สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

🔆ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ
โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด
ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด
ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
https://youtu.be/66ugmroKjdY

🕊Spirit Song
https://youtu.be/KWEDBaFy0SI

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
อ่าน
กจ 16:22-34
ยน 16:5-11

ในการเผชิญความจริง อาจมีหลายสิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจ
พระเยซูเจ้าทรงทราบถึงความจำเป็น ความต้องการของบรรดาศิษย์
ในการเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย ความเชื่อมั่นในพระเยซูเท่านั้น
ที่จะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้น

เปาโล และสิลาส ประกาศความเชื่อด้วยชีวิตของพวกท่าน
ให้กับผู้คุมคุก และครอบครัว แม้จะสบโอกาสหนีจาก
ความทุกข์ ปัญหา พร้อมกับอิสรภาพ แต่พวกท่านยังคงเลือก
ที่จะเลือกที่จะเผชิญกับ ความเป็นจริง

หมายเหตุ..
คนที่ไม่กล้าพอ ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา
ยากที่จะ ประสบความสำเร็จ จากสิ่งที่ท้าทาย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอังคาร 8 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปาสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เราบอกเรื่องนี้แก่ท่าน  ใจของท่านจึงมีแต่ความทุกข์...” (ยน 15:26-16:4)

สิ่งที่พระเยซูทรงบอกกับบรรดาศิษย์

คือพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกา

ที่พระองค์กำลังจะเสด็จผ่านไป

และพวกเขาก็จะตามพระองค์ไปด้วย

บนหนทางสายเดียวกันนี้ คือ ทางแห่งการเป็นศิษย์พระเยซู

ฉันอ่อนไหวบ้างกระนั้นหรือ

ใจฉันจึงมีแต่ความทุกข์

เพราะฉันยังไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัส

มันจะเป็นไปได้อย่างไร

ไม่เอาล่ะ ฉันไม่เอาดีกว่า...

บางทีก็ไม่ใช่สิ่งที่หัวใจของมนุษย์จะเข้าใจได้

ฉันจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือของพระเจ้า

คือองค์พระผู้บรรเทา จะทรงนำฉัน

ดังนั้น ฉันจะไม่หวั่นไหวสิ่งใด...

________________

วานนี้ มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ที่บางคนถามว่า นานมาแล้ว ทำไมเพิ่งคิดจะทำสิ่งนี้ ผมออกไปเยี่ยมอภิบาลคนยากจน ด้วยจิตตารมณ์แห่งพระเมตตา ผมไปไกลครับ และหากไม่ได้เป็นเจ้าวัดแล้ว อาจจะไปได้ไกลกว่านี้ด้วย แต่เมื่อวาน ผมได้ไปอีกครั้งครับ แต่ไม่ไกลเลย ใกล้มาก บนเส้นทางที่ขับรถผ่านไปมากว่าสามปีแล้ว เห็นภาพนี้มากตลอด มีใครบางคนอาศัยอยู่ข้างทางรถไฟ เมื่อมองลงไปจากสะพานข้ามทางรถไฟ เห็นครับ และมองมานาน แต่ไม่เคยคิดจะเข้าไปดูเลย เมื่อวานนี้ ในวันเวลาที่คิดว่าจะได้อยู่บ้าน ทำความสะอาดบ้านบ้าง หลังจากที่ออกจากบ้านเสมอๆ เพื่อพันธกิจเมตตาธรรมนี้ ไม่ทราบมีอะไรที่เร่งรัดอยู่ในใจ ทำให้ผมชวนสัตบุรุษคนหนึ่ง และออกไปอีกครั้ง ไปให้ถึงที่รกร้างในป่านั้น มีใครอยู่ที่นั่น และเราก็ได้พบพระเยซูเจ้าผู้ยากจนที่นั่นครับ ทำให้พวกเรากลับมาและมองหาสิ่งที่พอมีเพื่อแบ่งปันกับเขา อย่างน้อย เพื่อความสุขเล็กๆ ของคนที่ไม่มีบ้านอยู่ และเขาไม่เคยคิดว่า ที่อาศัยที่อาจจะเรียกว่าบ้านได้หรือเปล่านี้ กลับดึงดูดสายตาของใครบางคนให้เข้ามาหาเขา ผมและสัตบุรุษคนนั้น เมื่อกลับมาถึงวัด เราก็แปลกใจนะ ว่า ทำไมเรามีโอกาสแบบวันนี้ วันที่เราไปนั่งคุยกับเขาที่นั่น ได้ลงไปหาเขา อะไรคือแรงดึงดูด หรือแรงผลักดันในหัวใจเรา ที่ผ่านมา ทำไมเราไม่ไปนานแล้ว ทำไมจึงเป็นวันนี้... พวกเราสองคนตอบไม่ได้ว่าทำไม... นอกจากเราหันมามองหน้ากันและกัน และบอกกันว่า “วันนี้ พระจิตเจ้าทรงนำเราไป” และแท้จริงแล้ว บางคนอาจจะยังบอกว่า มีคนยากจนที่นั่น ที่นี่... เหมือนจะบอกให้เราไปหาเขาด้วย... แต่นั่นแหละ คนยากจนมีมากจริงๆ ที่เราควรจะเข้าไปช่วยเหลือเขา... คำถามที่น่าไตร่ตรองจึงอยู่ที่ว่า เราแต่ละคนได้พยายามทำสิ่งใดกันมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง เพราะคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่ทำให้โลกดีขึ้นมาได้ แต่เราทุกคนต้องเป็นส่วนหนึ่งภายใต้การนำของพระจิตเจ้ามิใช่หรือ...

