สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา พรหมจารี

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018 ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา  พรหมจารี

🍄แม้บางครั้งเมฆหมอก และความมืด
จะปกคลุมข้าพระองค์ไว้
แต่ข้าพระองค์รู้ว่า พระองค์ทรงอยู่ใกล้ๆ 
ลูกขอบพระคุณพระองค์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา พรหมจารี
https://youtu.be/-ldipVR-OmM

🌻เมื่อลูกได้เชื่อ
https://youtu.be/T1jREr72LsU

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018
ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา 
พรหมจารี
อ่าน
1 พกษ 12:26-32 และ 13:33-34
มก 8:1-10

ความห่วงใยของพระเยซูต่อผู้ที่ติดตามพระองค์
แสดงออกในการใส่ใจสุขภาพ ความเป็นอยู่
ของผู้คนรอบข้าง พร้อมกันนี้ทรงสอนวิธี
เพื่อจะมีมากขึ้นนั้น จงเริ่มจากการเป็นผู้ให้
แม้เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตนมี

เพราะห่วงใย ใส่ใจในความเป็นอยู่
ความต้องการของตนเอง
ทำให้เยโรโบอัม ละเลยสิ่งที่ต้องทำ
ดำเนินชีวิตผิดทางความเชื่อ
ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า นำความแตกแยก
มาสู่ประชาชนที่ตนดูแล

ด้วยความใส่ใจ ต่อชีวิตจิต การรำพึงภาวนา
ทำให้นักบุญสกอลัสติกา สามารถเจริญชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์
เป็นพยานที่โดดเด่นถึงพระเจ้า ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง

หมายเหตุ..
บางที....
คนเราอาจไม่ได้ต้องการอะไรพิเศษ
แบบ ใส่ไข่...เพียง ความใส่ใจ 
ก็พอแล้ว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา
ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา พรหมจารีย์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านมีขนมปังกี่ก้อน...” (มก 8:1-10)

ทุกคนกินจนอิ่ม และยังเก็บเศษที่เหลือได้อีกเจ็ดตะกร้า...

เพราะสิ่งจำเป็นหาใช่สิ่งที่เรามี
แต่อยู่ในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้

ฉันกล้าพอไหม ที่จะเอาสิ่งที่ฉันมีออกมามอบถวายพระองค์แบบหมดสิ้น หมดใจ
คือการเดินตามพระองค์ไป อยู่กับพระองค์ ฟังพระองค์
แล้วนอกนั้น ก็ไม่มีอะไรจำเป็นอีก นอกจากการอยู่กับพระองค์
ผู้ทรงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์เสมอมา
และพวกเขาก็ไม่ขาดสิ่งใด
แต่กลับมีตนเหลือเฟือ...

________________

ในวันเหล่านี้ ผมกำลังอยู่กับผู้ใหญ่ของคณะฯ เจ้าคณะแขวงเกาหลี ที่ดูแลพวกเราสมาชิกฟรันซิสกันในประเทศไทย ในการคุยกันในวันเหล่านี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ก็รายงานว่า เรามีงบประมาณเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าจะเพียงพอในการดำเนินพันธกิจของคณะต่อไปได้หรือไม่... ในความมั่นใจนี้ พระเจ้าทรงเสริมความเชื่อมั่นของพวกเราด้วยบทเทศน์ของเจ้าคณะของเราที่จบลงที่ “พระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า” สิ่งที่เราถวายปฏิญาณมาในความเชื่อนี้ ฟรันซิสกัน เราไม่ได้แค่ถือความยากจน แต่เราไม่มีสิ่งใดเป็นกรรมสิทธิ์ !!! แล้ววันนี้ จำได้ไหม ประสบการณ์ที่ผ่านไปอ่ะ ใครที่เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่วัยเยาว์???

