สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

💜 อย่าสงสัยในความรักที่พระเจ้ามีต่อคุณ
จงมองไปที่กางเขน...เพราะที่นั่น...
คุณจะได้เห็น ความรักที่ชัดเจนที่สุด...
มากกว่าที่ไหนๆในโลก...พระเจ้ารักคุณ

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
https://youtu.be/88HoiZ5hqWk

✝The Old Rugged Cross
https://youtu.be/CltrLsjsQl0

➕ กางเขนนำความรอด
https://youtu.be/dkzsg7CoP

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
อ่าน
2 พศด 36:14-16,19-23
อฟ 2:4-10
ยน 3:14-21

พระวรสารนักบุญยอห์นบันทึก บทสนทนา
ระหว่างพระเยซูเจ้าและนิโคเดมัส แม้นว่า
มนุษย์จะต้องถูกลงโทษ เพราะ การไม่ใส่ใจในคุณค่า
ของความสว่าง ตีตัวออกห่าง ด้วยการประพฤติผิด
ใช้ชีวิตในความมืด แต่ความรัก ความเมตตาของพระองค์
ทรงปรากฎให้เห็น โดยการมอบพระบุตรเป็นแสงสว่าง เพื่อช่วย
ผู้ที่มีความเชื่อให้รอดพ้นจากบาปผิดที่ติดยึดในชีวิต

เพราะความเมตตา เมื่อประชากรของพระเจ้าทำผิด
พระองค์ทรงส่งประกาศก เป็นผู้ตักเตือน
แต่พวกเขาไม่ใส่ใจ กลับเยาะเย้ย ดูหมิ่น
บ่อยครั้ง พวกเขาจึงต้องชดใช้ ด้วยการพ่ายแพ้
ตกอยู่ในอำนาจของศัตรู

จดหมายนักบุญเปาโล ย้ำเตือนถึง..
ความเมตตาของพระเจ้า ที่โปรดประทาน
พระหรรษทานให้กับผู้มีความเชื่อ มิใช่เพราะ
ความเก่งกล้า สามารถของมนุษย์ในการเข้าหาพระเจ้า
แต่เป็นเพราะ ความรักของพระเจ้า ที่ปรารถนา
ให้มนุษย์ทุกคนทำสิ่งที่ดีงาม

หมายเหตุ...
ความเมตตา ที่สูงค่า..
ไม่เลือกผู้รับ ไร้ขอบเขต

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“โมเสสยกยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น...” (ยน 3:14-21)

เมื่ออิสราแอลมองดูงูทองที่แขวนไว้บนที่สูง

แล้วเขาก็รอดชีวิต

คือการมองดูประวัติศาสตร์แห่งการทรยศหักหลังของพวกเขาต่อพระเจ้า

และสำนึกถึงความผิดนี้ เข้าพึ่งพระเจ้า

พวกเขาก็รอดพ้น

เมื่อฉันมองดูกางเขนของพระเยซู

ฉันคิดถึงชีวิตที่หักหลังพระเจ้า

ฉันสำนึกถึงความผิดพลาดนี้

ชีวิตของฉันเปลี่ยนเพราะความรักของพระองค์

การมองดูพระเยซูบนไม้กางเขนของฉันวันนี้

ฉันรู้สึกอย่างไร เมื่อพระเจ้าทรงรักฉันถึงเพียงนี้

และฉันจะไม่มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนไปบ้างเลยหรือ...

________________

ในประสบการณ์ของชาวอิสราแอลในหนังสือกันดารวิถี เมื่อครั้งเดินทางในถิ่นทุรกันดาร เมื่อพวกเขาบ่นว่าพระเจ้าและบ่นว่าโมเสส เมื่อหัวใจของพวกเขาเริ่มทรยศหักหลังพระเจ้า ได้มีงูพิษเข้ามาในค่ายของชาวอิสราแอล และกัดชาวอิสราแอลตายเป็นจำนวนมาก ทำให้พวกเขาหันหลับมาขอความช่วยเหลือจากโมเสส ให้วอนขอพระเจ้าเพื่อช่วยพวกเขาให้พ้นภันนี้ พระเจ้าได้สั่งให้โมเสสทำรูปงูทองสัมฤทธิ์ และแขวนไว้ในที่สูง ใครที่ถูกงูกัดและมองดูรูปงูนี้ ก็จะรอดชีวิต...

