สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญเปาโล มีกิ พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญเปาโล มีกิ  พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี

🎈จงวางใจในความรักของพระองค์
จงวางใจในความยิ่งใหญ่ของพระองค์
จงวางใจในเวลาของพระองค์...
เพราะพระองค์จะไม่ทรงละท่านไว้ในความทุกข์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญเปาโล มีกิ พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี
https://youtu.be/QKUmFuH9A-s

🍊The Prayer
https://youtu.be/zCzLU8gnWAQ

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญเปาโล มีกิ 
พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี
อ่าน
1 พกษ 8:22-23, 27-30
มก 7:1-13

เมื่อฟาริสี และธรรมาจารย์บางคน
เอาธรรมเนียมปฎิบัติ ที่มนุษย์กำหนด เพื่อนมัสการ
ไปตัดสิน บางคน ที่มีวิถีชีวิตแตกต่าง
พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องตักเตือน 
ให้พวกเขาได้เข้าใจชัดว่า
การนมัสการที่แท้ ไม่พอแค่ออกมา ทางปาก
เพราะหากปราศจากใจที่เลื่อมใส ก็ไร้ความหมาย

คำอธิษฐานภาวนาที่มาจากใจของกษัตริย์ซาโลมอน
เป็นเครื่องหมายยืนยันชัดเจนว่า..
พระเจ้าทรงรักษาพันธสัญญา และ
ความรักมั่นคงต่อผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์
และทรงฟังคำภาวนาเขาเหล่านั้น

ด้วยความเชื่อที่เร่าร้อน ภายในจิตใจ
ของนักบุญเปาโล มีกิ และเพือนมรณสักขี
แม้จะถูกทรมาน เบียดเบียนอย่างหนัก 
แต่พวกท่านยังคงเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ 
และพร้อมที่จะมอบชีวิตของตน เพื่อยืนยันความเชื่อ
ที่สุดแล้ว พวกท่านได้กลายเป็นมรณสักขีกลุ่มแรก 
ในดินแดนตะวันออก

หมายเหตุ..
หากคิดจะเปลี่ยนแปลง
อย่าออกแรง แค่ตกแต่ง รูปลักษณ์ภายนอก
แต่จงให้มันออกมาจากภายใน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
ระลึกถึงนักบุญเปาโล มิกิ และเพื่อนมรณสักขี

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เขานมัสการเราอย่างไร้ความหมาย...” (มก 7:1-13)

มือสะอาด ใจต้องสะอาดด้วย
จึงจะสามารถนมัสการพระเจ้าได้อย่างมีความหมาย

พระองค์ไม่ทรงมีความจำเป็นต้องรับคำสรรเสริญใดๆ
กระนั้นก็ดียังทรงพระกรุณาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขอบพระคุณ
คำสดุดีไม่ได้เพิ่มพูนพระเกียรติ แต่นำพระหรรษทานมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลาย
(บทนำขอบพระคุณวันธรรมดาแบบที่ 4)

นมัสการศีลมหาสนิทโดยย่อเขาลงติดดินหรือ... น่ารักจัง
แต่จะมีประโยชน์อะไร...
หากฉันไม่เคยย่อเขาให้ใครเลย
ในชีวิตของพี่น้องที่พระคริสตเจ้าทรงประทับอยู่ ???

ฉันนมัสการพระเจ้าอย่างไร้ความหมายหรือเปล่า...

________________

“ประชาชนเหล่าในให้เกียรติเราแต่ปาก แต่ใจของเขาอยู่ห่างไกลจากเรา... เขานมัสการเราอย่างไร้ความหมาย...” คือชีวิตที่มีแต่ความหมายภายนอก แต่ไม่ได้ให้คุณค่าอะไรกับสิ่งที่ได้กระทำ มากมายไปกว่านั้น คงเจ็บปวดจริงๆ หากเบื้องหลังคือผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับ คือเกียรติที่ตนเองจะได้รับ สรุปแล้ว ก็เพื่อตนเองทั้งนั้น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อพระเจ้า เพื่อความดีของเพื่อนพี่น้องเลย...