ผมกำลังพูดถึงเรื่องนี้ครับ เสียงของพระจิตเจ้า คือเสียงของความจริง และความดีในหัวใจเราครับ เป็นเสียงของพระองค์ที่ตรัสในใจเราอย่างสม่ำเสมอถึงสิ่งที่ความจริงและความดีที่หัวใจมนุษย์โน้มเขาหา ท่ามกลางอุปสรรคของความจริงและความดีที่รบสู้กันอยู่ภายในใจเรา ความจริงนี้ ทำให้เราเป็นทุกข์ เหมือนสิ่งที่เฆี่ยนตีเราอยู่ภายใน เมื่อเรายังยอมเชื่อฟังเสียงของความจริงนั้น เหมือนสิ่งที่ติเตียนเราอยู่เสมอ นี่หรือเปล่า ที่เป็นแรงผลักดันของผมเมื่อวานนี้ ว่า ต้องไปแล้วล่ะครับ ต้องลงไปดู มีอะไรที่นั่น ขับรถผ่านไปผ่านมาเป็นปีๆ วันนี้ ต้องลงไปดูแล้วล่ะครับ...

พี่น้องที่รักครับ พระเยซูเจ้ากำลังจะกลับบ้านของพระองค์ อีกไม่กี่วัน วันพฤหัสฯ นี้ เราจะสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ (ประเทศไทย เราเลื่อนไปสมโภชในวันอาทิตย์) พระองค์กำลังจะไป แต่งานของพระองค์ต้องดำเนินต่อในโลกนี้ เพื่อความรัก ความจริงและความดีของพระเจ้าจะไถ่กู้โลกต่อไป โดยทางบรรดาศิษย์ของพระองค์ ซึ่งก็หมายถึงพวกเราด้วย...

และนี่คือชีวิตคริสตชนครับ ชีวิตที่เชื่อฟังเสียงของพระจิตเจ้า เสียงของความจริงและความดี แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่พระเยซูเจ้าทรงบอกเราล่วงหน้าจากพระวรสารในวันเหล่านี้ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ใจเราเป็นทุกข์... มันจะเป็นไปได้อย่างไร... หนทางนี้ หนทางของพระองค์เป็นเช่นนี้หรือ... และมันจะถึงเวลาครับ เมื่อพระจิตแห่งความจริงเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา และเมื่อเราฟังเสียงของพระจิตเจ้าแล้ว... สิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้จะเป็นจริงในชีวิตเราครับ “แต่ความทุกข์ของท่านจะกลับเป็นความยินดี” ยินดีในความจริง ในความดีของพระเจ้า ยินดีที่ได้ฟังและเดินตามเสียงของพระจิตเจ้า... คือเสียงแห่งความจริงและความดีที่ดังก้องอยู่ในใจเราเสมอ

