สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี

🍀 อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย
แต่จงทูลเรื่องความปรารถนา
ของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า 
ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน 
กับการขอบพระคุณ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี
https://youtu.be/EllJb3BGOJs

🌷You are my hiding place
https://youtu.be/ElVC6rfX3Z8

💜💜💜💜💜💜💜💜💜

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารีและมรณสักขี
อ่าน
1 พกษ 8:1-7,9-13
มก 6:53-56

สิ่งที่ทำให้พระเยซูเจ้า เป็นที่ดึงดูดผู้คน
ให้เข้ามาหา คือ ท่าทีของการสรรพพร้อม
ที่จะต้อนรับ และช่วยเหลือทุกคน

การที่ประชากรอิสราเอลมาชุมนุมกัน
ต่อหน้ากษัตริย์ซาโลมอนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ไม่ใช่เพราะความย่ิงใหญ่ ความสามารถของกษัตริย์
แต่เพราะที่นั่นมีพระเจ้าประทับอยู่ ผ่านทางหีบพระสัญญา
ที่สามารถมองเห็นได้

สิ่งที่ทำให้ นักบุญอากาทา เป็นที่ดึงดูดผู้คน
ให้เข้ามาหา เคารพ สักการะ คือ 
แบบอย่างของการสละชีวิต ยืนยันที่จะ
ปกป้องความบริสุทธิ์ แม้จะต้อง
ถูกย่างบนเตาไฟ นอกจากนี้ตามความเชื่อ
ท่านได้เป็นองค์อุปถัมภ์ สำหรับ
ผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งหน้าอก และผู้ที่ถูกข่มขืน

หมายเหตุ..
หากอยากจะดึงดูดคนแบบไหน
เข้ามาในชีวิตของคุณ
จงเป็นคนแบบนั้น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
ระลึกถึงนักบุญอากาทา พรหมจารี และมรณสักขี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ประชาชนก็จำพระองค์ได้ทันที...” (มก 6:53-56)

พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินไปพร้อมกับบรรดาศิษย์
เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ประชาชนก็จำพระองค์ได้ทันที...

ฉันไปพร้อมกับพระองค์ทุกที่
ไม่รู้ซิ...
ฉันอยู่กับพระองค์ทุกที่
ฉันถวายมิสซาของพระองค์ที่พระแท่นของพระองค์
ฉันรับพระองค์ในศีลมหาสนิทสู่ชีวิตของฉัน...

ประชาชน คนอื่นๆ...
เขาจำฉันได้หรือเปล่า ว่าฉันคือ ศิษย์พระเยซู ???

________________

พระเยซูเจ้าทรงข้ามฟากพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงพระดำเนินมาพร้อมกับบรรดาศิษย์ของพระองค์มาโดยตลอด เวลานี้ พระองค์ได้เสด็จมาถึงอีกฟากฟนึ่งที่ฝั่งเยเนซาเร็ธ พระวรสารโดยนักบญมาระโกบันทึกว่า ประชาชนจำพระเยซูเจ้าได้ทันที และสิ่งที่พวกเขาทำคือ รีบมาหาพระองค์ นำคนเจ็บป่วยมากมายมาพบพระองค์ ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ที่ใด ประชาชนต่างแสวงหาพระองค์ บรรดาคนเจ็บป่วยของเพียงได้สัมผัสพระองค์เท่านั้นก็จะหายจากโรค

พี่น้องที่รักครับ หลายวันแล้ว ที่ผมเริ่มไตร่ตรองพระวรสารนักบุญมาระโก โดยเริ่มที่การมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ของพระองค์เพิ่งจะเริ่มติดตามพระองค์ได้ไม่นาน พวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้น และพระองค์เองก็ทรงเรียกพวกเขาให้มาเป็นศิษย์ของพระองค์ เพื่ออยู่กับพระองค์ เพื่อซึมซับชีวิตของพระองค์... ผมและพี่น้องด้วยครับ ที่กำลังเดินตามพระองค์ โดยมีพระองค์อยู่ข้างหน้า มีพระองค์เป็นผู้นำ พวกเรากำลังเรียนรู้และซึมซับจากพระองค์ ซึ่งก็คงมีหลายอย่างที่เราไม่เข้าใจ หรือเข้าใจไม่ตรงกับพระองค์ คือเป็นความเข้าใจตามประสามนุษย์ของเรา เหมือนกับซาโลโมน ที่พยายามบรรจุพระเจ้าไว้ในพระวิหารที่เป็นอาคาร แต่ในความเป็นจริง ไม่มีสิ่งใดที่บรรจุพระเจ้าไว้ได้ แม้สวรรค์ยังบรรจุพระองค์ไว้ไม่ได้... แต่สิ่งที่อัศจรรย์ที่สุดนั้นคือ ความสุภาพของพระองค์ครับ ความสุภาพแห่งการถ่อมพระองค์ลงประทับอยู่กับเราและในชีวิตเราครับ... ภาพของหีบพระสัญญาของพระเจ้าในบทอ่านที่หนึ่ง ภาพของพระวิหารที่ประทับของพระเจ้า ทำให้ผมคิดถึงตู้ศีลมหาสนิทในวัดจริงๆ เหมือนเราขังพระเจ้าไว้ที่นั่น... แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่น่ารักที่สุดคือ พระองค์เองทรงมีพระประสงค์ที่จะประทับอยู่ที่นั่น เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของเรา... โอ้ความสุภาพอันสูงส่ง โอ้ความสูงส่งอันสุภาพ... สุดท้าย พระองค์ก็เสด็จเข้ามาประทับอยู่ในชีวิตของเรา...

