สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2018  สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

🍎โดยพระองค์
เราจึงมีชีวิตได้และมีชีวิตอยู่...
และ "โดยพระองค์"
เราจึงได้รับ "ชีวิตนิรันดร"

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/FrjUU5w9F68

🌷Crying in the Chapel
https://youtu.be/no67dIvX8Rs

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1 ปต 1:10-16
มก 10:28-31

เมื่อเปโตร ถามพระเยซูเจ้า ถึงส่ิงที่
ผู้ติดตามพระองค์ จะได้รับ จากการ
สละละทิ้ง ทุกสิ่งที่เป็นของโลก พระเยซูเจ้า
ทรงกำชับว่า พระเจ้าจะเป็นผู้พิจารณา
ตอบแทน แต่ละคนอย่างแน่นอน

จดหมายนักบุญเปาโล แนะนำ
ในการติดตามพระคริสตเจ้า
จงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความประพฤติ
วางความหวัง ไว้ใจในพระหรรษทานของพระเจ้า

หมายหตุ..
บางครั้ง เราก็จำเป็นต้องปล่อยวาง
จากการตั้งคำถาม...ถอยห่างจาก
จากสิ่งที่ทำให้ทุกข์
เพื่อจะกลับมามีความสุข ในแบบที่เราเป็น

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2018

สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เขาจะได้บ้านเรือน พี่น้องชายหญิง มารดา  บุตร ไร่นา พร้อมกับการเบียดเบียน และในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร”(มก 10:28-31)

เป็นศิษย์ติดตามพระเยซู

คือการยอมให้พระองค์มาก่อนในชีวิตของเรา

คือการสละทุกสิ่ง ละทิ้งทุกสิ่ง เพื่อเลือกพระองค์

แล้วฉันจะได้อะไรหรือ จากการเป็นคริสตชน

ฉันจะได้รับตอบแทนร้อยเท่าพันทวี

บ้านเรือน พี่น้องชายหญิง มารดา  บุตร ไร่นา 

พร้อมกับการเบียดเบียน 

และในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร

และนี่แหละ คือชีวิตของผู้ที่ได้เลือกพระองค์

ให้เป็นที่หนึ่งในชีวิตของตน

________________

นักบุญเปโตร วันนี้ได้ถามพระเยซูตรงๆ เลย เมื่อพระองค์ได้ตรัสสอนพวกเขาบนหนทางของการเป็นศิษย์ของพระองค์ เมื่อเศรษฐีหนุ่มต้องเดินคอตกกลับไป เพราะไม่สามารถละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วติดตามพระองค์ แต่ดูเหมือนว่า เปโตรและบรรดาศิษย์ได้บรรลุถึงสิ่งนี้ พวกเขาได้ละทิ้งทุกอย่างแล้วติดตามพระองค์ แต่นี่เป็นการตัดสินใจเปล่าๆ กระนั้นหรือ ณ กรุงเยรูซาแลม เมื่อพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ ฉันจะมีตำแหน่งอะไรบ้าง ฉันจะได้รับอะไรบ้าง ฉันจะมีอำนาจอย่างไร้บ้างล่ะ อยากรู้จริงๆ ว่า เป็นศิษย์พระองค์แล้วฉันจะได้อะไร... ที่สุด วันนี้ท่านได้ถามพระองค์ตรงๆ เลย... “จะได้อะไร” พวกเราได้ทำสิ่งเหล่านี้ ได้สละทุกสิ่งแล้วติดตามพระองค์แล้ว ถามกันตรงๆ เลย แล้วพวกเราจะได้อะไรบ้าง???

พี่น้องที่รัก เป็นคริสตังแล้วได้อะไรบ้างล่ะ ลูกหลานได้เรียนในโรงเรียนคาทอลิกหรือ ความช่วยเหลือจากพระศาสนจักรหรือ มีอะไรอีกที่ฉันจะได้เป็นผลประโยชน์จากการเป็นคริสตชน ที่ฉันต้องมีกฎการไปวัดวันอาทิตย์ ต้องมีมาตรฐานชีวิตที่สูงกว่าคนอื่น “ท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์” (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง 1ปต 1:10-16) เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ แบบพระองค์ ที่ฉันกำลังรู้สึกว่า นี่คือมาตรฐานที่สูงเหลือเกิน มันสูงกว่ามาตรฐานของโลก แล้วฉันต้องลงทุนมากขนาดนั้น ที่จะต้องแบ่งปัน อารีย์มีเมตตา ให้อภัย และช่วยเหลือเพื่อนพี่น้อง ภาวนาและรักศัตรู เยอะนะพระองค์...แต่เอาเถอะ หากเป็นคริสตชน ก็ต้องประมาณนี้อ่ะ ไหวไหม... คงไหวอยู่หรอกพระองค์ แต่ฉันอยากรู้อ่ะพระเยซู... “แล้วฉันจะได้อะไร พระองค์จะให้อะไรฉันเป็นการตอบแทนบ้างล่ะ”... ผมเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ วันนี้ผมอยู่ที่บ้านเกิดครับ กว่าสามปีแล้ว ไม่มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านตามสิทธิ์ของนักบวชเลย ยิ่งเป็นพ่อเจ้าวัดในแดนไกลด้วยแล้ว ไม่ต้องคิดไปเที่ยวพักผ่อนเลย ดูเหมือนผมอยากถามบ้างหรือเปล่าว่า ทิ้งครอบครัวของตน เพื่อเป็นของทุกครอบครัว ทิ้งทุกสิ่งแล้วติดตามพระองค์ วันนี้ ผมได้อะไรจากการเป็นนักบวช ผมได้อะไรจากการเป็นพระสงฆ์เล่า

