สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี นักบุญปันกราส มรณสักขี

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี นักบุญปันกราส มรณสักขี

🌼ขอบพระคุณพระเจ้า...
สำหรับ "วันนี้"
เพราะทุกวันก็คือ วันพิเศษ
การมีชีวิตอยู่ก็คือ "พระพร"

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี
นักบุญปันกราส มรณสักขี
https://youtu.be/O96JpZj6Pp8

♥ You Raise Me Up
http://youtu.be/8mn1dePo9gw

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี
นักบุญปันกราส มรณสักขี
อ่าน
กจ 18:23-28
ยน 16:23ข-28

พระเยซูเจ้าย้ำกับบรรดาศิษย์
“ความรักที่พวกเขามีต่อพระองค์ จะทำให้
พระเจ้ารักพวกเขา เช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ พระเยซูเจ้า
ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีความเชื่อ ทูลขอจากพระเจ้า
ในนามของพระองค์

ความรักที่อพอลโล มีต่อพระเจ้า
ด้วยการแสวงหาความรู้พระคัมภีร์
และใช้ความรู้นี้ ในการรับใช้เพื่อนพี่น้อง
เทศน์สอน ด้วยใจกระตือรือร้น
ทำให้ท่านได้รับความรัก การต้อนรับอย่างดี
จากคริสตชน และทุกคน ที่ท่านได้พบเจอ
แบ่งปันข่าวดี

นักบุญปันกราส ได้ย้ำเตือนให้ตระหนักถึง
ถึงผลแห่งความเชื่อ ที่แสดงออกในชีวิตประจำวันนั้น
มีรากฐานมาจาก การรักพระเจ้า และเพื่อนพี่น้อง

ตัวอย่างความรักของกลุ่มคริสตชน แม้จะถูกเบียดเบียน
แต่ก็ไม่หวั่นไหว ได้เป็นแรงบันดาลใจให้นักบุญ
เนเรโอ นักบุญอาคิเล และเพื่อนมรณสักขี
ได้เปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิต มมาสู่เส้นทางแห่งความเชื่อ
ในชีวิตคริสตชน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปาสกา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“จนบัดนี้ ท่านยังไม่ได้ของสิ่งใดในนามของเราเลย จงขอเถิดแล้วท่านจะได้รับ เพื่อความยินดีของท่านจะสมบูรณ์...” (ยน 16:23ข-28)

บนหนทางของการติดตามพระคริสตเจ้านี้

ลูกจะขอสิ่งใดเล่า นอกจากขอมีพระองค์เป็นเป้าหมายของชีวิต

เพื่อพระองค์จะเป็นแรงบันดาลใจของลูกในการก้าวเดินหน้าต่อไป

ขอเพียงลูกได้เดินกับพระองค์ และรู้จักพระประสงค์ของพระองค์ก็พอแล้ว

เพื่อความยินดีของลูกจะได้สมบูรณ์ในพระองค์

และไม่มีอะไรพรากลูกจากพระองค์เลย.

________________

อปอลโลคือภาพของผู้ที่พบความเชื่อที่แท้จริงในการรู้จักพระคริสตเจ้า (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง กจ 18:23-28) โดยอาศัยพระคัมภีร์ที่ท่านเชี่ยวชาญ และนี่แหละ ใครที่ไม่รู้จักพระคัมภีร์ก็ไม่รู้จักพระคริสตเจ้า ดังที่ท่านนักบุญเยโรมได้บอกไว้ เพราะพระคัมภีร์คือพระวาจาของพระเจ้าที่บอกเราล่วงหน้าที่ความเป็นพระคริสตเจ้าผู้จะเสด็จมา พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ คือลักษณของความเป็นพระคริสตเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ (บทสดุดีที่ 47) ผู้ประทับบนบัลลังก์แห่งพระเมตตาของพระองค์ที่ไม้กางเขน และที่กางเขนนี้เอง พระองค์ทรงเป็นพระราชาแห่งสันติผู้นำเราให้เป็นอิสระจากพันธนาการจากบาปและการเป็นทาสตามวิสัยของโลก ให้เราพบหนทางใหม่เพื่อเดินมุ่งหน้าสู่สันติสุขนิรันดรในพระองค์

