สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงนักบุญนอร์เบิร์ต

วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงนักบุญนอร์เบิร์ต

🍓 ไม่มีการหยุดพักใด...
ที่จะทำให้เราได้พักสงบอย่างเต็มที่
เท่ากับที่ได้...พักพิงในพระเจ้า

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 6 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงนักบุญนอร์เบิร์ต
https://youtu.be/XdRokMHu8pg

🌈จิตวิญญาณข้ากระหาย
https://youtu.be/2dQxIp4NQao

⭐As the Deer
https://youtu.be/a5pZkLWZv-E

🦌🦌🦌🦌🦌🦌🦌🦌🦌🦌

วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงนักบุญนอร์เบิร์ต
อ่าน
2ทธ 1:1-3, 6-12
มก 12:18-27

เมื่อชาวสะดูสี ที่ได้รับการยอมรับว่าเจริญชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ใกล้ชิดพระเจ้า หลงผิด ยึดติดกับชีวิตทางโลก
ทำให้พวกเขาหันเห ออกจากความเชื่อ
พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องเตือนสติพวกเขา
ให้พิจารณาที่มาของความเชื่อ ที่พวกเขาได้รับ

เพื่อจะไ่ม่หันเหจากความเชื่อ
จดหมายนักบุญเปาโล แนะนำ
ให้ตระหนักเสมอว่า พระเจ้าทรงเรียกเรา
ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ
แต่เป็นพระประสงค์ และพระหรรษทานของพระองค์

แม้ว่าท่านนักบุญนอร์เบริ์ต จะมาจากครอบครัว
ขุนนางชั้นสูง ที่ร่ำรวย แต่เมื่อท่านยอมสละ
ละทิ้งชีวิตทางโลก หันมาดำเนินชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์
ท่านได้กลับกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการยุติความแตกแยก
ในพระศาสนจักร

หมายเหตุ..
เห็น ที่น่ารังเกียจคือ เห็นแก่ตัว
หลงที่น่ากลัว คือ หลงตัวเอง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“พระองค์ไม่ใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น” (มก 12:18-27)

ในโลกนี้...

หน้าที่ต่างๆ จำเป็นต้องทำให้สำเร็จด้วยความรับผิดชอบ

แต่ในโลกหน้า...

พระเจ้าทรงเป็นความบริบูรณ์ของบรรดาผู้มีความเชื่อ

พระองค์คือการกลับคืนชีพ และเป็นชีวิต

ใครที่เชื่อในเรา แม้ตายไปแล้วก็จะมีชีวิตอีก

และใครที่มีชีวิตและเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย (เทียบ ยน 11:25-26)

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของผู้เป็น

ผู้เป็น คือ ผู้ที่เชื่อในพระองค์.

________________

จากชีวิตที่กำลังเดินทางจากอาณาจักรหนึ่งไปสู่อีกอาณาจักรหนึ่ง จากอาณาจักรของโลกนี้ ไปสู่อาณาจักรของโลกหน้า หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในโลกนี้ จำเป็นต้องทำให้ผ่านพ้นไปอย่างดีที่สุด แต่ในโลกหน้านั้น พระเจ้าทรงเป็นความบริบูรณ์ของบรรดาผู้ที่เชื่อในพระองค์... ผู้ที่เชื่อในพระองค์คือผู้ที่จะไม่ตาย แต่จะมีชีวิตตลอดนิรันดร

ธรรมบัญญัติที่โมเสสได้สอนไว้เรื่องการรับหญิงที่สามีตายไปโดยไม่มีบุตร โดยให้น้องชายรับหญิงนั้นไว้เป็นภรรยา ถือเป็นหน้าที่ของความรับผิดชอบที่เป็นผลมาความมีมนุษยธรรม ด้วยในสังคมของชาวยิวนั้น สตรีไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากชาย หรือปราศจากสามี เมื่อสามีของนางเสียชีวิตไป และทิ้งนางไว้โดยไม่มีบุตร นางก็จะเจริญชีวิตด้วยความยากลำบาก... ธรรมบัญญัติที่โมเสสได้เขียนไว้ จึงให้ความหมายถึงความรักและเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง เพื่อให้บรรดาสตรีที่เป็นม่ายเพราะสามีจากไปนั้น ได้รับความเมตตาสงสาร และสามารถเจริญชีวิตอยู่ในสังคมได้... นี่คือความรับผิดชอบแบบมนุษยชนผู้มีชีวิตบนโลก และนี่คือหน้าที่ของลูกของพระเจ้าที่ต้องพยายามทำอย่างดีที่สุดในโลกนี้ เพื่อก้าวผ่านโลกนี้ไปสู่นิรันดรภาพแบบลูกที่ดีของพระองค์

