สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018  สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

🐙ผู้ใดดำเนินในความสว่าง 
ความมืดก็ไม่อยู่ในผู้นั้น 
บาปใดๆที่ไม่สารภาพ และกลับใจ... 
บาปใดๆที่ปิดซ่อนไว้ 
ก็ทำให้คนนั้นอยู่ในความมืดมิด

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/2Tmb9kan2wA

❤Change My Heart Oh God
https://youtu.be/iZPkWvVlliU

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1 พกษ 10:1-10
มก 7:14-23

พระเยซูเจ้าทรงย้ำเตือน...
ที่มาของความคิดชั่วร้าย การประพฤติผิดทางเพศ
การลักขโมข การฆ่าคน มีชู้ ความโลภ ฉ้อโกง 
อิจฉา ใส่ร้าย หย่ิงยโส สาเหตุของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
มาจากภายใน คือ จิตใจ ของมนุษย์ล้วน ๆ

พระราชินีแห่งเชบา เป็นพยาน ถึงสิ่งที่เห็นด้วยตาตนว่า..
เมื่อกษัตริย์ซาโลมอน ปกครองด้วยหัวใจที่เที่ยงธรรม
นำประชากร และคนที่อยู่รอบข้าง ให้พบความสุข
อยู่ดี กินดี ชวนให้คนที่ผ่านไปมา
ปรารถนาที่จะเข้าหา

หมายเหตุ..
เกิดในที่ ที่ดี หน่ะ ดีแน่
เกิดในที่ ที่แย่ ก็ดีได้
เกิดในที่ที่ดี แล้วแย่ มีถมไป
เกิดที่ไหน ก็ดีได้ ถ้าข้างใน นั้นดี

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันพุธที่ 7 มกราคม 2018
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“จากภายใน คือจากใจมนุษย์นั้นเป็นที่มาของความชั่วร้าย...” (เทียบ มก 7:14-23)

พระพรที่พระเจ้าทรงประทานมามากมายเพื่อลูกของพระองค์
ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ชีวิตของเรามีด่างพร้อย...

แต่... สิ่งที่นำกลับออกมาจากหัวใจของลูกของพระองค์ซิ
คือด่างพร้อยในหัวใจ...

ลูกของพระองค์
ลูกจะตอบแทนพระองค์อย่างไรดีหนอ ???

________________

เร็วๆ นี้เราจะเข้าสู่เทศกาลมหาพรต แล้ว และปีนี้ วันจำศีลอดอาหารก็ตรงกับเทศกาลตรุษจีนอีก ปีที่แล้ววันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ก็ตรงกับวันฉลองสงกรานต์... ผมมีคำตอบนี้แล้วในเชิงอภิบาลสำหรับลูกๆ ของผมที่วัดประจวบฯ... เร็วๆ นี้ผมก็ได้รับจดหมายชี้แจงจากอุปสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นับว่าชัดเจนครับ วันพุธที่ 14 วันพุธรับเถ้านั้น การจำศีลอดอาหารให้ทำตามปกติ แต่วันศุกร์ที่ 16 นั้น ให้ใช้ดุลพินิจของแต่ละคนที่จะทำพลีกรรมถวายพระตามสมควร แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่ผมชอบในจดหมายคือ... “แนะนำสัตบุรุษให้ดำเนินชีวิตด้วยจิตตารมณ์มหาพรตอย่างดี ด้วยการพลีกรรม การภาวนา (ผมขอเสริมนิดว่า “อ่านพระวาจา” ด้วยครับ) การประกอบกิจเมตตา และแสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้องเป็นพิเศษด้วย”

คำถามคลาสสิคครับ... “กินเนื้อวันตรุษจีนบาปไหม มันตรงวันศุกร์อ่ะ...” ... “ผมลืมจำศีลอดอาหารในวันบังคับอ่ะ บาปมากไหม บาปหนักไหม...””ฉันจะเลื่อนไปทำวันไหนดีอ่ะ...” “ฉันทานมังสะวิรัติอ่ะ งั้นฉันอดเนื้อมาทั้งปีอยู่แล้วซิ... มหาพรตนี้ฉันจะทำอย่างไรล่ะ”ฯลฯ ...

