สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2018 เทศกาลพระคริสตสมภพ

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2018 เทศกาลพระคริสตสมภพ

🍑อย่าลืมที่จะทำความดี
และแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น
เพราะพระเจ้าพอพระทัยเครื่องบูชาเช่นนี้

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2018
https://youtu.be/jndj5iP8G2Y

🍉ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา
http://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

💐💐💐💐💐💐💐💐

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2018
อ่าน
มก 1:7-11
1 ยน 5:5-13

นักบุญยอห์น เป็นพยาน ถึงความเชื่อในพระเจ้า เกี่ยวกับพระผู้ไถ่
ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างสุภาพ ในกิจการที่ท่านได้ทำ

พระจิตของพระเจ้า ในเครื่องหมายของนกพิราบ ที่มองเห็นได้ 
พร้อมกับเสียงจากฟ้า..ร่วมเป็นพยานยืนยันว่า
พระเยซูเจ้า เป็นพระบุตรที่โปรดปราณของพระเจ้า

จดหมายนักบุญยอห์น ตอกย้ำ..ความจำเป็นของ “ประจักษ์พยาน”
พระเจ้าทรงเป็นพยาน ถึง พระบุตรของพรองค์ 
ชีวิตที่เป็นพยานของพระบุตรพระเจ้า  
เครื่องหมายที่มองเห็นได้ที่มองเห็นได้ ที่พระองค์ใช้เพื่อเป็นพยาน 
ในกิจการของพระองค์ คือ น้ำ พระโลหิต และพระจิตเจ้า
ดังนั้น ผู้ที่ดำเนินชีวิตในความเชื่อ ย่อมเป็นพยาน ถึงพระเจ้า

หมายเหตุ..
ทุกการกระทำ
เป็นพยานถึง
ทุกคำ ที่ท่านพูด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2018
เทศกาลพระคริสตสมภพ

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่เขาทำพิธีล้างให้ท่านเดชะพระจิตเจ้า” (มก 1: 7-11)

โอ้ความสุภาพอันสูงส่ง
โอ้ความสูงส่งอันสุภาพ...

ดังนี้เอง ความรอดพ้นก็มาสู่มนุษย์
เมื่อองค์ความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเจ้า
ได้จุ่มตัวลงในแม่น้ำสายเดียวกันกับมนุษย์

- - - - - - - - -

ไม่กี่วันก่อน มีพี่น้องคนหนึ่งถามผมว่า คุณพ่อ วัดของฉันในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เห็นคุณพ่อเอาเทียนปาสกาจุ่มลงในน้ำเลย แล้วน้ำจะศักดิ์สิทธิ์ไหม... พี่น้องที่รัก ผมถือโอกาสนี้อธิบายเรื่องนี้ในวันนี้เลยครับ พระวาจาของพระเจ้าที่นำให้ผมได้ไตร่ตรองและแบ่งปันผลของพลังแห่งพระวาจานี้ให้พี่น้องด้วย... พี่น้องครับ วันนี้ พระวรสารพูดถึงเรื่องพระเยซูเจ้าได้เสด็จไปที่แม่น้ำจอห์นแดน และรับพิธีล้างจากนักบุญยอห์น บัปติสต์ พี่น้องที่รักครับ ท่านยอห์นพูดชัดเจน “ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่เขาทำพิธีล้างให้ท่านเดชะพระจิตเจ้า” และนี่คือสิ่งที่เราน่าจะร้สึกอบอุ่นที่สุดจริงๆ เมื่อการเรียกของพระเจ้าที่ผมนำพี่น้องไตร่ตรองเมื่อวานนี้ ว่าแท้จริงแล้ว เป็นพระเจ้าที่ทำงานในชีวิตของเรา พระองค์ทรงทราบความอ่อนแอของเรา แต่ด้วยพระองค์คือนายช่างผู้เชี่ยวชาญ ความด้อยค่าและไม่สามารถของเราก็ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ เพราะพระองค์ทรงรู้ว่าจะใช้เครื่องมืออันไม่สมประกอบนี้อย่างไร

พีธีล้างของท่านยอห์น คือเครื่องหมายของการกลับใจ ที่ไม่ได้ทำให้เราได้รับการอภัยบาป แต่เป็นเครื่องหมายของการเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงไปในแม่น้ำสายบาปของมนุษย์ เมื่อองค์ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเสด็จลงไปในแม่น้ำสายเดียวกันกับมนุษย์นั้น แม่น้ำสายบาปกลายเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลการอภัยบาปครับ

