สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2017 ระลึกนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช

วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2017  ระลึกนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช


🌷จงวางใจในความรักของพระองค์
จงวางใจในความยิ่งใหญ่ของพระองค์
จงวางใจในเวลาของพระองค์...
เพราะพระองค์จะไม่ทรงละท่านไว้ในความทุกข์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 6 ธันวาคม 2017 
ระลึกนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช
https://youtu.be/kHs3p82GmwI

🍓 I'D RATHER HAVE JESUS
https://youtu.be/Fs67lDpjxsM

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2017 
ระลึกนักบุญนิโคลัส พระสังฆราช
อ่าน
อสย 25:6-10ก
มธ 15:29-37

เมื่อพบเห็น ผู้คนที่หิวโหย เจ็บป่วย สิ้นหวัง
ความใจดี มีเมตตาของพระเยซูเจ้า แสดงออก
ในการยื่นมือ ช่วยเหลือ และเอาใจใส่ 
ในความจำเป็น ของบุคคลรอบข้าง

ประกาศกอิสยาห์ ป่าวประกาศ ความใจดี
มีเมตตาของพระเจ้า ด้วยภาพของการจัดเตรียม
งานเลี้ยงฉลอง ที่เต็มไปด้วยของดี พระเจ้าองค์นี้
เป็นพระเจ้าแห่งการปลอบประโลม บรรเทาใจ

เรื่องเล่า เรื่องราวความรัก ใจดี มีเมตตา
ที่ท่าน นักบุญนิโคลัส มีต่อคนยากจน 
ด้วยการให้..โดยไม่เปิดเผย
ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ทำให้ท่านกลับกลาย
เป็นตำนาน อันน่าประทับใจ 
เป็นแบบอย่างสำหรับผู้ให้อย่างแท้จริง 

หมายเหตุ..
โลกแจ่มใส สำหรับคนใจกว้าง
แต่โลกมักอ้างว้าง สำหรับคนใจแคบ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เราสงสารประชาชน...” (มธ 15:29-37)

เราสงสารประชาชน...
เขาอยู่กับเรามาสามวันแล้ว...
เวลานี้ไม่มีอะไรกิน...
เราไม่อยากให้เขากลับบ้านโดยไม่ได้กินอะไร
เขาจะหมดแรงขณะเดินทาง

ในที่เปลี่ยวเช่นนี้
เราจะหาอาหารจากที่ไหนให้ประชาชนเหล่านี้กินจนอิ่มได้

ท่านมีขนมปังกี่ก้อน...
ทรงหยิบ... ตรัสขอบคุณพระเจ้า
ทุกคนกินจนอิ่ม และยังเก็บเศษที่เหลือได้อีกเจ็ดตะกร้า...

เพราะเพียงมีพระองค์เท่านั้น และสำหรับคนที่มีพระองค์อยู่ในใจ
สิ่งที่เรามีเพียงน้อยนิด ไม่มีคำว่าไม่พอที่จะแบ่งปัน...

- - - - - - - - -

พี่น้องที่รัก ผมเก็บบางประโยคออกมาจากพระวรสารวันนี้ เป็นการสนทนาการที่น่ารักๆ ของพระเยซูเจ้ากับบรรดาศิษย์ที่ติดตามพระองค์ และก็มีประชาชนมากมายติดตามพระองค์ด้วย พลันทำให้ใจผมคิดถึงสัตบุรุษและพี่น้องของผม โดยเฉพาะสัตบุรุษที่ยากจนและอยู่ห่างไกล แต่พวกเขาก็เดินตามพระองค์ในความเชื่อด้วยเช่นเดียวกัน... “เราไม่อยากให้เขากลับบ้านโดยไม่ได้กินอะไร เขาจะหมดแรงขณะเดินทาง” ความรู้สึกอันงดงามของพระองค์อยู่ที่พระวาจาตอนนี้ “เราสงสารประชาชน”

พี่น้องที่รักครับ เราเดินตามพระเยซูเจ้ามาด้วยกัน เราเคยรู้สึกสงสารกันและกันบ้างไหม เราเคยหันไปมองกันและกันบ้างไหม ชีวิตของการเป็นศิษย์พระเยซู เราซึมซับอะไรจากพระองค์บ้าง... ไม่มีใครต้องกลับไปในความหิวโหยมิใช่หรือ... เพราะชีวิตที่เดินตามพระเยซูเจ้าในฐานะคริสตชนนั้น หลายครั้งทีเดียวที่พี่น้องบอกผมว่า มันเป็นชีวิตในที่กันดารจริงๆ นะคุณพ่อ... ใช่ครับ มันเป็นเช่นนั้น ผมเองที่เป็นพระสงฆ์ เป็นพ่อเจ้าวัด ก็อยากจะบอกว่า กระแสเรียกของเราที่เป็นคริสตชน เราเดินตามพระองค์ในที่กันดารจริงๆ ครับ และเราไม่รู้ว่าเราเดินมาบนหนทางสายนี้เราจะมีอะไรที่จะทำให้เราร่ำรวยขึ้นบ้าง รุ่งเรืองขึ้นบ้าง หรือมีชีวิตที่สะดวกสบายกว่าคนอื่นๆ บ้าง ชีวิตของคริสตังล้วนมีอุปสรรคให้ต้องเผชิญทั้งนั้น ทุกคน ไม่เว้นใครเลย... ใช่เลยครับ ใช่แล้ว จริงๆ เราเดินตามพระเยซูเจ้า เราเดินในที่กันดาร แต่สิ่งที่น่าอบอุ่นใจ ที่ไม่ทราบ เรารู้สึกได้บ้างหรือไม่... นั่นคือ เราเดินพร้อมกับพระองค์...