แต่ชีวิตหลังการกลับคืนชีพนั้น พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นความบริบูรณ์ของชีวิตของผู้ที่เชื่อในพระองค์ เขาไม่มีความต้องการอะไรอีก นอกจากพระเจ้าที่เป็นเป้าหมายและความบริบูรณ์แห่งชีวิตที่ไม่รู้ตายของพวกเขา

จิตใจข้าพเจ้า กระหายหาพระเจ้าผู้ทรงชีวิต เมื่อใดเล่าจะได้ประสบพระพักตร์พระองค์ (บทเพลงสร้อยวันนี้) นี่คือจิตวิญญาณของผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ที่เฝ้ากระหายหาพระองค์ ชีวิตในโลกนี้จึงเป็นการเดินทางเพียงชั่วคราว แต่เป้าหมายของเขาคือชีวิตนิรันดรในพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ดังความปรารถนาสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงของบรรดาผู้ที่เชื่อในพระองค์

แม้วัดของผมจะมีสัตบุรุษไม่มาก และวันนี้ก็เหลือไม่กี่คนที่สามารถมาวัดได้ แต่ผมยังพบความประทับใจในสัตบุรุษของผม ที่แม้จะต้องทำหน้าที่ของเขาอย่างดีที่สุด ในการเป็นพ่อบ้าน แม่บ้าน แต่พวกเขาหลายคนยังจัดสรรเวลาไว้ได้ เพื่อไปวัดร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ และในวันธรรมดาด้วย ยังมีเวลาที่จะคิดถึงพระเจ้า ใฝ่คว้าแสวงหาโอกาสที่จะเรียนคำสอน... บางคนไม่สามารถทำงานทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์เลย  และเนื่องจากชีวิตของเขา ไม่ได้มุ่งที่การแสวงหาความสุขบริบูรณ์ในโลกนี้อันเป็นโลกของผู้ตาย แต่เขามุ่งแสวงหา กระหายหาพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ชีวิตของเขาที่ผ่านไปในโลกนี้ จึงจะไม่ใช่ชีวิตที่ประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นชีวิตเพียงสั้นๆ ในโลกนี้ ที่เขาได้ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดในความเป็นลูกของพระเจ้า ที่มีเวลาให้กับพระเจ้า และมีเวลาให้กับเพื่อนพี่น้องเสมอ

สิ่งที่น่าไตร่ตรอง และผมได้ไตร่ตรองเป็นพิเศษในเช้าวันนี้คือ “วันนี้ เช้านี้ วันที่พระเจ้าทรงเมตตาประทานให้นี้ ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อใคร... ความบริบูรณ์ของชีวิตของฉันคือความสำเร็จในโลกนี้ หรือการได้พบกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นชีวิตและนิรันดรภาพของฉัน” หน้าที่การงานของฉันนั้นสำคัญ หลายอย่างฉันต้องบริหาร ฉันต้องทำให้เสร็จ ฉันต้องทำให้ดี ฉันต้องทำให้สมเกียรติ เป็นศักดิ์ศรี เป็นความเชิดหน้าชูตา แล้วฉันก็ลืมไปว่า อะไรเป็นเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตของฉัน ที่ฉันกำลังกระหายหาจริงๆ ดังนั้นแล้ว แม้ฉันจะประสบความสำเร็จในโลกสักเพียงใด ฉันก็ไม่มีวันอิ่มเลยในโลกนี้ เพราะฉันจะไม่พบอะไรที่จีรังยั่งยืนในโลกนี้เลย ฉันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในเศษเสี้ยวของเวลาทั้งหมดเท่านั้นเอง... ก่อนที่ฉันจะเกิดมา พระเจ้าก็ทรงดำรงอยู่และทำงานของพระองค์แล้ว และเมื่อฉันจะจากไป พระองค์ก็ยังทรงดำรงอยู่และยังทำงานของพระองค์ต่อไป ฉันเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเล็กๆ ของเวลาของพระเจ้าเท่านั้นเอง... วันนี้ ฉันทำหน้าที่ของฉันอย่างดีเพียงใด และฉันทำเพื่อใคร ฉันมีชีวิตและหายใจอยู่ในวันนี้ ฉันอยู่เพื่อใครจริงๆ... อะไรคือความสำเร็จในชีวิตการเป็นพระสงฆ์ อะไรคือความสำเร็จในชีวิตของการเป็นนักบวช หรืออะไรเป็นความสำเร็จของชีวิตของการเป็นคริสตชนของฉันจริงๆ