พี่น้องที่รักครับ น้ำที่พระสงฆ์เสกในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีสองส่วนนะครับ ส่วนแรกคือน้ำเสก ที่พี่น้องต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า เสกเมื่อไรก็ได้ และเสกได้ทุกเมื่อ บางวัดก็เสกทุกอาทิตย์ และใช้การเสกน้ำและพรมน้ำเสกแทนการสารภาพผิดในมิสซา... แต่น้ำอีกส่วนหนึ่งคือ น้ำศีลล้างบาป ที่จริงๆ แล้ว เสกเมื่อไรก็ได้เหมือนกัน แต่การเสกครั้งสำคัญและให้ความหมายมากๆ คือ การเสกในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ครับ น้ำเสกนั้น เสกด้วยการภาวนาของพระสงฆ์ แต่น้ำแห่งศีลล้างบาป ที่เป็นน้ำคนละส่วนกันกับที่พี่น้องจะเอากลับบ้านนั้น น้ำแห่งศีลล้างบาป มีเครื่องหมายอย่างหนึ่ง ที่ผมคิดว่ามีความหมายมากทีเดียว เมื่อพระสงฆ์ได้นำเทียนปาสกา อันเป็นเครื่องหมายหมายถึงพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพและมีอำนาจเหนือบาปและความตายจุ่มลงไปในน้ำแห่งศีลล้างบาปสามครั้งและภาวนาว่า “โปรดเถิดพระเจ้าข้า โปรดให้พระอานุภาพของพระจิตเจ้าลงมาในน้ำทั้งหมดนี้ อาศัยพระบุตรของพระองค์... เพื่อให้ทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป ถูกฝังไว้ในความตายพร้อมกับพระคริสตเจ้า ได้กลับมีชีวิตใหม่พร้อมกับพระองค์ท่านด้วย...” พี่น้องที่รักครับ เมื่อพระสงฆ์นำเทียนปาสกาจุ่มลงไปในน้ำ นั่นเป็นเครื่องหมายที่พระวรสารวันนี้กล่าวถึงครับ... เมื่อองค์ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเสด็จลงไปในน้ำนั้น น้ำนั้นก็เปี่ยมล้นด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ แม่น้ำสายบาปนั้น กลับศักดิ์สิทธิ์ด้วยอานุภาพของพระจิตเจ้าในพระคริสตเจ้า และเมื่อมนุษย์ โดยทางศีลล้างบาป ได้ลงไปในน้ำเดียวกันกับพระองค์นั้น เราก็กลับกลายเป็นคนใหม่ที่กลับขึ้นมาในความเปียกปอนด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าครับ...

พี่น้องที่รักครับ นี่คือกำลังใจของเราคริสตังไม่ใช่หรือ... ในแม่น้ำสายเดียวกันที่มนุษย์ดำเนินชีวิต เหมือนเป็นแม่น้ำสายบาป พิธีล้างของยอห์นเป็นเพียงเครื่องหมายของการกลับใจ แต่เมื่อพระคริสตเจ้าเสด็จลงไปในน้ำนั้น พิธีล้างของยอห์นกลับกลายเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลการอภัยบาป แม่น้ำสายนั้น เมื่อพระเจ้าเสด็จลงไป กลับกลายเป็นแม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์ ที่มนุษย์ก้าวตามลงไป และขึ้นมาในความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า นี่คือสิ่งที่เราต้องขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ขอบคุณความสุภาพของพระองค์ที่ลงมาร่วมชีวิตในแม่น้ำสายบาปของเรามนุษย์ แต่เมื่อพระจุ่มตัวพระองค์ลงมา บาปก็อยู่ไม่ได้ ความบาปในชีวิตของเราที่นำความตายมาให้ กลับกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าที่นำชีวิตมาให้เราในการเป็นบุตรของพระเจ้า

พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าผู้เสด็จมาชี้ทางแห่งความรอดพ้นและก็ต่างคนต่างเดิน แต่พระองค์เป็นมากกว่านั้น คือ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ร่วมทางครับ พระองค์เสด็จลงมาและร่วมชีวิตกับเราครับ และเมื่อพระองค์เข้ามามีบทบาท พี่น้องครับ ความบาปอยู่ไม่ได้ครับ ชีวิตของเราถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ดีที่สุด นั่นคือความศักดิ์สิทธิ์แห่งการเป็นลูกพระเจ้า...

