สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบาร์นาบัส อัครสาวก

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญบาร์นาบัส อัครสาวก

💡ข้าแต่พระเจ้า …
โปรดให้ลูกเป็นเทียน
ส่องสว่างให้แก่โลกรอบตัว
มากกว่าที่จะคอยสาปแช่งความมืด

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบาร์นาบัส อัครสาวก
https://youtu.be/dN5m-LAN5l8

✴Go Light Your World
https://youtu.be/z5IXiVqU9OM

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญบาร์นาบัส อัครสาวก
อ่าน
กจ 11:21ข-26;13:1-3
มธ 10:7-13

สิ่งที่พระเยซูเจ้าสั่งให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ทำ
เมื่อออกไปประกาศข่าวดี คือ การให้พร
อยู่ร่วมกับผู้คน ช่วยเหลือสังคม ตามความสามารถ
สิ่งใดที่ได้รับมาก็จงให้ต่อ โดยไม่หวังผลตอบแทน
เพื่อจะทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไม่กังวล
จงไว้วางใจในพระเจ้า

กิจการอัครสาวกบันทึกที่เมืองอันทิโอก
บรรดาศิษย์ ได้ชื่อว่าเป็นคริสตชน เป็นครั้งแรก
เพราะพวกเขาอยู่ร่วมกัน เป็นกลุ่มที่เปี่ยมด้วย
ความเชื่อ และความรัก

ชื่อของนักบุญ บาร์นาบัส หมายถึงผู้มีหน้าที่ตักเตือน
ท่ีอันทิโอกท่าน ได้ทำหน้าที่ ให้กำลังใจ
ตักเตือนกลุ่มคริสตชน และยังเป็นผู้ที่ร่วมเดินทาง
กับนักบุญเปาโล ในงานแพร่ธรรม

หมายเหตุ..
การอยู่ร่วมกัน ที่สำคัญ คือ นำ้ใจ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงนักบุญบารนาบัส อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“จงไปประกาศว่าอาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว (มธ 10:7-13)

ธรรมชาติของพระศาสนจักร คือการเป็นธรรมทูต

ธรรมชาติของคริสตชนคือการเป็นผู้ประกาศข่าวดี

ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรสวรรค์คือ ความรักและสันติสุข

นักบุญบารนาบัสประกาศข่าวดีด้วยวาจาและกิจการ

วันนี้ ชีวิตของฉันเป็นข่าวดีของเพื่อนพี่น้องอย่างไร...

________________

ธรรมชาติของพระศาสนจักร ธรรมชาติของศิษย์พระเยซู ธรรมชาติของผู้ที่เป็นลูกของพระเจ้า คือการเป็นธรรมทูต คือการเป็นผู้ประกาศข่าวดี สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนและส่งบรรดาศิษย์ของพระองค์ออกไป พระองค์ตรัสว่า... “จงไปประกาศว่า อาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว” สิ่งนี้เองเป็นข่าวดีที่เราต้องประกาศ

