สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 07 มีนาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญแปร์เปตูอา และนักบุญเฟลีชีตัส มรณสักขี

วันพุธที่ 07 มีนาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญแปร์เปตูอา  และนักบุญเฟลีชีตัส มรณสักขี

🍎จงจดจ่อในพระวาจา 
นิ่งสงบในการอธิษฐาน...
รอคอยและวางใจ
ในการทรงนำของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 07 มีนาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญแปร์เปตูอา 
และนักบุญเฟลีชีตัส มรณสักขี
https://youtu.be/CO9WaTIR1KU

🌹ทรงเลี้ยงดูข้า
http://youtu.be/SNimUXEBetY

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันพุธที่ 07 มีนาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญแปร์เปตูอา 
และนักบุญเฟลีชีตัส มรณสักขี
อ่าน
ฉธบ 4:1,5-9
มธ 5:17-20

พระเยซูทรงย้ำกับบรรดาศิษย์ 
การมาของพระองค์ เพื่อช่วยผู้ติดตามคำสอน
ให้มุ่งสู่ความสมบูรณ์ และคำสอนของพระองค์
จะสมบูรณ์มาก หากผู้ที่ปฎิบัติอยู่นี้ แนะนำและ
เป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นได้ปฎิบัติตาม

โมเสส ย้ำเตือน ประชากรของพระเจ้า 
เพื่อจะมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยพระพรของพระเจ้านั้น 
จงเชื่อฟัง และปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์
ด้วยความซื่อสัตย์

เมื่อนักบุญแปร์เปตูอา และนักบุญเฟลีชีตัส
ยึดมั่นในความเชื่อ แม้จะถูกทรมาน
เยาะเย้ย จากผู้คนรอบข้าง แต่ที่สุดชีวิตของพวกท่าน
ได้เป็นแบบอย่างแห่งความสุข ความชื่นชมยินดี
ให้กับผู้คนจำนวกมาก

หมายเหตุ..
การจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมความคุ้นชิน
ในหมุ่คณะ ในสังคม เป็นส่ิงที่ยากเสมอ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันพุธที่ 7 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เรามาเพื่อปรับปรุงธรรมบัญญัติให้สมบูรณ์...” (เทียบ มธ 5:17-19)

อะไรคือสิ่งที่ธรรมบัญญัติยังขาดไป
อะไรคือสิ่งที่ธรรมบัญญัติยังไม่สมบูรณ์

การเสด็จมาของพระเยซูเจ้าคือการทำให้ธรรมบัญญัติสมบูรณ์
นั่นคือการมา และมอบชีวิตเป็นธรรมบัญญัติที่สมบูรณ์
คือธรรมบัญญัติที่ถูกนำมาบรรจุในชีวิต
ด้วยการปฎิบัติตาม พระประสงค์ของพระเจ้า
คือการฟังพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์

________________

ที่ด่านตรวจของตำรวจ เราคิดอย่างไร เมื่อเขามีป้าย “เมาไม่ขับ” และเมื่อวัยรุ่นบางคน เข็นรถผ่านด่านไปครับ พอพ้นด่าน เขาก็ขับขี่ไปต่อครับ เวลานั้น เขาบอกว่า เขาไม่ได้ขับขี่จักรยานยนต์ เขาบอกว่า เขาเข็นอ่ะครับ นั่นก็ไม่เข้าข่ายของ กฎ “เมาไม่ขับ” อย่างนั้นหรือ คือทางออกของการปฏิบัติตามกฎ

คริสตชนคนหนึ่ง บอกกับผมเหมือนตกลงกับพระเจ้าไว้อย่างนั้น “ก็ไหนบอกว่า เป็นคริสตชน แก้บาปรับศีลปีละครั้งก็พอ” ตามกฎของพระศาสนจักร (แต่อย่าลืมนะครับ พระศาสนจักรบอกว่า ‘อย่างน้อยปีละครั้ง...’)” ก็ไหนบอกว่าอย่างนั้น... ดูเหมือนเขาจะจำข้อที่เอาเป็นเหตุผลในการไม่ชอบแก้บาปรับศีลเท่านั้น แล้วข้ออื่นๆ เช่น การไม่ทำงานในวันอาทิตย์ และวันฉลองบังคับล่ะ การช่วยเหลือพระศาสนจักรตามความสามารถล่ะ

