สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์นแห่งพระเจ้า นักบวช

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญยอห์นแห่งพระเจ้า นักบวช

🌴จิตใจที่ไม่มีความเชื่อ ...
ก็ไม่อาจมองเห็น "ความเป็นไปได้"
เพื่อนเอ๋ย ...
อดีตของผีเสื้อก็คือตัวหนอน

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์นแห่งพระเจ้า นักบวช
https://youtu.be/Sayoxf9DMow

🍀เวลานี้
http://youtu.be/_dYs-yNQkYQ

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญยอห์นแห่งพระเจ้า นักบวช
อ่าน
ยรม 7:23-28
ลก 11:14-23

เมื่อเห็นคนทำดี แทนที่จะสนับสนุน 
บางคนกลับพูดให้ร้าย บางคนก็หาเรื่องจับผิด
เพราะความอิจฉา พระเยซูจึงจำเป็นต้องเตือน
ถ้าที่ไหนมีความแตกแยก ที่นั่นก็พินาศ

เสียงของพระเจ้า ผ่านทางประกาศกเยเรมีย์
เพื่อจะอยู่อย่างเป็นสุข จงฟังเสียงของพระเจ้า 
แล้วเดินตามวิถีทางของพระองค์

บุคคลิกที่อ่อนน้อมต่อพระเจ้า และเพื่อนพี่น้อง
ของท่านนักบุญยอห์นแห่งพระเจ้า นำท่าน
ให้กลับกลายเป็นเครื่องมือของพระเจ้า
ที่นำความสุข มาสู่เพื่อนพี่น้อง 
ผ่านทางการช่วยเหลือ คนเจ็บป่วยที่ขัดสน

หมายเหตุ..
ปกติวิสัยของมนุษย์..
จะมองเห็นชัดขึ้น เมื่อหยุดวิ่ง
จะได้ยินชัดขึ้น เมื่อหยุดพูด

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 
วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“อาณาจักรใดแตกแยกภายใน อาณาจักรนั้นย่อมพินาศ...” (ลก 11:14-23)

ปีศาจทำให้คนเป็นใบ้
คนนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก

เมื่อคนเราไม่ยอมรับกันและกัน
จนมันกลับกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “อคติ” ไปแล้ว
ต่อไป คนๆ นั้น ต่อให้ทำดีอย่างไร มากมายขนาดไหน
ก็ต้องบอกว่า “ทำดีไม่ขึ้น”

มหาพรตนี้...
ยังมีปีศาจแห่งอคติในชีวิตของฉันมากน้อยเพียงใด
ที่ทำให้ฉันมองเห็นพี่น้องของฉันเป็นพรรคพวกของปีศาจไปด้วย
เขาจะทำดีอย่างไร เราก็ยังไม่ยอมรับ

เช่นนั้น ฉันจะรับพระกรุณาจากพระเจ้าได้อย่างไรเล่า ???

________________

เมื่อคนหนึ่งกำลังรู้สึกอยากปรับปรุงตนให้เป็นคนดี...อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “หน้าอย่างมึงอ่ะนะ อยากจะเป็นคนดี...”
เมื่อคนหนึ่งกลับมาที่วัด... อีกคนหนึ่งกล่าวกับเขาว่า “ยังจำทางมาวัดได้ด้วยรึ...คิดว่าจำได้แต่ทางไปบ่อน...”

พี่น้องที่รัก เราจะเหยียบหัวกันแบบไม่ให้เงยหน้าขึ้นมาเลยหรือ... และดังนี้เอง องค์ความดีเช่นพระเยซูเจ้า ก็ทำดีไม่ขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อเรามองกันและกันด้วยสายตาแห่ง “อคติ” คนๆ นั้น ก็ไม่มีวันได้ดีขึ้นมาได้เลย... วันนี้ เราไม่ฟังอะไรเลย เราไม่ฟังพระเจ้า เราไม่ฟังกันและกัน และอาณาจักรของพระเจ้าจะอยู่ท่ามกลางเราได้อย่างไร โรคร้ายที่เชื้อมันรุนแรงเหลือเกิน Ego หรือเปล่า ไอ้ตัวนี้หรือเปล่า เชื้อนี้ไม่ใช่หรือ ที่เราติดเข้ามาที่หัวใจของเรา และใจเราก็เย็นชา สิ้นหวังในความดีของเพื่อนพี่น้อง มองเห็นแต่ปีศาจในชีวิตของกันและกัน...