พระเยซูเจ้าได้ตรัสในพระวรสารวันนี้ “ท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดา พระองค์จะประทานให้ท่านในนามของเรา จนบัดนี้ ท่านยังไม่ได้ของสิ่งใดในนามของเราเลย จงขอเถิด เพื่อความยินดีของท่านจะสมบูรณ์” จนบัดนี้หรือ... ฉันอาจจะขออะไรมากมายจากพระองค์กระมัง ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ขอในนามของพระองค์นี่ซิ น่าไตร่ตรอง ขอในนามของพระองค์ คือขอในความเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ แล้วสิ่งที่ฉันขอนั้น พระบิดาจะประทานให้... พระองค์ได้ตรัสว่า จนบัดนี้ ฉันยังไม่ได้ขออะไรในนามของพระองค์เลย นั่นหมายความว่า ฉันอาจจะยังไม่เข้าใจอะไรด้วยซ้ำไปว่า เพื่อจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าได้นั้น นั่นไม่ใช่ความสามารถของฉัน ไม่ใช่ความสามารถของมนุษย์ แต่ต้องเข้าพึ่งพระหรรษทานของพระเจ้าเท่านั้น แล้วพระองค์ยังตรัสย้ำว่า จงขอเถิด แล้วพระบิดาจะประทานให้ ยิ่งต้องทำให้ฉันรู้ว่า นั่นคือการขอที่เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า และสิ่งนั้นจะเป็นไปได้ คือการรู้จักและเข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าบนหนทางที่ฉันกำลังเดินตามพระคริสตเจ้านี้เอง

พี่น้องที่รักครับ เพื่อจะเป็นศิษยที่ดีในการติดตามพระคริสตเจ้า วันนี้ เรารู้จักพระองค์มากน้อยเพียงใด หนทางที่พระองค์ทรงพระดำเนินและสอนให้เราเดินตามพระองค์นั้น พี่น้องที่รักครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องน้อยใจครับ เพราะแม้แต่บรรดาศิษย์ของพระองค์ก็หาเข้าใจพระองค์ไม่ แม้พระคัมภีร์จะเปิดเผยสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาทราบ พระเยซูเจ้าพยายามอธิบายให้พวกเขาครั้งแล้วครั้งแล้ว พวกเขาก็หาเข้าใจไม่... และนี่แหละทางของพระคริสตเจ้า หนทางของพระองค์ เป็นสิ่งที่โลกไม่สามารถเข้าใจเลย หากไม่ได้เชื่อในพระองค์จริง และความเชื่อในพระองค์นี้เอง หากไม่ใช่พระหรรษทานและความช่วยเหลือของพระเจ้าแล้ว นั่นก็เป็นสิ่งที่เกินกำลังความสามารถของมนุษย์ที่จะเข้าใจครับ

หนทางพระคริสต คือหนทางที่คริสตชนกำลังเดินตาม... วันนี้ ฉันคงต้องถามตนเองล่ะว่า ฉันรู้จักพระองค์มากน้อยเพียงใด และจะสามารถที่จะรู้จักพระองค์นั้น การรู้จักพระคัมภีร์เป็นสิ่งจำเป็นเหลือเกิน จากนั้น สิ่งที่ตามมา คือการเชื่อพระคัมภีร์ เชื่อในพระวาจาของพระเจ้า เราต้องไม่เชื่องช้าโง่เขลาในพระวาจาของพระเจ้า แต่เราต้องให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นแสงสว่างเปิดเผยให้เรารู้จักพระคริสตเจ้า และความสามารถในการรู้จักและเข้าใจพระวาจาของพระเจ้านี้ หาใช่ความสามารถของมนุษย์ไม่ แต่เป็นพระหรรษทานของพระเจ้าที่ฉันต้องขอจากพระองค์ เพื่อทำให้ฉันพระองค์กลับกลายเป็นเป้าหมายของชีวิตของฉัน และฉันมีพระองค์เท่านั้นที่เป็นแรงผลักดันในการก้าวหน้ามั่นคงบนหนทางของพระคริสตเจ้าผู้ซึ่งทรงเรียกให้ฉันติดตามพระองค์...