ครอบครัวหนึ่ง พี่น้อง ลูกๆ บ้านหนึ่ง อาจจะมีข้อตกลงกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ในบางโอกาส... แต่มากกว่านั้น หากไปเยี่ยมท่านมากกว่านั้น เป็นสิ่งที่ผิดมากไหม ที่ทำเกินกว่าข้อตกลง... เพราะสัญญาในในสายเลือดของเราคือ นั่นคือพ่อแม่ของเรา...

คริสตชนเอ๋ย การไปวัดวันธรรมดา... การเดินรูปสิบสี่ภาคนอกเทศกาลมหาพรต การแวะหาวัดคาทอลิกที่มีศีลมหาสนิท เพื่อพักการเดินทาง และแวะไปสวดภาวนา เฝ้าศีลบ้าง การทำพลีกรรมในชีวิตแต่ละวัน ในแต่ละสถานการณ์ นอกจากเหตุผลของเทศกาลมหาพรต... พี่น้องครับ เหล่านี้เกินไปกว่ากฎของพระศาสนจักร หากเราทำสิ่งเหล่านี้ ผิดมากใช่ไหม ที่ทำมากเกินไป... พี่น้องครับ ความรักของเราต่อพระเจ้าแท้จริง เราก้าวหน้าไปกว่ากฎเสมอครับ...

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (ฉธบ 4:1, 5-9) กล่าวถึงชนชาติที่พระเจ้าทรงอวยพระพร ทรงเลือกสรร และประทานข้อกำหนดและกฎแห่งชีวิตให้ นี่คือชนชาติที่มีปรีชาญาณ คือชนชาติที่พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิด และนี่ด้วยใช่ไหม คือคริสตชน คือลูกของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงประทานข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นวิถีชีวิตนำไปสู่ความครบครันของการเป็นบุตรแห่งพระอาณาจักรสวรรค์

พี่น้องที่รัก แท้จริงแล้ว เราคงต้องยอมรับว่า หากจะหากฎ ข้อกำหนดที่ครบครันสำหรับมนุษย์นั้นคงยากจริงๆ ในโลกวันนี้ ในบ้านเณรที่เขาอาจจะห้ามใช้โทรศัพท์ แต่เณรคนหนึ่ง บอกว่านี่คือโทรทัศน์ นี่คือกล้องถ่ายรูป นี่เป็นนพจนานุกรม แต่มันโทรออกได้...พี่น้องครับ หากการเคารพกฎเพียงทำตามตัวอักษรเท่านั้น คงไร้ค่า เพราะมนุษย์เก่งครับ เก่งในวิธีการแบบนี้

พี่น้องที่รักครับ เป็นลูกของพระเจ้านั้น บางทีต้องบอกว่า เราต้องเป็นด้วยจิตสำนึกจริงๆ ไม่ได้เป็นเพราะกฎเกณฑ์ใช่ไหม เป็นลูกพระ ต้องเป็นด้วยชีวิตที่คล้ายคลึงกับพระเจ้า มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนพระองค์มิใช่หรือ พระวาจาของพระเจ้านำให้เราพบปรีชาญาณในการเป็นบุตรพระเจ้า สิ่งที่สำคัญคือ “อิสราแอลเอ๋ย จงฟังเถิด...” ฟังครับ ฟังพระเจ้าครับ พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่เคียงข้างประชากรของพระองค์เสมอ พระเจ้าผู้ตรัสเสมอในความสัมพันธ์กับเรา สิ่งเดียวที่สำคัญคือ อยู่กับพระองค์ และฟังพระองค์เสมอ

เป็นคริสตชน ตามกฎของพระศาสนจักร อาจจะไม่ใช่แนวความคิดที่ถูกต้องที่สุด แต่เราต้องเป็นคริสตชน ตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า เพราะผู้ที่ปฎิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า พี่น้องครับ เท่านั้นพอแล้วครับ ไม่ต้องรู้ ไม่ต้องท่องบัญญัติของพระศาสนจักรก็ได้ครับ หากเราจะมาวัดในวันอาทิตย์และวันฉลองบังคับ หากเราจะแก้บาปรับศีลปีละครั้งเท่านั้นในกำหนดปาสกานั้น พี่น้องครับ นั่นคือการน้อยไปหน่อยไหมครับ สำหรับลูกของพระเจ้าที่บอกว่ารักและเชื่อในพระองค์...