เมื่อครั้งงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ หลายคนบอกว่าพิธีการยาวมาก ทั้งพิธีกรรมและพิธีการ อะไรจะมากมายขนาดนั้น... แต่หากเรามองดีๆ พิธีกรรมทางศาสนาของเรา บางทีก็ต้องยอมรับว่าเยอะเหมือนกันครับ แต่ว่า ทุกสิ่งให้ความหมายมากมายเลย ครับ มันเยอะครับ เยอะจริงๆ จนบางทีรุงรังมากไปหรือเปล่า... พี่น้องที่เป็นฆราวาส หากพี่น้องมองว่าเยอะแล้ว ผมเองที่เป็นพระสงฆ์ ผมคงต้องบอกว่า ของผมเยอะกว่าอีกครับ... เรื่องพิธีกรรม ที่ผมประกอบ สถานที่ในการประกอบพิธีกรรม ทุกอย่างให้ความหมายกับชีวิตสงฆ์ ศาสนบริกร และคริสตชนทั้งสิ้นครับ ไม่มีอะไรที่ทำไปแบบไร้ความมายเลย... พระแท่นบูชาที่ต้องสะอาด ปูด้วยผ้าขาวเท่านั้น ไม่ควรมีสี ไม่ควรมีลวดลายมากมาย ไหนจะดอกไม้ที่พระแท่น ที่เอากระถางต้นไม้สวยๆ มาประดับก็ไม่ได้ แต่ต้องเป็นดอกไม้ที่ถูกตัด ซึ่งให้ความหมายสอดคล้องกับพระแท่นบูชา เหล้าองุ่นที่ต้องได้รับอนุญาต แผ่นปังที่เตรียมอย่างเหมาะสม... มาที่อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ โห ผมรู้สึกถึงความอลังการทุกครั้งที่สวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีกรรม จากชีวิตธรรมดาๆ สวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ แต่พอสวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ ผมรู้สึกเปลี่ยนไปทุกครั้ง ทุกวันนี้ เมื่อถวายมิสซาวันอาทิตย์ ผมยังสวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ครบทุกชิ้น เยอะไหมครับ ต้องบอกว่าเยอะครับ แต่ความหมายก็มากด้วยเช่นกัน ตั้งแต่การสวมเสื้อขาวยาว (ไม่ใช่เสื้อหล่อ เครื่องแบบพระสงฆ์) ที่หมายถึงการสวมองค์พระคริสตเจ้า ผมต้องบริสุทธ์แบบพระองค์ ผมผูกรัดประคต หรือเชือกที่คาดเอว หมายถึงความพร้อมในการรับใช้ ผมสวมผ้าห้อยคอที่หมายถึงศักดิ์สงฆ์ มากกว่านั้นคือหน้าที่สงฆ์ คือแอกที่ต้องแบบไว้บนบ่าทั้งสองข้าง ในการทำงานอภิบาล การเป็นดังผู้เลี้ยงแกะที่ดีแบบพระคริสตเจ้า ผมเอาเชือกรัดประคตรัดผ้าห้อยคอให้แนบแน่นกับตัว ที่หมายถึงความตระหนักที่ต้องยึดหน้าที่และพันธกิจนี้ไว้กระทำอย่างซื่อสัตย์ไม่ทิ้งไปไหน และสุดท้าย พระสงฆ์น้อยๆ ธรรมดาๆ อย่างผม สวมอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายครับ คือเสื้อกาสุลา อาภรณ์แห่งความรักและความเมตตา เป็นอาภรณ์ชั้นนอกสุด... เยอะไหมครับ... แต่นี่แหละครับ นี่คือสิ่งที่ให้ความหมาย และต้องหล่อหลอมชีวิตของสงฆ์ให้เป็นแบบนั้นจริงๆ ชีวิตที่ต้องสะอาดจากสิ่งของของโลก ต้องพร้อมที่จะรับใช้ ต้องรักงานอภิบาล เป็นผู้เลี้ยงที่ดี นี่คือหน้าที่หลักของสงฆ์ ไม่ใช่ธุระอื่นๆ ทางโลก หน้าที่ที่ต้องรักและรับใช้ จนถึงชีวิตของผู้ที่ต้องเปี่ยมด้วยรักและเมตตา... นี่คือความเป็นสงฆ์ นี่คืออัตลักษณ์ของการเป็นศาสนบริกรของพระเจ้า นี่คือผู้เลี้ยงแกะที่ดีแบบพระเยซู ซึ่งน่าสนใจเหมือนกัน ว่าแกะจำผู้เลี้ยงของเขาวันนี้ได้หรือเปล่า หากชีวิตของเขาตรงกันข้ามกับความหมายมากมายภายนอกเหล่านั้น ออกจากวัดแล้ว นอกจากที่พระแท่นบูชาแล้ว ไม่รู้ซิ สัตบุรุษ จำคุณพ่อเจ้าวัดของเขาได้หรือเปล่า คุณพ่อเจ้าวัดที่ควรจะเป็นดังเครื่องหมายมากมายของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สวมใส่... น่าไตร่ตรองจริงๆ ครับ

