สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

🌹 พระเจ้าข้า ลูกเชื่อในพระองค์
ลูกกราบนมัสการพระองค์
ลูกวางใจในพระองค์และรักพระองค์
ลูกกราบขออภัยโทษแทน ..
ผู้ที่ไม่เชื่อในพระองค์ ไม่นมัสการพระองค์
ไม่วางใจในพระองค์ และไม่รักพระองค์

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
https://youtu.be/l80iIkNdjNo

🌼 ภาวนา
http://youtu.be/6D90Wp1RL9I

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
อ่าน
กจ 18:1-8
ยน 16:16-20

พระเยซูเจ้าทรงให้กำลังใจศิษย์
แม้บางครั้งในงานแบ่งปันข่าวดี ศิษย์อาจจะต้อง
ร้องไห้ เศร้าโศก จากพันธกิจ แต่ชีวิต
ที่มั่นคงในความเชื่อ จะเปลี่ยนความทุกข์ เศร้าโศกเหล่านั้น
ให้กลับกลายเป็นความชื่นชมยินดี

นักบุญเปาโล ใช้เวลาของท่านตรากตรำ ทำงาน
เพื่อเลี้ยงชีพ พร้อมกับการประกาศข่าวดี
ความสุข ความชื่นชมยินดีจากการลงทุนลงแรงของท่าน
คือ การได้เห็นพัฒนาการที่เจริญเติบโตของกลุ่มคริสตชนในที่ต่างๆ

หมายเหตุ..
อยากเปลี่ยนชีวิต..
ให้เริ่มที่การเปลี่ยนความคิด
แล้วลงมือทำ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปาสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ความโศกเศร้าของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี...” (ยน 16:-30)

ท่ามกลางหนทางชีวิตที่เราอยู่ในโลก

แต่เราไม่ใช่คนของโลก

ความสุข ความชื่นชมยินดีในชีวิตศิษย์ของพระเยซู

ช่างแตกต่างกับโลกโดยสิ้นเชิง

เมื่ออุปสรรค ความทุกข์ลำบากกลับเป็นความยินดี

เพราะเขาได้เดินตามรอยพระยุคลบาทของพระบุตรสุดที่รักของพระเจ้า

เขากำลังเรียนรู้ด้วยรอยยิ้ม ที่จะก้าวผ่านอุปสรรคและความยากลำบาก

เขามีกำลังใจเสมอ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงก้าวนำหน้าเขาไป

และพระหัตถ์ของพระองค์กำลังค้ำจุนเขา

คริสตชน คือผู้ที่ยิ้มได้เสมอด้วยความชื่นบาน

เพราะพระเยซูทรงเป็นความสุขแห่งวิญญาณของเขา

และโลกก็ไม่อาจทำให้เขาทุกข์โศก

วันนี้ ฉันมีพระองค์เป็นความชื่นชมยินดีในจิตวิญญาณของฉัน

หรือฉันกำลังแสวงหาความสุขสันติของโลก

ที่ไม่เหมือนกับสันติสุขที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้

เป็นความสุขสันติ ที่ไม่เคยทำให้ฉันท้อแท้และสิ้นหวังเลย...

นี่แหละ เป็นคริสตชน คือผู้ที่อยู่ในโลก 

ดำเนินชีวิตในโลก ด้วยจิตตารมย์ของชาวสวรรค์...

