สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์

💓พระแม่พรหมจารีย์มารีย์ ราชินีแห่งสวรรค์
และที่พึ่งของคนบาปทั้งหลาย …
โปรดรวบรวมทุกคนภายใต้ความคุ้มครองของพระแม่
โปรดนำทุกคนไปหาพระเยซูคริสตเจ้า
พระบุตรของพระแม่ด้วยเทอญ

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
https://youtu.be/SgSETpWGK3Y

💓I’ll sing a hymn to Mary the Mother of My God
https://youtu.be/KLpIexoF-1A

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
อ่าน
อสย 61:10-11
ลก 2:41-51

ในฐานะมนุษย์ หยุดไม่ได้ที่จะกังวล
วุ่นวายในจิตใจ ที่ต้องพลัดพรากกับบุตรของตน
แต่ในฐานะมารดาของพระบุตร และมนุษยชาติ
ดวงพระทัยอันเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ของพระนาง
พร้อมที่จะเก็บเรื่องราวทั้งหมด ไว้ในจิตใจของตน
เพื่อให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์พระเจ้า

ประกาศกอิสยาห์ ป่าวประกาศถึงจิตใจของคนที่เป็นสุข
ชื่นชมยินดีในพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดมาพราก
หรือทำให้ทุกข์ใจ เขาพัฒนา เจริญเติบโต
นำความชอบธรรม สู่ผู้คนรอบข้าง

หมายเหตุ..
ภาวนาเป็นพิเศษสำหรับ
คณะภคิณีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ลูกเอ๋ย ทำไมจึงทำกับเราเช่นนี้...พ่อกับแม่กังวลใจตามหาลูก...” (ลก 2:41-51)

นี่คือหัวใจของพ่อแม่

กังวลใจตามหาลูก

เพราะคือสิ่งที่ไม่เคยห่างหายไปจากใจ

วันนี้ ลูกของฉันอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร

พี่น้องของฉันเป็นอย่างไร

มีใครหายไปจากหัวใจของฉันบ้างหรือเปล่า...

รู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร 

มนุษย์เอ๋ย อยากบ่นอะไรก็บ่นเถิด

กับพระเจ้าอ่ะ บ่นได้

แต่อย่าสิ้นความวางใจ

พระองค์เข้าใจหัวใจมนุษย์เสมอ

ส่วนฉันล่ะ คงต้องเรียนรู้พระทัยพระองค์ต่อไปนั่นเอง...

________________

วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ หลังการสมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า คือสองดวงพระทัยที่แสนอ่อนโยน แม้จะบาดเจ็บมากมายก็ตาม แต่ความเป็นแม่ก็ยังอ่อนโยน อ่อนหวานเหลือเกิน...

แม่พระบ่นกับลูกเยซูนิดๆ “ลูกเอ๋ย ทำไมทำกับเราเช่นนี้...”... “ลูกเอ๋ย” แม่พระเรียกพระเยซูอย่างอ่อนโยน แม้พระองค์จะทรงทำให้พระทัยของพระแม่ชอกซ้ำ ด้วยความกังวลใจต้องออกตามหาพระองค์ที่หายไป แต่สิ่งที่เหลืออยู่และไม่เคยหายไป คือ พระองค์คือลูกของพระแม่ “ลูกเอ๋ย” พระแม่ยังคงเรียกพระกุมารเยซูด้วยความอ่อนโยน... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในหัวใจ แต่วาจานี้อ่อนโยนเหลือเกิน “ลูกเอ๋ย” เมื่อลูกก็ยังเป็นลูกตลอดเวลา

“พ่อกับแม่กังวลใจตามหาลูก...” แต่เด็กน้อยเยซูกลับตอบมาว่า “พ่อกับแม่ตามหาลูกทำไม...ลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก”... นักบุญลูกาบันทึกว่า โยเซฟ กับพระนางมารีย์ไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส แต่ พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ในพระทัย...

ผมเห็นสองความรู้สึกของพระนางมารีย์ในพระวรสารวันนี้ แม่พระเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่รู้สึกรัก รู้สึกเป็นห่วง และแม่พระก็บ่นเป็นเหมือนกัน แต่นี่เป็นคำตัดพ้อจากพระทัยที่แสนรักแสนอ่อนโยนของความเป็นมารดา... และความรู้สึกที่สองที่ระคนกันในพระทัยของพระแม่ คือพระประสงค์ของพระเจ้าที่พระแม่ไม่อาจจะเข้าใจ แต่พระแม่พร้อมเสมอด้วยเช่นเดียวกันในการน้อมรับพระประสงค์นั้นที่ความคิดของพระแม่ไม่เข้าใจเลย พระแม่จึงเก็บเรื่องทั้งหมดไว้ในพระทัย...