และครอบครัวของฉันล่ะ หมู่คณะของฉันล่ะ ถ้าชีวิตฉันได้รับความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในชีวิตแล้ว ทำไมฉันไม่คลุกเคล้าชีวิตของฉันกับชีวิตของโลกล่ะ เพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตของฉัน ทำให้ครอบครัวของฉันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้หมู่คณะนักบวชของฉันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สังคมรอบข้างฉันศักดิ์สิทธิ์เพราะความศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตคริสตังของฉัน... เหมาะสมมิใช่หรือ ที่สังคมที่มีคริสตังอย่างเราๆ อยู่ ที่นั่นต้องเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา ความดีและความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ขอให้เชื้อความเป็นคริสตังของเราทำให้สังคมรอบข้างเราศักดิ์สิทธิ์นะครับ ขอบคุณพระเจ้า ในความสุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ ที่พระองค์ได้จุ่มพระองค์ลงในแม่น้ำสายนี้พร้อมกับฉัน ขอให้ฉันกล้าพอที่จะจุ่มตัวลงในสังคม เพื่อให้ความเป็นคริสตังของฉัน ทำให้แม่น้ำทั้งหมดของโลกนี้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยอานุภาพของพระจิตเจ้าในชีวิตของฉันที่ฉันได้รับในวันรับศีลล้างบาป...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 18 เทศกาลพระคริสตสมภพ
บนอ่าน 1ยน 5:5-13 / ลก 1:7-11 หรือ ลก 3:23-38
ในขณะที่ยอห์น บัปติสต์ได้ประกาศว่า คนที่จะมาภายหลังท่าน จะยิ่งใหญ่กว่าท่าน และจะโปรดพิธีล้างไม่ใช่ด้วยน้ำเหมือนอย่างท่าน แต่จะโปรดด้วยพระจิตเจ้า เช่นเดียวกันเมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาพระองค์มิได้แสดงตัวว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด ตามที่ยอห์น บัปติสต์ได้เคยประกาศไว้ แต่พระองค์กลับกระทำด้วยความสุภาพถ่อมตน คือ ขอรับพิธีล้างจากยอห์นเหมือนคนบาปทั้งหลาย แน่นอนพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้แสดงตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด พระองค์ทรงเป็นนาย แต่ยินดีเป็นผู้รับใช้ พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่ แต่ยินดีที่จะรับการถูกตรึงบนไม้กางเขน และด้วยเหตุนี้เอง จึงมีพระสุรเสียงของพระบิดาเจ้า ขณะที่พระองค์ทรงรับพิธีล้าง เพื่อยืนยันความรัก และความพึงพอใจในองค์พระบุตร
บางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต คือประชาชนชมเชยเรา ในความสำเร็จ ในอำนาจ และในอิทธิพลของเรา จึงทำให้เห็นว่า ความสุภาพถ่อมตน ความนบนอบ และการยินยอมรับสภาพ เป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอ แต่สำหรบพระเยซูเจ้าและพระองค์กลับเลือกสิ่งที่กล่าวมา เป็นเส้นทางสู่ชีวิตนิรันดรและเกียรติมงคล มีพระสงฆ์มิชชันนารีท่านหนึ่ง ได้กล่าวว่า การทำงานรับใช้พระเป็นเจ้า ในสวนองุ่นของพระองค์นั้น เป็นสิทธิพิเศษอย่างหนึ่ง เพราะทำให้สถานภาพของท่านสูงขึ้น สัตบุรุษจำนวนมากต้องการพบปะกับท่าน โดยคิดว่ามิชชันนารีมีฐานะร่ำรวย ท่านยอมรับสภาพดังกล่าว แต่ก็ต้องมีความกล้าหาญพอ ที่จะบอกความจริง ให้พวกเขาทราบว่า ท่านมิได้เป็นบุคคลที่มีสิทธิพิเศษแต่อย่างใด มิฉะนั้นท่านจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิด ที่เป็นการทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อพระเป็นเจ้า
“ความสุภาพถ่อมตน ประกอบด้วยความยินดีกับทุกสิ่ง ที่พระเป็นเจ้าประทานให้แก่เรา โดยคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสม ที่จะได้รับนามว่า เป็นคนรับใช้ของพระองค์”(น.เทเรซาแห่งอาวีลา)...“ความจองหอง ทำให้ทูตสวรรค์เป็นปีศาจ แต่ความสุภาพถ่อมตน ทำให้มนุษย์เป็นทูตสวรรค์” (น.ออกัสติน)...“ความสุภาพที่แท้จริง คือการปฏิเสธคำชมสรรเสริญเพื่อตัวเอง แต่ยกให้แก่พระเป็นเจ้า”(น.อัลฟอนโซ เดอ ลีเกวรี)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/XeLtyd86x1w

view