สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2018

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2018

🍄 โปรดเติมพลังในวันที่ลูกอ่อนแรง
โปรดทอแสงในวันลูกมืดมน

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2018
https://youtu.be/umaH6oLoJqE

🌻 บทภาวนาเช้า
http://youtu.be/xgY2diCZsQc

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2018
อ่าน
1 ยน 3:11-20
ยน 1:43-51

ความรักแท้ ที่ไม่เสแสร้ง แกล้งทำของนาธานาเอล
คิดอย่างไร พูดอย่างนั้น เมื่อท่านได้มีประสบการณ์
ร่วมกับพระเยซูเจ้า ท่านสามารถก้าวผ่าน “อคติ”
ที่ได้ยินจากคนอื่น มาสัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของพระเยซูเจ้า

จดหมายนักบุญยอห์น ย้ำเตือน..ความปรารถนาของพระเจ้า 
คือ ให้เรารักกัน ความรักที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงคำพูด
แต่รักด้วยการกระทำ และความจริง

หมายเหตุ..
สติ ช่วยทำให้ เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องเล็ก
ในขณะที่ อคติ พาเรื่องเล็ก 
ให้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2018
เทศกาลพระคริสตสมภพ

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ก่อนที่ฟิลิปจะเรียกท่าน เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ...” (ยน 1: 43-51)

เมื่อพระองค์ทรงเรียก 
พระองค์ทรงเลือก และเชื้อเชิญเราร่วมงานกับพระองค์
พระองค์ทรงรู้จักเราดีอยู่แล้ว

แม้ฉันจะเป็นเครื่องมือด้อยค่าและไม่สมประกอบ
แต่ในพระหัตถ์นายช่างผู้เชี่ยวชาญ
ฉันก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
เพราะพระองค์ทรงรู้ว่าจะทรงใช้เครื่องมืออันไม่สมประกอบนี้อย่างไร..

- - - - - - - - -

พระเยซูเจ้าเริ่มเรียกบรรดาศิษย์ของพระองค์ และวันนี้ พระองค์รงเรียกฟิลิปเช่นเดียวกับที่ได้เรียกอันดรูว์และเปโตร จากการเรียกนี้ พี่น้องทั้งสองก็ได้พบนาธานาแอล เพื่อนกัน ที่มีบรรยากาศชีวิตเหมือนกัน คือการรอคอยพระแมสซิยาห์...”เราพบผู้ที่โมเสสและบรรดาประกาศกเขียนไว้ในพระคัมภีร์แล้ว ผู้นั้นคือพระเยซู บุตรของโยเซฟ ชาวนาซาแร็ธ” ... นาซาแร็ธเป็นเมืองเล็กๆ นาธานาแอลจึงคิดว่า ไม่น่าเลยที่พระแมสซิยาห์จะมาจากบ้านเมืองเล็กๆ แบบนี้ แต่ทว่า ความคิดของพระเจ้า มักตรงกันข้ามกับความคิดของมนุษย์เสมอ...

“จะมีอะไรดีมากจานาซาเร็ธ...” นาธานาแอลตอบ... และประจักษ์พยานที่สำคัญ อาจจะไม่ใช่ฟิลิป แต่นั่นคือ “Come and See” มาดูซิ มาดูเองเถอะ... และที่สุด นี่คือประโยคที่ออกมาจากปากของนาธานาแอล... “พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราแอล...” นี่หรือคือกระบวนการเรียกของพระเยซูเจ้าต่อนาธานาแอล ความรู้จักของมนุษย์เมื่อเผชิญหน้ากับการรู้จักของพระเจ้าแล้ว เขาไม่เหลืออะไรเลย... จะมีอะไรดีจากนาซาเร็ธกระนั้นหรือ... วันนี้อาจจะต้องถามว่าฉันเป็นใคร เมื่อเผชิญหน้ากับพระเจ้า และความคิดของพระองค์ที่มักเป็นไปตรงกันข้ามและสวนทางกับความคิดของมนุษย์เสมอ...