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ นำให้เราได้ทบทวนไตร่ตรองอีกครั้ง ถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา ขอเพียงเราฟังพระองค์เท่านั้น คงพอแล้ว... นอกนั้นก็ลองไตร่ตรองสิ่งที่ผ่านไป ประสบการณ์ในอดีต ที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพวกเราในถิ่นกันดารกว่าสี่สิบปี จากประสบการณ์ของอิสราแอล สู่ชีวิตของบรรดาศิษย์ในพันธสัญญาใหม่ พระเยซูเจ้าเรียกบรรดาศิษย์เข้ามา ตรัสว่า “เราสงสารประชาชน เพราะเขาอยู่กับเรามาสามวันแล้ว และเวลานี้ไม่มีอะไรกิน”... ถ้าเราให้เขากลับบ้านโดยไม่ได้กินอะไร เขาจะหมดเรี่ยวแรงขณะเดินทาง เพราะมีหลายคนเดินทางมาจากที่ไกล...” พระวาจานี้ ทำให้เราเห็นการริเริ่มของพระเจ้าในความรักความห่วงใยต่อประชากรของพระองค์ที่ติดตามมาเพื่ออยู่กับพระองค์ฟังพระองค์... เราทราบจากพระวรสารฉบับอื่นว่า บรรดาศิษย์ต่างแนะนำให้พระเยซูเจ้าส่งพวกเขากลับบ้าน เพราะที่นี่คือที่เปลี่ยว และไม่มีอะไรจะกิน ??? แต่พระทัยรักของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์กลับเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับความคิดของบรรดาศิษย์ คือผู้อภิบาลหรือเปล่าอ่ะ ??? ซึ่งในพระวรสารอีกบางฉบับ เราทราบว่า พระองค์ทรงรู้แล้วว่าจะทรงทำประการใด แต่ทรงลองใจบรรดาศิษย์อีกว่า “พวกท่านจงหาอาหารให้พวกเขาทานเถิด” โห พระองค์ทรงสั่งผู้อภิบาลครับ สั่งพ่อเจ้าวัดด้วยมั้งครับ นั่นคือ “จงเลี้ยงดูประชากรของเรา”

ผมคิดถึงชีวิตผู้อภิบาลของผมก่อนเลย ท่าทีของบรรดาศิษย์ที่อยากจะส่งประชาชนกลับบ้าน ที่อาจจะเป็นท่าทีของผมด้วยหรือเปล่า... แล้วเขาจะกลับไปถึงบ้านไหมอ่ะ สามวันไม่ได้กินอะไร เป็นคริสตังมา พ่อเจ้าวัดไม่เคยหล่อเลี้ยงพวกเขาเลยหรือ จิตวิญญาณของพวกเขากำลังจะตายอ่ะ และที่นี่คือที่เปลี่ยวแบบนั้นอ่ะ ???... แต่ว่า พระทัยของพระเจ้า คือ “เราสงสารประชาชน” “ท่านจงหาอาหารให้เขาทาน” โห แล้วพ่อเจ้าวัดประจวบฯ จะทำอย่างอ่ะ... โถ พระองค์ ถุงทานอาทิตย์ละสี่ห้าร้อยบาท จะไปทำอะไรได้ ใช้หมดเพื่อซื้ออาหารให้สัตบุรุษทานกันคงไม่พอหรอก...

พี่น้องที่รักครับ... แต่แนวคิดสำคัญอยู่ที่ตรงนี้... ท่านจำได้ไหมอ่ะ จำได้ไหม สี่สิบปีในถิ่นทุรกันดาร ท่านกินอะไรกัน ท่านขาดอะไรไหม เราเลี้ยงดูท่านอย่างไร... นี่คือประสบการณ์ใหม่ในพันธสัญญาใหม่ ที่กำลังเตือนเราให้คิดถึงประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านไป เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่กับประชากรของพระองค์ และพระองค์เท่านั้น ในความไม่สามารถของโมเสส ในความขาดแคลนของประชากรของพระองค์ พระองค์เท่านั้นคือสิ่งจำเป็นที่ขาดหายไป พระองค์เท่านั้นที่สามารถทำทุกอย่าง ที่ทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์...

แต่ พ่อเจ้าวัด... พระองค์ถาม... “ท่านมีขนมปังกี่ก้อน” 555 บรรดาศิษย์ไม่พูดถึงสิ่งที่มีเลย ใครมีอะไรมาบ้าง... ก็แล้วมันจะพออะไร พวกเขาคงคิด... แค่ขนมปังเจ็ดก้อน และปลาเล็กๆ ที่มีอยู่บ้าง... พ่อเจ้าวัดครับ สัตบุรุษครับ... พระองค์กำลังถามเราครับ... “ท่านมีอะไรอยู่บ้างอ่ะ” ... ท่าทีที่เราควรตอบรับคือ... ตอบคำถามนี้เถอะ... เรากล้าพอไหม กล้าไหม ที่จะฟังพระองค์ เดินตามคำสอนของพระองค์ สิ่งที่พระองค์กำลังสอนอ่ะครับ รักและเมตตา แบ่งปัน... สิ่งที่พวกท่านคิดคืออะไร พ่อเจ้าวัดของเรา ท่านยังจะส่งประชากรของเรากลับบ้านในสภาพที่ไม่ได้ทานอะไรมาสามวันอ่ะหรือ ในขณะที่พวกเขาตามฟังพระวาจาของพระองค์เข้ามาในถิ่นกันดาร ท่านทำได้ลงคอหรือ ในเมื่อ... “เราสงสารประชาชน” ท่านไม่สงสารพวกเขาหรือ...