เราพบจิตตารมย์คริสตชนได้แม้ในที่ที่หัวใจขาดอิสรภาพ เปาโลและสิลาสในคุกวันนี้ เพราะท่านขัดผลประโยชน์ที่อธรรม (หากเราอ่านกิจการอัครสาวกก่อนหน้าตอนที่อ่านในมิสซาวันนี้นิดหน่อย) ทำให้ความอธรรมไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้เมื่อพระเยซูเจ้าเข้ามามีบทบาท เมื่อพระนามของพระองค์มาถึงที่นั่น ความจริงและความดี ย่อมชนะความอยุติธรรมของโลกนี้ ท่านทั้งสองถูกจับขังไว้ในคุกอย่างแน่นหนา แต่ทว่าในคุกนั้น ท่านก็ยังอธิษฐานภาวนาด้วยความชื่นชมยินดี พระเจ้าได้ช่วยเหลือท่าน และ ณ ที่นั่นเอง สิ่งที่ตามมาคือ ความอ่อนโยน ความรักและเมตตา แม้ในที่ที่ขาดอิสรภาพที่สุด ความรักและเมตตาก็เข้ามาเป็นข่าวดีสำหรับผู้คุมขังเขาทั้งสอง และอาศัยความอ่อนโยนของเขาทั้งสอง ข่าวดีนี้จึงทำให้เกิดการกลับใจ (เทียบบทอ่านวันนี้ กจ 16:22-34)... องค์พระเจ้าทรงเป็นพละกำลัง และบทเพลงของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยข้าพเจ้าให้รอด... นี่แหละครับ บทเพลงที่เป็นผลของการฟังเสียงของพระจิตเจ้า สิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจในตอนแรกเมื่อพระเยซูเจ้าได้ตรัส บัดนี้ เมื่อเขาฟังเสียงของพระจิตเจ้า พวกเขาก็มีพละกำลังที่เข้มแข็งเพียงพอในการเดินตามเสียงของความจริงและความดีนี้ เพราะพระเจ้าทรงเป็นพละกำลัง เป็นบทเพลง เป็นความยินดีในชีวิตของคริสตชนอย่างเราๆ มิใช่หรือ นี่มิใช่หรือ ที่เป็นแรงผลักดันอยู่ภายในหัวใจเรา เมื่อเราได้ฟังเสียงของความจริงและความดี

พี่น้องที่รักครับ ไตร่ตรองพระวาจากับผมมาหลายวันในวันเหล่านี้ พระเยซูเจ้าได้ชี้ให้เราเห็นหนทางที่เราจะเดินตามพระองค์ เราจะพบอะไรบ้าง... วันนี้พระองค์รู้ครับ ว่าสิ่งที่พระองค์บอกเรานั้น ทำให้หัวใจเรามีแต่ความทุกข์ เพราะเรายังไม่เข้าใจหนทางของพระองค์ เราอาจจะเกิดคำถามว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้อย่างไร... หรือฉันจะสามารถยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ฉันเดินตามเสียงของพระจิตเจ้า ฉันกำลังขัดผลประโยชน์ของใครบางคน... และฉันก็อยู่ในลักษณะของผู้ที่ขาดอิสรภาพ... แต่ ณ ที่นั่น ฉันยังจะมีความยินดีกระนั้นหรือ และฉันสวดภาวนาอย่างไร จะสรรเสริญพระเจ้าอย่างไรเล่า บางที มันเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก และฉันกำลังคิดว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร...

ผมกำลังไตร่ตรองชีวิตของนักโทษคนหนึ่ง ที่มีผลต่อชีวิตของผมที่ผ่านไปมาก ที่แม้ในคุก ในที่จองจำ ท่านให้ผมเห็นภาพของเปาโลและสิลาสอีกครั้งครับ เป็นภาพยิ่งใหญ่ที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้บนไม้กางเขน ภาพของการแก้ตัว แก้ต่าง ภาวนาให้กับศัตรูของพระองค์ และนี่คือสิ่งที่บุญราศี คุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด ของเราได้มอบไว้ให้เรา ท่านคร่ำครวญด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่าน แต่ พระเจ้าทรงนำท่านผ่านไปได้อย่างสวยงาม ด้วยหัวใจของพระองค์ในชีวิตท่าน แสนอ่อนโยนจริงๆ