เมื่อวานเราไปวัดวันอาทิตย์กัน เรารับพระวาจาของพระเจ้า เรารับศีลมหาสนิทเข้ามาชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของเรา พระเยซูเจ้าออกจากศาลาธรรม และได้รักษาแม่ยายของเปโตร... วานนี้ พระเยซูเจ้าได้ออกจากวัด เพราะทรงอยู่ในชีวิตเรา เราพาพระองค์ทรงพระดำเนินนหน้าเราไปสู่พี่น้องของเราด้วยหรือเปล่า หรือเราทิ้งพระองค์ไว้ที่วัดเหมือนเดิม...

พระเยซูเจ้าทรงเป็นเช่นนั้นครับ พระองค์ทรงพระดำเนินไปพร้อมกับบรรดาศิษย์ของพระองค์เสมอ ทรงพระดำเนินออกจากศาลาธรรม ออกจากวัดไปพร้อมกับเราที่เป็นศิษย์ของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความหวัง ทรงเป็นบุคคลที่ทุกคนแสวงหา และต้องการแม้เพียงได้แตะฉลองพระองค์เท่านั้น พวกเขาก็มีความสุขแล้ว พวกเขาก็หายจากโรคแล้ว... จากวันวานสู่เช้าวันนี้ ผมคงไตร่ตรองและถามตนเองอีกครั้ง เพื่อเช็คความมั่นใจว่า... บนหนทางแห่งการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า บนหนทางที่ผมมีพระองค์เป็นผู้นำนี้... คำถามนี้ครับสำหรับตนเองเช้านี้... ... ... “หากพระองค์ทรงหันพระพักตร์กลับมา จะทรงพบผมกำลังเดินตามพระองค์อยู่หรือเปล่า... หรือผมหายไปไหน...”

“เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ประชาชนก็จำพระองค์ได้ทันที...” และหากผมอยู่กับพระเยซูเจ้าด้วยแล้ว หากผมเดินตามพระองค์มาโดยตลอด ประชาชน คนอื่นๆ เขาจำได้ไหมล่ะว่า ผมเป็นศิษย์พระเยซู... ผมจำภาพเมื่อผมถวายมิสซาแรกที่วัดแม่พระฟาติมา ดินแดงได้ครับ เป็นภาพที่ผมไม่เคยลืม เพราะผมไม่เคยมั่นใจว่าผมเป็นดังนั้น เป็นดังที่สัตบุรุษคาดหวัง หากแต่จะเป็นพระองค์มากกว่ามิใช่หรือ ที่ประทับในชีวิตของผม... เมื่อแห่ออกจากวัด เมื่อผมกำลังเดินจากกลางวัด เพื่อไปอวยพรสัตบุรุษที่หน้าวัดนั้น มีสัตบุรุษหลายคนที่เบียดเสียดกันครับ และหลายคนพยายามเข้าให้ถึงตัวผม อีกบางคนยื่นมือเข้ามาขอเพียงสัมผัสเสื้อกาสุลาของพระสงฆ์ใหม่เท่านั้น ดูเหมือนพวกเขามีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น ผมเองซิ เวลานั้น ผมได้แต่เก็บภาพนั้นมาไตร่ตรอง ว่า... ผมจะเป็นสิ่งที่สัตบุรุษหวังได้มากน้อยเพียงใดหนอ ในใจก็คิดเพียงว่า จะพยายามที่สุด ที่จะให้พระเยซูเจ้า สงฆ์แท้จริงในชีวิตของผม ให้พระองค์ทรงพระดำเนินนำหน้าผมเท่านั้นก็คงพอ ผมคงต้องเดินตามพระองค์เสมอ และตลอดไป เพื่อประชาชน เพื่อสัตบุรุษจะจำผมได้ด้วย...