จบเลยครับ... พี่น้องที่รัก สิ่งท้าทายอยู่ตรงนี้จริงๆ ผู้อภิบาลทั้งหลาย “ท่านมีอะไรอยู่บ้าง...” วิญญาณข้าฯ เอ๋ย เมื่อพระเจ้าทรงสงสารประชากรของพระองค์ เจ้ากลับต้องการส่งพวกเขากลับบ้านอ่ะ??? “จงเลี้ยงดูพวกเขาซิ” พระองค์ตรัส... วิญญาณข้าฯเอ๋ย เจ้ากล้าพอไหมอ่ะ เอาออกมาซิ ถวายให้พระองค์จนหมดใจ ให้แบบหมดสิ้น แล้วพระองค์จะทรงทำให้เพียงพอกับประชาชนมากมายของพระองค์เอง พระเจ้าที่เป็นผู้อภิบาลแท้ ที่ทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ตลอดมา... พ่อเจ้าวัดเอ๋ย เอาออกมาซิ สิ่งที่เจ้ามี มอบให้พระองค์จนหมดใจ แล้วทุกอย่างจะมีจนเหลือเฟือ... หวงเก็บอะไรไว้ทำไม่อ่ะ กังวลอะไรอ่ะ อยู่บ้านเณรมากี่ปี ใครเลี้ยงเจ้าจนเติบโตเป็นพระสงฆ์เช่นนี้ แล้ววันนี้ เจ้าจะส่งประชากรของเรากลับไปแบบไม่ได้ทานอะไรหรือ... เจ็บนะครับ ผู้อภิบาลอย่างผมนี่แหละ ต้องไตร่ตรองก่อนพี่น้องเลยครับ...

พี่น้องที่รัก แล้วเราล่ะ สัตบุรุษอย่างเราๆ ด้วย อยู่กับพระเจ้ามานาน อยู่กับผู้อภิบาลของเรามานาน ฟังพระวาจาของพระองค์มามาก ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร... วันนี้ ขอเราเพียงอยู่กับพระองค์ กล้าไปกับพระองค์ ฟังพระวาจาของพระองค์ เท่านี้ก็พอแล้ว แต่ว่า... แท้จริงแล้ว วันนี้เจ้ากลับไปมีพระเจ้าอื่นหรือ... เราเลี้ยงดูเจ้ามาแต่วัยเยาว์ แต่วันนี้ เจ้ากลับไปมีพระเจ้าอื่น และไม่ฟังเรา (เทียบบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (1พกษ 12:26-32 และ 13:33-34)

พี่น้องที่รักครับ เวลาที่ผ่านไป ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้า พอหรือยังเพื่อทำให้เรากล้าพอที่จะมอบสิ่งที่เรามีเพื่อพระเจ้า เพื่อพี่น้อง โดยการกล้าออกจากตนเอง... ไม่มีอะไรน้อยเกินไปสำหรับพระเจ้า... เราอาจจะมีเพียงหัวปลาทูนิดเดียว เศษๆ ขนมปังไม่ถึงครึ่งก้อน... แต่พระเจ้าผู้ทรงเลี้ยงดูเรา ทรงประทานให้เราได้มากมาย จนเหลือเฟือ... แล้ววันนี้ พระเจ้าไหนอีกเล่า ที่เราจะนับถือ พระเจ้าไหนหรือที่เลี้ยงดูเรา พระเงินตรา พระเกียรติ พระลาภยศ พระไอที หรือ... ที่ทำให้เราทิ้งพระเจ้าไป และที่สุด เราก็ส่งพี่น้องของเรากลับไปมือเปล่า สุดท้าย จบลงที่ความเห็นแก่ตัว พระเจ้าไม่ได้ช่วยอะไร และฉันก็ไม่ช่วยอะไรใคร ต่างคนต่างไป ให้ทุกคนกลับบ้าน...ไปซิ ไปตายในถิ่นกันดารนั่นแหละ ไปให้หมด แล้วฉันจะได้ทาน สิ่งเล็กน้อยที่ฉันมี โถ โถ โถ !!! ประชากรของพระองค์ โถ ผู้อภิบาลของพระองค์... ยังนี้ก็ได้เหรอ... ไม่เคยจำเลยใช่ไหม อดีตที่ผ่านมา...