“พระเจ้าทรงตรัสอะไร...” เมื่อวานนี้ซิสเตอร์ที่มาช่วยงานอภิบาลของผมที่ประจวบฯ หลังจากเราทราบข่าวการจากไปของสัตบุรุษอีกท่านหนึ่งเมื่อเที่ยงวานนี้... สองวันก่อน ผมเพิ่งสูญเสียสัตบุรุษไปท่านหนึ่ง วานนี้อีกท่านหนึ่ง... ก็แล้วพระต้องการตรัสอะไรกับผมล่ะ... 

ในความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ ผมรู้สึกเกิดคำถามมากมายเหมือนกัน เพราะช่วงหลังนี้ ผมเสียสัตบุรุษไปหลายๆ คน สัตบุรุษอาวุโส ที่น่าจะอยู่เป็นเสาหลักแห่งความเชื่อของลูกหลาน ทำไมรีบจากไปเหลือเกิน... แน่นอน ผมเคยตัดพ้อด้วยความไม่เข้าใจ และนี่คือความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ แต่ในเวลาเดียวกัน หัวใจของความเป็นคริสตชน ก็สอนให้ผมต้องไตร่ตรองสิ่งนี้ครับ “พระเจ้าต้องการตรัสอะไร”... มองความรู้สึกของแม่พระ พระทัยที่สงบเงียบในความไม่เข้าใจ คือพระทัยที่พร้อมยอมรับทุกสิ่ง ด้วยความมั่นใจว่า พระเจ้าทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่รักพระองค์ นี่มิใช่หรือ ที่เป็นท่าทีของผู้ที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ในชีวิต นี่ไม่ใช่หรือ คือท่าทีของผู้ที่มอบความไว้วางใจในพระเจ้าอย่างแท้จริง มอบตนเองเป็นดังดินในมือของช่างปั้นหม้อ ที่พร้อมจะเป็นอะไรก็ได้ตามที่พระเจ้าพอพระทัย

“ลูกต้องอยู่ในบ้านพระบิดาของลูก” แม้ทรงตรัสดังนั้น แต่พระเยซูเจ้าก็เสด็จกลับบ้าน กลับไปที่นาซาแร็ธพร้อมกับบิดามารดา และนักบุญลูกาบันทึกว่า “และเชื่อฟังท่านทั้งสอง”... ชีวิตของคริสตชนอย่างฉันเป็นเช่นใด วันนี้ผมถามตนเองว่า ผมเจริญชีวิตอยู่ในบ้านของพระบิดาหรือเปล่า... แน่นอน... ที่หลายครั้งในชีวิต ผมก็คงมีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไมต้องเกิด ทำไมต้องเวลานี้ ทำไมต้องกับฉัน... แต่แล้ว นี่ก็เป็นเพียงความคิดตามประสามนุษย์เท่านั้น แต่วิญญาณของคริสตชนที่มีพระเจ้าประทับอยู่ ย่อมต้องเป็นจิตวิญญาณที่ไว้วางใจในพระองค์ เพราะพระเจ้าทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แห่ผู้ที่รักพระองค์...

เมื่อไม่พบพระกุมาร แม่พระและนักบุญโยเซฟกลับไปที่เยรูซาแลม และพบพระองค์ในพระวิหารอีก... เดินมาด้วยกันแล้วพระเยซูเจ้าหายไป และจุดที่จะพบพระองค์ได้อีกครั้ง ก็ไม่ใช่ที่อื่นใด นอกจากที่พระวิหาร... การกลับไปที่เยรูซาแลม การกลับไปที่พระวิหาร คือที่นั่น ที่จะพบพระเยซูเจ้าที่หายไป... ผมกลับไตร่ตรองว่า การอยู่กับพระเยซู การอยู่กับพระองค์จริงๆ นั้น จึงควรจะหมายถึงการอยู่กับพระองค์ในพระวิหารมิใช่หรือ... แต่ภาพสุดท้ายก็คือ พระเยซูเจ้าก็เสด็จกลับบ้านพร้อมกับบิดามารดาในความไม่เข้าใจของบิดามารดา แต่อยู่ในโอวาทของท่านทั้งสอง

