สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

🍁ขอพระเจ้าทรงสดับคำร้องทูลของท่าน
และขอทรงนำท่านในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์
เพราะไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่า..ทางที่พระเจ้าจัดเตรียม

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
https://youtu.be/lH7PDQmGu18

🌹You are Mine
https://youtu.be/Sgm9lkTNQmc

🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴🌴

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
อ่าน
กจ 18:9-18
ยน 16:20-23ก

ในความทุกข์ ความเจ็บปวด จากร่างกาย
ไม่มีความสุข แต่พระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์
ความชื่นชมยินดีจากภายใน สามารถแทนที่ความทุกข์
เหมือนหญิงที่กำลังคลอดบุตร ความชื่นชมยินดี
จากการได้พบบุตร ทำให้นางลืมความทุกข์ เจ็บปวด

เมื่อความกลัว เป็นสาเหตุให้เปาโล มีความทุกข์
ในการทำหน้าที่ประกาศข่าวดีที่เมืองโครินทร์
พระเจ้าทรงให้กำลังใจท่าน ด้วยการย้ำว่า
“เราอยู่กับท่าน” เปาโล เปี่ยมด้วยพลังแห่งความหวัง
และทำหน้าที่ของตนต่อไป ได้อย่างสมบูรณ์

หมายเหตุ..
วิธีฝึกจิตให้สรรพพร้อม น้อมรับทุกสิ่ง..
จงยินดี กับสิ่งที่ได้มา
และยอมรับ กับสิ่งที่เสียไป

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปาสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ใจของท่านจะยินดี ไม่มีใครนำความยินดีไปจากท่านได้...” (ยน 15:9-17)

เพราะความยินดีในพระผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจ

คือพลังในการเป็นประจักษ์พยานของความจริง

จะยากลำบาก และต้องอดทนสักเพียงใด

เพราะความหวังและแรงบันดาลใจในพระองค์

ฉันมองเห็นความยินดีเสมอ เมื่อได้เดินตามพระองค์

พระเจ้าข้า ไม่ต้องอุ้มชูลูกแล้ว 

พระองค์ทรงเลี้ยงลูกมานานแล้ว ลูกต้องเติบโต

ลูกต้องเข้มแข็ง ลูกต้องอดทน และเดินหน้าต่อไป

แต่ขอเพียง... พระองค์ยังอยู่ตรงนี้ อยู่ที่นี่

ขอเพียงอยู่กับลูก เท่านั้นก็พอแล้ว

เพราะพระองค์ทรงเป็นพละกำลังและบทเพลงของลูก.

________________

เมื่อวานนี้ พระศาสนจักรสากลได้ฉลอง สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ซึ่งพระศาสนจักรในประเทศไทย จะได้ฉลองในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้... 40 วันที่พระเยซูเจ้าหลังจากการกลับคืนพระชนม์ชีพ ทรงนำให้บรรดาศิษย์ระลึกถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่อยู่กับพระองค์ และดูเหมือนพวกเขาระลึกได้ หากแต่ยังไม่สามารถเข้าใจทั้งหมด เพราะยังไม่ได้รับพระจิตเจ้า... นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาถูกเตรียมอย่างเข้มข้นอีกครั้ง ก่อนที่จะออกไปประกาศข่าวดี เป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้าผู้ทรงรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาถูกเตรียม เพื่อเข้าใจและมีวุฒิภาวะที่เพียงพอในพันธกิจของพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ทรงสัญญาจะประทับอยู่กับพวกเขาตลอดไป และโดยทางพระจิตเจ้า ที่พระองค์ทรงประทานให้ เพื่อเป็นผู้บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ในพระศาสนจักร และทรงนำทางพวกเขาในความสว่างของพระองค์

“อย่ากลัว จงพูดต่อไป อย่าเงียบเลย เพราะเราสถิตอยู่กับท่าน...” (บทอ่านที่หนึ่ง กจ 18:9-18) สอดคล้องกับพระวาจาของพระเยซูเจ้าเมื่อทรงตรัสกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ “เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:20) นี่คือพันธกิจของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเรียกเราในฐานะคริสตชน ที่ผมย้ำเตือนพี่น้องบ่อยๆ ว่า พระองค์คือพระเจ้าผู้ชี้ทางแห่งความรอดพ้นให้กับเรา และในขณะเดียวกัน พระองค์คือพระเจ้าผู้ร่วมทางกับเราด้วย ตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อทรงสร้างมนุษย์ พระองค์ทรงเดินกับมนุษย์ในสวน แม้มนุษย์จะพลาดผิดไป พระองค์ก็ยังทรงร่วมทางและนำเขากลับมาสู่หนทางของพระองค์ โดยทางบรรดาผู้นำของพวกเขา และที่สุด ทรงมอบพระบุตรแต่เพียงพระองค์เดียว เพื่อนำพวกเขาให้พบกับความรอดพ้นในพระองค์