พี่น้องที่รักครับ เมื่อบรรทัดฐานของการรับพระเมตตาจากพระเจ้า กลับอยู่ที่พระวาจาของพระองค์ในวันเหล่านี้ครับ ที่เรียกร้องให้เราเมตตากรุณาต่อกันและกัน ดังที่เราได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า ซึ่งพระองค์รอคอยให้เรากลับมาหาพระองค์เสมอ รักของพระเจ้าไม่รักที่สิ้นหวัง แต่ทรงหวังในการกลับใจอย่างจริงใจของบรรดาบุตรของพระองค์เสมอ

พระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ พระองค์กำลังประสบกับสิ่งที่เรียกว่า “อคติ” ครับ พระองค์ทรงทำอัศจรรย์มากมาย ความดีมากมายที่พระองค์ทรงกระทำ ทรงรักษาคนเจ็บไข้ ขับไล่ปีศาจ แต่ว่าก็ยังมีบางคนกล่าวว่า พระองค์ทรงขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเจ้าแห่งปีศาจ คือการกล่าวหาว่าพระองค์ทรงเป็นปีศาจนั่นเอง

พี่น้องที่รักครับ เมื่อพระเจ้าทรงขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของพระองค์ เพราะความชั่วร้ายไม่อาจเอาชนะความดีได้เลย นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงประกาศในอัศจรรย์แห่งการขับไล่ปีศาจนี้ นั่นหมายความว่า อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางเราแล้ว พระเจ้าทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา... ความหมายของอาณาจักรของพระเจ้า คืออาณาจักรแห่งความรักและสันติสุข พระเยซูเจ้าทรงเป็นเจ้าชายแห่งสันติครับ หากเราต้อนรับพระองค์ท่ามกลางเรา นั่นหมายความว่า ที่นั่นคือที่ที่มีแต่บรรยากาศแห่งความรักและสันติสุข มิใช่หรือ... แต่คำถาวนไตร่ตรองวันนี้ คือ เราต้อนรับพระองค์ให้ประทับท่ามกลางเราจริงๆ หรือ...

พี่น้องที่รักครับ เป็นไปได้ไหม ที่บางครั้ง ท่ามกลางพวกเราเองมีความแตกแยกนั้น ที่ทำให้อาณาจักรของเราอยู่ไม่ได้... ท่ามกลางครอบครัวของเราเอง เรามองหน้ากันไม่ติด มากกว่านั้น เหตุการณ์เหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นแม้แต่ในหมู่คณะนักบวช หมู่คณะสงฆ์ด้วยหรือเปล่า ที่มันกำลังทำให้ประจักษ์พยานแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้าเลือนรางลงไป และเราก็มองไม่เห็นพระทัยดีของพระเจ้า แต่กลับยกสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นให้ปีศาจ ด้วยการจับผิดซึ่งกันและกัน การปฏิเสธไม่ยอมรับกันและกันแบบเอาเป็นเอาตาย เรียกว่า จะกลับใจอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างไร จะพยายามทำดีมากสักเท่าใด ก็เหมือนทำดีไม่ขึ้นสักที... แล้วที่สุด ปีศาจหนวกใบ้ก็สิงอยู่ในเราแต่ละคน เราไม่กล้าประกาศความดีของพระเจ้า เราปิดหูปิดตาต่อความดีของพระเจ้าในชีวิตของกันและกัน ที่สุด เราก็กล่าวหาพระเจ้าเป็นปีศาจไปเลยก็มี เมื่อเรามองความดีของพี่น้องของเราว่า นั่นเป็นการกระทำของปีศาจไปเสียแล้ว

พี่น้องที่รักครับ ไตร่ตรองพร้อมกับผมเช้านี้หน่อย... ครอบครัวของเราเป็นอย่างไร ที่ทำงานของเราเป็นอย่างไร หมู่คณะนักบวช หมู่คณะสงฆ์ของเราเป็นอย่างไร... ผมไม่อายนะครับ ที่ผมจะยอมรับว่า บางทีหมู่คณะนักบวชของเราเอง บางทีเรากำลังตกอยู่ภายใต้อานุภาพของปีศาจ ที่มันทำให้เราเกิดความแตกแยกภายใน และที่สุด เราเริ่มอยู่กันยาก วันนี้ ปีศาจมันทำให้เราเกิดความแตกแยก มันทำให้เราทะเลาะกัน... พี่น้องครับ พระเยซูเจ้าเตือนเราจริงๆ ที่ที่เราทะเลาะกัน ที่ที่เราแตกแยกกัน เราอยู่กันไม่ได้แน่ๆ ครับ รากแตกสาแหรกขาด... ครอบครัวพังทลาย หมู่คณะนักบวชก็หมดพลังลงในการเป็นประจักษ์พยานของความรักความดีและพระเมตตาของพระเจ้า เมื่อเราทะเลาะกันเอง...

