สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2018 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2018 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

🍒 พระองค์จะทรงทำให้ความมืดมิด
แห่งความทุกข์ลำบากหมดไป
แต่จะทรงประทานความแข็งแกร่ง
และสันติสุขมาทดแทนให้....
แก่บรรดาคนเหล่านั้นที่เชื่อ
และไว้วางใจในการนำของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
https://youtu.be/MluIGCW6dRU

🍏 You Are Mine
http://youtu.be/g1rCIw_o03E

🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳🌳

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
อ่าน
2 พกษ 5:1-15
ลก 4:24-30

สัญชาติญาณมนุษย์ เป็นการยากที่จะให้ความเคารพ
ยอมรับ คนที่เติบโตมาด้วยกัน เพราะความสามารถ
ในความดีของบุคคล ความคุ้นเคย พระเยซูเจ้าจึงตัดพ้อ
“ไม่มีประกาศกคนใด ได้รับการต้อนรับอย่างดี
ในบ้านเมืองของตน”
เมื่อนาอามาน ถ่อมตน เชื่อฟัง คำแนะนำ
ของประกาศกเอลีชา เปิดใจ ท่านได้รับการรักษา
ให้หายจากความเจ็บป่วย ที่ยากแก่การรักษา

หมายเหตุ..
อยากมีเกียรติ...
สิ่งที่จำเป็นต้องรู้จัก
คือ การให้เกียรติ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน...” (ลก 4:24-30)

คนหนึ่งว่า...
อัศจรรย์คือการที่พระเจ้าทรงกระทำตามความประสงค์ของคนๆ หนึ่ง

แต่สำหรับอีกคนหนึ่ง...
อัศจรรย์ คือการที่คนๆ หนึ่ง สามารถทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า

สำหรับฉันล่ะ
อะไรคืออัศจรรย์ หรือ หมายสำคัญ...

ถ้าไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน
แล้วพระเจ้าองค์ใดบ้าง ได้รับการต้อนรับในชีวิตของผู้คน
หากสายตาของผู้คน ไม่ได้มุ่งที่ความเป็นพระเจ้าของพระองค์
แต่เฝ้าดูซิว่า อะไรคืออัศจรรย์ของพระองค์
ที่จะทำให้ฉันสมหวัง ทำให้ฉันรวย ทำให้ฉันมีเกียรติ...

ดังนี้แล้ว พระเยซูเจ้า ก็ถูกหมายจะผลักลงไปจากหน้าผาเสีย
แต่พระองค์ก็เสด็จฝ่ากลุ่มคนเหล่านั้นไป...

________________

“ตลาด” วานนี้ จนค่ำ ผมยังอินกับคำว่าตลาดครับ ในความรู้สึกที่ว่า หาความจริงใจยากเหลือเกิน แม่ค้าที่บอกว่า “อร่อย” ก็เป็นการโปรโมทอาหาร สินค้าของตนเองทั้งนั้น แต่สิ่งที่อร่อยที่แท้จริงนั้น ควรมาจากคำยืนยันของลูกค้า หรือผู้ที่รับประทานไม่ใช่หรือ เพราะแม่ค้าคนใดเล่า จะบอกว่า ของฉันไม่อร่อยเลยยยย... ไม่มีหรอกครับ

... “ทำเอง” จะลูกชิ้นปลาทำเอง หรืออะไรที่ทำเองก็เถอะ มันก็คือการโฆษณาอ่ะครับ จะทำเอง หรือซื้อเขามาขายอีกต่อ... คุณมั่นใจหรือว่า ฝีมือคุณเกินใคร... หรือเพียงเพราะความมีอำนาจบาตรใหญ่ในสังคม เป็นที่รู้จัก แม้เบื้องหลังจะเป็นอย่างไร อร่อยจริงหรือเปล่า... บางที คำว่า “ทำเอง” ก็ไม่แน่ ที่จะสร้างลูกค้าประจำที่ประทับใจสินค้าของคุณ... การทำเอง หาใช่การประกันคุณภาพสินค้าไม่

