สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2018

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2018

💠 ถ้าพระเยซูเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ
คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย … แม้สักสิ่งเดียว
เพราะผู้ที่มีพระคริสต์ … ก็มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2018
https://youtu.be/tSPWG7sZii0

❤ พระเจ้าดีต่อฉัน
http://youtu.be/_7VTjITn6_U

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2018
อ่าน
ฮชย 6:1-6
ลก 18:9-14

ชาวฟาริสีที่คิดว่า ตนเองชอบธรรม ดีกว่า
เหนือกว่าคนอื่น แล้วดูถูกคนที่มีข้อผิดพลาด
พระเยซูเจ้าจึงเตือนใจบรรดาศิษย์ ให้ตระหนักชัดว่า
ผู้ใดที่ยกตนชึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่
ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา
ทรงต้องการความรักมั่นคง ไม่ประสงค์
การถวายบูชา ต้องการการรู้จักพระเจ้า
มากกว่าเครื่องบูชา

หมายเหตุ..
รู้จักคนอื่น นั้นดี
แต่อย่าลืม
รู้จักตัวเองด้วย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2018

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด...” (ลก 18:9-14)

ที่พระวิหารแห่งเยรูชาแลม

ฟาริสีกลับบ้านไปโดยไม่ได้รับความชอบธรรมของพระเจ้า...

ด้วยพระเจ้ากำลังคอตกหมดกำลังอยู่ข้างหลังเขานั่นเอง...

อะไรคือคำภาวนาในวิหารแห่งดวงใจของฉัน

ที่ฉันจะได้รับความชอบธรรมของพระเจ้าเล่า...

สิ่งนั้นคือ การเดินไปสวมกอดพระคริสตเจ้า ที่กำลังหมดแรง หมดกำลังใจ

นี่ไม่ใช่หรือ...

คือชีวิตที่เป็นคำภาวนาที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

________________

มีคนหนึ่งถามผมว่า... “คุณพ่อ... ขอมิสซาให้ไอ้นั่นมันตายเร็วๆ ได้หรือเปล่า?” ... อ้าว! ไอ้นั่นอ่ะ ไอ้คนนั้นอ่ะ หมายถึงพ่อเจ้าวัดด้วยหรือเปล่า ฮิฮิ.. 

วันรุ่นหนึ่งขับมอเตอร์ไชค์เสียงดังผ่านหน้าวัด ศรัทธาชนท่านหนึ่งยกมือท่วมหัว อธิษฐานครับ... “สาธุ ขอให้มันไปตายซะเถอะ ไปดีเถอะ ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเถอะ สาธุ...” โอ้ นี่จะเป็นคำภาวนาหรืออะไรกันนี่ และพระเจ้าที่เป็นดังบิดาจะว่าอย่างไร... จะทรงประทานตามคำวอนของของลูกคนนี้หรือเปล่า...

พี่น้องครับ แล้วพี่น้องจะคิดอย่างไรอ่ะ ในวันเกิดของลูกชาย เมื่อพ่อถามลูกว่า ลูกอยากได้อะไร... ลูกกลับตอบว่า... “ผมอยากให้ไอ้ลูกของพ่อคนนั้นมันตายๆ ไปซะ...” แล้วพ่อจะว่าไง...

วันนี้ หลายๆ วัด กำลังถวาย 24 ชั่วโมงเพื่อพระเจ้า ตามคำเชื้อเชิญของพระสันตะปาปาฟรันซิส สำหรับผม ผมมีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้มากกว่า 24 ชั่วโมงครับ เพราะผมได้ร่วมในสองวัดที่จัดไม่ตรงกัน เหมือนหมายสำคัญบางอย่างในชีวิตของผม ที่อาจจะเรียกร้องให้ผมให้เวลากับพระเจ้ามากกว่าคนอื่นทำกันกระมัง... ทำให้ผมไตร่ตรองเป็นพิเศษ จากเมื่อวานนี้ ที่สำหรับผม ต่อหน้าพระเจ้า กลับเป็นช่วงเวลาของการฟังพระองค์ ฟังพระองค์ต่อหน้าพระองค์ผู้ประทับในศีลมหาสนิท และออกไปเยี่ยมและฟังพระองค์ต่อหน้าพระองค์ในบรรดาพี่น้องผู้ที่ผมออกไปเยี่ยมอภิบาล

คำภาวนาของสองบุคคลในพระวรสารวันนี้ คือฟาริสี และคนเก็บภาษี ต่อหน้าพระเจ้า คำภาวนาที่พระเจ้าทรงพอพระทัยกลับกลายเป็นคำภาวนาที่สุภาพถ่อมตนของคนเก็บภาษี... และอะไรคือสิ่งที่ขาดหายไปของฟาริสีคนนั้นหรือ ที่เขาจะกลับไปและไม่ได้รับความชอบธรรม... 

