สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2017  สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

💧ชีวิตมาจากพระเจ้า
ดำรงอยู่เพื่อพระองค์
และกลับคืนสู่พระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2017 
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ
https://youtu.be/cPzX1HakTPw

🍁In His Time
https://youtu.be/rDd439TwQlY

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2017 
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ
อ่าน
อสย 11:1-10
ลก 10:21-24

พระเยซูเจ้าทรงตระหนักว่า ..
หลายคนที่มีสติปัญญา ความรู้ ความสามารถดี
แต่ไม่สามารถมองเห็น หรือเข้าใจ 
ในพระประสงค์พระเจ้า นั่นก็เพราะพวกเขา
ไม่ได้เปิดใจ ให้จิตของพระเจ้านำทาง

ประกาศกอิสยาห์ บรรยายลักษณะของคน
ที่มีจิตของพระเจ้า คือ เขาไม่ตัดสิน ตามที่ตาเห็น
หรือ หูได้ยิน แต่จะตัดสินด้วยความยุติธรรม 
มีความยำเกรงพระเจ้า

หมายเหตุ..
เมื่อลองเปิดใจ..
ให้กับใคร หรืออะไรก็ตาม..
คุณอาจจะได้รับบางสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย” (ลก 10:21-24)

เฝ้ารอพระผู้ไถ่มายาวนาน
แต่เมื่อพระองค์เสด็จมากลับไม่รู้จักพระองค์

เพราะพระเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่โลกคิด
แต่พระองค์ทรงเป็นอยู่เหนือความเข้าใจของเราเสมอ
และเมื่อเผชิญหน้าและมีประสบการณ์กับพระองค์
ฉันกลับไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยในพระองค์เลย

ยาวนานทีเดียว กว่าจะเรียนรู้
ยาวนานเหลือเกิน กว่าจะเข้าใจ
แต่หากได้เข้าใจ ได้เห็น ก็เป็นบุญเหลือเกิน...

- - - - - - - - -

วันนี้วันที่ 5 ธันวาคม ตั้งแต่เกิดมาและจำความได้ วันนี้เป็นวันพ่อ แต่สองปีแล้วที่เราไม่ได้ฉลองวันพ่ออย่างเต็มที่จากรากเหง้าของวันนี้คือวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา แต่สิ่งที่ยังพอเหลืออยู่ ก็เห็นจะเป็นความเป็นวันพ่อที่เรายังคงคิดถึงพ่อของเราอยู่

