สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2018 สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2018 สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

💞 ข้าแต่ดวงพระทัย
ขอโปรดให้ข้าพเจ้ารักพระองค์โดยสมควร
ป่านนี้ .. ข้าพเจ้ายังไม่รู้จักพระองค์
ขอโปรดให้ข้าพเจ้าเริ่มรักและหลีกหนี
สิ่งที่เป็นที่เคืองพระทัยพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า

📚บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2018
สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า
https://youtu.be/iodvaJa8FMs

❤ หทัยเปี่ยมรัก
https://youtu.be/ZQ8_CHdF5fY

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2018
สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า
อ่าน
ฮชย 11:1,3-4,8ค-9
อฟ 3:8-12, 14-19
ยน 19:31-37

นักพระคัมภีร์หลายคน ตีความ
น้ำ และพระโลหิต
ที่ไหลจากด้านข้างพระวรกายของพระเยซูเจ้าว่า
เป็นเครื่องหมายความรัก
ด้วยการมอบชีวิตของพระองค์
ที่ไหลไปสู่ทุกคน อย่างไม่มีสิ้นสุด

ประกาศกโฮเชยา ป่าวประกาศถึง
หัวใจของพระเจ้า ที่รักประชากรของพระองค์
ด้วยการดูแล เอาใจใส่
พระองค์ไม่ทรงทำสิ่งใด ด้วยอารมณ์โกรธ

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ...เพื่อจะมีประสบการณ์
ความรัก ในรูปแบบ มุมมองของพระเจ้า
จำเป็นที่จะต้อง ทำให้หัวใจของเราฝังราก
ตั้งมั่นอยู่บนความรัก ในแบบของพระเจ้าเช่นเดียวกัน
เป็นความรัก ที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

หมายเหตุ..
หัวใจที่เข้มแข็ง
ไม่แกว่ง เมื่อเจอปัญหา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

สมโภชพระหฤทัยพระเยซูเจ้า

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที...” (ยน 19:31-37)

พระโลหิตคือชีวิตของจิตวิญญาณ

น้ำคือพระจิตแห่งการชำระล้าง

จากพระทัยรักของพระเจ้า

วิญญาณได้รับชีวิตและการชำระล้าง

เพื่อให้ความรักของพระเจ้าสุกงอมในวิญญาณมนุษย์

เป็นความรักที่พร้อมที่จะหยิบยื่นแบ่งปันเพื่อทุกคน

แบบสุดจิตสุดใจ.

________________

พระศาสนจักรได้ตอบสนองการขอของพระเยซูเจ้าที่ประจักษ์มา ให้ฉลองพระหฤทัยของพระองค์หลังวันสมโภชพระคริสตวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า จากความรักของพระเจ้าหลังการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ที่ได้ประทานพระจิตเจ้าให้แก่พระศาสนจักร เติมเต็มความเข้าใจของเราในพระตรีเอกภาพ ในความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ในศีลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ ศีลมหาสนิทที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้อง

ผมจำได้ว่า ครั้งหนึ่งในอดีต เมื่อผมท้อแท้มากๆ ผู้บริหารของผมท่านหนึ่งบอกผมว่า “จะไปหวังอะไรมากมาย จะไปหวังให้ใครช่วยอะไร ไม่ต้องหวังอะไรจากใคร... เมื่อพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ไม่ได้สนใจว่าใครจะกลับใจหรือไม่กลับใจ” ผมจำได้ว่า เวลานั้น ผมค้านที่สุดครับ ค้านอย่างสุภาพ เหมือนคำตัดพ้อเบาๆ ว่า... “แต่พระหฤทัย ประจักษ์มา แต่ศีลอภัยบาปยังมีอยู่อ่ะ” ... หมายความว่า ผมกำลังค้านในใจว่า พระเจ้าทรงหวังครับ แม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ทรงเป็นพระผู้สร้าง พระองค์ไม่ขาดแคลนอะไร ไม่ต้องการการขอบคุณ ไม่ต้องการความรัก ไม่ต้องการกำลังใจอะไรจากใคร และดูเหมือนพระองค์ไม่เคยต้องหวังอะไรจากใคร แต่... แต่พระองค์ทรงหวังให้มนุษย์กลับใจมาหาพระองค์... ผมกำลังค้านว่า “ไม่จริง” ครับ พระเจ้ามีหวังในมนุษย์ครับ พระหฤทัยประจักษ์มา พระเมตตาประจักษ์มา และสิ่งที่ยังเป็นรูปธรรมในศีลศักดิ์สิทธิ์ในพระศาสนจักรคือ “ศีลอภัยบาป” ที่พระเจ้าทรงคอยให้ลูกของพระองค์กลับมา พระองค์ทรงหวังให้ลูกของพระองค์กลับมาหาพระองค์ พระองค์สนใจครับ ในการกลับใจของลูกๆ ที่จะกลับใจมาหาพระองค์