พี่น้องที่รักครับ คำภาวนานี้จะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าอย่างไรได้ หากเราถวายสิ่งที่เราคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีจากชีวิตเราเพื่อพระเจ้า เราอาจจะไม่เคยขโมย แต่พี่น้องของเราข้างๆ เรา ไม่มีอะไรจะทาน... เราอาจจะจำศีลอดอาหารทุกวันศุกร์ตลอดปี หรือมากกว่านั้น แต่เรายังกินเลือดกินเนื้อกันทุกวัน กัดจิกกันแม้สมาชิกในบ้านของเรา ในครอบครัวของเรา ในหมู่คณะของเรา หรือในชุมชนศิษย์พระคริสต์ ที่บอกว่า เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่ แล้วเราก็ยังทะเลาะกัน... หนึ่งในสิบของรายได้ของเรา หรือมากกว่านั้น ที่เราจะเอามาถวายพระเจ้า... พี่น้องครับ พระสันตะปาปาฟรันซิส กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า... หากเงินทำบุญเหล่านั้นมาจากการเอารัดเอาเปรียบ การขูดรีดคนงานพี่น้องของเรา เราได้มาจากการกินเลือดกินเนื้อกันแล้ว... พี่น้องครับ พระองค์ตรัสอย่างน่าคิดว่า ... เอาเงินทำบุญเหล่านั้นคืนไป พระศาสนจักรไม่ต้องการ...  มากกว่านั้น เงินของเราก็ใช้อะไรไม่ได้ในอาณาจักรของพระเจ้าด้วย... (ประโยคหลังผมพูดเองครับ)

พี่น้องที่รักครับ จะมีประโยชน์อะไร ที่ตลอดเทศกาลมหาพรตนี้ เราจำศีลอดอาหาร เราทำทานมากมาย หรือเราภาวนามากเป็นพิเศษแม้ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อพระเจ้านี้ด้วย พระเจ้าทรงได้รับอะไรจากกิจศรัทธา และคำภาวนามากมายของเราหรือ พระองค์ได้รับพระสิริรุ่งโรจน์จากกิจศรัทธาเหล่านี้ของเราหรือ... เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่วันนี้เราจะภาวนาต่อพระพักตร์พระเจ้า โดยที่คำภาวนาของเราไม่ได้นำความรัก ความเมตตา ความอ่อนหวานอ่อนโยนและกำลังใจให้ แม้กระทั่งคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา... เป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ ที่เราจะภาวนาขอพระเจ้า... ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ไอ้คนนั้นมันตายๆ ไปซะ ขอให้มันตายเร็วๆ ให้มันตายไปซะเถอะ

พี่น้องที่รักครับ แล้วเราล่ะครับ... พี่น้องครับ นี่แหละครับ คือคำภาวนาที่ขาดไป และนี่คือคำภาวนาครับ คำภาวนาที่ขาดไปไม่ได้ครับ เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ชีวิตของเราคือคำภาวนาครับ ไม่ใช่วาจาของเราเท่านั้น เมื่อพระประสงค์ของพระเจ้าไม่ใช่เครื่องบูชา หรือสิ่งใดที่เราจะนำไปถวายพระองค์ พระองค์ไม่ได้ขาดแคลนอะไร ทุกสิ่งนั้น คือสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง แต่เบื้องหน้าพระเจ้า คำภาวนาที่มีค่าและเป็นที่พอพระทัยคือ ชีวิตที่ภาวนาด้วยความเมตตาอย่างเป็นจริงในชีวิตของตน...

