สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2018

วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2018

🌼 ถ้าแม้นความเจ็บปวด
ทำให้ฉันเหมือนพระคริสต์ยิ่งขึ้น 
ฉันก็ยอมที่จะอยู่ในความเจ็บปวด 
เพื่อเมื่อฉันทนสู้ได้แล้ว 
ฉันจะได้มีชีวิตตามพระทัยของพระคริสต์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 6 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
https://youtu.be/QSW1SIxSwM4

🍐 ใจฉันรู้
http://youtu.be/VleeTRY38PY

🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿🌿

วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2018
อ่าน
ดนล 3:25,34-43
มก 18:21-35

ในเรื่องความเมตตา และการให้อภัย 
พระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ของพระองค์
ให้เข้าใจว่า ถ้าปรารถนาจะได้รับพระเมตตา
และการอภัยจากพระเจ้า จำเป็นที่เราจะต้อง
เมตตา ให้อภัยใครที่ทำผิดต่อเราเช่นเดียวกัน

เมื่ออาซาริยาห์ ที่เคยใช้ชีวิตเมตตา ช่วยเหลือ
คนรอบข้าง ถึงเวลาที่ท่านภาวนา ร้องขอความเมตตา
ช่วยเหลือจากพระเจ้า พระองค์ทรงสดับฟัง

หมายเหตุ..
การให้อภัย จะปลดปล่อยหัวใจ
เพื่อก้าวไปสู่อิสระ พร้อมกับความเมตตา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เจ้าต้องเมตตาเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน เหมือนที่ข้าได้เมตตาเจ้ามิใช่หรือ...” (มธ 18:21-35)

เมื่อผู้ที่ได้รับความเมตตาไม่มีความเมตตา
อะไรคือสิ่งที่เขาควรจะได้รับ

คราใด เมื่อเจ้าต้องทนกับความบกพร่องของเพื่อนพี่น้อง
จงสำนึกไว้เสมอว่า
เจ้าเองก็มีความบกพร่องมากมายให้ผู้อื่นต้องอดทนเช่นกัน
ดังนี้แล้ว เจ้าคงจะไม่โกรธใครง่ายๆ
เพราะชีวิตของเจ้าเองก็ต้องการการให้อภัยไม่น้อยด้วยเช่นกัน...

________________

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาวันนี้ เหมือนไม่มีอะไรต้องทำความเข้าใจ และเหมือนไม่มีอะไรต้องไตร่ตรองเลยหรือเปล่า... ไม่มีอะไรต้องทำความเข้าใจนั้นคงใช่ เพราะชัดเจนมาก แต่ไม่มีอะไรต้องไตร่ตรองเลย คงไม่ใช่แน่ๆ แต่พระวาจาวันนี้ ทำให้เราต้องรู้สำนึกจริงๆ ครับว่า ต่อหน้าพระเจ้า เราไม่มีอะไรเลยจริงๆ แต่ทำไม หลายๆ ครั้งเรากลับคิดทวงจากผู้อื่น… ในความวุ่นวายของผมเช้านี้ ตั้งแต่ตีสองเมื่อต้องตื่นเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง เพื่อต้อนรับพี่น้องที่มาเยี่ยมเยียน ไม่ครับ ผมไม่ขาดการภาวนาที่เคยทำ อ่านพระวาจาเช่นทุกวัน จากปกติที่ไตร่ตรองพระวาจาพร้อมกับการเดินออกกำลังกายตอนเช้า เช้านี้ไม่ใช่อย่างที่เป็นครับ เช้านี้พิเศษ เพราะอยากมอบเวลาในการเตรียมอาหาร เตรียมสถานที่ เพื่อต้อนรับพี่น้องในคณะที่มาเยี่ยมในวันเหล่านี้ และบ้านของผมเหมือนจะยังไม่พร้อมในหลายอย่าง ที่หากให้พี่น้องมาในสภาพที่ไม่ได้เตรียม คงอายครับ... ที่สุด ผมกำลังคิดว่า เช้านี้ คงไม่จำเป็นต้องส่งพิมพ์บทไตร่ตรองส่งให้พี่น้องก็คงได้ เพราะเพียงอ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ก็มีอะไรให้ต้องคิดง่ายๆ แต่คิดได้อีกนานแล้วล่ะครับ สุดท้าย ก็อาศัยช่วงเบรกสั้นๆ ระหว่างเวลากับหมู่คณะ เห็นพี่น้องถามหากันมา ก็เลยตั้งใจว่า เดี๋ยวจะกลับมาแบ่งปันสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสในใจผมเช้านี้กันครับ จึงขออภัยพี่น้องด้วย ที่วันนี้มีความไม่สะดวกเข้ามานิดหน่อยครับ... คงให้อภัยนะครับ ฮิฮิ พระเยซูเจ้าบอกนะ ไม่ให้อภัย ไม่ต้องไปสวรรค์... เราจะไปสวรรค์กันใช่ไหม... ขอบคุณนะครับผม