พี่น้องที่รักครับ... สิ่งที่ทานเข้าไปไม่ทำให้เราเป็นมลทินหรอกครับ วันนี้พระเยซูเจ้าบอกชัดมากเลยนะครับ แต่สิ่งที่ออกมาจากใจ จากภายในของมนุษย์ต่างหากทีทำให้เขาเป็นมลทิน... ในฐานะผู้อภิบาลคนหนึ่ง สำหรับลูกวัดประจวบฯ ของผม ผมสอนให้พวกเขารักพระเจ้าด้วยหัวใจมากกว่าครับ พี่น้องอย่ารักพระเจ้าด้วยการทำตามกฎทุกอย่างอย่างครบถ้วน แล้วชีวิตก็เป็นมลทินในความเป็นคริสตชน ไม่ใช่แน่ๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าต้องการแน่ๆ ครับ...

พี่น้องที่รัก หากเราศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องการจำศีลอดอาหารที่เป็นคำสอนของพระศาสนจักรแล้วนั้น เราจะพบว่า นั่นเป็นแนวทางครับ พี่น้องมีหนทางที่ทำพลีกรรมถวายพระเจ้า ด้วยการเอาชนะใจตนเอง เสียสละเพื่อเพื่อนพี่น้องได้หลากหลายวิธีมากมาย และไม่ใช่ในวันศุกร์ หรือวันบังคับเท่านั้น แต่ทุกวันเราถวายพลีกรรมแด่พระเจ้าได้ไม่ใช่หรือ... ครั้งหนึ่ง ที่วัดของผมวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันหนึ่งในสองวันบังคับของการจำศีล อดเนื้อและอดอาหาร สัตบุรุษของผมฉลองกันครับ บางคนถามว่า คุณพ่อ... ลูกจะจำศีลอดอาหารยังไง ลูกหลานที่มาก็ซื้อแต่ของต้องห้ามมาอ่ะ ฮิฮิ ลูกจะทำยังไงดีล่ะคุณพ่อ... จริงๆ เรื่องนี้ถูกต้องนะครับ ที่เขารู้จักปรึกษาพ่อเจ้า เพราะพ่อเจ้าวัดของพี่น้องแต่ละวัด สามารถผ่อนผันเรื่องเหล่านี้ได้ครับ... (ขออภัยครับ ผมสอนลูกวัดของผม ใครจะว่าผมสอนผิดไปจากคำสอนของพระศาสนจักร ผมขอรับผิดชอบในกรณีดังกล่าวครับ...) ไปเถอะ พี่น้อง สบายใจเถอะ ไม่มีอะไรบาปหรอก... เดี๋ยวบ่ายนี้ ลูกมาวัด มานมัสการกางเขน มารับศีลมหาสนิท มารับชีวิตพระเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตของลูก ลูกออกมาจูบกางเขน แล้วมองพระเยซูซิ มองพระองค์ดีๆ เมื่อพระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้แล้ว จูบกางเขนแล้ว ชีวิตของเราต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยใช่ไหม... จำเป็นไหมลูกๆ ของพ่อ หากลูกออกจากวัดวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ อดเนื้อ อดหาหาร เดินรูป ร่วมพิธีกรรมครบถ้วน แต่ลูกๆ ไม่ยิ้มให้กัน ลูกๆ แยกเขี้ยวใส่กัน ลูกๆ เอาเป็นเอาตายกัน ไม่มองหน้ากัน....ลูกๆ ของพ่อ... พอเถอะ พ่ออนุญาต ไปเลยลูก ไปทาน MK เลย ไม่บาปหรอก ไปเลยครับลูก พากันไปทั้งครอบครัวเลยลูก ไปทานเนื้อให้มีความสุขเลยครับ และหันมาอดสิ่งนี้ได้ไหมครับ ถวายพระได้ไหมอ่ะลูกพ่อ.... ไปเถอะ พ่อเจ้าวัดผ่อนผันให้ ลูกไปทานเนื้อเลย ทานให้อิ่มไปเลย ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์นี่แหละ ฉลองชัยชนะของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนเลยลูก แต่พ่อขอให้ลูกเลิกได้ไหม เลิกหรืออดสิ่งเหล่านี้ได้ไหมอ่ะ แม้สักวันบังคับนี่แหละลูก สิ่งเหล่านี้อ่ะ... เลิกเถอะลูก เลิกกินเลือดกินเนื้อกันและกัน เลิกจิกกัดกันและกัน เลิกนินทากันและกัน เลิกเอารัดเอาเปรียบ เลิกโกงกันและกัน และยิ้มให้กันมากขึ้นได้ไหม... ลูกที่รัก พ่อคิดว่า นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยมากกว่าการที่ลูกจะอดเนื้อมาทั้งวัน และค่ำก็ไปนั่งทานอาหารทะเลเป็นหลายพันบาท กลับมาบ้านก็มองหน้ากันดีๆ ไม่ได้ ต่างคนต่างเดินไปตามทางของตน แยกเขี้ยวใส่กัน เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกันกระนั้นแล พอเถอะ ลูกที่รัก กินเนื้อในวันบังคับ คงไม่บาปมากกระมัง หากจะแลกกับพฤติกรรมร้ายๆ ที่เคยทำมาทุกวัน แม้สักบางวันที่อดบ้าง เพื่อถวายพระเจ้า... พลีกรรมถวายพระอ่ะ พี่น้องครับ ลูกที่รัก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ ที่พี่น้องน่าจะพยายามอด อย่าเลยนะครับ ทำตามธรรมเนียม ทำตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับของพระศาสนจักรอย่างเคร่งครัด ครบถ้วน แล้วละเมิดกฎของพระเจ้าในเรื่องความรักและความเมตตา พี่น้องครับ ระวังให้ดี... เดี๋ยวจะโดนพระเยซูเจ้าดุอย่างเมื่อวานนี้ครับ เพราะเราให้เกียรติพระเจ้าแต่บาป แต่หัวใจเราช่างห่างไกลพระองค์เหลือเกิน... บูชาไร้ค่า ศรัทธาไร้ความเป็นจริง หากชีวิตเราเป็นเช่นนั้น เราก็นมัสการพระเจ้าด้วยไร้ความหมาย... ผมอาจจะตอบคำถามนี้แรงไปหรือเปล่า แต่มันจากใจของพ่อครับ... พ่อจะมีความสุขอย่างไร ลูกๆ มาวัด ทำกิจศรัทธาครบถ้วน แล้วจะต้องโดนพระเยซูเจ้าดุแบบนั้นอ่ะ... พ่อจะสุขได้หรือ... ???

ปรีชาญาณของซาโลมอนนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่มาจากพระเจ้า... สิ่งเหล่านั้นเข้าไปในชีวิตของซาโลมอน ไม่มีอะไรบาป แต่เพราะพระพรนั้นมากเกินไปหรือเปล่า ชีวิตของซาโลมอนเอง ที่สุดก็ตกในบาป เพราะสิ่งที่ออกมาจากหัวใจของตนต่างหาก หาใช่สิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้ไม่... ดุจอาหารที่เราทานเข้าไป ไม่มีอะไรที่ทานแล้วเป็นบาปหรอก แต่สิ่งที่ออกมาจากหัวใจของเรานั่นต่างหาก ที่ทำให้เราตกในบาป และมีมลทิน... นะ นะ นะ พี่น้องที่รัก ผมเองด้วย มหาพรตนี้ เราจะยิ้มให้กันมากๆ อะไรต้องทานก็ทานไปเถอะ หนทางของการพลีกรรมถวายพระเจ้านั้นมีหลากหลาย... อดทุกอย่างตามที่พระศาสนจักรสอน แต่กินเลือดกินเนื้อกันและกันหรือ นี่หรือที่พระเจ้าทรงต้องการ... ทำทานไปทั่วโลก ทำบุญมากมาย แต่ไม่เคยให้กำลังใจสมาชิกในบ้าน ในครอบครัว ในหมู่คณะนักบวช นี่ใช่ไหมสิ่งที่เป็นบุญเหลือเกิน... ภาวนามากมาย ภาวนาทั้งวัน แต่พูดกับพระเยซูเจ้าที่ประทับอยู่ในชีวิตของกันและกันไม่รู้เรื่อง... พี่น้องครับ... บูชาไร้ค่า ศรัทธาไร้ความเป็นจริง... เรานมัสการพระเจ้าด้วยไร้หัวใจที่รักพระองค์... ??? ระวัง พระองค์จะดุเราให้เงียบ! เหมือนกับทรงดุปีศาจที่ประกาศการเป็นพระบุตรของพระเจ้าของพระองค์ แต่ไม่ได้รักพระองค์เลย...