ข้าแต่พระเจ้า สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ถึงชีวิตการเป็นศิษย์ของพระองค์ ทำให้ลูกหวั่นไหวมากมายในหลายๆ ครั้ง แต่กระนั้นก็ดี เสียงขององค์พระจิตเจ้ายังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของลูกเสมอ ที่หลายครั้งก็เป็นดังแส้ที่เฆี่ยนดีลูกให้ต้องเจ็บ เพราะลูกยังต้องการยืนอยู่บนความคิดและความรู้สึกของลูก ลูกไม่กล้าที่จะทำตามเสียงของพระองค์... ข้าแต่พระองค์ ขอทรงเป็นพละกำลังและบทเพลงของลูกในยามนั้นเถิด เพื่อลูกจะกล้าหาญพอ ที่จะทำในสิ่งที่โลกไม่กล้ากระทำ ตามเสียงของพระจิตเจ้าที่นำทางลูกให้ก้าวเดินไป.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 18 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ16:22-34 / ยน16:5-11
มีวิธีการแตกต่างที่จะอยู่ด้วย ต้นไม้สองต้นอยู่ติดกัน พวกมันจะไม่รู้จักกัน ไม่ใส่ใจซึ่งกันและกัน แม้จะใกล้ชิดกัน เปรียบเหมือคนแปลก ส่วนมนุษย์สองคนที่รู้จักกัน และอยู่ต่อหน้ากัน พวกเขาจะเห็นสภาพภายในจิตใจของกันและกัน พระเยซูเจ้าได้ตอบสนองต่อความเศร้าโศกของบรรดาอัครสาวก ด้วยการประกาศว่า พระองค์จะจากพวกเขาไป พร้อมกับสัญญาว่าจะส่งพระจิตลงมายังพวกเขา "ที่เราไปนั้น ก็เป็นประโยชน์กับท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระผู้ช่วยเหลือก็ไม่เสด็จมาหาท่าน” พระเยซูคริสตเจ้าจะทรงสถิตอยู่กับพวกเขา แต่การปรากฏตัวของพระองค์จะไม่เกิดขึ้นภายนอก เพราะเมื่อพระจิตเจ้าจะเสด็จมา พวกเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งภายในจิตใจ
การประทับอยู่ของพระองค์โดยอาศัยพระจิตเจ้า จะทำให้ชัยชนะของพระองค์ต่อโลก เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ในระหว่างที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่ พวกยิวได้ปฏิเสธไม่ยอมรับพระองค์ และได้ตัดสินให้ประหารชีวิตพระองค์ พระจิตเจ้าจะพิสูจน์ให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์เห็นว่า ความยุติธรรมจะอยู่ฝายพระเยซูคริสตเจ้า เพราะว่าชีวิตของพระองค์มิได้จบลงที่พระคูหาฝังพระศพ เพราะพระองค์ได้ทรงกลับคืนชีพ และไปหาพระบิดาของพระองค์ และพระองค์ได้กลายเป็นเจ้าชายของโลกที่ถูกลงประณาม เมื่อพระจิตเจ้าทรงเป็นประจักษ์ยืนยันถึงชัยชนะของพระเยซูเจ้า บรรดาสานุศิษย์ที่ถูกความเศร้าโศกเสียใจครอบงำ ก็จะได้รับความบรรเทาใจ เมื่อพระองค์จากไป และแม้แต่จะต้องเผชิญกับการเบียดเบียนในอนาคต.
ดูเหมือนว่า ชัยชนะของการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้ามีขึ้น เมื่อเปาโลและสิลาสออกมาจากคุก จนทำให้ผู้คุมอยากฆ่าตัวตาย เพราะไม่เห็นท่านทั้งสอง จึงเกิดความกลัวว่าผู้บังคับบัญชา จะโยนความผิดให้เขา จนเปาโลต้องให้ความมั่นใจแก่เขาว่า ยังไม่มีผู้ใดหนีออกจากที่คุมขังแต่อย่างใด และแนะนำว่าสิ่งที่เขาควรจะทำ คือ มีความเชื่อในพระเยซูเจ้า เขายอมทำตาม และได้รับศีลล้างบาปรวมทั้งสมาชิกในครอบครัวด้วย คืนที่ดูเหมือนเป็นเวลาของความเสียใจ ได้กลายเป็นคืนทีมีแต่ความสุข.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view