ข้างๆ เราเลยนะครับ นั่นแหละ หลายครั้งที่เราอาจจะต้องเสียใจ กับการไม่พร้อมที่จะให้เวลาแก่กันและกัน เพราะยุ่งกับเรื่องสารพัด และที่สุด เราอาจจะต้องเสียใจ ที่บางที เราก็อาจจะไม่มีเวลาเลยสำหรับตนเอง

ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เตรียมจิตใจเราในโอกาสเตรียมฉลองวันพระคริสตสมภพ และเพื่อเตรียมต้อนรับการเสด็จมาของพระองค์ครั้งที่สอง จะทำให้เราได้มีเวลาบ้าง อย่างน้อย มีที่บ้างในหัวใจเพื่อให้พระองค์ประทับ มีที่บ้างในใจเรา เพื่อแบ่งปันเพื่อกันและกัน เพื่อเราจะไม่ทำงานโดยเปล่าประโยชน์ในชีวิต เพื่อจะมีทุกสิ่ง แต่ปล่อยองค์ความรอดพ้นไว้ที่รางหญ้าหนาวเหน็บ เพียงเพราะไม่มีเวลา เพียงเพราะกำลังวุ่นวายกับสารพัดเรื่องราว...

ข้าแต่พระเจ้า ปีใหม่นี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าชีวิตจะเป็นเช่นใด ขอพระองค์ประทับอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้กับลูก และอย่าให้ลูกต้องพรากจากพระองค์เลย...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข
(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

(Line Id: poweroftheword)

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 17 อาทิตย์ที่ 1 เทสศกาลรับเสด็จฯ
บทอ่าน อสย 65:16ข-17,19ข: 64:2-7 / 1คร 1:3-9 / มก 13:33-37
ในบทอ่านวันนี้ประกาศกอิสยาห์ได้ย้ำว่า “พระเป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา” ดังนั้นท่านจึงเล่าว่า พวกเราได้ทำบาป แล้วก็ได้กลายเป็นเหมือนผ้าสกปรก พวกเราได้ใช้สิทธิพิเศษของตัวเองในทางที่ผิด พวกเราได้กลายเป็นเหมือนกับลูกๆที่ถูกตามใจจนเคยตัว “ของบิดาที่ร่ำรวยที่สุด” ดังนั้นอิสยาห์ได้ยอมรับความจริง ที่สอดคล้องกับเรื่องของลูกล้างผลาญ ที่ยอมรับด้วยความสุภาพว่าตัวเอง ได้ทำผิดไป (มก 10:59) และไม่เหมาะสมจะเป็นลูกอีกต่อไป ขอเป็นแค่คนใช้ของบิดาแค่นั้น
นักบุญมาร์โกได้เขียนพระวรสาร เพื่อให้กำลังใจบรรดาคริสตชน ที่ต้องทนรับการเบียดเบียน เพื่อยืนยันความเชื่อของตน ท่านได้ใช้ภาษาวิวรณ์ ที่นิยมใช้ในเวลาที่มีวิกฤติ ที่เลียนแบบพระคัมภีร์ของภาษาฮีบรู ที่ชี้ให้เห็นเวลาที่มีความสับสนวุ่นวาย และความทนทุกข์ทรมาน ก่อนที่ “วันของพระเป็นเจ้า”จะมาถึง ท่านไม่ต้องการที่จะให้พวกเขาหวาดกลัว แต่ต้องการในมีความหวัง ในชัยชนะของพระเป็นเจ้า เหนือกำลังต่างๆ แม้จะไม่มีใครรู้เวลาที่แน่นอน ถึงการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าจึงได้เปรียบเทียบบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ เหมือนกับคนใช้ที่ต้องตื่นเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อคอยการกลับมาบ้านของนาย นักบุญมาร์โกได้ใช้กริยา “จงตื่นเฝ้าเถิด”ซึ่งมีความหมายว่า “เป็นคำสั่ง”ที่คนใช้ต้องทำ ไม่ใช่เป็นแค่คำขอร้องเท่านั้น และ”เป็นคำสั่ง”ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแล้วหยุด 
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 1 เทศกาลรับเสด็จฯ มีคนได้อธิบายว่า เทศกาลนี้เป็นเทศกาลของ “การรอคอย” ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ได้มีการใช้ภาษาวิวรณ์ เพื่อเตือนใจชาวยิวและคริสตชน ที่ต้องเผชิญกับการเบียดเบียน ก่อนการเสด็จมาของพระคริสตเจ้า และมีความเข้าใจว่า ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ จะสามารถประสบกับชัยชนะ โดยพระผู้เป็นเจ้าแต่ผู้เดียว และพระองค์จะทรงจัดการทุกสิ่งให้ถูกต้อง...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกใช้เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เพื่อเตรียมจิตใจของลูก ให้พร้อมที่จะรับเสด็จพระองค์...กิจการต่างของลูก ช่วยสร้างพระราชัยแห่งสันติสภขและยุติธรรมหรือไม่?

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view