สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า

🍇จงระลึกไว้เสมอว่า …
เราอยู่กับลูกตลอดเวลา
เราคือ ความหวังของลูก

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018
สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า
https://youtu.be/D3xKpYNbm0Y

🍐 หลอมรวมกาย
http://youtu.be/7-Wz933bkvc

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018
สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า
อ่าน
อพย 24:3-8
ฮบ 9:11-15
มก 14:12-16, 22-25

พระวรสารนักบุญมาระโกบันทึก
ปังและเหล้าองุ่น ที่พระเยซูเจ้ามอบให้กับบรรดาศิษย์
เป็นเลือดเนื้อ ของพระองค์เอง
ที่ทรงจัดเตรียม มอบให้กับศิษย์
และทุกคนที่มีความเชื่อ

ในอดีต เมื่อประชากรของพระเจ้า รู้จักพระวาจาของพระเจ้า
พวกเขาสัญญา ด้วยการตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
พวกเราจะปฎิบัติตามทุกคำ และสร้างแท่นบูชา
เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงพันธสัญญา
ที่พวกเขาได้ทำกับพระเจ้า

จดหมายถึงชาวฮีบรู ตอกย้ำ
พระเยซูเจ้าทรงเป็นมหาสมณะ ผู้นำพระพร
ที่พระเจ้าทรงสัญญาประทานให้กับมนุษย์
โดยไม่แบ่งแยก ไม่มีขอบเขต

หมายเหตุ..
สิ่งที่อยู่เหนือคำสัญญา
คือ คำธรรมดา ที่มาพร้อมกับการกระทำ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นใด จนถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 14:12-16, 22-25)

ชีวิตคริสตชน เป็นดังการเดินทาง

ขาดเสบียงอาหาร ย่อมไปได้ไม่ไกล

ศีลมหาสนิทจึงเป็นกำลังของเรา

และเราจะไม่หมดแรงก่อนที่จะถึงพระราชัยสวรรค์

บ้านของเรา ที่เราจะร่วมงานเลี้ยงปาสกานิรันดรกับพระเจ้า

พระเจ้าทรงบิชีวิตของพระองค์ออกเพื่อเรา

จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด...

หมายถึงเราต้องบิชีวิตของเราออก

และมอบให้เพื่อกันและกัน

เพื่อเป็นกำลังใจของกันและกันในพระคริสตเจ้า

บนหนทางสู่ปาสกานิรันดรในพระอาณาจักรของพระองค์

________________

ในวันเหล่านี้ เป็นช่วงเวลาที่ผมเดินทางมากหน่อย ขับรถไปยังต้องเติมน้ำมัน ร่างกายของเราก็ยังต้องทานอาหาร มิฉะนั้น เราคงจะไปได้ไม่ถึงไหน ผมจึงต้องเตรียมอาหารติดไปด้วยเสมอ ทำเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก จนวันนี้ จะไปเยี่ยมอภิบาลต่อในภาคบ่าย ผมก็เตรียมข้าวกล่องแล้วครับ เพื่อนำติดรถไปด้วย มีอาหาร มีเสบียงระหว่างทางครับ เพื่อจะได้มีแรงไปจนถึงเป้าหมาย... จิตวิญญาณของเราก็เช่นเดียวกัน เราต้องการเสบียงอาหารหล่อเลี้ยงด้วย เพื่อเราจะมีพลังและมีแรงมากพอที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย...

พระศาสนจักรในวันอาทิตย์หลังสมโภชพระตรีเอกภาพ เชื้อเชิญให้เราสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า ซึ่งพระศาสนจักรสากลได้เฉลิมฉลองวันนี้ในวันพฤหัสบดี หลังสมโภชพระตรีเอกภาพ...