“จำพระองค์ได้ทันที...” โดนใจมากครับ คำนี้ ประชาชนจำพระเยซูเจ้าได้ทันที ไม่ว่าพระองค์เสด็จไปที่ไหน... สิ่งที่ผมไตร่ตรองมากๆ เช้านี้ คือ สัตบุรุษของผมจำผมได้ทันทีบ้างไหม... จำ ที่ไม่ใช่จำว่านี่คือใคร... แต่จำได้เพราะ พวกเขาจำพระเยซูเจ้าได้ และพวกเขาก็จำคนที่เดินตามพระเยซูเจ้าได้ด้วย... ปัญหาจึงอยู่ตรงนี้เองว่า... วันนี้ผมเดินตามพระเยซูเจ้าอยู่หรือเปล่า หรือผมกำลังหลงทางเดินไปไหน ตามผู้ใดไปแล้ว...

พระเยซูเจ้าคือพระเจ้าแสนน่ารัก แสนสุภาพ ที่พระสงฆ์เชิญพระองค์ให้เสด็จมาประทับในศีลมหาสนิทบนพระแท่นบูชานี้ สิ่งนี้ สิ่งที่แม้เทวดาก็ไม่อาจทำได้ แต่มนุษย์ที่พระองค์ทรงเรียกให้เป็นพระสงฆ์ได้กระทำ และพระองค์ก็เสด็จมาประทับในแผ่นปังบูชาบนพระแท่น... คงเป็นภาพนี้กระมัง สำหรับผมผู้ที่ดำเนินตามพระองค์ ออกจากวัดแล้ว จบพิธีกรรมที่พระแท่นแล้ว ผมเดินไปไหนบ้าง ผมก้าวไปหาสัตบุรุษหรือเดินหนีสัตบุรุษไปที่อื่น... หากชีวิตของพระเยซูเจ้าเมื่อออกจากศาลาธรรมเป็นเช่นนี้แล้ว หากชีวิตของพระองค์เมื่อเสด็จออกจากพระวิหารเป็นเช่นนี้แล้ว นี่คือภาพของพระองค์ที่แสนสุภาพ เสด็จลงมาจากสวรรค์มิใช่หรือ เพื่ออยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์... โอ้ วันนี้ผมเป็นสงฆ์ของพระองค์ ผมคงต้องถามตนเองว่า ผมอยู่ที่ไหน ผมอยู่ในที่ที่สัตบุรุษจำผมได้ไหม ผมอยู่ท่ามกลางสัตบุรุษของผมจริงๆ หรือเปล่า

เช้านี้ ผมอาจจะไตร่ตรองถึงชีวิตสงฆ์ของตนเองมากหน่อย... ผมแบ่งปันมา และคิดว่า พี่น้องด้วยครับ พี่น้องเช่นกัน ที่ไม่ธรรมดานะครับ พี่น้องเป็นยิ่งกว่าหีบพระสัญญาครับ... ชีวิตของพี่น้องนั่นแหละ คือที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เพราะเป็นที่ที่พระเจ้าประทับอยู่ พี่น้องรับศีลล้างบาป พี่น้องกลายเป็นพระวิหารของพระจิต เมื่อรับศีลมหาสนิท พระเยซูเจ้าก็ประทับอยู่ในชีวิตของพี่น้องด้วย ชีวิตของพี่น้อง จึงเป็นสิ่งนั้นครับ มากกว่าตู้ศีล มากกว่าหีบแห่งพันธสัญญา พี่น้องคือตู้ศีลที่มีชีวิต เป็นพระวิหารของพระเจ้า... คนที่เขาเห็นเรา เขาจำเราได้มากน้อยเพียงใด... นี่ศิษย์พระเยซู พวกนี้ เดินตามพระองค์ตลอดเลย...

ขอให้ชีวิตเราได้ซึมซับพระองค์ทุกวันเถอะ ให้คนที่พบเห็นเรา สัมผัสเรา ทำงานร่วมกับเรา ได้พบสิ่งที่โลกเรียกว่าอัศจรรย์ยังมีจริง นั่นคือ เพราะสิ่งที่อาจจะไม่เคยพบในที่ใด แต่ให้เขาพบในเราเถอะ ขอเพียงได้ร่วมงานกับเรา อยู่กับเรา เขามีความสุข โรคที่เบียดเบียนเขาหายไป เพราะได้สัมผัสชีวิตของคริสตชน ที่เปี่ยมด้วยความรัก ความดีของพระเจ้า เมตตา อ่อนหวาน สุภาพอ่อนโยน...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

view