มีสัตบุรษบางคนที่ทำงานฆราวาสแพร่ธรรมบอกผมว่า ทำไมฉันทำงานไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอีกบางคนเลย ไม่เห็นมีใครกลับใจมารับศีลล้างบาปบ้างเลย... พี่น้องที่รักครับ ผมเอง เป็นพ่อเจ้าวัด ก็ใช่ว่าจะสามารถนำวิญญาณลูกๆ ของผมกลับมาหาพระได้หมดเสียเมื่อไรเล่า มีบ้างเหมือนกันที่ผมรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จเลย อีกบางครั้งที่ผมรู้สึกว่าผมประสบความสำเร็จ แต่ผมก็ต้องยอมรับว่า นั่นคือเพราะสัตบุรุษของผมที่ผมนำพวกเขาไปกับผมด้วยในการเยี่ยมอภิบาลต่างหาก พวกเขาต่างหาก ที่เป็นผู้นำพี่น้องของพวกเขาให้กลับมาหาพระเจ้า พ่อเจ้าวัดเอง อาจจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เพราะงานที่เราเดินไปด้วยกัน แบบชุมชนคริสตชนที่มีพระเจ้าทรงประทับอยู่เท่านั้น ความสำเร็จของงานอภิบาลจึงเป็นของพระองค์ หาใช่ความสามารถของเราไม่... 

มองชีวิตของพระศาสนจักร เราล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่เพราะการประทับอยู่ของพระเจ้าในพระศาสนจักรของพระองค์ สองพันกว่าปี พระศาสนจักรก็เจริญก้าวหน้าและมีชีวิตอยู่ได้ เพราะพระเจ้าทรงประทับอยู่ต่างหาก หาใช่เพราะความสามารถของใครไม่... 

อ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมามากครับ เพราะในการประกาศพระวาจาของพระเจ้าในโลกนี้ ไม่มีวิธีใดดีกว่าชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานเลย เมื่อคนหนึ่งจะไม่เหมือนใคร เพราะความเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า เมื่อชุมชนคริสตชน เมื่อพระศาสนจักร จะไม่เหมือนคนอื่นๆ ในโลก เพราะการได้ซึมซับชีวิตพระหรรษทานที่พระเจ้าทรงประทานให้ในพระคริสตเจ้า ในพระองค์นี้เอง ที่เป็นแรงผลักดัน เป็นกำลังใจให้เราทำงาน ให้เราเจริญชีวิตในโลกนี้ด้วยวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนคนอื่น ด้วยมาตรฐานที่แตกต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือมาตรฐานของการเป็นลูกของพระบิดา เป็นศิษย์ของพระเยซู

ประสบการณ์ที่ผ่านไปในชีวิตอาจจะทำให้ฉันเข้าใจว่า พระองค์ทรงอยู่ข้างเคียง พระองค์ทรงอุ้มฉันไว้ และฉันก็มั่นใจในพระองค์ จนหากจะมีอีกหลายครั้ง ที่เมื่อประสบความยากลำบาก ฉันก็ขอพระองค์อุ้มฉันอีกครา เป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง จนบางครั้ง พระองค์อุ้มฉันแล้ว รอยเท้าบนพื้นทรายนั้น จะไม่ใช่รอยเท้าเพียงข้างเดียวอีกต่อไป ที่ฉันก็ต่อล้อต่อเถียงกับพระองค์ ว่าพระองค์อยู่ไหน ยามฉันประสบปัญหา แต่นั่นจะเป็นสองรอยเท้าที่เดินตามกันมา ด้วยรอยเท้าของพระองค์ที่ก้าวเดินล่วงหน้าไปก่อน แล้วทรงยื่นพระหัตถ์ให้ฉันจับไว้ให้มั่น และก้าวตามรอยเท้าพระองค์ไป... วันนี้ ฉันอาจจะต้องถามตนเอง ฉันยังต้องให้พระองค์อุ้มอีกไหม แต่เล็กจนโต หากพระองค์ยังต้องอุ้มชูฉันมากมายเช่นเดิม ฉันคงต้องพิจารณาตนเองล่ะว่า ฉันได้เรียนรู้อะไรจากพระองค์บ้าง วุฒิภาวะของฉันในการเป็นคริสตชนนั้นเป็นเช่นใด... วันนี้ ฉันควรต้องเติบขึ้น และพยายามก้าวเดินตามรอยเท้าพระองค์ด้วยการยึดพระหัตถ์พระองค์ไว้ให้มั่น และมั่นในว่า พระองค์ทรงจับมือฉันไว้ แต่ต้องเป็นเท้าของฉันล่ะ ที่ต้องก้าวออกไปเอง... นี่แหละ คริสตชนที่รัก พระเจ้าทรงเลี้ยงดู และพระองค์ทรงทำให้เราเติบโตขึ้นในพระองค์ ไม่ใช่เป็นเด็กแบเบาะที่พระองค์ต้องอุ้มเราอยู่ตลอดเวลา แต่เวลาที่ผ่านไป นั่นคือ 40 ปีกับการมีประสบการณ์กับพระองค์ 40 ปีในถิ่นกันดานที่พระเจ้าทรงอุ้มชู 40 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในพระองค์ เพื่อเข้าใจหนทางที่ก้าวผ่านมา และยังคงเป็น 40 ปี หนหนทางในโลกนี้ ที่พระองค์ทรงประทับอยู่เคียงข้าง แม้ไม่ทรงอุ้มชูเราแล้ว แต่เพราะเราโตขึ้นไง เราจึงต้องพยายามก้าวเดินออกไปเองบ้าง กระนั้นก็ดี พระองค์ก็ไม่ได้ไปไหนไกล พระหัตถ์ของพระองค์ยังทรงอยู่กับเรา ดังนั้น... อย่ากลัวเลย...