ผมเล่าให้พี่น้องฟังบ่อยๆ ว่า เมื่อผมออกจากบ้านเณรเล็กของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี้แล้ว ผมไม่เคยคิดอยากเป็นพระสงฆ์อีกเลย แต่ความฝันของผมกลับอยากเป็น “ผู้รับใช้ของพระสงฆ์” ครับ จำได้ว่า จากวันนั้น ผมทำทุกอย่าง เพื่อรับใช้พระสงฆ์จริงๆ ครับ อยากเป็นสิ่งนั้นเพื่อให้พระสงฆ์ทำงานของท่านได้สะดวกขึ้น อะไรที่ผมช่วยได้ผมทำหมดครับ จนวันหนึ่งพระคุณเจ้าเทียนชัย พระสังฆราชของผมสมัยนั้น ท่านก็แซว บอกว่า “เธอนี่ทำทุกอย่างแล้วนะ ยกเว้นทำมิสซา...” ก็คงจะจริง เพราะผมทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อคนที่ผมรัก นั่นก็คือ “พระสงฆ์” ครับ ผมมีศาสนภัณฑ์ทุกอย่างจนวัดใหญ่ๆ หลายวัดยังไม่มีก็คงเป็นได้ ในวันบวช พระสังฆราชบอกว่า “เสียดาย เธอไม่มีไม้เท้าให้พ่อยืม...” นั่นแหละครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อพระสงฆ์จริงๆ ช่วยทุกอย่างที่ช่วยได้ เตรียมพีธีกรรมอย่างดี เตรียมให้แม้กระทั่งบทเทศน์ก็เคยทำครับ เรียกว่า พระสงฆ์ที่มาถวายมิสซาตามคำเชื้อเชิญของผม มาแต่ตัวกับหัวใจจริงๆ ครับ นอกนั้นไม่ต้องเอาอะไรมาเลย แม้เสื้อขาวอัลบาก็มีให้ใช้ครับ มีทุกขนาดด้วย... นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ผมมั่นใจว่าผมรู้จักตนเอง รู้จักความไม่พร้อมของตนเอง ผมรู้ว่า เวลานั้น ผมไม่เหมาะเลยที่จะเป็นพระสงฆ์ จึงเลือกที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจ คือ ตั้งใจจะรับใช้พระสงฆ์ตลอดชีวิตครับ... จนมาถึงวันที่ผมตอบรับกระแสเรียกการบวชเป็นพระสงฆ์อีกครั้ง วันที่ผมคิดหนักว่าผมไม่มีอะไรเหมาะสมเลยสำหรับหน้าที่นี้... ผมคิด คิด คิด มานานหลายปีครับ จากความตั้งใจเป็นภราดาตลอดชีวิต ก้าวเข้าสู่ขั้นสังฆานุกร ที่คิดว่าขอจบตรงนั้น เพราะนักบุญฟรันซิสก็เป็นสังฆานุกร ทุกวันนี้ ผมยังชอบผ้าห้อยคอสะพานเฉียงแบบสังฆานุกรอยู่เลยครับ ชอบทำหน้าที่ของสังฆานุกรมากๆ ผมพอใจตรงนั้นมากกว่าการเป็นพระสงฆ์อีกนะครับ แต่แพ้ครับ ผมแพ้ปรีชาญาณของพระเจ้า... ความรู้จักตนเองของผม กลับกลายเป็นสิ่งที่เทียบไม่ได้เลยเมื่อพระเจ้าทรงรู้จักผม... พระองค์ไม่ได้รู้ว่าผมเก่ง ว่าผมมีความสามารถใด แต่ว่า... พระองค์ทรงรู้ครับ ว่าผมไร้ความสามารถอะไร พระองค์ทรงรู้ครับ ว่าผมเป็นเครื่องมือที่แสนจะบกพร่อง และมากกว่านั้น เมื่อพระองค์ทรงเป็นนายช่างผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่... พี่น้องที่รักครับ พระองค์ทรงรู้ครับว่า จะทรงใช้เครื่องมือด้อยค่าและไม่สมประกอบอย่างผมอย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมวางใจ เพราะแท้จริงแล้ว เป็นพระเจ้าเท่านั้นเองที่ทำงานของพระองค์ หากใช่มนุษย์ไม่...

พี่น้องที่รัก การเผชิญหน้ากับพระเจ้า การเผชิญหน้ากับพระเยซูเจ้า คือการเรียกเสมอ เรียกสู่พันธกิจของพระองค์... นาธานาแอลที่มั่นใจว่า ตนรู้จักนาซาแร็ธดี กลับเทียบไม่ได้เลย กับการที่พระเจ้าทรงรู้จักท่านดีกว่าอีก... พี่น้องที่รัก พี่น้องมีประสบการณ์กับพระเจ้ามาบ้างแน่ๆ ไม่มากก็น้อย... นั่นคือการเรียกเสมอครับ คือการเรียกให้ร่วมชีวิตกับพระองค์ ให้รับความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ จะมีอะไรดีในชีวิตเรา หากไม่มีพระองค์... ขอให้เรามั่นใจครับ พระเจ้าทรงเรียกให้เรามาเป็นคริสตัง เป็นคนดี บนมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฉันจะเป็นเครื่องมืออันศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่ก็นั่นแหละครับ พระเจ้าทรงทราบดีทุกอย่างครับ เพื่อทำให้โลกศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ทำได้ทุกอย่าง “เพียงพระวาจาเดียว” And God said…” เพียงพระองค์ทรงตรัสครับ ทุกสิ่งก็อุบัติขึ้น แต่หากวันนี้ พระองค์จะมีเราเป็นเครื่องมือ พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าทรงทราบและรู้จักเราดีครับ แม้เราจะเป็นเครื่องมือที่ไม่ครบครันและไม่สมประกอบ แต่ในพระหัตถ์พระ นายช่างผู้เชี่ยวชาญ พระองค์ทรงทราบดีว่า จะทรงใช้เครื่องมือนี้อย่างไร... สำคัญตรงที่ว่า เรารู้จักพระองค์อย่างไรต่างหาก และเราพร้อมมากน้อยเพียงใดที่จะร่วมพันธกิจของพระองค์