บทอ่านที่หนึ่ง จากหนังสือประกาศกอิสยาห์วันนี้ นำให้เรากลับไปคิดถึงต้นตอของบรรพบุรุษของพระเยซูเจ้า เทียบดังตอไม้ที่น่าจะตายไปแล้วในธรรมชาติของตนเอง แต่ทว่า เมื่อยังมีพระเจ้าอยู่ที่นั่น บัดนี้ความหวังใหม่ได้งอกขึ้นจากตอของเจสซี... กว่าสองปีที่ผมลงทำงานอภิบาลโดยมีพระเมตตาของพระเจ้าเป็นฐานของชีวิตผู้อภิบาล คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่วันนี้ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมคาทอลิกเพื่อส่งเสริมความศรัทธาต่อพระเมตตาของผม มีบางคนเป็นวินเซนเดอปอลอยู่ด้วย อีกบางคนก็เป็นพลมารี และอีกบางองค์กรที่รวมอยู่ในความศรัทธาและความเชื่อของพวกเราบนพื้นฐานของการเป็นคริสตชน นำให้ชีวิตของผมกลับสู่รากเหง้าอีกครั้ง กับชีวิตที่คลุกคลีกับคนยากจน และผมพบความเชื่อที่มั่นคง เข็มแข็งในบรรดาพี่น้องที่ยากจน... วันนี้ วันที่เป็นวันพ่อ จึงทำให้ผมคิดถึงพ่อของผมตั้งแต่เช้าเลย ผมไม่ทราบ เลือดของสมาคมนักบุญวินเซนเดอปอล ไหลวนมาสู่ชีวิตของผมอย่างไร คงเป็นได้ไหม ที่เพราะผมตามพ่อไปทุกที่ที่พ่อไปทำงาน เสื้อนักเรียนที่ผมสวมตั้งแต่ ป.4 จนเข้าบ้านเณรก็เอาไปใช้ต่อ ตั้งแต่หลวมๆ ตัวใหญ่ ใส่ไปใส่มาก็ผิดระเบียบ และต้องซื้อใหม่ในที่สุด แต่เป็นเสื้อที่ผมมีเพียงสองตัวครับ อยู่บ้านเณรไม่เคยส่งซักเลย จนวันนี้กลับไปที่บ้านเณร แม่บ้านที่เคยอยู่บ้านเณรกับผมเวลานั้นก็ยังอยู่ เมื่อเจ้มาเก็บเสื้อพระสงฆ์เพื่อนำไปซัก ก็ไม่เคยได้ซักเสื้อของผมอีกนั่นแหละ เจ้เลยแซวว่า ตั้งแต่เป็นเณรไม่เคยส่งผ้าซักเลยนะ... พี่น้องครับ เวลานั้น ผมไม่เคยรับรู้ความรู้สึกยินดีแบบที่ควรจะรู้สึกเลย แต่มาวันนี้ เมื่อใกล้เปิดเรียน ผมก็มองหาถุงเท้า เสื้อผ้านักเรียน อุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อลูกๆ ของผม เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง ผมก็เริ่มคิดถึงเสื้อกันหนาวสำหรับบรรดาคนยากจน ทั้งที่ผมไม่เคยหนาวที่ประเทศไทยเลย เกิดมาเป็นคนร้อนง่ายตั้งแต่เด็กครับ... เมื่อหน้าฝน ขับรถไปไหน ติดเสื้อกันฝนไว้ที่รถสักครึ่งไหลกระมังครับ เผื่อจะมีโอกาสจอดรถ และส่งให้น้องๆ ที่กำลังตากฝนอยู่... เหล่านี้คงเป็นความคิดแปลกๆ ที่ทุกปลายปีน้องสาวทรมานจะแวะมาเยี่ยมเยียนผมเสมอมา แต่ผมกลับรู้สึกรักเธอดังน้องสาวตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ และปีนี้เธอก็มาเยี่ยมผมอีก และผมก็ต้อนรับเธอในความรู้สึกของการร่วมใช้โทษบาป ณ ปลายปี... เอ ความคิดเหล่านี้ เป็นความคิดโง่ๆ หรือเปล่า บางคนทักผม ทำไมคิดแช่นนั้น... ผมก็ย้อนกลับไปคิดถึงพ่อของผมอ่ะครับ ผมรู้แล้ว ทำไมวันนี้ ผมไม่คิดอะไรเผื่อตนเองมากนัก ทำไมผมมีความสุขกับคนยากจน ทำไมผมขับรถไปเยี่ยมเยียนพวกเขาได้เสมอๆ สิ่งที่ผมเอาไปฝากพวกเขา เต็มรถ เวลากลับดูเหมือนก็เต็มรถกลับมาเหมือนเดิมด้วยของใหม่ ที่เหมือนเอาไปแลกกันเลย แต่เราก็มีความสุขในการไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันและกัน... จะไม่ให้ผมคิดถึงพ่อได้ยังไง พ่อของผมครับ ที่เมื่อผมยังเด็กๆ เราไปไหนไปกัน ไปบ้านไหน ก็มีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากทุกบ้าน จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมไม่รู้เลยว่า นี่คือการถ่ายทอดความเป็นคริสตัง ความเป็นคริสตชนที่แสนรักและเมตตา ที่พระเจ้าได้หล่อหลอมผมทีละเล็กทีละน้อย... กลับไปที่คำถามที่ผมถูกถามมาตลอด... ผมไง่หรือเปล่า... และเดี๋ยวเวลาต้องรักษาตัว ต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วจะมีเงินจากไหนมาดูแลตนเอง... ครับ แม้ผมจะนิ่งเงียบเวลานั้น และตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่ผมมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ ณ วันนี้ครับ เพราะผมไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องคิดถึงพรุ่งนี้มากนัก เมื่อผมไม่เคยมั่นใจเลยว่า ผมจะมีวันพรุ่งนี้ และวันวานที่ผ่านไป ก็สอนผมให้วางใจว่าวันนี้คือวันแห่งพระเมตตาของพระเจ้าครับ