กฎของพระเจ้า คือกฎแห่งชีวิตครับ กฎของพระเจ้าวันนี้ ได้สมบูรณ์ที่สุดในองค์พระเยซูเจ้า การเสด็จมาของพระองค์ ไม่ได้ทำลายธรรมบัญญัติเดิมๆ ที่อิสราแอลรับมาเลย แต่ทว่า นี่คือการทำให้ธรรมบัญญัติของพระเจ้าสมบูรณ์ ในชีวิตที่บรรจุธรรมบัญญัติของพระองค์ลงในการปฏิบัติจริงๆ ในชีวิต

บทบัญญัติสุดท้ายจริงที่พระเยซูเจ้าทรงประทานให้นั้น พี่น้องที่รัก ต้องบอกว่า ที่สุดแล้วจริง จากสิบในพันธสัญญาเดิม เหลือสองในพันธสัญญาใหม่ และจากสองในพันธสัญญาใหม่ สุดๆ เลยที่พระเยซูเจ้าสอน คือเหลือหนึ่งเท่านั้นครับ... “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน...อย่างที่เรารักท่าน...” (เทียบ ยอห์น 15:12) นี่คือบัญญัติใหม่สุดๆ เลย ที่พระองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้เรา... พี่น้องครับ สังเกตดีๆ ครับ เราไม่พบคำสังให้รักพระองค์เลย และนั่นคือความจริง ความรักที่เรารักพระองค์นั้น เราจะรักพระองค์หรือไม่รักพระองค์ พระเจ้าไม่ได้รับอะไรจากเราเลย แต่สิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ที่มาจากหัวใจของลูกที่รักพระองค์นั้น พระองค์สอนให้เราเลียนแบบพระองค์ และรักกันและกัน อย่างที่พระองค์ทรงรักเรา กล่าวคือ ชีวิตของเราต้องเลียนแบบพระองค์ครับ และนี่คือธรรมบัญญัติที่สมบูรณ์ที่สุดแต่เพียงประการเดียวที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้

พี่น้องที่รักครับ ลูกของพระเจ้า ต้องอยู่ใกล้ชิดพระเจ้า ฟังพระองค์บ้าง ฟังพระองค์เถอะ แล้วเราจะมั่นใจอย่างในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ว่า คริสตชน ลูกของพระเจ้ามีปรีชาญาณที่พระเจ้าประทานให้ พระองค์ทรงสอน ทรงประทานสิ่งนี้ให้เราเท่านั้น ไม่ได้ประทานให้คนอื่นๆ เลย แต่เราที่เป็นผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรครับ

พี่น้องที่รัก ปรีชาญาณของเราคริสตชน อยู่ที่การฟังและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าเท่านั้นจริงๆ ครับ และดังนี้แล้ว พี่น้องครับ เราจะไม่อ่านและฟังพระวาจาของพระองค์เสมอๆ หรือ เพราะที่นั่น คือที่ที่พระเจ้าตรัสกับเราในจิตวิญญาณของเรา มหาพรตนี้ ขอเราหันมาอ่านพระวาจาของพระเจ้ากันมากๆ เป็นพิเศษหน่อยเถอะนะครับ รักพระองค์ ฟังพระองค์มากๆ เถอะนะครับ แล้วเราจะพบหนทาง เราจะพบปรีชาญาณในชีวิตของเรา ที่ลูกของพระเจ้าเท่านั้นเอง ลูกที่ฟังพระองค์เท่านั้นเอง ที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้...