เมื่อมนุษย์ได้ทำร้ายพระองค์ ได้ทรยศหักหลังพระองค์ เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน และยังเอาหอกไปเปิดสีข้างของพระองค์อีก แต่สิ่งที่นักบุญยอห์นบันทึกคือ “ทันที” “พระโลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที” แม้วิญญาณจะทำร้ายพระองค์ขนาดนั้น แต่ทันที ที่พระเมตตาของพระเจ้าไม่รอช้า ทันทีที่ชีวิตของพระเจ้าพร้อมที่จะมอบให้เพื่อเรา ด้วยพระโลหิตเป็นเครื่องหมาย หมายถึงชีวิตของวิญญาณ และน้ำที่ไหลออกมาให้ความหวังในการรับพระเมตตาของพระเจ้า มีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอีกครั้ง ด้วยการชำระล้างแห่งองค์พระจิตเจ้า... เมื่อทรงสิ้นพระชนม์ ก็ทรงมอบพระจิตเจ้าให้กับพระศาสนจักร เป็นชีวิตพระเจ้าที่มอบไว้ในจิตวิญญาณมนุษย์ เพื่อชำระล้างและประทานชีวิตประทานหัวใจใหม่ ที่เป็นใจเนื้อไว้ในวิญญาณมนุษย์ นี่แหละรักของพระเจ้า คือรักที่สุกงอม รักที่ไม่เอาคืน รักที่ไม่แก้แค้น แต่เป็นรักที่ให้อภัยแบบบิดาที่อุ้มชูลูกไว้ พระเจ้าไม่ทรงลงอาญาแบบผู้ที่โกรธจัด เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางเรา พระองค์ไม่ได้มาหาเราด้วยความโกรธ แต่ด้วยพระทัยที่คุกรุ่นขึ้นด้วยความเอ็นดูเมตตา (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง ฮชย 11:1,3-4 8ค-9) นี่คือความรักของพระเจ้า

พี่น้องที่รัก เมื่อความรักของพระเจ้าในวิญญาณของเราต้องสุกงอมขึ้นในความเป็นคริสตชน ในความเป็นลูกของพระเจ้า ในความเป็นศิษย์พระเยซู พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และเพราะเราเป็นลูกของพระเจ้านี้เอง ความรักของเราที่เย็นชาลง จึงต้องได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ด้วยความรักของพระองค์ เป็นความรักที่หยิบยื่นให้ ให้แบบทันที แม้ว่าจะถูกเปิดสีข้างด้วยหอกก็ตาม แต่ทันที หทัยรักของพระเจ้ายังมอบให้จนหมดสิ้น... มีอะไรที่พระองค์ทรงทำได้เพื่อเรา ทรงทำทุกอย่างทันทีจริงๆ... แล้วลูกของพระเจ้าที่ได้รับความรักจากพระเจ้ามากมายเพียงนี้แล้ว จะปล่อยให้ชีวิตเต็มไปด้วยบาปกระนั้นหรือ 

ชีวิตคริสตชน คือชีวิตที่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากความรักแห่งดวงพระทัยของพระเจ้า เป็นความรักที่ไม่ตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว แต่ทันทีด้วยความอ่อนโยน คือชีวิตที่หยิบยื่นให้ เพื่อแบ่งปันให้กับทุกคน... วันนี้ ชีวิตพระเจ้าในชีวิตของฉันสุกงอมขึ้นไหม พร้อมที่จะมอบผลแห่งพระเมตตาของพระองค์เพื่อพระองค์และเพื่อนพี่น้องหรือไม่...

