สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2018 ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2018 ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก

🐙 จงวางใจในพระเจ้า...
ด้วยสิ้นสุดใจของคุณ
แม้ในหนทาง....
ในสถานการณ์ที่คุณไม่เข้าใจ
ก็จงวางใจในพระเจ้าเถิด...

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2018
ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก
https://youtu.be/5kmHz1T3X0A

🌺Spirit Lead Me
https://youtu.be/-g3EdgZ34u0

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2018
ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก
อ่าน
กจ 1:15-17, 20-26
ยน 15:9-17

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับบรรดาศิษย์
ในการเฟ้นหาผู้ที่จะมาเป็นศิษย์ และทำพันธกิจ
ในงานประกาศข่าวดีนั้น พระเจ้าทรงเป็นผู้เลือกสรรพวกเขา
ด้วยความรัก สิ่งท่ีพระองค์เรียกร้อง คือ
ให้พวกเขารักกันและกัน รักพระเจ้า รักเพื่อนพี่น้อง
เหมือนกับที่พวกเขารักตัวเอง

กิจการอัครสาวกบอกเล่า ประวัติศาสตร์พระศาสนจักร
เมื่อคนที่ทำหน้าที่ไม่สามารถทำต่อได้ จำเป็นต้องมี
การเสนอชื่อ เพื่อเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทน
โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ก่อนที่จะเลือก
พวกเขา จำเป็นต้อง ภาวนาอย่างหนัก

การมีคุณสมบัติ ประสบการณ์การติดตามพระเยซูเจ้า
เป็นที่ยอมรับ รู้จัก ของอัครสาวกคนอื่น ๆ
ทำให้นักบุญมัทธีอัส ได้รับการเสนอชื่อ
และได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำหน้าที่แทนยูดาส

หมายเหตุ..
ชีวิตจริง..
บางคนอาจไม่สามารถเลือกส่ิงที่ทำได้
แต่อย่าลืมว่า เราสามารถเลือกที่จะ “เป็น” ได้
ว่าเราจะเป็น แบบไหน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2018

ฉลองนักบุญมัทธีอัส อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล...” (ยน 15:9-7)

ดำรงอยู่ในความรักของพระเยซู

ด้วยประสบการณ์ที่ได้อยู่กับพระองค์

ตั้งแต่การรับพิธีล้าง จนถึงการเสด็จสู่สวรรค์ (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง กจ 1:15-17, 20-26)

ภารกิจที่ต้องไปทำจนเกิดผลในพระองค์

คือการเป็นประจักษ์พยานถึงความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง

เพราะพระองค์ตรัสว่า...

ให้ท่านทั้งหลายรักกันและกัน อย่างที่เรารักท่าน

คริสตชน จึงถูกเรียกและเลือกออกจากโลกเพื่อการนี้เอง

เพื่อดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ และเกิดผลในรักพระองค์

พระองค์ผู้ทรงประทับอยู่ในบรรดาพี่น้องของเรา...

________________

“จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด... พระบิดาทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านอย่างนั้น... ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน เหมือนดังที่เรารักท่าน...”... เชื่อในพระเยซู เป็นหนึ่งเดียวในพระเยซู สิ่งหนึ่งที่แสดงออกเป็นประจักษ์พยาน คือการปฏิบัติตามบัญญัติของพระองค์ และบัญญัติของพระองค์มีเพียงประการนี้ประการเดียวเท่านั้น ที่พระองค์ทรงใช้ทั้งชีวิต เพื่อวางรากฐานของบัญญัตินี้ จนก่อนที่พระองค์จะทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงมอบบทสรุปของแบบอย่างทั้งหมดไว้บนกางเขน คือการยอมตายแทน การมอบชีวิตของพระองค์เองเพื่อคนที่พระองค์รัก และคงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่ารักนี้แล้ว...

“จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด” เช้านี้ ผมถามตนเองในการไตร่ตรองพระวาจา... ผมดำรงอยู่ในความรักของพระเยซูเจ้าไหม ผมดำรงอยู่ในความรักของพระองค์มากน้อยเพียงใด และอะไรคือสิ่งที่เป็นประจักษ์พยานว่าผมเป็นเช่นนั้น ซึ่งคือบทสรุปและคำตอบจากประจักษ์พยานชีวิตว่า ความรักของผมต่อพระเยซูเจ้านั้นเป็นเช่นใด...

“เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล...” โอ้ ศาสนาที่มีบทบัญญัติเพียงประการเดียว คงเป็นศาสนาของพระเยซูนี่แหละ นี่คือบัญญัติที่สมบูรณ์และครบครันเหลือเกิน... เมื่อวานนี้ เมื่อเราฉลองการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซู ผมมีโอกาสถวายมิสซาภาษาอังกฤษด้วย จึงทำให้เห็นว่า พระเยซูเจ้าส่งให้บรรดาศิษย์ไปประกาศข่าวดี คำหนึ่งที่ผมพบและประทับใจคำหนึ่งที่แตกต่างระหว่างพระวรสารภาษาอังกฤษและภาษาไทย ซึ่งในพระวรสารที่เป็นภาษาอังกฤษ เป้าหมายที่พระองค์ส่งบรรดาศิษย์ออกไปให้ประกาศข่าวดีหรือพระวรสารนั้น พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้พวกเขาประกาศข่าวดีแก่ทุกสิ่งสร้างครับ ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น ทำให้ผมได้ไตร่ตรองทั้งวันเลยว่า เราต้องเป็นข่าวดีครับ ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นด้วย แต่มนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างมาประเสริฐกว่าทุกสิ่งนั้น มนุษย์นี้เอง ที่ต้องเป็นข่าวดีสำหรับทุกสิ่งสร้างของพระเจ้า นั่นคือเป็นข่าวดี สำหรับธรรมชาติทั้งหลายทั้งมวลรอบตัวเราด้วย คือเราต้องรักธรรมชาติ รักสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ที่พระเจ้าทรงสร้างมาทั้งหมด ชีวิตของเราต้องเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งสร้างเหล่านั้นทั้งหมดด้วย... ผมมองเห็นภาพน่ารักของนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซีเลย เมื่อชีวิตของท่านเป็นบุคคลที่รักพี่น้อง รวมไปถึงรักสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าด้วย ผมมองเห็นภาพน่ารักของนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซีเลย เมื่อชีวิตของท่านเป็นบุคคลที่รักพี่น้อง รวมไปถึงรักสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าด้วย ท่านจึงเป็นข่าวดีของทุกสิ่งสร้างจริงๆ

“เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล...” พระเจ้าได้เลือกบรรดาศิษย์ออกจากกลุ่มชนของโลก เพื่อเตรียมพวกเขา เพื่อจะได้มอบภารกิจให้พวกเขาไปทำจนเกิดผล... และผลที่จะเกิดขึ้น ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากเราไม่ได้ถูกแยกออกมาจากโลก เพื่อติดอยู่กับพระเยซู นั่นคือ การดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ คือการดำรงอยู่ในพระองค์ แม้พระวรสารตอนนี้ เพิ่งจะได้อ่านและไตร่ตรองไปไม่นาน แต่เช้านี้ ผมรู้สึกถูกผลักดันอีกครั้ง ด้วยประโยคนี้เอง “ท่านทั้งหลายจงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด” จากวันวานเมื่อพระองค์ทรงส่งบรรดาศิษย์ รวมทั้งพวกเราด้วย พระองค์ทรงส่งเราออกไปในโลก คือออกไปทั่วโลกสั่งสอนมนุษย์ทุกคน คือเป็นข่าวดีของทุกคน และมากกว่านั้น คือการเป็นข่าวดีต่อทุกสิ่งสร้างของพระเจ้าด้วย ทำไมวันนี้ผมประทับใจพระวาจาของพระเจ้าประโยคนี้มาก... “ท่านทั้งหลาย จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด” นั่นคือ ผมคงเป็นข่าวดีไม่ได้หรอก ผมคงเกิดผลอะไรไม่ได้หรอก เพราะผมจะเป็นข่าวดีอะไร หากผมไม่ได้ดำรงอยู่ในความรักของพระเยซู เป็นความรักที่พระบิดาทรงรักพระองค์ แต่ก็ยอมมอบพระบุตรของพระองค์เพื่อเรา จงดำรงอยู่ในความรักของเรา นั่นหมายความถึงการเป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระองค์ มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับพระองค์ และสุดท้ายคือ รักอย่างพระองค์ รักเหมือนพระองค์...