พี่น้องที่รักครับ ผมอยากบอกพี่น้องว่า เราจำเป็นต้องพึ่งพระหรรษทานของพระเจ้าจริงๆ ครับ มิฉะนั้นแล้ว หนทางสายนี้ ก็จะยากเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าใจและเดินติดตามพระองค์ไป ยากจริงๆ ครับ ผมเอง ผมอยากบอกพี่น้องแบบไม่อายเลยครับว่า แม้ผมเป็นนักบวช พระสงฆ์ เป็นพ่อเจ้าวัดก็เถอะ หากขาดการสวดภาวนา หากปราศจากพระพร พระหรรษทานของพระเจ้าแล้ว ผมก็แคลงใจเช่นกันครับ หลายครั้งไม่เข้าใจ ขาดความไว้วางในบนหนทางสายนี้ หนทางแห่งการติดตามพระคริสตเจ้านี้ พี่น้องที่รักครับ ขอเถอะครับ ขอด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในพระเยซู ขอแบบพระองค์ ขอเหมือนพระองค์ “ขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จไป” แล้วเราจะเข้าใจหนทางของพระคริสตเจ้า หนทางของคริสตชนได้ด้วยพระหรรษทานและความช่วยเหลือของพระเจ้าเท่านั้นเองครับ

เมื่อวานนี้ ผมได้พบกับเพื่อนพี่น้องพระสงฆ์จากอุดร ที่นำน้องเณรของบ้านเณรอุดรที่ใช้นามว่า “สถานฝึกธรรมสันติราชา” ไปร่วมฉลองบ้านเณรสุราษฎร์ธานี ทราบว่ามีเณรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเช้าตรู่วันนี้ ผมเองก็เช่นเดียวกัน ผมกำลังเดินทางกลับบ้านครับ บ้านที่ผมเกิดในพระกระแสเรียกของพระเจ้า นาม “สำนักผึกธรรมดอมินิกซาวีโอ” บ้านที่กระแสเรียกของผมเติบโต ผมจะไปเยี่ยมและให้กำลังใจน้องๆ ของผมครับ แม้วันนี้ผมจะเป็นฟรันซิสกัน ผมได้ก้าวผ่านหนทางมามากมาย ถูกบ้างผิดบ้าง แต่พระหัตถ์ของพระองค์ยังทรงประทานพระพรมาอย่างมากมายในชีวิตของผม เช้าตรู่วันนี้ ผมกำลังจะเดินทางไปสุราษฎร์ธานีครับ เพื่อให้กำลังใจน้องๆ เณร ที่พวกเขาเรียนรู้จักพระคริสตเจ้าที่พวกเขากำลังจะตัดสินใจติดตามอย่างใกล้ชิด และพวกเข้าต้องการความช่วยเหลือจากพระหรรษทานของพระเจ้า และจากกำลังใจของพวกเราครับ น้องๆ หลายคนเดินผ่านมา และก็ผ่านไป เพราะไม่เห็นความเป็นได้บนหนทางสายนี้ และที่สุด นั่นคือความไม่ถนัดบนหนทางสายนี้ พวกเขาจึงเปลี่ยนเส้นทางไปในทางอื่น และนี่แหละ หนทางพระคริสต์สายพิเศษนี้ ช่วงพิเศษจริงๆ เพราะปราศจากพระหรรษทานของพระเจ้าที่มากเพียงพอ ความสงสัยก็เข้ามา ความไม่วางใจ ความไม่เข้าใจก็เข้ามาเป็นอุปสรรค และหนทางสายนี้ก็ยากเกินไปในความเข้าใจและความสามารถของมนุษย์... ในสังคมวันนี้ ยากเหลือเกินที่จะหาใครสนใจกระแสเรียกของการเป็นพระสงฆ์หรือนักบวช ยากจริงๆ... พี่น้องครับ ให้เราร่วมกันภาวนาและเป็นกำลังใจให้น้องเณร บรรดาผู้ฝึกหัดของเราทุกคนทุกคณะ เพื่อพวกเขาจะได้เรียนรู้จักพระคริสตเจ้า เชื่อในพระองค์ วางใจในพระหรรษทานของพระองค์ ที่ทำให้หนทางของพวกเขาเป็นไปได้ครับ