พี่น้องที่รัก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 ในเทศกาลมหาพรตแล้ว เราก้าวเดินผ่านเทศกาลแห่งการเป็นทุกข์กลับใจมามากกว่าครึ่งแล้ว อีกไม่นาน เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราจะฉลองวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันที่พระเจ้าทรงชัยชนะบนไม้กางเขน วันนั้น คือวันแห่งสิริมงคล เมื่อพระคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงนำคนมากมายที่เชื่อในพระองค์ให้ได้รับความรอด โดยอาศัยพระหรรษทานและความช่วยเหลือของพระองค์

ความช่วยเหลือของพระเจ้า คือพระหรรษทานของพระเจ้าที่ประทานมาเพื่อเรา (เทียบบทอ่านที่สอง อฟ 2:4-10) ของประทานนี้คือพระบุตรแต่พระองค์เดียวของพระเจ้าที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน นี่คือสิ่งที่เป็นผลจากความทรยศของเรา และพระเจ้าได้ยกพระองค์ขึ้น เหมือนเป็นเครื่องหมายเตือนให้เราเข้าใจว่า เพราะการทรยศของเรานั้น สิ่งเลวร้ายต่างๆ จึงได้เกิดขึ้น แต่พระเจ้าทรงช่วยให้เรารอดพ้นได้อาศัยการได้มองดูพระเยซูบนไม้กางเขนนี้ และเป็นทุกข์กลับใจ หันหน้ากลับเข้ามาหาพระเจ้า และเราก็ได้รับความรอดพ้น จากการเข้าพึ่งพระเจ้า

พี่น้องที่รัก เราร้องเพลง... “จงภูมิใจในกางเขนคริสตัง ชีวิตและจิตพลังย่อมไหลหลั่งมาจากกางเขน” ... เพราะการเป็นทุกข์กลับใจ คือพระหรรษทานของพระเจ้าที่หลั่งไหลมากจากความรักของพระองค์บนไม้กางเขน แม้รักของอิสราแอลจะเปลี่ยนไป รักของเราจะไม่เหมือนเดิม สุดท้ายเราก็ไม่พบอะไรที่มั่นคง นอกจากในรักพระเจ้าที่เราจะกลับมาพึ่งพระหรรษทานของพระองค์เท่านั้นเอง... เมื่อิสราแอลมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์ที่โมเสสได้แขวนไว้นั้น พวกเขาสำนึกถึงความผิดพลาดที่ได้กระทำต่อพระเจ้า และเพราะความสำนึกนี้เอง พระหรรษทานของพระเจ้าก็ช่วยให้พวกเขารอดพ้น... เพราะความสำนึกนี้จริง เมื่อมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์นั้น พวกเขาเปลี่ยนใจ และกลับเข้ามาพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า และพวกเขาก็ได้รับความรอดพ้น... ที่บนกางเขนของพระเยซู... พี่น้องที่รัก นี่คือกางเขนแห่งชัยชนะ ชัยชนะของความรักของพระเจ้า... พี่น้องครับ เมื่อเรามองดูกางเขน เราคิดถึงอะไร เราเข้าใจประวัติศาสตร์ความรักของพระเจ้าต่อเราอย่างไร ชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเรามองดูพระองค์ เมื่อเราจะเข้าไปนมัสการพระองค์ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เราจะก้มลงจูบพระองค์ผู้ทรงรักเราถึงเพียงนี้... และเมื่อเราลุกขึ้น ชีวิตของเราจะไม่เปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือ...

ผมเพิ่งกลับถึงวัดของผม หลังจากการเดินทางในงานอภิบาลในวันเหล่านี้ หลายแผนการที่ผมวางไว้ในงานอภิบาล เมื่อต้องเผชิญความจริงที่เกิดขึ้น มันก็ทำให้มีหลายต่อหลายอย่างที่ผมต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ความเข้าใจ รวมทั้งกล้าที่จะเปลี่ยนแม้กระทั่งสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้เมื่อได้พบกับสัตบุรุษ เมื่อพบสถานการณ์ที่ยากลำบากของพวกเขา คราบน้ำตานองหน้าของลูกๆ บางคน ที่ยังเพียรอดทน รักษาความเชื่อแห่งการเป็นคริสตัง ที่ยังภูมิใจในกางเขนคริสตัง พี่น้องครับ... ความรู้สึกเหนื่อยของผมไม่สามารถทำให้ผมหยุดหนทางที่ยาวไกลนั้นได้ แม้จะหลงทางไปมากมาย แต่ที่สุด เมื่อรักของพระเจ้าไปถึงลูกๆ ของพระองค์ เมื่อพระเจ้าทรงทำถึงเพียงนี้ ผมเองคงไม่อาจบอกว่าเหนื่อย คงไม่ใช่เวลาที่จะมัวท้อแท้อยู่ แต่เมื่อมองดูลูกๆ ของผมที่ผมไปเยี่ยม ผมได้รับแรงบันดาลใจมากมายในการทำงานอภิบาลที่ผมกำลังรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทางที่ไม่ถนัดนัก... และดังนี้เอง เมื่อมองดูกางเขนของพระคริสตเจ้า กำลังใจจะไม่เกิดขึ้นมากไปกว่านั้นหรอกหรือ เมื่อพระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้ มองดูพระองค์แล้ว ชีวิตของฉันเป็นเช่นใด ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า...

ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม...