พระวาจาของพระเจ้าทั้งหมดวันนี้ คือภาพของพระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยงแสนดี ที่ทรงจัดลานเลี้ยงไว้สำหรับประชากรของพระองค์ ในพระองค์เราเชื่อไหม ว่าเราจะไม่ต้องอับอาย พระองค์จะทรงนำผ้าคลุมหน้าของเราออก นั่นคือเราไม่ต้องอายอีกต่อไป ต่อหน้าศัตรู เพลงสดุดีที่ 23 นั้นแสนอบอุ่น และเป็นคำตอบให้เราจริงๆ เดินตามชายคนนั้นเข้าไปในที่กันดารแล้วได้อะไร เดี๋ยวก็อดตายพอดี... แต่ทุกอย่างกลับมากล้นและเพียงพอ มากมายจนล้นปรี่...

นี่มันคือจินตนาการอะไรของเราคริสตังหรือเปล่า... พี่น้องคนหนึ่งบอกผมว่า อ่านบทไตร่ตรองของผมแล้วก็เข้าใจนะ แต่ชีวิตจริง เมื่อต้องยิ้มรับความยากลำบาก ยิ้มรับกางเขน มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆ เลย” นั่นนะซิ... ผมอยากบอกพี่น้องว่า ใช่อีกนั่นแหละครับ มันไม่ง่ายเลย ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นครับ เคยหมดแรง หมดพลังเหมือนกันครับ พี่น้องอย่าคิดว่าพระสงฆ์อย่างผมเป็นเทวดานะครับ เปล่าเลย ผมไม่ต่างอะไรกับพี่น้องเลยครับ บางวัน หมดแรง หมดพลังที่จะเดินต่อ และนี่คือชีวิตในที่เปลี่ยวจริงๆ แต่... แต่ ครับ ผมใช้คำว่า แต่... ที่สุด พระเจ้าทรงเติมพลังผมอย่างเพียงพอทุกครั้ง เพื่อเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะหมดแรงหมดพลังสักเพียงใด เพียงเพราะเรามั่นใจว่า เรากำลังเดินตามใคร แม้ไม่เข้าใจ แต่ผมก็ฝากความวางใจไว้ในพระองค์

และมันคงไม่ง่ายเลย... พี่น้องสัตบุรุษคงบอกว่า คุณพ่อคงไม่เข้าใจชีวิตของฆราวาสหรอก... ก็คงไม่กล้าบอกว่าเข้าใจทั้งหมดครับ แต่สิ่งที่มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งก็คือ พระเจ้าทรงยุติธรรมครับ ไม่มีใครมีอุปสรรคมากกว่าใครหรอกครับ... ในความไม่เข้าใจ ในความแตกต่างๆ สิ่งที่น่าไตร่ตรองที่สุดคือ ... เราสนใจความรู้สึกของกันและกันมากน้อยเพียงใด ... พี่น้องที่รัก พ่อแม่ อาจจะบอกว่า ลูกไม่เข้าใจพ่อแม่ ลูกก็อาจจะบอกว่า พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก เพราะมันคือความรู้สึกที่แตกต่างกันจริงๆ แต่เวลานี้ วันนี้ วันที่เราอยู่ด้วยกัน เดินมาบนทางสายเดียวกัน เราสนใจความรู้สึกของกันและกันมากน้อยเพียงใด... เราสงสารกันและกันบ้างไหม... และเรามีอะไรบ้างล่ะในยามยากนี้ ที่เราจะเอาออกมาและแบ่งปันกันและกันได้

พี่น้องที่รัก เดินทางมาพร้อมกับพระเยซูเจ้า ไม่ต้องกลัวครับ สิ่งที่เรามีแม้เพียงน้อยนิด เรากล้าที่จะนำออกมาถวายพระเยซูเจ้าไหม เพื่อให้พระองค์เปลี่ยนเป็นสิ่งที่พอเพียงกับคนมากมาย และยังเหลืออีกมากมาย จนเอาไปฝากคนที่บ้านได้อีกกระมังครับ... พี่น้องครับ ผมหลับตาลงในการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าเช้านี้ นึกถึงพระเนตร พระพักตร์ของพระเยซู เมื่อพระองค์ทรงตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เราสงสารประชาชน” ผมจะตอบพระองค์อย่างไรล่ะ เพราะแค่นี้ก็อบอุ่นพอแล้ว