 

ข้าแต่พระเจ้า คงไม่มีอะไรยากเกินไป คงไม่มีอะไรจะทำให้ลูกท้อแท้ หรือท้อถอยได้ ขอเพียงลูกได้มั่นใจว่า พระองค์ประทับอยู่ที่นี่และอยู่ตรงนี้ ทรงอยู่ข้างเคียงลูกเสมอ... ข้าแต่พระองค์ มองดูพระองค์ครั้งใด ลูกพบกำลังใจ และแรงบันดาลใจมากมายในการเดินตามพระองค์ ความทุกข์โศก ความยากลำบากของลูกกลับเป็นความยินดี เพราะการมีพระองค์อยู่เคียงข้างนั้น มีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ ที่ลูกกำลังเผชิญ จนความทุกข์โศกนั้นจางหายไป เหลือแต่ความยินดีในพระองค์... ข้าแต่พระเจ้า แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า หลายครั้ง ลูกอาจจะเจริญชีวิตเหมือนเดินตามลำพัง ลูกไม่หันหาพระองค์ผู้ประทับอยู่เคียงข้าง ชีวิตของลูกจึงโดดเดี่ยว ทำงานด้วยความเหนื่อยอ่อน หมดกำลัง และชีวิตก็ไร้ความหวัง หมดคุณค่า... สิ่งหนึ่งที่ลูกอาจจะต้องวอนขอจากพระองค์ คือ ขอให้ลูกสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์เสมอเถิด พระเจ้าเข้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 18 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 18:9-18 / ยน 16:20-23
กัลลิโอ ก็พูดกับชาวยิวว่า “ชาวยิวเอ๋ย ถ้าเป็นเรื่องอาชญากรรมหรือการฉ้อฉลเลวร้าย ข้าพเจ้ายินดีจะรับฟังคำร้องของท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องคำสอน หรือถ้อยคำ เรื่องเชื่อ และเรื่องธรรมบัญญัติของท่าน ท่านจงไปจัดการกันเองเถิด ข้าพเจ้าไม่ต้องการเป็นผู้พิพากษาตัดสินใจเรื่องนี้”
(กจ 18:14-15) พระวาจาดังกล่าวมีความหมายอย่างไร?
ลูกาได้เป็นเพื่อนร่วมทางของเปาโล และเป็นประจักษ์พยานโดยตรง ถึงความขัดแย้งและความยากลำบาก ที่เปาโลได้รับจากชาวยิว ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ขณะนี้เราอยู่ในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่เมืองโครินธ์ พวกยิวต้องการที่จะนำเปาโลไปให้ศาลตัดสิน แต่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อกัลลิโอ ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการของแคว้นอาคยา ได้ปฏิเสธที่จะตัดสินเรื่องราวที่เกิดขี้น เขาป็นผู้ที่มีอำนาจที่โรมได้ส่งมาอยู่ที่เมืองโครินธ์ เขาเป็นน้องชายของเซเนกา ซึ่งได้บอกว่า เขาเป็นคนต่างศาสนา เป็นคนเฉลียวฉลาด และเป็นคนมีนิสัยดี เขาไม่ใช่คนที่มีความเชื่อในพระเยซูเจ้า และไม่มีใครเคยเล่าเรื่องพระเยซูเจ้า หรือกิจการต่างๆที่พระองค์ได้เคยกระทำ เขายังเป็นคนที่รักความยุติธรรม ที่ได้เปิดโปงความหลอกลวงของชาวยิว ที่เป็นศัตรูกับโรม และไม่เคยคิดว่า จะได้รับความยุติธรรมใดๆจากกฎหมายของโรม กัลลิโอได้ให้ชาวยิวออกไปจากศาล
แม้ดูเหมือนว่าความจริงเป็นสิ่งที่มีเหตุผล และเป็นสิ่งที่แน่นอน แต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะแยกออกจากพระหรรษทาน มันยังคงเป็นพระพรพิเศษ ที่เราได้รับเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่เราจะได้รับเหมือนกับเป็นพระพรพิเศษครั้งสุดท้าย
“ข้าแต่พระเป็นเจ้า ลูกขอโมทนาคุณพระองค์ สำหรับชายและหญิง ซึ่งพยายามที่จะเจริญชีวิตในความซื่อสัตย์และความจริงใจ พวกเขาแสวงหาการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และไม่ยอมก้มหัวให้กับคนที่คลั่งไคล้ในศาสนา”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view