เมื่อพระเยซูเจ้าตอบคำถามนักบุญเปโตร ที่คงเหนื่อยกับใครบางคนหรือเปล่า เมื่อท่านถามพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือไม่” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราไม่ได้บอกให้ยกให้เจ็ดครั้ง แต่เจ็ดคุณเจ็ดสิบครั้ง คือมากว่าสิ่งที่เขาเสนอมา เจ็ดครั้งคงมากพอแล้วกระมังที่จะบอกว่า พอแล้ว บัดนี้ไม่มีการยกโทษให้กันอีก พอกันที... แต่พระเยซูเจ้าตอบครับ “เจ็ดคุณเจ็ดสิบครั้ง”... นั่นคือเสมอครับ คือไม่ต้องนับหรอกครับ... แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร... คนนะ ไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่นักบุญ ไม่ใช่พระเจ้า...

อุปมาที่พระเยซูเจ้าเล่าครับ เมื่อพระวรสารเล่าว่า คนหนึ่งเป็นหนี้อยู่หนึ่งพันล้านบาท และไม่มีอะไรจะมาชำระหนี้ได้ คือไม่มีความสามารถ และไม่อาจจะชำระหนี้ได้เลย กษัตริย์จึงให้ขายตัวเขา ทั้งบุตร ภรรยาและทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้หนี้... พี่น้องครับ เขากราบแทบพระบาท ขอ ครับ ขอผ่อนผัน “ขอทรงพระกรุณาผลัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้ทั้งหมด” พี่น้องครับ น่าสนใจครับ สิ่งที่กษัตริย์ทรงกระทำเพราะความสงสาร เพราะเขาไม่มีทางออก เขาไม่มีความสามารถใช้หนี้ได้... พระองค์ไม่เพียงผ่อนผัน แต่ทรงยกหนี้ให้เลยครับ และปล่อยตัวไป... นี่คือความเมตตาที่คนๆ หนึ่งได้รับ

แต่เมื่อเขาออกไป เขากลับไปคว้าคอเพื่อนที่ติดหนี้เขาอยู่เพียงไม่เท่าใด เมื่อเทียบกับหนี้สินที่เขาได้รับการยกให้ เขาต้องการเอาคืนให้ได้ เดี๋ยวนั้น เวลานั้น... ท่าทีเดียวกันครับ เพื่อนคนนั้นคุกเข่าลงอ้อนวอนครับ เหมือนที่เขากราบแทบพระบาทกษัตริย์ “กรุณาผลัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้” แต่เหตุการณ์น่าเศร้าสลดก็เกิดขึ้น เมื่อเขาไม่ยอม และหนักกว่านั้น จับลูกหนี้ไปขังคุกไว้ จนกว่าจะชำระหนี้ให้หมด... พี่น้องครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเมื่อถูกขังคุก จะชำระหนี้ได้หมดอย่างไร งานก็ไม่ได้ทำ จะไปหาเงินที่ไหนมาชำระหนี้... คือ ฆ่ากันชัดๆ อ่ะครับ... หากขังเขาไว้ เขาจะทำอะไรได้ เขาจะไปหาเงินที่ไหนในคุกมาใช้หนี้... หนักครับ หากมองสิ่งที่กษัตริย์เพิ่งจะทำกับเขา เพราะเขาขอผ่อนผัน ผลัดไว้ก่อน แต่จะต้องชำระครับ ไม่ได้ขอยกหนี้ แต่สิ่งที่เขาได้รับนั้น คือการยกหนี้ให้ทั้งหมด มันมากกว่าสิ่งที่เขาร้องขอหรือเปล่า.... แต่ในเวลาต่อมา สิ่งที่เขาได้รับจากกษัตริย์ กลับไม่ได้ทำให้เขามีความยินดี จนกระทั่ง... ไม่ใช่ว่าต้องยกหนี้ แต่ผ่อนผันเวลาให้เพื่อนสักนิด หรือหากใจดีกว่านั้น จะลดหนี้ให้เขาสักหน่อยก็คงได้หรือเปล่า เพราะสิ่งที่เขาได้รับนั้นมันมากเหลือเกิน...