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราสมโภชพระตรีเอกภาพ ที่สะท้อนภาพความเป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระเจ้าในพระตรีเอกภาพกับมนุษย์ทุกคน เป็นความรักที่แยกออกจากกันไม่ได้ พระเจ้าที่ร่วมชะตากรรมร่วมกัน พระบิดาที่ทรงไถ่กู้มนุษยชาติทางพระบุตร พระจิตที่ทรงเป็นหน่งเดียวกับพระบุตร ทั้งสามพระบุคคลที่ร่วมรับทรมานด้วยกันเมื่อพระบุตรทรงรับทรมาน และทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกันด้วย นี่คือการฉลองพระธรรมล้ำลึกในชีวิตคริสตชนที่พระเจ้าทรงร่วมธรรมชาติกับเรามนุษย์ ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ จนวันนี้ เราสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า หรือที่เราเรียกว่า “ศีลมหาสนิท” มหาสนิท คำที่ผมชอบมาก นี่คือการสนิทแบบยิ่งใหญ่ แบบเป็นชีวิตเดียวกัน พระเจ้าทรงชิดสนิทในชีวิตเรา และเราก็มีชีวิตพระเจ้าในชีวิตของเราด้วย...

พี่น้องที่รักครับ ผมย้ำเตือนพี่น้องบ่อยๆ ว่า พระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าผู้ชี้ทางแห่งความรอดพ้นให้กับเราแล้วก็จบกัน ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างไป เปล่าเลย... แต่พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ร่วมทาง... ในประวัติศาสตร์ เราได้ทราบเรื่องราวการอพยพของชาวอิสราแอลที่มีพระเจ้าทรงร่วมทางด้วยเสมอ และพวกเขาก็ไม่เคยอ่อนแอเลย เมื่อพระเจ้าทรงประทับอยู่กับพวกเขา พวกเขามีพลังและไม่เคยหมดแรงในการเดินทาง เพียงเพราะมีพระองค์ประทับอยู่

นี่คือพระสัญญา... “เราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นใด จนถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า” (มก 14:12-16, 22-25)... เรามีสามปาสกา เรามีสามการเดินทางครับในธรรมล้ำลึกของคริสตชน การเดินทางแรก หรือปาสกาแรก คือปาสกาของชาวอิสราแอล ที่พระเจ้าทรงประทับอยู่และนำทางพวกเขาด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ และกลับกลายเป็นการฉลองไปชั่วลูกชั่วหลาน นี่คือการผ่านจากแดนทาสไปสู่ความเป็นอิสระ นี่คือปาสกาที่หนึ่ง...

ปาสกาที่สองของพระเยซูเจ้าคือ ปาสกาที่ฉลองเหตการณ์ในอดีตที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อชาวอิสราแอล ในการนำพวกเขาออกจากแดนทาส แต่เป็นปาสกาใหม่ของพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ทรงนำประชากรของพระองค์จากแดนทาสของบาป ไปสู่การเป็นอิสระแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า ด้วยการมอบพระองค์เองเป็นอาหาร เป็นบูชา เป็นเสบียงระหว่างทาง...

และปาสกาสาม ที่เป็นปาสกาสุดท้ายของเรา... ด้วยเหตุนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “เราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นใด จนถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า” ... ผมเพิ่งกลับจากจันทบุรีบ้านเกิดของผม ผมคงอาจจะบอกว่า นี่คือชีวิตของพระเจ้าที่บิออก เหมือนทุบหม้อข้าวด้วยความเด็ดเดี่ยว และมุ่งหน้าด้วยความมุ่งมั่นไปสู่พระราชัยสวรรค์ เหมือนที่พระเจ้าตากสินได้ทุบหม้อข้าวและมุ่งหน้าเขาตีเมืองจันทร์ นั่นหมายความว่า เราร่วมชะตากรรมเดียวกันครับ เราจะไม่มีอะไรกินด้วยกันอีก จนกว่าจะถึงเป้าหมายของเรา... 

