สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

🍉 จิตใจของข้าเอ๋ย
จงกตัญญูต่อพระเจ้าของเจ้า....
จงระลึกถึงสิ่งดีที่ทรงทำเพื่อเจ้า...ครั้งแล้วครั้งเล่า
จงตอบแทนพระคุณ...ด้วยความรัก...สิ้นสุดจิตใจ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/c5aprkOXdvQ

❤ พระเจ้าดีต่อฉัน
http://youtu.be/_7VTjITn6_U

🎾🎾🎾🎾🎾🎾🎾🎾

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
2 ปต 1:1-7
มก 12:1-12

พระเยซูเจ้าทรงใช้อุปมา เพื่อชี้ให้เห็นว่า
เมื่อความโลภเข้าครอบงำ คนเช่าสวนทำทุกวิถีทาง
แต่ไม่ใส่ใจคุณธรรม ไม่ทำตามสัญญา
เมื่อนั้นนำไปสู่หายนะ

จดหมายนักบุญเปโตรแนะนำ
จงพยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะใช้คุณธรรม
เพิ่มพูนความเชื่อ ใช้ความรู้ เพื่มพูนคุณธรรม
ใช้การบังคับตน เพิ่มพูนความรู้
ใช้ความอดทน เพิ่มพูน การรู้จักบังคับตน
ใช้ความรัก เพิ่มพูน มิตรภาพ

หมายเหตุ..
คนจน ต้องการบางอย่าง
แต่คนโลภ ต้องการไปซะทุกอย่าง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“เจ้าของสวนจะทำอย่างไร...” (มก 12:1-12)

ก็แล้วเจ้าของสวนจะทำอย่างไร เจ้าของส่วนจะว่าอย่างไรล่ะ...

ประชากรของเราเอ๋ย เราได้ทำอะไรกับท่าน เราได้ทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจในเรื่องอะไร จงตอบเราซิ... เพราะเราได้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ท่านจึงเตรียมไม้กางเขนไว้ให้พระผู้ไถ่ของท่านหรือ... เพราะเราได้นำท่านผ่านถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปี ได้เลี้ยงท่านด้วยมานนา ได้นำท่านเข้าไปในแผ่นดินที่ดี ท่านจึงเตรียมไม้กางเขนไว้ให้พระผู้ไถ่ของท่านหรือ...

มีอะไรที่เราทำให้ท่านได้อีกและไม่ได้ทำ... เราได้ปลูกท่านไว้ หวังจะให้เป็นสวนองุ่นสวยงามที่สุดสำหรับเรา แต่ท่านกลับทำให้เราได้รับความขมขื่นอย่างยิ่ง เมื่อเรากระหาย ท่านกลับนำน้ำองุ่นเปรี้ยวมาให้ดื่ม และยังเอาหอกมาแทงสีข้างพระผู้ไถ่ของท่านอีก...ประชากรของเราเอ๋ย เราได้ทำอะไรกับท่าน เราได้ทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจในเรื่องอะไร จงตอบเราซิ...

เพราะท่าน... เราได้เฆี่ยนตีอียิปต์ พร้อมกับบุตรคนแรกของเขา แต่ท่านกลับมอบเราให้ศัตรูเฆี่ยนตี... เรานำท่านออกจากอียิปต์ ทำให้กองทพัพของกษัตริย์ฟาโรห์จมน้ำตายในทะเลแดง แต่ท่านกลับมอบเราให้กับหัวหน้าสมณะ... เราได้เปิดทะเลเป็นทางให้ท่านเดินผ่านไป แต่ท่านกลับเอาหอกมาเปิดสีข้างเรา...เราใช้กลุ่มเมฆนำหน้าท่านในถิ่นกันดาร แต่ท่านกลับนำเราไปยังจวนของปิลาต... เราให้มานนาเลี้ยงท่านในถิ่นทุรกันดาร แต่ท่านกลับตบหน้าและเฆี่ยนเรา... เราให้ท่านดื่มน้ำจากหิน ช่วยท่านให้รอดตาย แต่ท่านกลับเอาน้ำขมและน้ำองุ่นเปรี้ยวมาให้เราดื่ม...
เพราะท่าน เราได้ฟาดฟันบรรดากษัตริย์ชาวคานาอันให้พ่ายแพ้ แต่ท่านกลับใช้ไม้อ้อฟาดศีรษะเรา... เราได้มอบคฑากษัตริย์ให้แก่ท่าน ท่านกลับนำมงกุฎหนามมาสวมศีรษะของเรา... เราให้ท่านมีอำนาจสูง ส่วนท่านกลับจับเราแขวนไว้บนไม้กางเขน...ประชากรของเราเอ๋ย เราได้ทำอะไรกับท่าน เราได้ทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจในเรื่องอะไร จงตอบเราซิ... (เทียบ เพลงตัดพ้อ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์)

