สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

🍉 เพื่อจะได้รับ...คุณจะต้องสูญเสีย
เพื่อจะมีชีวิต...คุณจะต้องสูญเสียชีวิต
เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้า ...
คุณจะต้องทิ้งทุกอย่าง

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/9NrB720fIrA

🍀I’d Rather Have Jesus
https://youtu.be/ff1PYaP8FxQ

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018
อ่าน
1 ปต 1:3-9
มก 10:17-27

ธรรมชาติมนุษย์ ต้องเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย
หลายคนรู้ว่า ความเชื่อคืออะไร และต้อง
ดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อยืนยันความเชื่อ
แต่เมื่อถูกเรียกร้อง ให้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
ด้วยการสละสิ่งที่นำความสุข สู่ตนเอง กลับรู้สึกเสียดาย

จดหมายนักบุญเปาโล ให้กำลังใจ ในยามที่ต้อง
ทนทุกข์ ถูกทดสอบ เพื่อคุณค่าที่แท้จริงของความเชื่อ
จงเผชิญด้วยใจที่ชื่นชมยินดี เพราะความเชื่อที่ค้นพบ
มีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด

หมายเหตุ..
ความท้าทาย ในชีวิต มนุษย์
คือ การทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่า
..“คุณทำไม่ได้”..
ให้มันเป็นไปได้

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มก 10:17-27)

การดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างครบครัน

เพื่อจะได้รับความครบครันแห่งกระแสเรียกของการเป็นบุตรพระเจ้า

คือการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง

คือการสละน้ำใจตนเอง

คือการทำให้ตนเองว่างเปล่า

เพื่อบรรจุพระองค์ไว้ในชีวิต

และก้าวผ่านโลกนี้ด้วยพลังของพระเจ้า

เข้าสู่ประตูแห่งชีวิตนิรันดร

วันนี้ ชีวิตของฉันว่างเปล่าแล้วหรือยัง

เพื่อบรรจุองค์แห่งชีวิตในชีวิตของฉัน...

________________

จากบทไตร่ตรองของผมเมื่อวานนี้ เมื่อสมโภชพระตรีเอกภาพ ผมได้ไตร่ตรองเรื่องการร่วมชีวิตคริสตชนกับชีวิตของพระเจ้า เมื่อคริสตชนได้เกิดใหม่ในศีลล้างบาป ในพระนามของพระบิดา และพระบุตร และพระจิต และเราได้สมโภชวันนี้ หลังจากการสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ และการสมโภชพระจิตเจ้า... การสมโภชพระตรีเอกภาพ จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีในโอกาสวันฉลองของพระศาสนจักรที่ได้เกิดใหม่ในพระตรีเอกภาพ เมื่อพระเยซูเจ้าได้ประทานพระจิตเจ้าให้กับคริสตชนและพระศาสนจักร การฉลองนี้จึงตอกย้ำให้เราตระหนักอย่างมั่นคงว่า ชีวิตที่เกิดใหม่จากศีลล้างบาปในพระนามของพระบิดา และพระบุตร และพระจิตนั้น คือชีวิตที่ต้องร่วมในพระธรรมชาติของพระเจ้า เหมือนกับพระตรีเอกภาพทรงเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจแห่งการไถ่กู้ของพระเจ้าฉันใด ศีลล้างบาปที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในสายสัมพันธ์ของการเป็นบุตรของพระเจ้าโดยอาศัยพระเยซูเจ้านั้น ย่อมทำให้เราต้องร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระบุตรของพระเจ้าในพระธรรมล้ำลึกแห่งปาสกาของพระองค์ด้วยฉันนั้น... พระบิดาและพระจิต ทรงเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อพระบุตรร้องออกมาว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า เหตุไฉนจึงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า...” นี่คือความรวดร้าวของพระเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อบรรดาบุตรของพระองค์ต้องอยู่ในความทุกข์ทรมาน แต่นี่คือหนทางที่พระเจ้าทรงนำให้เราก้าวความทุกข์ยากเหล่านั้นด้วยแบบอย่างของพระเยซูเจ้าพระบุตรของพระองค์ ที่พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญให้เราเดินตามแบบฉบับของพระองค์อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