พี่น้องที่รักครับ นี่คือความหมายของปาสกานิรันดร ปาสกาที่สามครับ ปาสกาสุดท้ายที่เป็นงานเลี้ยงนิรันดรในสวรรค์... ที่พระเยซูเจ้าจะทรงจัดงานเลี้ยงนี้ไว้สำหรับประชากรของพระองค์ ที่พระองค์ทรงนำเราตลอดเส้นทางบนโลกนี้ ด้วยการบิชีวิตของพระองค์ออก แบ่งปันชีวิตของพระองค์เพื่อเรา เป็นเสบียงอาหารเลี้ยงวิญญาณของเรา เพื่อให้เรามีพละกำลังที่เข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หมดแรง ก่อนที่จะถึงจุดหมายของเราในพระราชัยสวรรค์ บ้านแท้นิรันดรของเรา... บ้านของเราครับ ผมย้ำ สวรรค์ไม่ใช่รางวัลของลูกของพระครับ แต่สวรรค์เป็นบ้านของเรา บ้านที่เราต้องได้กลับไปที่นั่น กลับไปแบบลูกของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงมอบชีวิตให้

“นี่คือกายของเราที่จะมอบเพื่อท่าน... จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” ... นี่คือพระวาจาของพระเยซูเจ้าในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย นี่คือพระวาจาเดียวกันที่พระองค์ตรัสกับเราในบูชาขอบพระคุณ เมื่อทรงยกแผ่นปังศักดิ์สิทธิ์ขึ้น บิออก และประทานแก่เรา... จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด... พี่น้องที่รักครับ นี่คือชีวิตคริสตชน ชีวิตศิษย์พระเยซู ชีวิตที่มีพระเจ้าอยู่ในตน คือชีวิตที่เป็นประดุจปังที่ถูบิครับ... จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด... พระองค์สั่งให้เราที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในปังบูชานี้... จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด... คือให้เรากลับบ้าน และทำเหมือนกับพระองค์ มีชีวิตเหมือนกับพระองค์... ผมเอง เป็นพ่อเจ้าวัด... ผมยิ่งต้องตระหนักในเรื่องนี้จริงๆ ทุกครั้งที่ผมยกแผ่นปังศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้น... นี่คือกายของเรา... คือ “นี่คือกาย นี่คือชีวิตของพ่อ ที่จะบิออกเพื่อพี่น้อง...” คือชีวิตที่ต้องยอมตาย ยอมมอบให้เพื่อความรอด เพื่อความดีของกันและกัน... พี่น้องที่รักครับ กลับจากมิสซาไป พระเยซูเจ้าทรงบอกเรา สั่งเรา “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” คือให้เรากลับไปและทำเช่นเดียวกันกับพระองค์ สามี ภรรยา ที่ยกชีวิตของตน บิออก แบ่งปัน เพื่อความดีของกันและกัน นี่คือกายของฉัน นี่คือชีวิตของฉันที่จะถูกบิออกเพื่อเธอ นี่คือชีวิตของพ่อ ชีวิตของแม่ ที่พร้อมจะบิออกเพื่อลูกๆ และนี่คือชีวิตของลูก ที่ลูกจะบิออก จะมานะบากปั่น ร่วมเจริญชีวิต เป็นกำลังใจ ปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกันตลอดเส้นทางการเดินทางในโลกนี้ คือชีวิตที่เราจะอยู่เพื่อเป็นกำลังใจของกันและกัน จนกว่าเราจะได้ร่วมฉลองปาสกานิรันดรกับพระเจ้าในพระอาณาจักรของพระองค์

พี่น้องที่รักครับ ศีลมหาสนิทที่เราฉลองด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันในวันนี้ จงทำการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด... คือเราต้องทำอย่างพระเยซูครับ  พระองค์ที่บิชีวิตพระเจ้าออก เพื่อร่วมเดินทางกับเราในโลกนี้ เพื่อเป็นกำลังใจของเรา ด้วยการมอบพระองค์เอง เป็นเสบียงอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณของเราในโลกนี้ สอนให้เราผู้ร่วมชีวิตกับพระองค์ “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด” คือกลับไปทำเช่นเดียวกับพระองค์... วันนี้ ชีวิตของฉัน ฉันยอมบิออกเพื่อใครบ้างแล้วหรือยัง... หรือฉันเดินตามลำพัง และไม่สนใจใครเลย... อย่าลืมนะ... พระองค์ตรัส... “จงทำการนี้ เพื่อระลึกถึงเราเถิด”