แล้วดังนี้...
เจ้าของสวนจะทำอย่างไร...
________________

เช้านี้ จากพระวรสารวันนี้ ผมไม่เขียนบทไตร่ตรองอะไร แต่ขอยกเอาเพลงตัดพ้อในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์มาให้พี่น้องได้อ่านและไตร่ตรอง ผมชอบบทพิธีกรรมนี้มาก ไม่ค่อยได้ยินเท่าไรนัก... ตั้งแต่เล็กๆ เราร้องเพลงเมื่อนมัสการกางเขน ทำให้ไม่ค่อยได้ยินการอ่านเพลงตัดพ้อนี้เท่าไรนัก จำได้ว่า ได้ยินเพียงครั้งเดียวในชีวิต ได้ยินครั้งแรก น้ำตาไหลเลย... เมื่อพระเจ้าทรงทำกับเราเพียงนี้ และมนุษย์ตอบรับพระองค์ในทางตรงกันข้าม...

ท้ายที่สุด พระเจ้าก็อภัย และเอาตนเองเป็นค่าไถ่เรา... แล้วฉันล่ะ ฉันจะไม่อภัยและมีความเพียรทนกับเพื่อนพี่น้องบ้างหรือ???

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์อ่อนโยนเหลือเกิน... ในวันเหล่านี้ ลูกอยากเรียนรู้ และฝึกฝนที่จะอ่อนโยนเช่นพระองค์... ขอพระองค์ประคับประคองพลังใจของลูกด้วยเถิด พระเจ้าข้า...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 9 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2ปต 1:1-17 / มก12:1-12
พระเยซูเจ้าทรงต้องการจะสอนอะไร เกี่ยวกับเรื่องนิทานเปรียบเทียบ เรื่องเจ้าของสวนองุ่นและผู้เช่า? มีสวนองุ่นจำนวนมากอยู่ตามเนินเขาของแคว้นกาลิลี และเป็นเรื่องธรรมดา ที่เจ้าของสวนจะให้คนเช่าสวนเป็นคนดูแลแทน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเก็บค่าเช่า ทำไมเรื่องคนเช่าสวนทุจริตที่พระเยซูเจ้าทรงเล่า จึงกระทบกับพวกฟาริสีและคัมภีราจารย์? เนื่องจากว่านิทานเปรียบเทียบนี้ ได้พูดถึงเรื่องประกาศกและคำเตือน ประกาศกอิสยาห์เอง ได้กล่าวถึงประชากรอิสราเอล ในฐานะเป็นสวนองุ่นของพระเป็นเจ้า (อสย5:7) คนที่ฟังพระองค์ ต่างเข้าใจว่านิทานเปรียบเทียบนี้ อ้างอิงถึงประชากรที่ดื้อรั้นและคิดไม่ซื่อ ในเวลาเดียวกัน เราจะเห็นความซื่อสัตย์ของพระเยซูเจ้า ต่อพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า แม้ว่าพระองค์ต้องเผชิญกับการต่อต้าน
นิทานเรื่องนี้มีความหมายต่อเราทุกคนในปัจจุบันนี้เช่นกัน เนื่องจากมันสื่อความหมายถึงวิธีการที่พระเป็นเจ้ากำลังปฏิบัติต่อประชากรของพระองค์ ประการที่หนึ่ง นิทานเรื่องนี้ได้บอกเราเกี่ยวกับความใจกว้างของพระเป็นเจ้า และความไว้วางใจที่มีต่อเรา สวนองุ่นมีอุปกรณ์ต่างๆพร้อมสรรพ เพื่อสนองความต้องการของคนเช่าสวน เมื่อเจ้าของสวนได้จากไป เขาก็มอบให้คนเช่าสวนเป็นคนดูแลสวนองุ่น เช่นเดียวกัน พระเป็นเจ้าทรงมีความไว้วางใจในตัวเรา ทรงโปรดให้เรามีเสรีภาพ ในการดำเนินชีวิตตามความต้องการของเรา ประการที่สอง นิทานเปรียบเทียบนี้ ยังกล่าวถึงความอดทนและความยุติธรรมของพระเป็นเจ้า พระองค์ได้อภัยโทษให้แก่คนเช่าสวนหลายครั้งด้วยกัน ในการชำระค่าเช่า ในขณะที่คนเช่าสวนหาประโยชน์ จากความอดทนของเจ้าของสวน ที่สุดก็ต้องมีการตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม พระเยซูเจ้าทรงทราบเรื่องพระมหาทรมาน และชัยชนะของพระองค์ ทรงทราบว่าพระองค์จะถูกปฏิเสธ และถูกประหารชีวิต แต่ที่สุดพระองค์จะมีชัยชนะ ด้วยการกลับคืนพระชนม์ชีพ และเสด็จสู่สวรรค์ ประทับอยู่ที่พระหัตถ์ขวาของพระบิดา....ความอดทนคือคุณธรรม ที่จะนำความสำเร็จมาให้.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view