เช้านี้ผมอยู่ที่บ้านเกิดของผมที่ขลุง จังหวัดจันทบุรีครับ ในการเดินทางมาร่วมพิธีปลงศพของคุณลุงของผม ที่มีส่วนไม่น้อยทำให้ผมเติบโตในความเชื่อของการเป็นคริสตชนที่ดี สิ่งที่ผมประทับใจในชีวิตของลุง เมื่อครั้งผมเป็นเด็กนั้น คือการมอบให้กับพระเจ้าก่อนในสิ่งที่ตนมี และพระองค์จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นไว้สำหรับเราเอง การมอบให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่ง และเป็นผู้ที่มาก่อนในชีวิตของเรา คือสิ่งที่ทำให้ลุงยิ้มได้เสมอแม้เมื่อครั้งประสบความยากลำบากในชีวิต และไม่มีอะไรทำให้ลุงท้อถอยได้เลย และนี่คือผู้ที่แสวงหาความจริง และได้พบความจริงนั้น เขาจึงสามารถอุทิศชีวิตและทุกสิ่งที่มีเพื่อแลกกับการเดินตามความจริงแบบไม่ลังเล ไม่สงสัย และไม่เคยมีข้อกังขาอะไรทั้งสิ้น แต่เปี่ยมด้วยความรักและความวางใจที่สุด

ชีวิตของเศรษฐีหนุ่มในพระวรสารวันนี้ เราพบว่าพระเยซูเจ้าทรงทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู และทรงเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาสู่ความครบครันของการเป็นคนดีบริบูรณ์ ตามกระแสเรียกของเราคริสตชนนั่นเอง... กระแสเรียกของเราคริสตชนทุกคน ไม่มีอะไรอื่น นอกจากการเป็นคนดีบริบูรณ์ตามแบบอย่างของพระบิดาเจ้าสวรรค์ (เทียบ มธ 5:48 ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด) และเพื่อจะเป็นคนดีบริบูรณ์... “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด”

เศรษฐีหนุ่มผู้นี้ ที่ถือตามพระบัญญัติของพระเจ้ามาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว... ดูเหมือนเขากำลังทูลถามว่า “ข้าพเจ้ายังขาดสิ่งใดอีกหรือเปล่า เพื่อจะเป็นคนดีบริบูรณ์จริง... นั่นหมายความว่า ที่เขาถือตามพระบัญญัติของพระเจ้านั้นยังไม่พอ... พระองค์ทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู เหมือนทรงโปรดปรานเขามาก แต่ทรงเสริมว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง” 

การที่พระวรสารของนักบุญมาระโกบันทึกว่า ชายคนนี้เข้ามาคุกเข่าลง และทูลถามพระเยซูเจ้าว่า  “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”... การคุกเข่าลงของเขา เหมือนกับเป็นการนมัสการพระองค์ว่าทรงเป็นพระเจ้าแท้จริง “พระอาจารย์ผู้ทรงความดี” ดังนี้ พระเยซูเจ้าจึงตรัสเสริมว่า “ทำไมเรียกเราว่าผู้ทรงความดี ไม่มีใครทรงความดีนอกจาก พระเจ้าเท่านั้นเพื่อจะเป็นคนดีบริบูรณ์เหมือนพระบิดาเจ้าสวรรค์” นั่นหมายความว่า  การที่เขาเรียกพระเยซูเจ้าว่าผู้ทรงความดี และคุกเข่าลง นั่นกลับเป็นการประกาศว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้านั่นเอง และสิ่งนี้เองที่เป็นบทสรุปของการจะได้รับชีวิตนิรันดร ตามกระแสเรียกของคริสตชน คือ “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” สิ่งนี้ชี้ชัดว่า การเป็นเช่นนี้ หมายถึงชีวิตที่ดำเนินตามพระองค์ และเป็นเหมือนพระองค์เท่านั้น... การถือตามพระบัญญัติเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ และสำคัญมากด้วยคือ “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด”

พี่น้องครับ นี่คือชีวิตที่เหมือนเด็กเล็กๆ ที่พระเยซูเจ้าพูดถึง เด็กเล็กๆ ไม่สนใจอะไรที่มี ไม่สนใจอะไรมากมายในอนาคต ดูเหมือนการได้อยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่ นั่นคือสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว และเขาพร้อมที่จะโอบกอดพ่อแม่ไว้... นี่แหละ คือการเลือกและยึดถึอพระเจ้าไว้เป็นที่พึ่งของชีวิต... และชีวิตคริสตชนที่ต้องได้รับการทดสอบ ว่าเขาถูกเรียกมาให้เป็นคนดีบริบูรณ์ คือแตกต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือ มีพระเจ้าเป็นทรัพย์สมบัติที่แท้จริงในชีวิต เขามีพระองค์เป็นเป้าหมายของชีวิต ที่ทำให้เขามีพลัง มีความหวัง และมีแรงพอที่จะเผชิญกับความยากลำบาก ความทุกข์ทรมานรอบด้านแบบพระเยซู (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง 1ปต 1:3-9)

นี่คือสิ่งที่ยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่เข้าพึ่งพระเจ้าเท่านั้น... ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา เขาคือผู้ที่ตระหนักดีว่า เขาไม่อาจมีชีวิต ถ้าไม่มีพระเจ้าทรงเอาพระทัยใส่ดูแล และเมื่อเขาเลือกที่จะเข้าพึ่งพระองค์ เขาจึงจะมีพลังมากพอที่จะขายทุกสิ่งที่ตนมี และมอบความไว้วางใจในพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นเป้าหมายของชีวิต...