________________

สุขสันต์วันสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ครับ 40 วันหลังการกลับคือนพระชนมชีพของพระองค์ วันนี้พระศาสนจักรสากล สมโภชการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งเราจะทำฉลองกันในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ขอความยินดีเรื่องการกลับคืนชีพ และการเสด็จสู่สวรรค์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ บันดาลกำลังใจเข้มแข็ง และความปลอบโยนในหัวใจของเราทุกคนที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกนี้ และจะมุ่งหน้าไปสู่บ้านแท้นิรันดรของเราเหมือนกับพระองค์ ด้วยการเป็นศิษย์ที่ดี และแสนสัตย์ซื่อต่อคำสอนของพระองค์

พี่น้องที่รักครับ เมื่อวานนี้ ใครเห็นผม คงคิดว่าผมติดโทรศัพท์ ติดคอมพิวเตอร์แน่ๆ ครับ อาทิตย์นี้ที่ผมตั้งใจจะอยู่วัด อยู่บ้านเพื่อทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียดขึ้น เพราะได้ออกจากบ้านนานแล้ว ไม่ค่อยได้มีโอกาสอยู่บ้านนานๆ แบบนี้มานานแล้ว แต่ว่า เมื่อวานนี้ พระเจ้า องค์พระจิตเจ้าผู้ทรงเรียกผมมาเพื่องานนี้ คงไม่ต้องการปล่อยให้ผมห่างจากงานนี้กระมังครับ วานนี้ ผมมีงานที่ผมต้องตอบคำถามพี่น้องมากมาย ทางสื่อไอทีที่ผมไม่ค่อยถนัดนี่แหละ ทางไลน์ ทางเฟสบุค ที่ผมเริ่มทำอะไรมากขึ้นนิดหน่อย ตกบ่าย ตกเย็น ผมมารู้สึกตัวว่า วันนี้ยังทำงานไม่ได้สักเท่าไรเลย หลายอย่างยังไม่เสร็จอย่างที่หวัง เพราะคุยโทรศัพท์ และใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่ มองไปที่เครื่องหมายแบตเตอรีบนโทรศัพท์ มันเกือบหมดแล้ว แสดงว่า วันนี้ ผมใช้มันมากจริงๆ ครับ แต่ว่า เมื่อวานนี้ จะว่าพระจิตเจ้าอีกกระมังครับ ที่นำให้ผมไตร่ตรองประสบการณ์ของบรรดาศิษย์ของพระเยซู หลังจากที่พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เมื่อพวกเขาต้องออกไปประกาศข่าวดี กับคำปราศรัยอำลาของพระองค์ ในพระวรสารนักบุญยอห์น ความสุข ความทุกข์ สิ่งที่ช่างแตกต่างกันเหลือเกินในทรรศนะของบรรดาศิษย์ของพระเยซูและของโลก... ความทุกข์ของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี... สิ่งนี้จะเป็นไปได้อย่างไร

ในบรรดาหลายสิ่งที่ผมทำเมื่อวานนี้ทางสื่อไอทีนั้น ที่ต้องตอบคำถามมากมาย บรรเทาใจคริสตชนบางคน อธิบายสิ่งที่พี่น้องถามมา และฟัง ฟัง ฟัง ความรู้สึกจากการแบ่งปันของพี่น้องหลายๆ คนเมื่อวานนี้ ภาพรวมของสิ่งที่เราสนทนากันเมื่อวานนี้กลับเป็นเรื่องของการปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน น้องคนหนึ่งแบ่งปันถึงประสบการณ์ที่เหมือนถูกดูถูกการเป็นคริสตชน ศาสนาของเราเหมือนกำลังถูกหยามเหยียด และเขาอาจจะรู้สึกเจ็บในใจ... ความรู้สึกของพี่น้องบางคนที่เพื่อนบ้านก็ถามว่า ไปวัดแล้วมีอะไรดี ศาสนาคริสต์ของแกให้อะไรกับแกบ้าง พระเจ้าของแกช่วยอะไรแกบ้าง... นอกจากนั้น ก็ยังมีภาพความอบอุ่นของความเชื่อ ท่ามกลางบรรดาพี่น้องอีก บางคนกำลังจะเที่ยวพักผ่อน ก็วางแผนชีวิตการเดินทางอย่างดี เพื่อจะไม่ขาดวัดวันอาทิตย์...