ในโลกนี้ฉันอาจจะมีหลายอย่างต้องรับผิดชอบ ในแต่ละวันฉันอาจจะมีหลายอย่างที่อยากทำให้เสร็จ ในแต่ละปี ฉันอาจจะมีความคาดหวังมากมาย แต่ฉันได้จัดเวลาไว้เพื่อพระเจ้าบ้างหรือเปล่า ฉันมีเวลาที่จะมองเห็นความต้องการของเพื่อนพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด สรุป... วันนี้ ฉันอยู่เพื่อใคร... ถ้าฉันอยู่เพื่อตนเองเท่านั้น... โอ้ ชีวิตของฉันมีค่าน้อยไปหรือเปล่า... แต่หากฉันมีชีวิตอยู่เพื่อทุกคน ชีวิตของฉันก็มีค่ามากขึ้นมิใช่หรือ... และหากฉันมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าด้วยแล้ว นั่นคือคุณค่าที่นำเราไปสู่นิรันดรภาพมิใช่หรือ... แล้ววันนี้... ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อใครบ้างล่ะ...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกเจริญชีวิตในโลกนี้ในความเป็นลูกที่ดีของพระองค์ ลูกจะมีเวลาสำหรับพระองค์ มีเวลาสำหรับตนเอง และยังมีเวลามากมายสำหรับเพื่อนพี่น้องด้วย เพราะความบริบูรณ์ของลูกอยู่ในพระองค์ หาใช่ในโลกนี้ไม่ แต่พระองค์คือแรงบันดาลใจทั้งมวลของลูก เพื่อก้าวผ่านโลกนี้ไปสู่บ้านแท้นิรันดรในความเป็นลูกที่แสนดีของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 6 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 9 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2ทธ 1:1-3,6-12 / มก12:18-27
“คนๆนี้เป็นทายาท เราจงฆ่าเสียเถิด มรดกจะได้ตกเป็นของเรา” (ข้อ 27) ในศาสนายิว ดูเหมือนว่าพวกสะดูสี จะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม พวกเขาแตกต่างจากพวกฟาริสี เพราะไม่เชื่อในธรรมประเพณีที่เล่าสืบต่อกันมา โดยอ้างว่า การเผยแสดงของพระเป็นเจ้านั้น ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่สมัยโมเสส พวกเขายังไม่เชื่อเรื่องการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย จึงต้องการทดสอบคำสอนของพระเยซูเจ้า โดยได้ยกตัวอย่าง ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง เมื่อได้อ้างว่า ผู้หญิงคนหนึ่งได้แต่งงานกับสามีถึงเจ็ดคนด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่เสียชีวิต หลังจากได้แต่งงานกับนางแล้ว และพวกเขาได้ถามพระองค์ว่า ในวันกลับคืนชีพ หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของใคร พระองค์ได้ตอบว่า พวกเขากำลังเข้าใจผิด ที่เข้าใจว่า การกลับคืนชีพนั้น เป็นเหมือนการต่อเนื่องจากชีวิตปัจจุบันในโลกนี้ พระองค์ยังได้เตือนพวกเขาว่า พระเป็นเจ้านั้นเป็นพระเป็นเจ้าของอาบราฮัม อิสอัค และยากอบ ซึ่งเป็นพระเป็นเจ้าของผู้มีชีวิตนิรันดร...ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกขอขอบคุณพระองค์ ที่โปรดให้ลูกได้มีส่วนร่วมกับนิรันดรภาพของพระองค์.
บทอ่านที่หนึ่ง เป็นตอนหนึ่งของจดหมายของนักบุญเปาโลถึงทิโมธีฉบับที่ 2 ข้อความแรกของจดหมายฉบับนี้ เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจอันอบอุ่น ของนักบุญเปาโล ที่มีต่อทิโมธีศิษย์ของท่าน โดยได้พยายามที่จะให้กำลังใจต่อทิโมธี ซึ่งมีความรู้สึกอาย และขึ้ตกใจกลัว เมื่อต้องเผชิญกับการเบียดเบียนในสมัยนั้น นักบุญเปาโลมีความคิดว่า เหตุผลสำหรับความกล้าหาญนั้น ต้องมาจากพระหรรษทาน จากศีลบวชที่ท่านได้รับ ตอนได้รับการปกมือ เพราะในการปกมือนั้น พลังของพระเป็นเจ้าจะทำให้ท่านมีความกล้าหาญที่จะรักคนอื่น และด้วยคุณธรรมประการนี้เอง จะช่วยให้ท่านพ้นจากความอาย และยอมรับที่จะเป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้า และจะไม่รู้สึกอับอาย ต่อการที่เปาโลถูกคุมขัง แต่ยินดีที่จะรับความทุกข์ทรมานพร้อมกับ บรรดาอัครสาวก และบรรดาผู้มีความเชื่อทั้งหลาย...”พระหรรษทานของพระเป็นเจ้าเปรียบเหมือนไฟ ที่มีขี้เถ้ากลบอยู่ จึงไม่สามารถมองเห็นได้” (นักบุญโทมัส).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view