อดไม่ได้ครับ ที่จะคิดถึงประสบการณ์กับศิษย์ของผมคนหนึ่ง ที่ผมรักมากนะครับ แต่เพราะเขาคนนี้ ผมต้องเข้าห้องปกครองทุกอาทิตย์ครับ จนครูในโรงเรียนขนานนามว่าเขาเป็นลูกชายของผมไปแล้วล่ะ แต่จริงๆ แล้ว ผมก็รักเขาดังนั้นนั่นแหละครับ เขาเป็นเด็กในชั้นเรียนที่ผมเป็นครูที่ปรึกษาครับ “กี่ครั้งกี่หน” พี่น้องครับ คำนี้จริงๆ ครับ ที่ผมคงเบื่อเหมือนเปโตรวันนี้แหละครับ เมื่อครั้งที่เขาเข้ามาบอกผมว่า “ผมไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับพี่ ม.5 มาครับ” โอ้... “กี่ครั้งกี่หน” ผมจะต้องทนกับเด็กคนนี้อีกนานเท่าใด... ผมจำได้ว่า วันนั้น ผมหมดแรงครับ ผมกลับบ้าน แบบไม่ได้เก็บโต๊ะทำงานให้เรียบร้อยอย่างเคย ท้อใจครับ ทั้งที่รักเขามาก... พี่น้องครับ บรรยากาศในหัวใจผมตอนนั้น ไม่ใช่อยากเลิกรักเขานะครับ แต่ท้อใจครับ ผมถามตนเองครับ ถามพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนที่โต๊ะทำงานผมครับ... “ผมต้องทนกับเด็กคนนี้อีกนานเท่าใด มีอะไรที่ผมทำเพื่อได้ แล้วผมยังไม่ได้ทำ... ทำไมเขาเป็นเช่นนี้”... ผมแรงครับ พี่น้องที่รัก วันนั้นผมหมดแรงจริงๆ ครับ กลับถึงบ้าน ไม่ทานข้าวเย็นแล้ว อาบน้ำแบบหมดสภาพจริงๆ และก็จะนอนแล้วล่ะ คือว่า ท้อใจสุดๆ ครับ แต่ก่อนนอน สิ่งที่ทำคือภาวนาค่ำครับ... ไม่ทราบมีอะไรเกิดขึ้น เหมือนมีเสียงหนึ่งดังในใจผมครับ... “แล้วเราต้องทนกับลูกอีกนานเท่าใด เราต้องทำอะไรอีก เพื่อลูกจะกลับใจ” ... จบเลยครับ วาจานี้จริงๆ ครับ พี่น้องครับ ผมทึ่ง ผมงง ผมหายเหนื่อย หายท้อเลยครับ สวดจบแทนที่จะนอน คิดถึงเขาครับ กลับครับ กลับเข้าโรงเรียนไปนั่งทำงานต่อครับ ทำไป คิดไป จะทำอย่างไรกับเรื่องราววันจันทร์ที่คงต้องเผชิญอีกครั้ง... ก็นี่แหละครับ เมื่อคราท้อแท้ เมื่อคราจะโกรธใคร โมโหใคร หันกลับมาถามตนเองแบบเดียวกัน จบครับ ตอบไม่ถูก นอกจากกลับไปทำสิ่งที่เป็นการบ้านที่ค้างไว้เท่านั้นเอง

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ครับ (ดนล 3:25, 34-43) ชีวิตของอาซารียาห์ ท่ามกลางการเบียดเบียน ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องแก้ตัวกับพระเจ้าเลย เพราะชีวิตของพวกเขาหักหลังพระเจ้า วันนั้น ไม่มีพระเจ้า เมื่อพวกเขาทอดทิ้งพระองค์ เมื่อพวกเขาจะไม่มีแล้ว พระแท่นบูชา การถวายบูชา กลิ่นกำยาน ไม่มีแล้ว เมื่อเป็นพวกเขาเองที่ไม่ต้องการสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า... คือชีวิตที่พลาดพลั้งไปทั้งหมด และไม่เหลืออะไรเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าพระเจ้า... พี่น้องที่รัก หากเราจะวอนขอพระองค์วันนี้ ชีวิตเราวันนี้ เราจะขออะไรครับ ต่อหน้าพระเจ้าที่เราไม่รู้จะเอาอะไรมาพูดคุย ไม่รู้จะเอาอะไรมาตอบพระองค์ เราจะขออะไร หากอาณาจักรสวรรค์ หากความรอดของเรา คือการให้อภัยพี่น้องจากใจจริง ให้อภัยไม่ใช่ลืมสิ่งที่เขาได้ทำ แต่เข้าไปร่วมส่วนชีวิตกับเขา... กษัตริย์ที่ต้องเสียสิ่งที่เขามีหนี้กับลูกหนี้ ไม่ใช่เพียงผ่อนผัน แต่ทว่า มันคือการยกให้ทั้งหมด เพราะความเมตตาสงสาร... แล้วเราจะว่าอย่างไร หากความรอดพ้นของเราอยู่ที่สิ่งนี้ หมายถึงการให้อภัยพี่น้องของเราจากใจจริง