ข้าแต่พระเจ้า พระเยซูเจ้า บนหนทางที่ลูกก้าวเดินติดตามพระองค์นั้น ใช่ว่าลูกวางใจทั้งหมด... หลายครั้งลูกก็ไม่มั่นใจ ลูกสงสัย ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร ณ โลกวันนี้ที่แปรเปลี่ยนไปทุกวัน คำสอนของพระองค์ หนทางของพระองค์จะเป็นไปได้อย่างไร... พระเจ้าข้า ลูกเชื่อในพระองค์นะ แต่ลูกก็ยังมีความหวั่นไหวอยู่มาก... หากวันนี้ลูกจะขอสิ่งหนึ่งจากพระบิดาในพระนามของพระองค์ พระเจ้าข้า ขอเพียงลูกมีพระองค์เป็นเป้าหมายและแรงบันดาลใจในชีวิตเท่านั้น ก็พอแล้ว... ขอเพียงลูกได้เรียนรู้จักพระคริสตเจ้าทั้งครบ และมอบชีวิตทั้งหมดของลูกไว้ในพระองค์ก็พอแล้ว พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 18 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่าน กจ 18:23-28 / ยน 16:23-28
“ชาวยิวคนหนึ่งชื่ออพอลโล ชาวเมืองอเล็กซานเดรีย มาที่เมืองเอเฟซัส เขารอบรู้พระคัมภีร์ มีวาทศิลป์ ได้รับการสั่งสอนเรื่องวิถีทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า มีจิตใจกระตือรือร้นมาก ในการพูดและการสอนเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าอย่างถูกต้อง แต่รู้จักเพียงพิธีล้างของยอห์นเท่านั้น” (กจ 18:24-25)
อพอลโลเป็นบุคคลที่เปาโลรักมากเป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นคนที่เฉลียวฉลาด เป็นคนสุภาพอ่อนโยน เป็นคนที่มีวัฒนธรรม และเป็นคนที่กระตือรือร้น เขากำลังแสวงหาความจริง และในที่สุดก็ได้พบแสดงให้เห็นว่าความเชื่อ สามารถที่จะมีความรู้เพิ่มเติมเสมอ อพอลโลได้บอกเราเกี่ยวกับความสามารถของเปาโล ในการที่จะหล่อหลอมคนที่มีวัฒนธรรมเดิม ให้กลายเป็นคนใหม่ ทำให้คนที่ต่างวัฒนธรรมนั้นเข้ามาได้เขายังบอกเราว่า เขายังบอกเราว่า กลุ่มคริสตชนของเปาโลนั้น ได้มีการขยายตัวออกไป และมีบุคคลต่างๆ เป็นเพื่อนทางในการแสวงหาความจริง ตัวอย่าง คือ อาควิลาและปริสซิลา ที่ได้หนีมาจากกรุงโรม และได้ช่วยสอนคำสอนให้อพอลโล จนทำให้เห็นว่า แม้พวกเขาจะมีความสามารถในการพูดน้อยกว่า แต่ก็สามารถแบ่งปัน เรื่องการอุทิศตนเพื่อเดินในเส้นทาง ไปสุ่ความศักดิ์สิทธิ์และความสุภาพถ่อมตน
อพอลโลยังชี้ให้เราเห็นว่า ความเชื่อไม่ใช่เป็นเรื่องการท้าทายและอยู่เหนือสติปัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นเหตุผลให้มีความหวัง ที่จะทำหน้าที่ศึกษาเพิ่มเติม ที่จะค้นคว้า และที่จะเปรียบเทียบกับประสบการณ์ในด้านต่างๆของชีวิต “ข้าแต่พระเป็นเจ้า ขอพระองค์โปรดให้ลูกได้ขจัดความเกียจคร้านและ เพื่อจะได้สามารถแสดงความเชื่อออกมา เพราะพระองค์โปรดให้ลูกเตรียมพร้อมที่จะและประกาศข่าวดี เพื่อจะได้เข้าหาพระองค์ และรู้จักพระองค์ในที่สุด”
คำสัญญา คือ การตอบรับครั้งเดียว ต่อพระเยซูเจ้า ความเชื่อที่แสดงออกด้วยการตอบสนองกระแสเรียกของพระเป็นเจ้า คือ มุมมองที่ถูกต้อง อย่างที่นักเปาโลเคยกล่าวว่า เป็นพลังที่จะทำให้สามารถเดินผ่านความมืดมนต่างๆในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยมีความหวังที่ไม่เคยหวั่นไหว.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/zGBsCPe5TnE

view