ชนยุค Generation Y ครับ ... เป็นไงครับ พระวรสาร พระเยซูเจ้าตอบโจทย์พวกเราหรือยัง... หรือจะถามอะไรพระองค์อีก...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้พระพร อาหารทุกอย่าง ของประทานทั้งหลายที่พระองค์ทรงประทานให้ลูกเพราะทรงรักลูก ขอให้สิ่งเหล่านั้นทำให้ลูกเติบโตขึ้นในความรักต่อพระองค์และเพื่อนพี่น้องเสมอเทอญ...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 18 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 10:1-10 / มก 7:14-23
ตามประเพณีตะวันออก คนที่มีอายุมากที่สุดในบรรดาญาติพี่น้อง ถือเป็นบุคคลที่น่าเคารพมากที่สุด ในครอบครัวหนึ่ง มีป้าซึ่งไม่เหมือนใคร ตัวเล็ก ตลก และมีเสียงดัง แม้จะอยู่ไกลมาก แต่เมื่อได้ยินเสียงก็จำเธอได้ สิ่งที่พิเศษอย่างหนึ่งเกี่ยวกับตัวเธอ คือ ความเชื่อเรื่องโชคลางของเธอ นับตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน จากกิจกรรมของมนุษย์ที่เล็กที่สุด ไปถึงเรื่องที่สำคัญที่สุด เธอมักจะมีข้อแนะนำว่า ควรทำอะไร? และไม่ควรทำอะไร? เมื่อตอนเป็นเด็กคนส่วนใหญ่จะเชื่อสิ่งเหล่านี้ เช่น เรากลัวว่าพระเป็นเจ้าจะโกรธ เมื่อเราหวีผมเพื่อไปร่วมกิจกรรมที่วัดหรือที่โรงเรียน ตามความเชื่อของเธอ การหวีผมตอนกลางคืนเป็นสิ่งไม่ดี พ่อแม่ของพวกเรายังไม่กล้าขัดขวางความเชื่อตามประเพณีของเธอเลย
เราจะได้รับการปลดปล่อยให้มีเสรีภาพมากขึ้น เมื่อเราโตขึ้น และได้เรียนคำสอน ทำให้เรารู้ว่าความเชื่อเรื่องโชคลางไม่ใช่หลักการของคริสตชน แม้บางครั้งเรายังคงระลึกถึงความเชื่อ ตามประเพณีเหล่านั้น เมื่อเราลงมือทำกิจกรรมธรรมดา พระเยซูเจ้าทรงประกาศข่าวดี ที่ได้ลบล้างความกลัวของเรา เพราะเรารู้ว่า สิ่งที่มีค่าจริง ๆนั้น มาจากแรงจูงใจจากภายใน และไม่ใช่สิ่งที่มาจากพลังภายนอก
สารของพระเยซูในบทอ่านวันนี้ชัดเจน เมื่อพระองค์ตรัสว่า สิ่งที่เรากิน ไม่ทำให้เรามีมลทิน แต่ ความชั่วร้ายที่มาจากใจมนุษย์ต่างหาร ถ้าเราปลูกฝังความรัก ความอดทน ความยินดี และความดี ใจของเราก็จะเกิดผลดี ตรงกันข้าม ถ้าเราหล่อเลี้ยงความโกรธ ความอิจฉา การแก้แค้น กิเลสตัณหา ฯลฯ ใจของเราก็จะมีมีมลทิน
เราสนใจว่าจะกินอะไร มากกว่า สิ่งที่เราปลูกฝังในใจของเราหรือไม่?...คนเก่งเมื่อทำผิด จะเรียนรู้จากความผิดนั้น และจะไม่ทำมันอีก แต่คนมีปรีชาญาณ จะพยายามหาคนเก่ง และจะเรียนรู้จากคนเก่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำความผิดด้วยกัน

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view