วิญญาณข้าเอ่ย กี่ครั้งกี่หน ที่พระเจ้าต้องทนและให้เวลากับเจ้า และกี่ครั้งกี่หนของเจ้า ที่อาจจะไม่อยากทนกับความบกพร่องของพี่น้องของเจ้า... วันนี้ คงต้องตอบคำถามพระองค์ล่ะ เมื่อไร เมื่อไร เราจะต้องอดทนกับเจ้าถึงเมื่อไร เพื่อเจ้าจะกลับใจมาหาเราอย่างจริงใจ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตรัสในใจลูกบ่อยๆ อย่างนี้เถิด ขอโปรดให้ลูกได้ยินเสียงพระองค์แบบนี้เสมอเถิด เพราะทุกวัน ลูกยังพร่ำขอพระเมตตาจากพระองค์เสมอ ขอทรงโปรดช่วยลูกให้ทำดุจเดียวกันต่อพี่น้องของลูก ดังที่พระองค์ทรงอดทนในความผิดพลาดบกพร่องของลูกเถิด... ไม่ให้อภัยไม่ต้องไปสวรรค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 6 มีนาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ดนล 3:25,34-43 / มธ 18:21-35
การเทศน์และสอนเรื่องการให้อภัยเป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่จะทำ แม้ในเรื่องง่าย ๆ ประสบการณ์ของเราสอนว่า คนธรรมดาทั่วไปตอบโต้คนทำผิดต่อตัวเองด้วยการแก้แค้น เราควรพูดขอบคุณเพื่อนบ้าน ซึ่งนำสัตว์ของเขาเข้ามาในสวน และกินผักที่เราปลูกไว้ แล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ ให้นำพวกมันเข้ามาอีก และจะพามันเข้ามาอีก 76 ครั้งก็ได้ และอย่าลืมนำแพะมาด้วย จำนวนเท่าไรก็ได้ตาม ที่ท่านต้องการ” เราจะแสดงความยินดีกับเสียงเพลงไพเราะของนักร้อง ทีทำให้เรานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากเสียงเพลงคาราโอเกะของพวกเขาหรือไม่? ขณะที่เราได้รับการสอนว่าให้อภัย 77 ครั้ง เราเชื่อว่าการให้อภัยแท้จริงนั้นคือ การช่วยบุคคลอื่นให้รู้ตัว ว่าพวกเขาได้ทำผิดอะไร การสอนพวกเขา เป็นหน้าที่ของเรามากเท่ากับการให้อภัยแก่พวกเขา ถ้าในการทำผิดเล็กน้อย เรายังพบว่า เรายากที่จะให้อภัย การให้อภัยแก่คนที่ทำความผิดที่รุนแรง คงจะต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากมาย พร้อมความสุภาพถ่อมตนด้วย การทำความผิดเรื่องการข่มขืน หรือการฆ่าคน ควรจะได้รับการให้อภัยหรือไม่? … มีข้อพิสูจน์ว่า สามารถทำได้ เช่น สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ได้ให้อภัยแก่อาลี อักกา ผู้ลอบปลงพระชนม์พระองค์ หรือนักบุญมารีอา กอเร็ตตี ได้ให้อภัยแก่ผู้ที่พยายามละเมิดทางเพศเธอ และยังมีนักบุญองค์อื่น ๆ อีกมากมาย เราเองก็รู้จักพวกคนธรรมดา ซึ่งได้ให้อภัยแก่คนที่ทำความชั่วร้ายแรงต่อพวกเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาได้รับพลังมาจากที่ใด พลังนั้นมาจากพระเจ้า ผู้ซึ่งให้อภัยโดยไม่มีขอบเขต โปรดจำไว้ว่า ขณะที่บางคนเริ่มทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เราจำเป็นต้องสอนสิ่งที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา 
เราพร้อมหรือยัง ที่จะเป็นผู้แจกจ่ายความใจดีและความเมตตากรุณาของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าเองตรัสกับเปโตร ว่าต้องให้อภัย 7 ครั้ง 70 หน มันอาจเป็นการพูดเกินความเป็นจริง แต่พระองค์ปรารถนาจะบอกกับเรา ว่าพระเจ้าทรงให้อภัยแก่เราเสมอ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นเราก็ควรเลียนแบบพระองค์ในเรื่องนี้.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view