ก้าวออกไปเถอะ วิญญาญคริสตชนเอ๋ย วิญญาณข้าฯ เอ๋ย ก้าวออกไปตักตวงจากธารน้ำแห่งพระทัยรักของพระเจ้า พระโลหิตและน้ำที่ไหลออกจากพระสีข้างที่ถูกแทงด้วยใจทรยศของมนุษย์ ได้มอบชีวิตและการชำระล้างให้กับวิญญาณ โดยศีลศักดิ์สิทธิ์ในพระศาสนจักร ที่ประทานมาจากท่อธารแห่งรักจากพระทัยของพระองค์ที่ถูกเปิดออกเพราะบาปของมนุษย์ แต่ทันทีก็ได้รับตอบแทนจากพระเจ้า คือพระเมตตามากมายสุดจะหยั่งถึงได้ คือความไพบูลย์แห่งความรักของพระองค์ (เทียบบทอ่านที่สอง ทำวัตรภาคบทอ่าน และบทอ่านที่สองของมิสซา (อฟ 3:8-12,14-19)

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงยกใจหินออกจากวิญญาณของลูก และเอาพระทัยของพระองค์ เป็นใจเนื้อใส่เข้าไว้ในจิตวิญญาณของลูก เพื่อลูกจะกลับใจอย่างแท้จริง รัก และรักอย่างรักของพระองค์ ในความรักต่อพระองค์และต่อเพื่อนพี่น้อง

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 18 สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า
บทอ่าน ฮชย 11:1,3-4,8ค-9 / อฟ 3:8-12,14-19 / ยน 19:31-37
“เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาแทง” (ข้อ 37) ชาวยิวมีกฎหมายที่ห้ามปล่อยให้ศพของผู้ที่ถูกประหารชีวิต คงค้างอยู่บนที่ประหารนักโทษ ภายหลังดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว ในวันก่อนวันสับบาโต (ฉธบ 21:23) คนที่ถูกตรึงกางเขนอาจจะถูกตรึงอยู่เป็นเวลาหลายวัน ก่อนจะเสียชีวิต แต่เพชฆาตสามารถจะเร่งให้ผู้ถูกตรึงสิ้นชีวิตเร็วขึ้น ด้วยการหักขาทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกตรึงใช้ขาพยุงน้ำหนักตัว จนทำให้เกิดอาการหอบ ดังนั้น ทหารคนหนึ่งได้มาหักขาทั้งสองข้างของพระเยซูเจ้า แต่เมื่อสังเกตว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงได้ใช้หอกแทงที่สีข้างของพระองค์ จึงมีการตีความว่า พระศาสนจักรได้บังเกิดจากสีข้างของพระองค์ เช่นเดียวกับที่เอวาได้เกิดจากกระดูกซี่โครงของอาดัม ส่วนน้ำและพระโลหิตที่ไหลออกมาจากหัวใจของพระองค์นั้น หมายถึงศีลล้างบาปและศีลมหาสนิท การสมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า มีจุดประสงค์เพื่อแสดงว่า พระเป็นเจ้าคือองค์ความรัก และเพื่อให้นานาชาติได้ค้นพบความจริงดังกล่าว ผ่านทางพระเยซูเจ้า และเป็นการตอบสนองความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ที่ยอมตายบนไม้กางเขน เพื่อเรา
ความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า มีขึ้นในศตวรรษที่ 11 แต่ยังเป็นความศรัทธาส่วนตัวจนถึงศตวรรษที่ 16 และความศรัทธาดังกล่าว ได้เชื่อมโยงกับบาดแผลทั้งห้าของพระเยซูเจ้า วันสมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าได้มีเป็นครั้งแรกในปี 1670 ที่เมืองแรนนส์ ประเทศฝรั่งเศส แต่การสมโภชเป็นที่แพร่หลาย ภายหลังจากที่นักบุญมาร์การิตา อาลาก๊อก ได้เห็นการประจักษ์ของพระเยซูเจ้า (1647-1690) พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า คือ จุดศูณย์กลางตลอดการประจักษ์ และพระเยซูเจ้าได้ทรงขอร้องให้นักบุญมาร์การิตา มารีย์ บอกให้ผู้ใหญ่ของพระศาสนจักร จัดวันสมโภชพระหฤทัยขึ้น เพื่อเป็นการชดเชยความอกตัญญูของมนุษยชาติ เพื่อทำพลีกรรมสำหรับมนุษย์ทุกคน และประมาณอีก 100 ปีต่อมา คือ ในปี 1856 พระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ได้โปรดให้ขยายวันสมโภชไปทั่วพระศาสนจักร โดยที่วันสมโภชนี้ตรงกับวันศุกร์ แปดวันหลังวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า หรือ 19 วันหลังอาทิตย์พระจิต

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view