อาทิตย์ที่เจ็ด อาทิทย์สุดท้ายของเทศกาลปาสกาที่เราจะจบลงด้วยการสมโภชพระจิตเจ้าในอาทิตย์หน้า... พลังของพระจิตเจ้าครับ สิ่งนี้เท่านั้นเองที่รวมเราไว้ในพระเยซู ในความรักของพระองค์ รักอย่างพระองค์จะเป็นไปได้อย่างไร เอาเถอะ แม้เราจะมีการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าที่เราฉลองเมื่อวานนี้เป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันของเราก็เถอะ แต่การจะทำตามบัญญัติรักของพระองค์นั้น ก็เป็นความยากลำบากไม่น้อยเลยจริงๆ เมื่อเราต้องเผชิญกับโลกวันนี้ พี่น้องที่รักครับ ผมมั่นใจว่า สิ่งเดียวที่ช่วยให้แรงผลักดันของเราในการเดินตามบัญญัติรักของพระเยซูที่เรามีประสบการณ์กับพระองค์ได้สำเร็จคือ “พลังจากองค์พระจิตเจ้า” ครับ ที่ทำให้เรามีหัวใจเหมือนพระเยซู เป็นหัวใจที่ลุกร้อนด้วยความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนพี่น้อง รวมทั้งสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าด้วย เพื่อให้ชีวิตของเราไม่ใช่แค่ประกาศ่ข่าวดีเท่านั้น แต่เป็นข่าวดีของทุกสิ่งสร้างรอบตัวเราด้วย