สิ่งที่ซื้อที่หน้าพระวิหาร ก็ยังหาใช่ว่าจะถูกและดีกว่าที่หาซื้อได้ที่ตลาดไม่... บางที เพราะเห็นว่าเป็น “ร้านวัด” สัตบุรุษก็ยินดีอุดหนุน เพียงเหตุผลของการทำบุญให้วัด... แต่เจตนาของ “ร้านวัด” ก็เถอะ ... เป็นเช่นใด... ความเป็นของวัด ของที่สภาอภิบาลจำหน่าย ของจากมือพระสงฆ์ สิ่งที่นักบวชผลิตจำหน่าย... วันนี้ ถามว่า เพื่ออะไร วางใจได้มากกว่าของเพื่อนบ้านแถวบ้านหรือเปล่า... วางใจได้มากกว่าของฟรีจากน้ำใจเพื่อนบ้านของเราหรือเปล่า ที่ยกมาแบ่งปันให้เราร้อน ๆ พร้อมรอยยิ้ม ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันมาโดยตลอด นั่นอาจจะอิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจมากกว่าของที่ซื้อมาจากงานฉลองวัด จากร้านของวัด แล้วใครบางคนก็นั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย เพราะไม่กล้าพูดอะไรมาก เปลี่ยนก็ไม่ได้ นอกจากจบที่คำว่า “ทำบุญไป” ก็เท่านั้นเอง... “ทำเอง” คำนี้ หมายถึงมั่นใจในคุณภาพหรือไม่... ซื้อที่วัด หมายความว่า คุณภาพกว่าที่อื่นหรือเปล่า...

นานา ทรรศนะ กับประสบการณ์ของแต่ละคน ที่บางที เราก็ต้องยอมรับว่า โลกเราวันนี้ เริ่มจะอยู่ยากขึ้น... ที่แม้แต่ที่หน้าพระวิหาร ก็ยังต้องชำระโดยความเมตตาธรรมของพระเยซู เพราะเชื้อของความเย็นชาในหัวใจคนมีมากขึ้นทุกวัน และบางที มันก็ระบาดในหัวใจของศิษย์พระเยซูด้วยหรือเปล่า...

ค่ำวานนี้ กับการนั่งคุยกับน้องที่มาเยี่ยม เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่นั่งทานผัดไทกล่องละสิบบาท ที่ผมเห็นที่มาที่ไปของการเตรียมอาหารดี และไม่เคยซื้อมาทานเลย นับตั้งแต่วันที่เห็นเบื้องหลังของการจัดเตรียม แต่วานนี้ มันคืออีกความหมายหนึ่งของชีวิตจริงที่ต้องอยู่กับโลกวันนี้

บางคนบอกว่า “พระเจ้าของเราไม่ดึงดูด” พระเจ้าของศาสนาอื่น ดึงดูด เร้าใจ ท้าทายความเชื่อมากกว่า บนบานอะไรแล้วก็ได้ อัศจรรย์มีมากกว่า...

อัศจรรย์นั้นคืออะไร... บางทีอัศจรรย์ไม่ได้หมายถึงอะไรที่ยิ่งใหญ่ น่าประหลาดใจอะไรเลย แต่อัศจรรย์กลับหมายถึงการฟังเสียงของพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันอยากได้หรือต้องการ แต่อัศจรรย์สำหรับฉันท่ามกลางโลกวันนี้ บางที เพียงแค่ฉันสามารถยิ้มได้ในแต่ละสถานการณ์ของชีวิต นี่ก็อัศจรรย์แล้วล่ะ เพียงแค่ฉันสามารถอ่อนโยน และมีเมตตา แม้ในสายตาใครๆ จะว่าโง่งมงาย แต่เมื่อฉันสามารถยิ้มได้... นี่ก็คืออัศจรรย์แล้วล่ะ