พี่น้องที่รัก... ความรักและความเมตตา ไม่มีเวลาครับ แต่เสมอครับ ไม่มีการรอโอกาส แต่ทุกโอกาส... แม้ในเวลากลางคืนก็ไม่หยุดชะงัก ความรักและความเมตตา ไม่เคยกล่าวว่า “พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ แล้วฉันจะให้” แต่เดี๋ยวนี้และทันที ก่อนที่เขาจะจากไป ... พี่น้องครับ จงมาเยี่ยมพระคริสตเจ้า เมื่อท่านสามารถมาได้... จงเอาใจใส่พระองค์ จงถวายอาหารแด่พระองค์ จงหาเสื้อผ้าให้พระองค์สวมใส่ จงต้อนรับพระองค์ จงถวายเกียรติแด่พระองค์ ไม่ใช่ในงานเลี้ยงอย่างที่หลายคนกระทำ... ไม่ใช่การชโลมพระบาทของพระองค์อย่างมารีย์ ไม่ใช่การยืมคูหาอย่างโยเซฟชาวอารีมาเทีย หรือการจัดการวางพระศพอย่างนิโคเดมัส ซึ่งรักพระองค์เพียงครึ่งหนึ่งของหัวใจเท่านั้น หรือไม่ใช่การถวายทองคำ กำยาน และมดยอบ อย่างที่บรรดาโหราจารย์ได้ทำเมื่อพระองค์บังเกิด... เพราะพระเจ้าของเรา ทรงขอความเมตตากรุณา ไม่ใช่ขอเครื่องบูชา เพราะเมตตาธรรมนั้นยิ่งใหญ่กว่าของถวายและเครื่องบูชาใดๆ ดังนั้น ให้เราได้แสดงความรัก ความเมตตาต่อพระองค์บ้างเถอะ อย่าด่าแช่งพระองค์นักเลย พอแล้ว พระเจ้าทรงทอดพระเนตร พระองค์ทรงเห็น ไม่ต้องสาธยายมากมาย ฉันได้พลีกรรมอะไร ฉันได้ถวายเงินเท่าใด ฉันได้ทำความดีอะไร หากแท้จริงแล้ว เรายังไม่สามารถสวมกอดคนเก็บภาษีที่คุกเข่าอยู่ข้างหลังเราด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ... ดังนั้น คำภาวนาที่ได้รับความชอบธรรมจากพระเจ้า แท้จริงแล้ว คือการสวมกอดคนที่กำลังคอตกหมดแรงอยู่ข้างหลังเรา มิใช่หรือ...

“ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด...”

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 18 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
บทอ่าน ฮชย 6:1-6 / ลก 18:9-14
พระสงฆ์องค์หนึ่งเทศน์พระวรสารวันนี้ได้อย่างจับใจ เกี่ยวกับฟาริสีที่หยิ่งยโส และคนเก็บภาษีที่ต่ำต้อย ทุกคนประทับใจมาก หลังพิธีบูชาขอบพระคุณแล้ว มีสัตบุรุษคนหนึ่งมาจับมือกับพระสงฆ์ และชมว่าท่านเทศน์ได้ดีมาก และยังเสริมอีกว่า เรื่องที่เทศน์นั้นเหมือนกับเรื่องของพี่ชายของเขาเลย เพราะเขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่า เขาได้ทำบาปแห่งความหยิ่งจองหองเช่นกัน ที่เป็นบาปของการคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ๆ
พระเยซูเจ้าทรงชี้ให้เราเห็นถึงความต้องการของเรา ที่จะหาวิธีว่าการเติบโตเป็นคนทีดีทำได้อย่างไร เราจะถอนรากความโน้มเอียงไปในทางชั่ว ที่บางครั้งบางคราว ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร ในเรื่องนี้พระเยซูเจ้าทรงชมเชยคนเก็บภาษี ไม่ใช่ฟาริสี คนเก็บภาษีรู้ตัวดีว่า เขาเป็นคนบาป และความสัมพันธ์ของเขากับพระเจ้านั้นไม่ดี ทำให้เขาเป็นกังวลใจมากกว่าสิ่งอื่นใด
ขอให้คำอธิษฐานภาวนานี้ เป็นบทภาวนา ที่เปลี่ยนแปลงเราเสมอ “ข้าแต่พระเจ้า โปรดเมตตาต่อเรา ผู้เป็นคนบาป”…ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น…ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี…เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร...เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้…ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็ม…เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท…พันคนก็มีเรื่องทุกข์พันอย่าง แต่มีทุกข์ไม่เหมือนกันสักคน

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)




เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/orGmjnUZ2iE



view