แม่พระคือแบบอย่างของคริสตชน แบบอย่างของศิษย์ของพระเยซู แม่พระคือศิษย์คนแรกของพระเยซู ที่เรียนรู้ซึมซับพระประสงค์ของพระเจ้าไว้ในชีวิตด้วยความวางใจ ชีวิตของแม่พระกลับเป็นชีวิตที่อยู่กับพระเยซูเจ้าตลอดเวลา เรียนรู้ประสบการณ์ของการเดินตามพระองค์ และสัมผัสอีกประสบการณ์ของการประทับอยู่ของพระองค์ เมื่อพระองค์อ่อนหวานและอ่อนโยนไม่แพ้กัน แม้พระองค์จะตอบสิ่งที่แม่พระไม่เข้าใจ แต่พระองค์ก็เสด็จกลับบ้าน และไม่ได้ทำให้พระแม่ต้องผิดหวังในพระองค์เลย และนี่คือชีวิตที่พระแม่ไม่เคยห่างไกลพระเยซูเจ้าเลย

ข้าแต่พระเจ้า แม้ลูกจะบ่นบ้าง แม้ลูกจะไม่เข้าใจบ้าง เพราะลูกคงไม่อาจเทียบเคียงพระปรีชาญาณของพระองค์ได้... ข้าแต่พระองค์ ขอทรงนำลูกไปบนหนทางของพระองค์ ทำให้ลูกวางใจในพระองค์ และสามารถเรียนรู้ถึงสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ และน้อมรับด้วยหัวใจยินดีเสมอเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 9 ในเทศกาลธรรมดา ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
บทอ่าน อสย 61:9-11/ ลก 2:41-51
“พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่สนี้ไว้ในพระทัย”(ข้อ51) อัครเทวดากาเบรียลได้แจ้งแก่พระแม่มารีย์ว่า พระแม่จะตั้งครรภ์และให้กำเนิดพระบุตคของพระเป็นเจ้า พระแม่เป็นผู้ที่พระเป็นเจ้าทรงโปรดปราน ให้เป็นมารดาของพระเจ้า เพราะว่าพระแม่ยินดีทำตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ตลอดชีวิตพระแม่ได้ถูกทดลอง โดยพระบุตรของพระแม่ ผู้เป็นเครื่องหมายของความขัดแย้ง (ลก 2:34) เมื่อพระเยซูเจ้าออกเทศนาสั่งสอน ได้ทำอัศจรรย์รักษาคนเป็นจำนวนมาก แต่ได้มีคนจำนวนมากได้ต่อต้านพระองค์ และได้จับพระองค์ประหารชีวิต ในขณะที่พระแม่ยืนอยู่ ณ แทบเชิงกางเขน ได้เข้าใจถึงคำสัญญาของอัครทูตสวรรค์ว่า พระราชัยของพระบุตรของพระแม่นั้น จะคงอยู่ตลอดไป ในขณะเดียวกัน พระแม่ก็ได้ระลึกถึงคำทำนายของซีเมออนว่า จะมีดาบที่แทงทะลุหัวใจของพระแม่ใช่หรือไม่? แม้ว่าชีวิตของพระแม่จะมีความสงสัยมากมาย พระแม่ก็ไม่เคยสูญเสียความเชื่อในพระเป็นเจ้า ขณะที่พระแม่เต็มเปียมไปด้วยพระหรรษทานและความเศร้าโศก คำตอบของพระแม่ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ”การทำตามพระประสงค์”ของพระเป็นเจ้า...ท่านสามารถตอบรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เช่นเดียวกับพระแม่มารีย์หรือไม่?...หทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ โปรดรักษาหัวใจอันบอบช้ำของลูกด้วยเทอญ
ความศรัทธาต่อดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ เป็นความศรัทธาพร้อมกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า อย่างไรก็ตามบรรดาคริสตชนได้รับแรงดึงดูด จากความรักและฤทธิ์กุศลต่างๆของดวงหทัยของพระแม่มารีย์ พระวรสารโดยนักบุญลูกาได้เชิญชวนให้เราสนใจ ต่อดวงหทัยของพระแม่ ที่ถูกดาบแทง และ ณ แทบเชิงกางเขนที่บรรดาคริสตชนเข้าใจ ถึงความร่วมมือของพระแม่ในแผนการไถ่กู้ของพระเป็นเจ้า...ข้าแต่พระแม่มารีย์ ลูกขอมอบตัวลูกและครอบครัวไว้กับดวงหทัยนิรมลของพระแม่ และโปรดใช้ลูก เพื่อทำให้สิ่งพระแม่ต้องการสำเร็จไป อาแมน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/bk3uUvBREWU

view