“ทรงเปิดเผยให้บรรดาผู้ต่ำต้อย” พระเจ้าทรงพอพระทัยเช่นนั้น... เพราะไม่มีใครรู้จักพระบิดาเว้นแต่พระบุตร ... ใช่ครับ ใช่จริงๆ ประสบการณ์กับพระเจ้าสอนเราอย่างมาก ใครจะรู้จักพระเจ้าได้ หากไม่เคยมีประสบการณ์กับพระองค์... สิ่งที่ถ่ายทอดออกไป มักเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อเสมอ คืนวันเสาร์ที่แล้ว ระหว่างการเข้าเงียบสั้นๆ ของกลุ่มพระเมตตาที่วัดของผม หลังมิสซาค่ำจนดึกแล้ว หลายคนได้แบ่งปันประสบการณ์ของตนกับพระเมตตาของพระเจ้า ที่ผมต้องยอมรับว่า นั่นเป็นประสบการณ์กับพระเจ้าที่แต่ละคนมี และประสบการณ์กับพระเจ้านั้น ทำให้บุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงจริงๆ ครับ และไม่อาจเก็บไว้กับตนเองได้ ต้องแบ่งปันครับ ชีวิตของผู้ที่มีประสบการณ์กับพระเจ้านั้น หลายครั้งเป็นสิ่งที่เติบโตแบบไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัว หลายครั้งมันก็เปลี่ยนไปเป็นอัศจรรย์ของชีวิตที่ไม่อาจสาธยายได้หมด

จากตอแห่งความเชื่อ ตอไม้ที่กำลังจะตายแล้ว แต่หากเพียงพระเจ้าทรงประทับอยู่ หากน้ำพระทัยของพระองค์อยู่ที่นั่น มันงอกขึ้นใหม่ได้เสมอ และนี่คือปรีชาญาณของพระเจ้า นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้บรรดาผู้ต่ำต้อยได้ทราบ เมื่อพระเจ้าองค์แห่งปรีชาญาณบังเกิดในความยากจน ณ ที่ที่ไม่เคยมีใครหวังว่าจะเป็นที่ให้กำเนิดองค์ความรอดพ้น...

อะไรคือปรีชาญาณนั้น ที่ทุกคนอยากเห็น อยากได้ยิน ที่ทำให้หูหรือนัยน์ตาของเรามีความสุข... ยากจริงๆ ในโลกที่กำลังมองหาสิ่งที่เขาคิดว่าฉลาดที่สุดแล้ว และมองสิ่งที่พระเจ้าทรงซ่อนไว้เป็นความโง่เขลา... มัวแต่ซื่อสัตย์ เดี๋ยวมึงอดตาย... มัวแต่เมตตา เขาล่ะจะทำร้ายมึง... มัวแต่แบ่งปัน และมึงจะเอาอะไรกิน... นี่คือสิ่งที่โลกวันนี้สอนมิใช่หรือ... บางคนบอก ฉันไม่มาวัด แต่ฉันสวดที่บ้านอ่ะ แม้ฉันจะยุ่งๆ กับงาน แต่ฉันก็คิดถึงพระนะ... ก็เอาเถอะ... เราไม่อาจพิพากษากันและกัน แต่คงต้องบอกว่า เอาที่สบายใจแล้วกันครับ... และสุดท้าย ก็เช็คดูซิ สบายใจจริงหรือเปล่า... ดูเหมือนมีความสุขจังเลย จริงๆ แล้ว มีความสุขสักนิดไหม... ก็เอาที่สบายใจแล้วกันครับ...