ข้าแต่พระเจ้า อูฐจะรอดรูเข็มนั้นคงเป็นไปไม่ได้... ขอพระองค์ทรงช่วยให้ลูกทำตนเองให้ว่างเปล่า เพื่อจะสามารถบรรจุพระองค์ ผู้ทรงเป็นพลังแห่งชีวิต และดำเนินชีวิตผ่านการทดลองต่างๆ ในโลกนี้ แบบลูกของพระองค์ด้วยเถิด.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคาม 18 สัปดาห์ที่ 8 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1ปต 1:3-9 / มก10:17-27
“ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย๋ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด ” (ข้อ 21) ชายร่ำรวยคนหนึ่งมาหาพระเยซูเจ้า และถามพระองค์ว่า เขาจะต้องทำอะไรเพื่อได้รับชีวิตนิรันดร พระองค์ได้ถามเขา โดยให้เขาบอกว่าธรรมบัญญัติของโมเสสเขียนไว้อย่างไร เพราะธรรมบัญญัติจะบอกว่า ความชอบธรรมคืออะไร และเมื่อชายคนนั้นได้ตอบว่า เขาได้ถือตามธรรมบัญญัติอย่างดี ตลอดชีวิตของเขา พระเยซูเจ้าจึงได้นำ ให้เขาก้าวขึ้นไปยังการเดินทางชีวิตจิตอีกขั้นหนึ่ง โดยการแบ่งปันทรัพย์สมบัติที่มีอยู่กับคนยากจน และเขาจะได้รับทรัพย์สมบัติที่ยิ่งใหญ่กว่าอีกในเมืองสวรรค์ แต่ชายที่ร่ำรวยคนนั้น ไม่สามารถที่จะเสียสละทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ให้แก่อยากจน เขามีหน้าเศร้าสลด และได้เดินจากพระเยซูเจ้าไป พระองค์จึงได้เตือนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า ทรัพย์สมบัตินั้นสามารถเป็นอุปสรรค ในการเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ และได้เปรียบว่าการที่อูฐจะลอดรูเข็ม ยังง่ายกว่าเศรษฐีจะเข้าสู่สวรรค์ เช่นเดียวกันบรรดาผู้ติดตามพระองค์ จะมีน้ำหนักของทรัพย์สมบัติถ่วง จนพวกเขาไม่สามารถเข้าเมืองสวรรค์ได้...ฉันได้ทำอะไรบ้าง เพื่อช่วยเหลือคนยากจน?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกได้แบ่งปันพระพรที่ได้รับจากพระองค์ กับคนอื่นด้วยเทอญ
เรามีโอกาสได้อ่านหนังสือบทเพลงสดุดีจำนวน 150 บท ที่เปรียบเหมือนขุมทัรัพย์ สำหรับคนที่ปฏิบัติตาม เพราะบทเพลงสดุดีเปรียบเหมือนบันใด 150 ขั้น ที่ถูกตั้งขึ้นมาระหว่างความตายและชีวิต เป็นเหมือนกระจกเงาจำนวน 150 บาน ที่สะท้อนให้เห็นทั้งความซื่อสัตย์และความไม่ซื่อสัตย์ของเรา ทั้งความทุกข์โศกและการฟื้นคืนชีพ บทเพลงสดุดีจึงเป็นอะไรที่มากกว่าเป็นหนังสือ เพราะมันเปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิต ที่พูดได้ ทั้งในเรื่องความทุกข์ทรมาน ทั้งในเรื่องการร้องได้คร่ำครวญ เป็นทั้งผู้ที่ลุกขึ้นมาและร้องเพลง ทั้งจับตัวท่าน ทั้งดึงดูดท่าน ตลอดเวลาหลายศตวรรษ ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงตอนสุดท้าย... “ใครที่รักความสนุกสนานจะกลายเป็นคนยากจน คนที่รักเหล้าองุ่นและน้ำมัน จะไม่มีวันร่ำรวย” (สภษ 21:17)...

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view