“เราสงสารประชาชน”... เมื่อพระเจ้าทรงตรัสดังนี้ เหมือนเตือนใจเราทุกคนจริงๆ เราเคยรู้สึกสงสารกันและกันบ้างไหม เราเคยเข้าใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากของกันและกันมากน้อยเพียงใด และในที่เปลี่ยวแบบนี้ เราจะทำอย่างไร เมื่อพระเจ้าทรงตรัสกับเรา... “เราสงสาร..........” พี่น้องลองเอาชื่อของลูก สามี หรือ ภรรยา ใส่ลงไปในช่องว่างนั้น... ผมเองเอาชื่อของสัตบุรุษของผมใส่ลงไปในที่ตรงนั้น... “เราสงสาร........” หากพระเยซูเจ้าทรงหันพระพักตร์มาหาเราวันนี้แม้เราทุกคนจะอยู่ในที่เปลี่ยวไม่ต่างกัน... แต่หากพระองค์ทรงหันพระพักตร์มาหาเราและตรัสดังนี้ .... “คุณพ่อ เราสงสารสัตบุรุษคนนั้นนะ......” แล้วเราจะว่าอย่างไร ... เราคงมีการบ้านให้ต้องทำกันล่ะครับวันนี้...

ครับ ในช่วงเวลาแห่งการรอคอย ท่ามกลางความยากลำบากแห่งชีวิตนี้ อย่าลืมสนใจความรู้สึกของกันและกันบ้างนะครับ และเท่านี้ จะที่เปลี่ยวอย่างไรก็เถอะ ทุกอย่างก็เกินพอสำหรับเราที่จะเดินไปด้วยกัน

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข
(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

(Line Id: poweroftheword)

วันพุธที่ 6 ธันวาคม 17 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อสย 25:6-10ก / มธ 15:29-37
“เรารู้สึกสงสารประชาชนเหล่านี้ ”(มธ 15:32) พระเยซูเจ้าได้เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่อสอนประชาชน เช่นเดียวกับที่โมเสสได้เคยกระทำ เพราะพระองค์เป็นเหมือนอาจารย์ที่มีใจเมตตากรุณา ที่สนใจในความต้องการของประชาชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พระองค์ได้มีความสงสารประชาชน ที่ได้ติดตามพระองค์มาเป็นเวลา 3 วัน และไม่มีอาหารรับประทาน บรรดาสานุศิษย์ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ที่จัดเลี้ยงดูมหาชนที่มีจำนวนมากมายเช่นนี้ พระเยซูเจ้าจึงได้นำสิ่งที่บรราดาสานุศิษย์มามอบให้ คือขนมปัง 7 ก้อนและปลา 2 3 ตัว โมทนาคุณพระเป็นเจ้า ได้บิขนมปัง และได้แจกจ่ายให้แก่บรรดาสานุศิษย์ นำไประงับความหิวของประชาชน การทวีขนมปังเลี้ยงดูคนต่างชาติ คล้ายกับการทวีขนมปังเลี้ยงชาวยิว (มธ 14:13-21) เศษอาหารที่เหลือเจ็ดตะกร้า หมายถึงความเอาใจใส่ที่ครบครัน ที่พระเป็นเจ้ามีต่อประชาชนทุกคน ทั้งชาวยิวและคนต่างชาติ กริยาท่าทางของพระเยซูเจ้าในการทวีขนมปังครั้งนี้ สอดคล้องกับการถวายบูชามิสซาในปัจจุบันนี้ ที่พระสงฆ์ได้หยิบปัง ได้โมทนาคุณพระเป็นเจ้า หักปัง และได้แจกให้สัตบุรุษ ในสมัยแรกเรียกพิธีนี้ว่า “พิธีการบิขนมปัง” ที่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พิธีบูชาขอบพระคุณ”( กจ 2:42)...ให้ทดลองถามตัวเองว่า ในระหว่างเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้านี้ ท่านจะสามารถเลี้ยงดูคนหิวโหยได้อย่างไร?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกขอโมทนาคุณพระองค์ สำหรับศีลมหาสนิท ที่เป็นอาหารฝ่ายจิตของลูก
ในวันนี้พระศาสนจักรยังได้ระลึกถึงนักบุญนิโคลัส พระสังฆราชแห่งไมรา (ในประเทศตุรกีปัจจุบันนี้) ท่านมีจิตใจรักคนยากจน เป็นผู้ป้องกันเด็กๆและคนที่เคยทำผิด ในช่วงระยะเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา ได้มีการเล่าเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับกิจการที่ท่านได้กระทำ ที่ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมจึงมีผู้คนมากมายมีความรักในความศรัทธาในตัวท่าน เช่น เรื่องของหญิงสาวสามคนที่ต้องการแต่งงาน แต่ไม่มีเงินสินสอด เมื่อท่านได้ทราบข่าวก็ได้เดินทางมาในเวลากลางคืน และได้โยนทองคกำ3 ถุง ผ่านทางหน้าต่าง ทำให้หญิงสาวทั้งสามคน มีสินสอดในการแต่งงาน...ชีวิตของท่านจึงเลียนแบบพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view