บรรพบรุษคริสตชนครับ วันนี้ ผมอยากขอบคุณพวกท่าน แม้ท่านจะเป็นตอไม้ที่เหมือนจะตายไปแล้ว แต่พวกเราคืดกิ่งก้านที่งอกงามขึ้นใหม่เพราะความเชื่อของท่านครับ เราอยากขอบคุณ วันนี้ เรารู้ครับว่า พระเจ้าทรงเปิดเผยปรีชาญาณแก่เรา บนวิถีชีวิตที่โลกไม่เข้าใจ ขอบคุณมากๆ นะครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 17 สัปดาห์ที่ 1เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 11:1-10 / ลก 10:21-24
“เป็นบุญของสายตาที่ได้เห็น ในสิ่งที่ท่านได้เห็น ” (ลก 10:23) พระเยซูเจ้าได้ทรงส่งสานุศิษย์ของพระองค์จำนวน 72 คนให้ออกไปประกาศพระวรสาร และรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย เมื่อพวกเขาได้กลับมาจากการทำพันธกิจ ก็รู้สึกยินดีที่ได้ยินว่าอำนาจของพระเป็นเจ้านั้นได้ทำงานในพวกเขา โดยใช้การประกาศพระราชัยของพระเป็นเจ้า พวกเขาได้เป็นประจักษ์พยานถึงการล่มสลายของอาณาจักรของซาตาน เราจะเห็นความสัมพันธ์ของพระตรีเอกภาพในข้อความต่อไปนี้ พระเยซูเจ้ารู้สึกยินดีในพระจิตเจ้า และได้สรรเสริญพระบิดาเจ้า พระเยซูเจ้าได้โมทนาคุณพระบิดาเจ้า สำหรับการเปิดเผยรหัสธรรมของพระราชัย กับบรรดาสานุศิษย์ซึ่งได้ติดตามพระองค์เหมือกับเด็กเล็กๆ ผู้ที่มีสติปัญญาและปรีชาญาณ ไม่เข้าใจเรื่องต่างๆเหล่านี้ เกี่ยวกับเมืองสวรรค์ พระบิดาเจ้าได้มอบความรู้นี้แก่พระบุตร และพระองค์ได้เปิดเผยให้แก่ที่พระองค์ได้ทรงเลือก พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ถึงสิทธิพิเศษ ในการเป็นประจักษ์พยานถึงสิ่งเหล่านี้ ที่บรรดาประกาศกและกษัตริย์ ได้พยายามที่จะมองหา
ชาวโลกจะให้คุณค่าและยอมรับคนที่มีทรัพย์สมบัติ อำนาจ การศึกษาสูง และคนที่มีคนนิยมชมชอบ แต่บุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว กลับเป็นบุคคล ที่ลำบากในการรับฟังพระวาจา และคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า ในทางตรงกันข้าม คนยากจนและคนไร้การศึกษา กลับเป็นบุคคลที่ติดตาม และรับฟังพระวาจาของพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงได้ชมสรรเสริญพวกเขา และให้พวกเขารู้ว่า พวกเขาเป็นบุคคลที่มีบุญ ที่ได้เห็นและได้ยิน ทุกสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ไขแสดง...ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระเยซูเจ้านี้ เราจะแบ่งปันพระวรสารกับใครบ้าง?...คนโง่จะพูดอยู่สองอย่าง ไม่มีเวลากับทำไม่ได้ นี่คือมาตรฐานเลย แล้วเอาไปพูดกับทุกเรื่องของชีวิต ส่วนที่โง่กว่านั้นจะพูดว่า เป็นไปไม่ได้ ผมไม่เชื่อหรอก สรุปแล้วก็เลยไม่ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ได้ลองทำอะไรที่มันอยู่นอกกรอบออกมา…บ่อยครั้งเราชอบใส่อารมณ์กับคนใกล้ตัวเพราะคิดว่าสนิทกัน ที่ถูกคือยิ่งคนใกล้ชิดยิ่งต้องดูแลความรู้สึกเขาให้มาก ไม่อย่างนั้นเราจะไม่เหลือใคร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view