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ชีวิตของลูก เป็นดังแผ่นปังบูชา ที่มอบตนเองเพื่อลูกๆ ของลูก ประชากรของพระองค์ระหว่างทางสู่ปาสกานิรันดรนี้ ขอให้ชีวิตของลูกเป็นปังที่ถูกบิ เพื่อเสริมกำลังใจของกันและกันบนหนทางนี้... พระเจ้าข้า ขออย่าให้ลูกบั่นทอน หรือทำร้าย ทำลายกำลังใจของกันและกันเลย แต่ขอให้ความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ในชีวิตของลูก ทำให้ลูกร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเถิด...

สุขสันต์วันพระเจ้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 18 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า
บทอ่าน อพย 24:3-8 / ฮบ 9:11-15 / มก 14:12-16,22-25
เราชาวคาทอลิกถือว่า “ศีลมหาสนิท” เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ และเป็นศีลที่ทุกคนต้องรับ เพราะเป็นองค์พระเยซูคริสตเจ้าเอง คือ เป็นทั้งพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ถ้าจะถามว่าทำไมพระเยซูคริสตเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท? คำตอบ คือ เป็นเพราะความรักอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์จริงๆ กล่าวคือ ก่อนที่พระองค์จะทรงถูกจับ ถูกทรมาน และถูกตรึงสิ้นพระชนม์บนกางเขน พระองค์ทรงปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะอยู่กับมนุษย์ที่พระองค์ทรงรัก เพราะทรงเป็นห่วงเราจริงๆ
การตั้งศีลมหาสนิท จึงเป็นวิธีที่พระองค์ทรงเลือกที่จะอยู่กับมนุษย์ด้วยการเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ ทรงมอบพระวรกายและพระโลหิตของพระองค์ เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงชีวิตวิญญาณของเรา ภายใต้รูปปรากฏของแผ่นปังและเหล้าองุ่น... ดังพระวาจาของพระองค์ทรงตรัสไว้ในอาหารค่ำครั้งสุดท้าย
“ พระองค์ทรงหยิบปัง ทรงขอบพระคุณ ทรงบิขนมปังประทานให้บรรดาศิษย์ ตรัสว่า “นี่เป็นกายของเราที่ถูกมอบเพื่อท่านทั้งหลาย จงทำดังนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเราเถิด” ในทำนองเดียวกัน เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสว่า “ถ้วยนี้เป็นพันธสัญญาใหม่ ในโลหิตของเราที่หลั่งเพื่อท่านทั้งหลาย” (ลก 22 : 19-20).
“ปังแห่งทวยเทพเทวา ลงมาจากแดนวิมาน ให้เลิกรูปอุปมาน กลายเป็นอาหารบุคคล
โอ้ มหัศจรรย์ใหญ่ คนเลว คนไพร่ คนจน รับพระเจ้าของตนในศีลบวร
โอ้พระตรีเอกาภาพ ชาวเรากราบก้มวิงวอน โปรดด้วยอำนวยพระพร แด่ผู้ยกกรวันทา
ขอโปรดนำสู่ลู่ทาง ลุแสงสว่างนิภา ซึ่งพระตรีเอกา สำแดงพระองค์ อาแมน”
บทเพลงข้างบนนี้สื่อความหมายถึงปังแห่งสวรรค์ ที่หล่อเลี้ยงวิญญาณของเรา ทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสรับศีลหมาสนิท ให้เราตระหนักเสมอว่า ใครก็ตามที่มีชีวิตพระ คือ การเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้า ย่อมเป็นหลักประกันอย่างแน่นอนว่า เขาจะได้รับความสุขนิรันดร.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view