พี่น้องครับ อย่าน้อยใจ อย่าท้อใจ ที่เราเป็นคริสตชนเลย อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ ที่เรามีกฎของพระเจ้าเป็นกฎในการดำเนินชีวิต และเราก็อาจจะถูกเอารัดเอาเปรียบบ้าง อย่าท้อใจเลย ที่เราได้รับการเรียกให้เป็นคนดี คนที่พิเศษสุด คนที่แสนดี แสนน่ารัก แสนศักดิ์สิทธิ์กว่าใครๆ ... หรือว่า เข้าใจดังนี้แล้ว เราจะยังคงน้อยใจในศักดิ์ศรีแห่งการเป็นคริสตชนลูกของพระเจ้าอีกหรือ...

ข้าแต่พระเจ้า กฎของพระองค์แสนดี นำชีวิตใหม่ใสสด คำสั่งขององค์ทรงยศ จำจดเชื่อฟังวางใจ... ขอพระองค์ให้ลูกยิ้มได้ เพราะลูกเป็นลูกของพระองค์ ที่เดินตามธรรมบัญญัติที่สมบูรณ์ที่สุด ที่พระองค์ทรงประทานให้ ขอให้ชีวิตของลูก คือการฟังพระองค์ และดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์เสมอเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 7 มีนาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ฉธบ 4:1,5-9 / มธ 5:17-20
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูแสดงถึงความตั้งใจ ที่จะยกระดับธรรมบัญญัติให้สมบูรณ์ “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติ หรือคำสอบของบรรดาประกาศก มิได้มาลบล้าง แต่มาเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์” การปรับปรุงธรรมบัญญัติ ไม่ใช่การปฏิบัติตามตัวอักษรเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับให้สูงขึ้น การปรับปรุงธรรมบัญญัติ ไม่ใช่ความรู้ หรือความสามารถในการตีความธรรมแต่อย่างใด แต่เป็นการลงมือปฏิบัติความรัก ความสัมพันธ์ กับพระเป็นเจ้าและกับผู้อื่น เพื่อปรับปรุงธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้า เราต้องซื่อสัตย์ตามความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการเตรียมให้พร้อมเสมอ และยังยินดีแบ่งปันสิ่งดีๆกับผู้อื่นและชุมชนของเรา หรืออีกนัยหนึ่ง เพื่อทำให้ธรรมบัญญัติสมบูรณ์ตามจิตตารมณ์พระวรสาร เราจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อเพิ่มพูนความศักดิ์สิทธิ์ของเราเองและของผู้อื่นด้วย
การปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้า ทำให้มีเวลามากพอ ที่จะอยู่กับพระองค์ ผ่านการอธิษฐานภาวนา อาศัยศีลมหาสนิท การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และการอภิบาลของวัดที่เราสังกัดอยู่ การแบ่งปันประสบการณ์ความรักและความเมตตา ที่พระเป็นเจ้ามีต่อเรา ให้กับผู้อื่น ในทุกที่ที่เราอยู่ การปรับปรุง การสังเกต และความเข้าในธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้า ไม่ใช่เป็นเพียงการติดตาม และการอยู่กับพระองค์ แต่เราต้องสละความสะดวกสบายของตนเอง และเลือกดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพระเป็นเจ้า ทั้งในฐานะส่วนตัวและส่วนรวม การดำเนินชีวิตโดยไม่คำนึงถึงพันธกิจและการเลือกที่จะติดตามพระเยซูเจ้า ทำให้ธรรมบัญญัติด้อยค่าลง…ข่าวสารที่สำคัญที่สุด ที่ข้าพเจ้าจะมอบให้ท่านและคนทั้งโลก คือ การปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้า...จงปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้า แม้ท่านจะทำบาป ท่านก็จะสามารถหวลกลับมายังเส้นทางเดิมของท่าน ท่านจะพบสันติสุข และความชื่นชมยินดี ที่มาพร้อมกับการให้อภัย ความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้น เมื่อท่านเจริญชีวิตตามที่พระเป็นเจ้าทรงต้องการ นั่นคือ การรับใช้พระเป็นเจ้าและเพื่อนพี่น้อง.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view