เดี๋ยวพี่น้องจะว่า นั่นมันเรื่องของพระสงฆ์... มีครับ เรื่องของฆราวาสก็มีครับ คริสตชนฆราวาสก็มีครับ เราก็ยังมีกฎมากมาย และนอกจากนั้น ก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าธรรมเนียมมากมายในชีวิตคริสตังด้วยเช่นกัน การอดอาหารก่อนรับศีล การรับศีลมหาสนิทด้วยความเคารพ นมัสการศีลมหาสนิท การจุ่มน้ำเสก แม้แต่เสื้อผ้าที่สวมเข้าวัด ก็ต้องเรียบร้อย ฯลฯ ... เมื่อครั้งอยู่ที่ฟิลิปปินส์ ผมเห็นภาพที่น่าประทับใจบ่อยๆ ของคนยากจนที่เข้ามาในวัด สุดๆ เลย คือภาพของคนยากจนคนหนึ่ง ไม่มีเสื้อใส่ ผมรุงรังมีกลิ่นตัวอีกต่างหาก กางเกงขาสั้นสกปรกมาก คงไม่มีโอกาสเปลี่ยนซักกระมัง ชีวิตของบางคนเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศคริสตังครับ ชายคนนั้นเป็นคริสตังครับ เขาเข้ามาในวัด และคุกเข่าสวดอ่ะครับ พี่น้องจะว่าไง... ผมไม่มั่นใจ ชายคนนี้จะได้เข้าไปในอาสนวิหารบางแห่งหรือเปล่า เขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยอ่ะ แต่เขามีเท่านั้นอ่ะ และความเป็นลูกของพระเจ้าล่ะ เขามีสิทธิ์เข้าไปในวัดเพื่อเฝ้าศีลบ้างหรือเปล่า คงเป็นบทไตร่ตรองที่น่าสนใจ และคงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่า ใจของเขาอาจจะอยู่ใกล้พระเจ้ามากกว่าพระสงฆ์ที่พระแท่นหรือเปล่า หากใจเราอยู่ไกลพระองค์ และการนมัสการของเราก็ไร้ความหมาย... ???

พระเยซูเจ้าวันนี้ตำหนิแรงมากครับต่อบรรดาฟาริสี ที่ถือธรรมเนียมต่างๆ มากมายแบบไร้ความหมาย แต่ละเมิดเรื่องกฎของพระเจ้าที่สำคัญมากกว่า คือเรื่องของความเมตตากรุณา... หากใครพูดกับบิดามารดาว่า ทรัพย์สินลูกจะนำมาช่วยเหลือพ่อแม่นั้น คือของถวายแด่พระเจ้า เขาก็ไม่ต้องช่วยเหลือพ่อแม่อีกต่อไป เพราะได้นำไปถวายพระเจ้าแล้ว แต่แท้จริงแล้ว เพื่อใครอ่ะ มันคือรายได้ของพวกเขา คือรายได้ของพระวิหารอ่ะป่ะ... แล้วหัวใจของเขาในการถือธรรมเนียมนั้นเป็นอย่างไร... ถือธรรมเนียมมากมาย แต่ไม่ถือกฎของพระเจ้า...

ผมยังจำได้ว่า พระสันตะปาปาฟรันซิส ของเรานี่แหละ สอนชีวิตคริสตชนจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ เมื่อพระองค์ตรัสว่า เอาเงินของท่านคืนไป เอาเงินบุญของท่านคืนไป หากเงินมากมายนั้นมันมาจากการเอารัดเอาเปรียบ กดขี่คนงาน พี่น้องที่ยากจน... พระศาสนจักรไม่ต้องการการทำบุญแบบนี้... สุดยอดครับ ผมชอบพระดำรัสของพระองค์จริงๆ นี่แหละ การสอนแบบพระเยซูในพระวรสารวันนี้จริงๆ

มือสะอาด อนามัยดี แต่อาหารที่กิน สิ่งที่มี ของถวายมากมาย มาจากการโกงเขามา เบียดเบียนเขามา เอารัดเอาเปรียบ ขูดรีด กดขี่คนอื่น... จะเรียกว่ามือสะอาดคงได้กระมัง แต่ใจล่ะ หัวใจของเราเป็นเช่นใด หัวใจของเราสะอาดจริงๆ หรือเปล่า...