รักของอิสราแอลเปลี่ยนไป รักที่พวกเขารักพระเจ้า บัดนี้ พวกเขากำลังมีพระเจ้าอื่น และรักของพวกเขาก็เตือจางลงไป... รักของฉันเป็นเช่นใด... รักของคริสตชนอย่างเราๆ บัดนี้เป็นเช่นใด... มองดูชีวิตคริสตชนวันนี้ ในฐานะผู้อภิบาล... พี่น้องที่รัก ผมอยากร้องเพลงนี้ให้พี่น้องครับ หลายวันแล้ว ที่ขับรถไปก็ร้องเพลงนี้ตลอดทางครับ... “ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป ไม่ต้องรักจนชั่วนิรันดร์ ตราบที่ฉันนั้นยังหายใจ ขอให้เหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม...” เมื่อผมอยากบอกว่า รักพระเจ้าที่เรารักพระองค์ในวันนี้...

ลูกๆ ที่รัก... เท่านี้ก็พอครับ... ขอนี้นะลูก อย่าเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้เลยนะลูก... คือว่า... รักพระเจ้าอ่ะ... วันนี้ ขอเท่านี้ได้ไหม... ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอรักพระองค์เหมือนเดิม รักเท่าเดิม คือรักมั่นคงที่ไม่ลดความรักในพระองค์ลงเลย แต่ลูกคงต้องขอเขาพึ่งพระหรรษทานของพระองค์ด้วย เพราะหลายครั้งลูกก็อาจจะหลงทางไปจากรักของพระองค์... พระเจ้าข้า... ขอพระองค์ทรงเป็นรักเดียวที่ลูกขอเป็นเหมือนเดิม ขอให้เหมือนเดิม... ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม ไม่ต้องมีเพิ่มเติม แต่รักไม่น้อยลงไป... ข้าแต่พระเจ้า ลูกรักพระองค์... ลูกยังรักพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 1 8 สัปดาห์ที่ 4 ในเทศกาลมหาพรต
บทอ่าน 2พศด 36:14-16ม,19-23 / อฟ 2:4-10 / ยน 3:14-21
มีผู้ศึกษาพระคัมภีร์บางท่านได้กล่าวว่า พระวรสารของนักบุญยอห์นในวันนี้ น่าจะมีเนื้อความ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหนังสือพระธรรมใหม่ ถ้าไม่ใช่ในพระคัมภีร์ทั้งหมดก็ตาม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่าถ้อยคำดังกล่าวได้สรุปว่า เราเป็นใครต่อหน้าพระเป็นเจ้า และพระองค์มองดูเรา และเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร? พระเป็นเจ้าได้ทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตร จะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้ความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น
แต่ความรักของพระเป็นเจ้า ที่มีต่อเราอย่างพิเศษนี้ จะต้องได้รับการตอบรับ ด้วยความเชื่อในองค์พระบุตรของพระองค์ เพราะว่าเส้นทางสู่ชีวิตนิรันดรนั้น จะต้องผ่านทางความเชื่อ ในพระเยซูเจ้าพระบุตรของพระองค์เท่านั้น ความเชื่อในพระเยซูเจ้า ยังหมายถึงการที่เราพยายาม ที่จะหลีกเลี่ยงการประณามหรือการตัดสินคนอื่น เพราะเป็นเจ้าไม่ได้ส่งพระบุตรของพระองค์มาในโลกนี้ เพื่อที่จะตัดสินลงโทษ แต่เพื่อทุกคนจะได้รับความรอดผ่านทางพระองค์ แต่น่าเสียดายที่หลายคนได้ปฏิเสธพระองค์ โดยไม่เลือกพระองค์ ที่เป็นองค์ความสว่าง แต่เลือกความมืดแทน ความจริงแล้วปิศาจเกลียดแสงสว่าง เพราะการเจริญชีวิตในแสงสว่างนั้น หมายถึงการเจริญชีวิตในความจริง แต่คนที่ประพฤติชั่วนั้น ชอบการโกหกและควาเท็จมากกว่า
“ในชีวิตนั้น มีคำถามอยู่ 3 คำถามที่จำเป็นต้องถามกับตัวเองอยู่เสมอ ๆ นั่นคือ ดีหรือเลว? จริงหรือเท็จ? งามหรืออัปลักษณ์? และการศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จักต้องช่วยเราตอบคำถามเหล่านั้น”… “เมื่อคุณก้าวผิดพลาด คุณอาจตั้งตัวใหม่ได้ในไม่ช้า แต่ถ้าคุณกล่าววาจาผิดพลาด คุณอาจต้องเสียใจตลอดชั่วชีวิต”… “อย่ากลัวว่าชีวิตของท่านจะพบจุดจบ แต่จงกลัวว่าชีวิตท่านจะไม่มีโอกาสเริ่มต้น... “การเดินทางแม้ไกลหมื่นลี้ก็ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view