เมื่อคืนนี้ ผมวิ่งไปมาระหว่างวัดกับโรงพยาบาลตลอดคืน และอยู่ให้กำลังใจญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่เป็นลูกชายคนเดียวของเขา อายุไม่มากนัก ได้ล้มลงในห้องน้ำขณะแวะเติมน้ำมัน จนต้องนำส่งโรงพยาบาล เพราะเส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยและญาติที่ผมได้ไปเยี่ยมอภิบาล ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติของเขาที่บางสะพานครับ ได้ผ่านวัดประจวบฯ ด้วย เราได้พบกันแล้ว แต่เขามาถึงวัดเมื่อมิสซาจบแล้วสักพัก จากนั้นเขาได้เดินทางต่อ... และที่สุดก็มาพบกันอีกครั้งที่โรงพยาบาล ซึ่งผมจำได้ว่า เราได้พบกันหลังมิสซาเมื่อเช้าที่วัด เราจำกันได้ครับ จำกันได้เพราะได้มาพบกันในความสัมพันธ์ของคริสตชน ที่มีเจตนามาร่วมมิสซา แม้ว่าจะมาไม่ทันเวลาก็ตาม แต่ก็มาในความรักต่อพระเยซู เขาเป็นฆราวาส แต่ผมประทับใจนะครับ แม้ในความยากลำบาก ในความทุกข์ยาก ทำใจลำบากนั้น เขายังสามารถกล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยพระเจ้า... พี่น้องที่รักครับ นี่คือศิษย์พระเยซูครับ นี่คือคริสตชนที่มีประสบการณ์กับพระเยซู ที่พระองค์ทรงเลือกเหมือนกับนักบุญมัทธีอัส ที่เราฉลองในเช้านี้ ให้ร่วมส่วนและเป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์ ตั้งแต่รับพิธีล้าง จนถึงการเสด็จสู่สวรรค์ และนี่คือประจักษ์พยานของชีวิตคริสตชน ที่ได้รับแสงสว่างและพระพรของพระจิตเจ้าครับ แม้ในความทุกข์ยากลำบากนี้ เขาก็ยังสามารถวางใจในพระเจ้าได้เช่นนี้... ได้ยินคำเหล่านี้ ผมไม่เหนื่อยเลยครับ หายง่วง หายเหนื่อยเลย แม้เมื่อคืนจะไม่ค่อนได้นอนสักเท่าใด และให้พวกเขาบางคนมาพักที่วัด เพื่อจะไปโรงพยาบาลอีกครั้งตอนเช้า ฝากลูกชายของเขาไว้ในความคุ้มครองของพระเจ้า เมื่อคืนนี้วัดน้อยของผมไม่ได้ปิดครับ แต่วัดน้อยของผมกลายเป็นห้องนอนของผู้เป็นแม่ ที่สวดและก็หลับไปในวัดนั่นเอง น้ำตายังนองหน้า แต่ก็ไม่มีวาจาใดที่ตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าเลย มีแต่มอบความวางใจในพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอขอบคุณที่พระองค์ทรงสอนลูกด้วยประสบการณ์ความรักของบรรดาสัตบุรุษที่มีกับพระองค์เมื่อคืนนี้ ลูกขอบคุณพระองค์ที่ทรงเลือกพวกลูกออกจากโลก เพื่อมอบภารกิจให้ไปทำ และภารกิจนี้ คือการเป็นประจักษ์พยาน ถึงประสบการณ์ที่มีกับพระองค์ในพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกา การรับทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระองค์ จนทำให้พวกลูกสามารถเจริญชีวิตเป็นกำลังใจ ปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกันเสมอมา พระเจ้าข้า ขอให้เป็นเช่นนั้น ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ ลูกเข้าใจแล้ว ลูกพร้อมแล้ว ขอพระจิตเจ้าทรงเป็นพลังของลูกเถิด... 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 18 สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกา ฉลองน.มัทธีอัส อัครสาวก
บทอ่าน กจ 1:15-17,20-26 / ยน 15:9 -17
“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบจิตใจของมนุษย์ทุกคน ขอทรงแสดงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้ว่าพระองค์ทรงเลือกคนใดในสองคนนี้ ให้รับหน้าที่รับใช้เป็นอัครสาวก แทนยูดาสที่ละทิ้งหน้าที่นี้ เพื่อไปยังที่ของตน” (กจ 1:24-25) ในพระวรสารเราจะไม่พบว่า มีการพูดถึงมัทธีอัสแต่อย่างใด มีแต่นักบุญลูกาได้พูดถึงท่านในหนังสือกิจการอัครสาวก ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้มาทำหน้าที่แทนยูดาส ความจริงแล้วท่านเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ต่อพระเยซูเจ้าอย่างมาก ทุกคนรู้จักท่านเป็นอย่างดี การที่ท่านได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นอัครสาวก สอดคล้องกับความคิดของชาวยิว ที่เชื่อว่าจำนวน 12 เป็นจำนวนที่สมบูรณ์ ถ้าจำนวน 12 ขาดไปหนึ่งคน จะทำให้เป็นกลุ่มไม่มีความสมบูรณ์ ในเวลาเดียวกัน ยังมีสานุศิษย์จำนวน 72 คน ที่ได้ติดตามพระเยซูเจ้า และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพระองค์ ด้วยเหตุนี้เอง ในคืนที่พระองค์ทรงเข้าตรีทุตในสวนเกทเสมนี ยังมีบุคคลอื่นทั้งชายและหญิง ที่พร้อมจะมีส่วนร่วมในงานของพระเยซูเจ้า แม้จะมีจำนวนหนึ่งที่หลบหนี หลังจากที่พระองค์ทรงถูกตัดสินประหารชีวิตก็ตาม แต่พวกเหล่านี้ คือ บุคคลที่จะเชื่อในการกลับคืนชีพ และพร้อมจะเป็นประจักษ์ในการกลับคืนชีพของพระองค์ มัทธีอัสเกือบไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้เราเห็น ไม่ว่าจากการเขียนพระวรสารหรือจดหมาย แต่ถึงกระนั้น ท่านก็เป็นอัครสาวก การที่ท่านได้รับการคัดเลือก ให้มาทำหน้าที่แทนยูดาส เป็นเครื่องหมายว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรับภารกิจและเกียรติยศ ในฐานะเป็นอัครสาวกในทุกมิติ เพราะจำนวน 12 มีความหมายถึง การเปิดโอกาสให้ทุกคน ไม่จำกัดว่าจะอยู๋ในสถานที่ใดหรือในเวลาใด ได้มีโอกาสทำงานให้พระเยซูเจ้า
“ข้าแต่พระบิดาเจ้า มัทธีอัสเป็นเครื่องหมายแห่งการรับใช้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับชื่อเสียง ท่านได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์และเป็นอิสระ ท่านเป็นประจักษ์พยานโดยไม่ต้องมีการโอ้อวด แต่ได้นำพระวาจาของพระเป็นเจ้า ไปผสมผสานกับวัฒนธรรมและประเพณีอย่างเหมาะสม ขอให้การเป็นคริสตชนของลูก เป็นการแสดงความซื่อสัตย์ต่อพระเป็นเจ้า มากกว่าการแสวงหาอำนาจ ชื่อเสียง และสิทธิพิเศษใดๆ”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view