พี่น้องที่รักครับ ทั้งผู้อภิบาล ทั้งประชากรของพระเจ้า... จิตวิญญาณของข้าฯ เอยจงสรรเสริญพระเจ้า และป่าวร้องซ้องสาธุการแด่พระทรงชัย จงจดจำพร่ำพรรณนา พระเมตตา พระคุณทั้งมวล ที่พระองค์ทรงกระทำสำหรับข้าฯ... นะ นะ นะ จะไม่มีใครที่ติดตามพระองค์เพื่ออยู่กับพระองค์ เพื่อฟังพระวาจาของพระองค์... จะไม่มีใครกลับบ้านและล้มตายในถิ่นกันการนะครับ... ขอเพียงฟังพระองค์บ้าง ขอเพียงระลึกถึงประสบการณ์ที่เรามีกับพระองค์บ้าง แล้วเราจะรู้ว่า อยู่กับพระองค์ ฟังพระองค์ ทุกอย่างก็เหลือมากมาย ทุกอย่างก็มีจนเหลือเฟือ เพียงพอและพอเพียงคือ อยู่กับพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 18 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา ระลึกถึงนักบุญสกอลัสติกา พรหมจารี
บทอ่าน 1พกษ 12:26-32;13:33-34 / มก 8:1-10
ประชาชนหิวอะไรมากที่สุดในปัจจุบันนี้? พระวรสารเล่าถึงการทวีขนมปังและปลาท่ามกลางคนป่วย คนอนาถา คนที่ถูกทอดทิ้งและประชาชนที่สิ้นหวัง พระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงคนสี่พันคนด้วยอาหารน้อยนิดที่พวกเขามีเพียงขนมปังเจ็ดก้อน สำหรับบรรดาอัครสาวก มันเป็นไปไม่ได้เลย แต่สำหรับพระเยซูเจ้า ถ้าหากว่าเราหยุดเห็นแก่ตัวและความโลภ ขนมปังเจ็ดก้อนก็มากเกินพอที่จะเลี้ยงคนเป็นพันคน
พระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงเราด้วยปังแห่งความรัก เท่ากับที่ความรักเป็นประสบการณ์แห่งความซื่อสัตย์และอุทิศตัวเองให้แก่กันและกัน พระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงเราด้วยปังแห่งความเมตตา ที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งความยินดี ความสงบและความสันติสุข พระเยซูเจ้ายังทรงเลี้ยงเราด้วยปังแห่งความหวัง ที่จะเป็นเหมือนแหล่งแห่งการรักษา การคืนดีและความสมบูรณ์พูนสุข
ขอจบการไตร่ตรองวันนี้ด้วยคำเหล่านี้ … ศีลมหาสนิทเป็นปังแห่งความหวัง เพราะท้าทายให้เราดำเนินชีวิตด้วยความรู้คุณและความชื่นชมยินดี ไม่ว่าในความเป็นจริงแห่งชีวิต เราจะพบกับความยากลำบากมากมายเท่าใดก็ตาม เพียงแต่เรามีความอดทนมาก หรือเผชิญกับวิกฤติต่าง ๆ ในชีวิต และการที่บรรดาผู้คนที่ทนทุกข์ประจำเกือบทุกวัน สามารถยอมรับ มีความสงบในจิตใจ และสามารถฉลองความชื่นชมยินดีและมีความหวังในชีวิตอย่างแท้จริง.
“มีผู้คนหิวโหยในโลกนี้ และพระเป็นเจ้าจะปรากฏองค์ ช่วยระงับความหิวของพวกเขา อาศัยปังและอาหารที่มีคนแบ่งปันให้” (มหาตมะ คานธี)...”ขนมปัง คล้ายกับความรัก จำเป็นต้องใช้เวลา ในการปลูกฝัง ด้วยมือที่แข็งแกร่ง และความอดทน มันเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เจริญเติบโต ออกดอกผล ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด” (เมลิสสา ฮิลล์)...”คุณแม่ของผม คือ เพื่อนของผม ซึ่งแบ่งปันขนมปังของท่านกับผม ทำให้ความสิ้นหวังของผมหมดไป การทำตัวเป็นเพื่อนของท่าน ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย” (อิสราเอลโมร์ อายิวอร์).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/fs3QdNNgibA

view