จะมีอะไรดีจากนาซาแร็ธ... และจากตัวฉันนี่เล่า จะมีอะไรดี... แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ พระเจ้าทรงรู้จักฉัน พระองค์ทรงเห็นฉันก่อนที่ฉันจะมีประสบการณ์กับพระองค์เสียอีก... สิ่งที่ดีที่สุดคือ พระองค์ทรงรู้จักฉัน และทรงทราบความอ่อนแอทั้งหมดของฉัน แต่พระองค์ก็ทรงเรียกฉัน เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า จะทรงใช้ฉันอย่างไรในงานของพระองค์... ว่าแต่ตัวฉันเถอะ ฉันยังมีข้อกังขาอะไรอีกหรือ...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 18 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บทอ่าน 1ยน 3:11-21 / ยน 1:43-51 
การพบพระเยซูเจ้าและมีประสบการณ์ต่อความดีของพระองค์ คือ ประสบการณ์แห่งความตื่นเต้น แห่งความสุข และแห่งความเชื่ออันลึกซึ้ง และทำให้บุคคลนั้น มีความไว้วางใจและความกตัญญูต่อพระองค์ สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นกับนาธานาเอล (บาร์โธโลมิว ในพระวรสารสหทรรศน์) สะท้อนให้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราแต่ละคนเช่นเดียวกัน พระเยซูเจ้าได้รับคำแนะนำให้เรารู้จัก และดูเหมือนว่าพระองค์ไม่มีคุณสมบัติพิเศษแต่อย่างใด แต่เมื่อเราได้มีโอกาสพบกับพระองค์ต่อหน้าต่อตา หรือใจต่อใจแล้ว และตอนนั้นเอง ที่เราจะต้องยอมสยบให้กับพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงชี้ให้เราเห็นว่า การที่เราได้เลือกติดตามพระองค์นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้เราเองจะรู้สึกว่า เราเป็นเพียงบุคคลที่ต่ำต้อยต่อหน้าพระเป็นเจ้าก็ตาม
เช่นเดียวกับที่นาธานาเอลได้รับรู้ว่า พระเยซูเจ้าได้มองท่านด้วยสายตาในเชิงบวก มากกว่าที่ตัวท่านเองจะมองตัวเองด้วยซ้ำไป เพราะพระองค์มีแต่ยกย่องให้เราสูงขึ้น ไม่ใช้กดเราให้ต่ำลง เมื่อมีผู้นำทางจิตวิญญาณคนหนึ่งได้พูดว่า”ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ไม่มีใครด้อยกว่าใคร ไม่มีใครเท่ากับใคร ทุกคนต่างเป็นตัวของตัวเอง ท่านก็คือตัวท่าน ฉันก็คือตัวฉัน”แต่ขอให้เรานึกว่า นี่คือความจริงที่จะทำให้เราสามารถรักกันและกัน และรับใช้กันได้ การที่กาอินฆ่าอาแบล เพราะคิดว่าพระเป็นเจ้าทรงพอพระทัยเครื่องบูชาของอาแบลมากกว่าของตัวเอง เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีอคติต่อคนใดคนหนึ่ง เราจะรักคนนั้นไม่ได้ พระเยซูเจ้าเชื้อเชิญ”ให้นาธานาเอลมาดูด้วยตัวเอง”แต่หลังจากพระองค์ได้กลับคืนชีพแล้ว พระองค์ได้ตรัสว่า”จงไปสั่งสอนนานาชาติ” เพื่อตอกย้ำว่า การรู้จักพระองค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้คนอื่นรู้จักพระองค์ด้วย... ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกมองดูสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในชีวิตและรอบๆตัวลูกทุกวัน...เพื่อได้รับอิสรภาพที่แท้จริง ไม่ต้องโยนโซ่ตรวนทิ้ง แต่ให้เจริญชีวิต ที่เคารพและส่งเสริมเสรีภาพของคนอื่น...เมื่อใดที่เราสูญเสียความรัก และการเคารพกันและกัน ที่สุดเราก็จะสูญเสียชีวิตจริงๆ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view