พระเยซูเจ้าตอบครับ และเป็นประโยคที่พวกเราชอบมากมิใช่หรือ คือ เราจะได้รับ “ร้อยเท่า พันทวี” คือ พระเจ้าจะประทานให้เรามากกว่าที่เราได้สละมา นั่นหมายความว่า พระองค์เองเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าทุกสิ่งที่ฉันสละทิ้งมากระนั้นหรือ... พระวาจาของพระองค์ชัดจริงๆ พระเยซูเจ้าไม่ได้หลอกฉันมาเป็นคริสตชน สัญญาของพระองค์คือ “ร้อยเท่าพันทวี” จริงๆ ครับ แต่ให้เราไตร่ตรองครับ... นั่นคือ บ้านเรือน พี่น้องชายหญิง มารดา  บุตร ไร่นา... และสิ่งที่พระองค์ตรัส ซึ่งนักบุญมาระโกได้บันทึกไว้แตกต่างจากผู้นิพนธ์พระวรสารท่านอื่นคือ “พร้อมกับการเบียดเบียน” ครับ แต่ในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร... พี่น้องที่รักครับ อ่านดีๆ อ่านดังนี้ แล้ว กลับมาถามตนเองกันหน่อยว่า แล้วฉันหวังอะไรจากการเป็นคริสตชน สิ่งที่พระองค์สัญญานี้ จะมีความหมาย หรือมีเหตุผลอะไรกับฉันบ้างไหม ในการสละทุกสิ่ง แล้วให้พระองค์เป็นสมบัติล้ำค่าของชีวิตของฉัน

พี่น้องที่รัก นี่เป็นคำตอบของพระเยซูครับ หากเราจะถามว่า เป็นคริสตชนแล้ว เราจะได้รับอะไร... เราได้รับจริงๆ ครับ เราสนใจสิ่งเหล่านี้ แต่บางทีเราก็ลืมไปว่า พระเยซูเจ้าบอกด้วยว่า เราจะต้องได้รับความยากลำบากจากการเบียดเบียนร้อยเท่าพันทวีด้วย แต่สุดท้าย บทสรุป คือ “ชีวิตนิรันดร” และนี่คือสิ่งที่เราจะได้รับ นี่คือเป้าหมายของการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้า ฉันโอเคป่ะล่ะ

เป็นไงครับ ไตรตร่องกันแบบนี้แล้ว เราคงต้องถามใจตนเองแล้วล่ะ ยังอยากเป็นคริสตังกันอีกหรือเปล่า เป็นคริสตชนแล้วฉันจะได้อะไรเป็นการตอบแทน... นี่คือสิ่งตอบแทนของการเป็นศิษย์พระเยซูครับ พระองค์ไม่ได้หลอกเรามาเป็นคริสตชนเลย พระองค์บอกตรงๆ แล้วว่า นี่คือผลของการเป็นคริสตชน ไหวป่ะล่ะ ฉันโอเคป่ะ ???

ยากครับ ผมไม่รู้จะบอกพี่น้องอย่างไร... เมื่อประสบการณ์แห่งความเชื่อของเราแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ผมทำงานมาก่อนระยะหนึ่ง ระหกระเหินมาก่อนในระยะหนึ่ง กว่าสิบปีที่ผมเลือกหนทางที่ผมมั่นใจในชีวิต ระหว่างหนทางนั้น ผมล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย... นั่งจับเข่าคุยกับหัวใจของตนเอง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ... เมื่อเวลามิสซาเย็นที่เคยร่วมเป็นประจำมาถึง... วันนั้นไม่มีแรง หมดความหวัง หมดกำลังใจ... แต่คิด คิด คิด ไปวัดก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก หรือจะอยู่แบบนี้ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเหมือนกัน... แต่เอาเถอะ เวลานั้น ผมขอบคุณพระจิตเจ้า ที่นำผมไปวัดครับ แล้วพระช่วยอะไรผมหรือ... ผมจะตอบอย่างไรเล่า... พระเจ้าไม่ได้ให้เงินผมสักก้อน เพื่อมาตั้งตัวใหม่ พระเจ้าไม่ได้ทำอัศจรรย์อะไรเพื่อผมเลย... มีแต่แรงผลักดันในหัวใจที่ไม่ท้อถอยเท่านั้นที่ผมต้องกลับบ้านและเริ่มต้นใหม่ จากความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า... จนหลายครั้งข้อกังขาหลายอย่างก็หายจากไป แม้จะกลับมารบกวนจิตใจเป็นระยะๆ ดุจปีศาจมารร้ายที่รอโอกาส รอเวลา รอจังหวะที่จะเล่นงานผมเป็นระยะๆ แล้วอะไรล่ะที่เป็นผลประโยชน์ของการเป็นคริสตชนของผม??? มีแต่ความทุกข์ยาก มีแต่ความเจ็บปวดรวดร้าว อุปสรรคและการเบียดเบียน... แต่คงเป็นประโยคสุดท้ายกระมังครับ ที่มีค่าเหลือเกิน... “ชีวิตนิรันดร” 