ท่ามกลางความเหนื่อยยากบนหนทางของโลกนี้ เมื่อศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาท วันนี้พระองค์ตรัส และทรงตรัสต่อเนื่องมานานแล้ว เป็นศิษย์พระองค์ ท่านจะร้องไห้คร่ำครวญแต่โลกจะยินดี ท่านจะเศร้าโศก แต่ความเศร้าโศกของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี... อะไรคือความยินดีของเราหรือ หากไม่ใช่สันติสุขในดวงใจ สันติที่พระเยซูมอบให้ คือสันติที่ไม่เหมือนที่โลกมอบให้ สันติของผู้ที่สุภาพถ่อมตน ผู้ที่เมตตาอ่อนโยน กรุณาแบ่งปัน ที่สุด นี่ต่างหาก ที่เป็นสันติในดวงใจ คือสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความโศกเศร้า แม้ฉันจะยังไม่ก้าวหน้ารุ่งเรือง ร่ำรวยมากมายอย่างที่โลกแสวงหา แต่ฉันมีความสุขสันติในดวงใจ ฉันยิ้มได้เสมอไม่ว่าจะเหนื่อยยากสักเพียงใด ทุกข์ยากสักเพียงใด ฉันก็ยังมีกำลังใจปลอบโยนคนอื่นได้เสมอ ฉันยังมีเวลาให้กับหลายๆ คน ฉันยุ่งอยู่เสมอ แต่ฉันก็ว่างตลอดเวลาเพื่อทุกคน นี่คือชีวิตของศิษย์พระเยซู

ชีวิตของบรรดาศิษย์ของพระเยซู ในการประกาศข่าวดี ด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์นั้น พวกท่านก็ยังต้องทำงาน ทำหน้าที่ของพวกท่านด้วย และในชีวิตหน้าที่การงานนั้นเอง (เปาโลมีอาชีพทำกระโจม) ท่านก็เป็นพยานประกาศข่าวดีของพระเจ้าด้วยชีวิตที่เป็นแบบอย่าง พี่น้องที่รักครับ... การกลับใจเป็นงานของพระ เป็นพระหรรษทานของพระจิตเจ้าที่ทำงานในหัวใจของแต่ละคน เราแต่ละคนเป็นเพียงเครื่องมือที่พระเจ้าทรงพระกรุณาใช้เราเพื่องานของพระองค์เท่านั้น อย่าปล่อยให้ความท้อแท้ ความท้อถอย หรืออุปสรรคจากความไม่เชื่อของคนอื่น นำให้หัวใจเราท้อแท้หรือเป็นทุกข์จากสิ่งเหล่านั้น... เปาโล วันนี้ได้กล่าวกับคนที่ต่อต้านท่าน ดูหมิ่นพระเจ้า... “ถ้าท่านไม่รอดพ้น ก็เป็นเรื่องของท่าน ข้าพเจ้าไม่รับผิดชอบแล้ว...” (บทอ่านที่หนึ่ง กจ 18:1-8) พี่น้องครับ หน้าที่ของเรา คือทำอย่างดีที่สุด เป็นคริสตชน เป็นลูกของพระอย่างดีที่สุด เท่านั้นก็พอครับ เพียงมีความห่วงใยในความรอดพ้นของเพื่อนพี่น้อง พยายามจนถึงที่สุด ก็พอแล้วครับ อย่าให้ความไม่เชื่อของเขา ทำให้ความเชื่อของเราต้องถดถอย หรือสงสัยในพระเจ้าเลย พระจิตเจ้าเท่านั้น ที่จะประทานพระหรรษทานให้บางคนได้กลับใจมาเชื่อในพระเยซู ด้วยอาศัยประจักษ์พยานแห่งชีวิตที่อ่อนโยน สุภาพ ของเราคริสตชน