ข้าแต่พระเจ้า ขอเพียงให้ชีวิตของลูกเป็นสิ่งอัศจรรย์บ้างได้ไหม อัศจรรย์ที่ยิ้มได้ อัศจรรย์ที่เมตตาได้มากขนาดนั้น อัศจรรย์ที่รักและจริงใจท่ามกลางโลก ที่บางคนบอกว่า “เริ่มอยู่ยาก” แล้ว... ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของศิษย์ของพระองค์ ขอให้ชีวิตของลูกของพระองค์ ทำให้โลกเห็นอัศจรรย์ของความเรียบง่าย ความพอเพียง ความสุภาพถ่อมตน ความอ่อนโยนของหัวใจที่เปี่ยมด้วยรักและเมตตา จริงใจต่อทุกคน ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน 2พกษ 5:1-15 / ลก 4:24-30
มีความคิดสองประการที่เกิดขึ้น เมื่อได้ไตร่ตรองบทอ่านพระวรสารในวันนี้ ประการแรก พระเจ้าของเรา เป็นพระเจ้าแห่งสากลจักรวาล พระองค์ไม่ใช่เป็นเพียงพระเจ้าของประชากรที่เลือกสรรของอิสราเอล หรือพระองค์ไม่ใช่เป็นเพียงพระเจ้าของชาวยิวเท่านั้น แต่ยังเป็นพระเจ้าของคนต่างชาติด้วย พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่าง และสำหรับทุกคน ประการที่สอง มันเป็นโชคร้าย ที่คนของพระองค์เองไม่ยอมรับและรู้จักพระเยซูเจ้า และยังหาทางที่จะฆ่าพระองค์ เพราะความอคติของพวกเขา มันเป็นการพลาดโอกาสเสียจริงๆ
ในศาลาธรรมของเมืองนาซาเร็ธ พระเยซูเจ้าได้อ่านพระคัมภีร์จากประกาศกอิสยาห์ พวกประชาชนได้พูดถึงพระองค์ในด้านดี และพวกเขารู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินพระวาจาของพระองค์ จนกระทั่งพวกเขายอมรับว่า มีบางสิ่งบางอย่าง ที่ผิดปกติเกี่ยวกับพระองค์ เพราะว่าพวกเขารู้ถึงสถานภาพทางครอบครัวของพระองค์เป็นอย่างดี พวกเขาเริ่มต้นด้วยความประหลาดใจ และได้กลายเป็นการปฏิเสธพระองค์ จนกระทั้งพระองค์ได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่า พวกเขาทำตัวคล้ายกับบรรพบุรุษของพระองค์ ที่เคยปฏิเสธบรรดาประกาศก
บางครั้ง การเริ่มต้นทำงานในเมืองที่ตนเองเคยอาศัยอยู่ น่าจะเป็นโอกาสให้ทำงานได้สะดวกสบายขึ้น เพราะว่าเรารู้จักสถานที่ และประชาชนเป็นอย่างดี แต่ในเวลาเดียวกัน ก็อาจทำให้เกิดความลำบากใจ ที่จะเทศนาสั่งสอนประชาชน ซึ่งรู้จักเราเป็นอย่างดี เราจึงถูกท้าทาย เพื่อจะพิสูจน์ว่า เรามีอำนาจและมีความน่าเชื่อถือ ที่จะเทศน์สั่งสอนพวกเขาได้
พระเยซูเจ้าเป็นใครในชีวิตของเรา? เราจำพระองค์ขณะที่ทรงกำลังทำงานกับผู้อื่นได้ไหม? ท่านเชื่อหรือไม่ว่า พระเยซูเจ้าทีอำนาจและความน่าเชื่อถือ เพราะกิจการของพระองค์คือข้อพิสูจน์? เราตัดสินความน่าเชื่อถือของคนด้วยคำพูดของเขา หรือด้วยสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของเขา?.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view