ข้าแต่พระเจ้า... ลูกช่างลังเลเหลือเกิน บนหนทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ลูกหวังจะเป็นรัฐมนตรี ยิ่งใหญ่เมื่อพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์... ลูกจะได้เป็นแน่ๆ ใช่ไหมพระองค์... บัดนี้ลูกรู้แล้ว เข้าใจแล้ว เพราะ บัลลังก์ของพระองค์คือไม้กางเขน ที่นั่น ลูกต้องถูกตรึงกับพระองค์... ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกได้อยู่กับพระองค์ทุกแห่งที่พระองค์อยู่เถิด อยู่กับพระองค์ ไม่ใช่ในเวลาที่ทรงทวีขนมปัง หรือทำอัศจรรย์เท่านั้น แต่ที่นั่นด้วย ณ เชิงกางเขนของพระองค์ เพื่อลูกจะสมได้ร่วมส่วนในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคาม 18 สัปดาห์ที่ 8 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1ปต 1:10-16 / มก10:28-31
ท่านคิดว่าการลงทุนอะไรที่ท่านสามารถทำได้ในชีวิต? ในพระวรสารวันนี้ ได้กล่าวถึงการที่เราจะสูญเสียในสิ่งที่เราเก็บรักษาไว้ แต่เราจะได้รับในสิ่งที่เราเสียสละทิ้งไป ถ้าเรายินดีเสียสละชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า เราจะได้รับสมบัติที่มีค่ามหาศาล และจะได้รับมรดกที่จะคงอยู่นิรันดร อะไรที่เราได้มอบให้พระเป็นเจ้า จะหวลกลับมาหาเราร้อยเท่าพันทวี ความใจดีที่ออกมาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญู จะได้รับพระเมตตาและพระหรรษทาน ที่พระเยซูคริสตเจ้าจะมอบให้แก่เรา...ท่านยินดีให้คนอื่นด้วยความเต็มใจและด้วยความใจกว้างหรือไม่?...ทำไมท่านจึงให้ เพราะเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือเพื่อความรัก?
ในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงอบรมบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า พวกเขาไม่สามารถเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ด้วยบุญกุศล ด้วยทรัพย์ หรือด้วยอำนาจของตนเอง บรรดาสานุศิษย์จึงได้ถามพระองค์ด้วยความสงสัยว่า จะมีใครบ้างที่ได้รับความรอด? เมื่อตอนนี้เปโตรได้ถามพระเยซูเจ้าว่า เขาและบรรดาสานุศิษย์อื่นได้เสียสละ เพื่อติดตามพระองค์ไป พวกเขาได้รับอะไรเป็นการตอบแทน? พระเยซูเจ้าได้ยอมรับความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา และได้ตอบว่าพระเป็นเจ้าจะตอบแทนพวกเขา จำนวนร้อยเท่าพันทวี แม้พวกเขาจะต้องเผชิญกับการเบียดเบียน และความทุกข์โศกในปัจจุบันนี้ แต่จะเปรียบเทียบไม่ได้ กับสิ่งที่พระเป็นเจ้าจะตอบแทน ในเวลาที่จะมาถึง (ข้อ30) และแม้โลกจะมองดูพวกเขาว่า เป็นคนสุดท้าย แตพวกเขาจะกลับเป็นคนแรกในพระราชัยสวรรค์....”ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกได้เสียสละทุกสิ่งที่มี ที่เป็นอุปสรรคของการเข้าสู่พระราชัยสวรรค์
“ถ้าท่านต้องการมีที่พำนักในสวรรค์ ท่านต้องอาศัยกิจการที่ดี ถ้าท่านไม่มี ท่านก็ไม่มีหวังว่าจะเข้าสู่สวรรค์ได้” (นักบุญเบเนดิกต์)...”บางคนจะมองขึ้นไปบนสวรรค์ และรอคอยความช่วยเหลือที่จะถูกส่งลงมา ตามที่พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า “คนฐานะต่ำก็เป็นเพียงแต่ลมหายใจ คนฐานะสูงก็อนิจจัง เมื่อชั่งดูเขาก็ลอยขึ้น เขารวมด้วยกันยังเบากว่าลมหายใจ” (สดด 62:9)...(นักบุญยอห์น คลีมากุส)

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view