ความสุขสันติ ความยินดีนั้น จึงจะอยู่กับเราเสมอไป และความสุขสันตินี้ ไม่เหมือนกับที่โลกให้ แต่เป็นความสุขสันติที่เกิดขึ้นในหัวใจที่สุภาพอ่อนโยน เปี่ยมด้วยความรักเมตตา เมื่อมีสันติสุขของพระองค์ในหัวใจ เราก็มีกำลังใจมากมายในการเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง และแท้จริงแล้ว อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ก็กลับเป็นตัวเราเองครับ ที่เราต้องเอาชนะตัวเราเองให้ได้เท่านั้นเอง นอกนั้นแล้ว ความสุขสันติก็อยู่เบื้องหน้า...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเป็นสันติสุขในดวงใจลูก เป็นพลังและแรงผลักดัน เพื่อให้ลูกก้าวออกไปด้วยรอยยิ้มเสมอ เพื่อเป็นข่าวดีของทุกคน เพราะพระองค์ทรงชนะบาป ชนะความตาย และกลับคืนพระชนมชีพเพื่อความรอดพ้นของชาวเรา ขอพระองค์ทรงเป็นความสุขของหัวใจของพวกเราเสมอไปเถิด พระเจ้าข้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 10 พฤษภาคม 18 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ18:1- 8 / ยน16:16-20
“เปาโลเข้าไปในบ้านของทิธีอัสยุสตุส ซึ่งมีความเคารพในพระเป็นเจ้า และมีบ้านอยู่ติดกับศาลาธรรม” (กจ 18:7)
เปาโลได้พักอยู่ในเมืองโครินธ์ เป็นแขกของสามีภรรยาชาวยิว คือ อควิลาและปริสซิลลา ซึ่งได้กลับใจมาเป็นคริสตชน และมีอาชีพเป็นช่างทำกระโจมเหมือนกัน แต่งานหลักของเปาโล คือ การประกาศพระวรสาร ที่ท่านยินดีอุทิศตนเพื่อทำงานนี้ ทุกวันสับบาโต เปาโลจะไปที่ศาลาธรรม เพื่อถกถึยงปัญหาที่นั่น แต่ปรากฏว่ามีคนต่อต้าน ท่านจึงได้หันไปประกาศข่าวดีกับคนต่างศาสนา
ท่านได้เข้าไปในบ้านของทิธีอัสยุสตัส ที่ตั้งอยู่ใกล้ศาลาธรรม การกระทำของท่านก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะตามข้อกำหนดของชาวยิวที่เคร่งครัด การเข้าบ้านของคนต่างศาสนาทำให้มีมลทิน ท่านจึงได้ประกาศอย่างเปิดเผยว่า ท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า จึงไม่ต้องทำตามข้อกำหนด ที่แบ่งแยกผู้คน เพราะพระเยซูเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ ได้ทำลายข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว “จึงไม่มีการแบ่งแยก ระหว่างชาวยิวหรือชาวกรีก ระหว่างทาสหรือไท ระหว่างชายหรือหญิงอีกต่อไป”
ในอดีตเคยมีการเบียดเบียนคริสตชนในแคว้นยูเดียอา ซึ่งสอดคล้องกับแผนการของพระเป็นเจ้า ที่มีพระประสงค์ให้ข่าวดีกระจายออกไป พ้นเขตแดน และพ้นเขตข้อจำกัดต่างๆทางศาสนา พระศาสนจักรแรกเกิดนี้จึงไม่ละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น ตัวอย่าง คริสปัสเอง ซึ่งเป็นหัวหน้าศาลาธรรม และเป็นตัวแทนของชาวยิว ได้กลับใจพร้อมกับครอบครัว เมื่อพระคริสตเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษย์ทุกคน เพราะฉะนั้นประตูแห่งความรอดจึงเปิดต้อนรับทุกคน
พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ได้เคยตรัสว่า “การยืนหยัดอยู่ข้างความจริง แม้จะมีบางคนเขาใจผิด หรือมีบางคนต่อต้าน แต่ที่สุดแล้ว ก็จะมีแต่ดินแดนแห่งแสงสว่าง มีความอุดมสมบูรณ์ และสันติสุข”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view