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้แรงจริงๆ โดนกันทั่วหน้าครับ นักบวช พระสงฆ์ก่อนเลย แม้ฆราวาสเองก็มีหลายอย่างให้พิจารณา เรารักพระเจ้าอย่างไร เราปฏิบัติศาสนกิจอย่างไร วานนี้มีพี่น้องส่งคลิปบทเทศน์ของศาสนาจารย์ท่านหนึ่งมาให้ผม และบอกว่าต้องแบบนี้ พระสงฆ์เราเทศน์ไม่โดนใจ ไม่ตอบโจทย์ชนยุค Generation Y อะไรทำนองนั้น 555 ผมไม่ได้เปิดดูหรอกครับ เน็ตผมน้อยครับ... แต่พี่น้องครับ สิ่งที่สำคัญกว่าบทเทศน์ คือพระวาจาพระเจ้าครับ คนที่รับฟังพระวาจาพระเจ้าจริงๆ แล้วนั้น ฟังใครเทศน์ก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้นครับ แต่หากใครที่ฟังเทศน์เพื่อความสะใจ เพื่อหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง เขาก็ฟังเทศน์อย่างไร้ความหมาย เพียงฟังไปเพื่อหาเหตุผลสนับสนุนชีวิตของตนเอง ดังนั้นพระสงฆ์บางคนก็เทศน์ไม่ค่อยโดนใจ เพราะฉันต้องกลับใจ ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ฉันก็เลยไม่ชอบบทเทศน์ของคุณพ่อท่านนั้นอ่ะ... แต่สิ่งที่สำคัญ คือพระวาจาของพระเจ้าครับ ฟังและรับพระวาจาไว้ในชีวิต แล้วเราจะได้ประโยชน์จากบทเทศน์ไม่ว่าจะฟังใครก็ตาม

พี่น้องที่รักครับ คริสตชน เราคือศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้าไปทุกที่หรือเปล่า ประชาชนจำพระองค์ได้ทันที และหากเราอยู่กับพระองค์ หากเราตามพระองค์ไปทุกที่ คนที่เห็นเราเขาต้องจำเราได้ทันดีด้วยหรือเปล่า ชีวิตของเราต้องเป็นพระวิหารที่มีชีวิตมิใช่หรือ พระวิหารที่พระเจ้าประทับอยู่ และฉายแสงความรัก ความดีไปสู่ทุกคนที่พบเห็นเราตลอดเวลา สมดังที่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรเหนือพระวิหารแห่งชีวิตของเรานี้ทั้งกลางวันและกลางคืน...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 18 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 8:22-23,27-30 / มก 7:1-13
ในสังคมแอฟริกันหลายกลุ่มชาติพันธุ์ มีข้อบังคับในการปฏิบัติ เรื่องพิธีการชำระล้างของสมาชิกในครอบครัว ที่มีผู้หนึ่งที่พวกเขารักได้เสียชีวิต เป็นเรื่องที่มีคุณค่า เกี่ยวกับสัญลักษณ์ของ “การส่งความตาย”และ “การต้อนรับชีวิต” เข้าสู่ครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง มันหมายถึงการทำลายคำสาปของการสูญเสีย และความโศกเศร้า และฟื้นฟูความหวังของทุกคนที่มีชีวิต 
พระวรสารในวันนี้ พระเยซูตรัสถึงประเพณีของมนุษย์ว่า พวกเขาได้เคยลอบทำลายพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างไร ไม่ใช่เพราะว่าประเพณีของมนุษย์ไม่ดี อย่างไรก็ดี ในหลายครั้ง ประเพณีเหล่านี้ถูกนำมาใช้ เพื่อส่งเสริม และทำให้ความสนใจของตนเองนั้นถูกต้องเท่านั้น เช่น ประเพณีการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และการทำความสะอาดถ้วยชาม เหยือกน้ำและกาน้ำ เป็นต้น ถูกนำมาใช้โดยชาวยิว ตามประเพณี ไม่ใช่ตามความเชื่อ
นักสังคมศาสตร์อธิบายว่า ประเพณีเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม ของบุคคลและหมู่คณะ นักวิชาการมีปัญหากับประเพณีที่ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งไม่ได้พัฒนาไปตามธรรมชาติ และถูกนำมาเป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพลและและเพื่อควบคุมความจริงเท่านั้น ในฐานะที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ บางประเพณีมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ บางประเพณีเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว บางประเพณีก็เปลี่ยนแปลงช้า บางประเพณีจะอยู่นาน ผ่านทางพิธีกรรมและขนบธรรมเนียม อิทธิพลของมันคงจะมีอยู่ เพียงแต่ว่า มันยังสามารถตอบสนอง ความต้องการของประชาชนหรือเปล่า? ความจริงมันยังคงมีความหมาย ถ้ามันสามารถสะท้อนความเชื่อมั่นและความเชื่ออันลึกซึ้งของประชาชนได้ ดังนั้น เพื่อให้ประเพณีคงอยู่ต่อไป มันจะต้องไม่เน้นว่าเป็นเรื่อง “อะไร” หรือหรือปฏิบัติ “อย่างไร?” แต่ต้องเน้นว่า “เพราะเหตุใด”มันจึงควรจะอยู่ต่อไป สำหรับพระเยซูเจ้า “เพราะเหตุใด?” ประเพณีทางศาสนาควรจะอยู่ต่อไป เพราะมันมีศูนย์กลางและพื้นฐานของความมั่นคง ในพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view