และดังนี้แล้ว พี่น้องที่รัก ความรักของพระเจ้าไม่ได้สอนอะไรเราบ้างเลยหรือ เมื่อรักของพระองค์ เป็นรักที่ปราศจากอคติ เป็นรักที่ให้โอกาส เป็นรักที่มีหวังในบรรดาบุตรของพระองค์เสมอ เป็นรักที่ต้อนรับการกลับมาของลูกของพระองค์ด้วยพระทัยอ่อนหวานและอ่อนโยนเสมอ แล้วดังนี้แล้ว พี่น้องครับ เราจะปล่อยให้ “อคติ” ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ของปีศาจที่หว่านลงในใจเราเติบโตขึ้น แล้วทำให้เราอยู่กันไม่ได้ ทำให้เราแตกแยกกันหรือ แล้วดังนี้แล้ว เราจะรับพระเมตตาของพระเจ้าได้อย่างไร หากเรายังยืนเหยียบกันและกัน แบบว่าไม่ให้เงยหัวขึ้นได้เลย...

ข้าแต่พระเจ้า ขอความรักของพระองค์ที่ปราศจากอคติ ขอความรักที่ลูกมีประสบการณ์กับพระองค์นั้น ประทับตราในหัวใจของลูกตลอดเวลา เป็นตราแห่งลูกของพระเจ้าที่ไม่ลบเลือน ทำให้ลูกขับไล่ปีศาจแห่งความอคติออกไป เพราะเมื่อความดีของพระองค์อยู่ท่ามกลางพวกลูกแล้ว ความเลวร้ายของปีศาจต้องถูกขับออกไป ด้วยชีวิตที่มีหวังในกันและกัน ชีวิตที่พร้อมที่จะให้อภัย ยอมรับซึ่งกันและกัน และเป็นกำลังใจของกันและกันตลอดไป เพื่อลูกจะได้เหมาะสมที่จะรับพระเมตตาจากพระองค์เสมอ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 8 มีนาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ยรม 7:23-28 / ลก 11:14-23
ในกฎหมายของชาวยิว บาปที่หนักที่สุดคือการใส่ความนินทา (ลิ้นแห่งความชั่วร้าย) ซึ่งเกี่ยวข้องในการทำลายความน่าเชื่อถือ หรือพูดด้านลบของบุคคล แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม การพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือคำแนะนำด้านลบของบุคคลอื่น ถึงแม้จะเป็นการพูดล้อเล่น ก็ถูกห้ามไม่ให้พูด คนที่พูดเรื่องที่ทำให้เสียชื่อเสียง โดยกุเรื่องขึ้น จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่ชั่วร้าย ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ชั่วร้ายมากที่สุดในจริยธรรมของชาวยิว ที่ว่าด้วยเรื่องการพูดจา
ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงขับไล่ปีศาจ ทำให้ฝูงชนประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม ศัตรูของพระองค์ซึ่งเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของพระองค์ โดยกล่าวด้านลบมาต่อต้านพระองค์ แม้รู้ว่า การพูดโกหก เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคนอื่นนั้น เป็นคนที่ชั่วมากที่สุดในบรรดาคนชั่วทั้งหลายก็ตาม 
- เราเป็นคนที่ชอบหาทางวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น และหาข้อบกพร่องในคำพูดและการกระทำของพวกเขา และทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บปวดและเป็นทุกข์ใจหรือไม่?
- เรามีนิสัยที่ไม่เคยเห็นคุณค่า ความสวยงาม และความดีงามของผู้อื่นหรือไม่?
- เราใจกว้างพอที่จะยอมรับเรื่องดี ๆ ในตัวของผู้อื่น และเห็นคุณค่าในความสามารถพิเศษของพวกเขาหรือไม่?
ให้เรานึกถึงข้อเตือนใจในจดหมายของยากอบบันทึกไว้ว่า “พี่น้องทั้งหลาย อย่าใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ผู้ใดที่พูดใส่ร้ายพี่น้องของตน ผู้นั้นก็กล่าวร้ายต่อธรรมพระบัญญัติและตัดสินธรรมบัญญัติ แต่ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสิน” (ยก4:11) …คนที่ใจกว้าง จะวิจารณ์เรื่องความคิด คนใจเคียดแค้น จะวิจารณ์เรื่องราว แต่คนที่ใจแคบจะวิจารณ์คน…คนที่ชอบวิจารณ์คนอื่น คือ คนที่ขาดแคลนสิ่งที่คนอื่นมี.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view