แต่วันนี้ ชีวิตของฉันที่ดำเนินไปในแต่ละวัน ฉันเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายของเพื่อนพี่น้อง... อาณาจักรสวรรค์ที่เราคริสตชนเป็นพยานถึงภาพลางๆ ที่เรามองเห็นในโลกนี้เป็นอย่างไร... หากเราเชื่อว่าอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรสวรรค์เป็นบ้านแห่งความรักและสันติสุข เป็นครอบครัวของพระเจ้า เป็นบ้านแห่งภราดรภาพ เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน และเรามีพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาเดียวกันแล้วล่ะก็ สิ่งหนึ่งที่ผมไตร่ตรองบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีกรรม ในคำพูดวาจา การเรียกขานที่ผมมักเรียกสัตบุรุษเสมอๆ ว่า “พี่น้องที่รัก” คำนี้สำคัญจริงๆ ครับ... ในบทไตร่ตรองที่ผมเขียนมานานกว่าสิบปี นี่ไม่ใช่บทเทศน์เสียทีเดียว แม้ว่าเมื่อผมเป็นพระสงฆ์แล้ว สิ่งนี้อาจจะมีผลต่อบทเทศน์บ้าง แต่แรกเริ่มนั้น ผมเขียนบทไตร่ตรองนี้สำหรับน้องๆ ในบ้านเณร และก็พัฒนามาเรื่อยๆ จากการเขียนและถ่ายเอกสาร จนส่งทางอีเมล จนมาส่งทางไลน์ และที่สุด ก็นำมาแบ่งปันในเฟสบุคโดยเพื่อนสนิทสองคนที่นำทางในการแบ่งปันบนสื่อออนไลน์... ผู้อ่านคนหนึ่งเคยฝากบอกมาว่า ให้ผมตัดคำว่า “พี่น้องที่รัก” ออกไปเถอะ มันเลี่ยนอ่ะ และดูเหมือนน่าหมั่นไส้ด้วย... เออออ วันนั้น ผมไม่ตกใจ แต่ผมงงครับ งงเพราะนี่คือธรรมชาติของคริสตชน ที่เราเป็นพี่น้องกัน นี่คือธรรมชาติของบรรดาภราดาฟรันซิสกันในความเป็นพี่น้องกัน “ภราดรภาพ” เป็นสิ่งที่เราปลูกฝังกันมาตลอดชีวิตของเราในบ้านอบรม เพื่อเราจะเป็นพี่น้องกัน เราจึงต้องเรียกกันได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “พี่น้องที่รัก...” ในอารามของซิสเตอร์กาปูชินที่ผมทำงานอภิบาลอยู่ด้วย อารามที่เป็นดังครอบครัวของผมด้วย ผมภูมิใจและดีใจ ประทับใจมาก สมาชิกทุกคนเรียกกันและกันว่า “พี่น้อง” บรรดาพระสงฆ์ บรรดาฆราวาสด้วย ในพิธีกรรม เราชอบใช้คำนี้ครับ เหมือนนักการเมืองเรียกประชาชน “พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย” พระสงฆ์ เราก็เรียกสัตบุรุษว่า “พี่น้องที่รัก” เราใช้คำนี้ในพิธีกรรมบ่อยๆ คำนี้ไพเราะครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า... เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่า เราเป็นที่รักของกันและกันจริงๆ หรือเปล่า หากเรารักกันจริงๆ มันคงไม่เลี่ยนหรอก เว้นแต่ว่านั่นเป็นความเสแสร้งต่อกันและกันเท่านั้น สิ่งนี้อาจจะเลี่ยนไป เพราะมันไม่ใช่ชีวิตจริงกระมังครับ... “ผม” และ “พี่น้อง” สองคำที่ผมใช้มากกว่า เพราะบรรดาฟรันซิสกัน เราไม่เรียกตนเองว่า “คุณพ่อ” แต่เราเป็น “บราเดอร์” เราเป็นพี่น้องกันครับ แต่กระนั้นก็ดี หากวันหนึ่ง บางครั้งต้องใช้คำแทนตนเองว่า “คุณพ่อ” บ้าง เพราะสัตบุรุษเรียกเราอย่างนั้น คำที่ตามมาที่ผมเรียกสัตบุรุษ จะกลายเป็นคำว่า “ลูกๆ” ทันที... แต่ความเป็นพี่น้อง ภราดรภาพ นี่เป็นภาพลางๆ ของอาณาจักรของพระเจ้าในสวรรค์ อาณาจักรที่เปี่ยมด้วยความรักและสันติ และนี่คือเป้าหมายที่ทำให้ชีวิตคริสตชนมีชีวิตชีวามิใช่หรือ ทำให้เรามีกำลังใจ แม้ว่าเราจะต้องเผชิญชีวิตท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก เราก็ยังมีกำลังใจมากพอที่จะก้าวผ่านหนทางจาริกบนโลกนี้ เพื่อกลับสู่บ้านแท้ของเราในสวรรค์ อันเป็นบ้านของพระเจ้า เป็นอาณาจักรของความรักและสันติสุข

ในวันเหล่านี้ ผมอยู่ท่ามกลางงานศพของสัตบุรุษสามงานครับ... ความตายแม้ว่าจะนำความเศร้าโศกมาให้ แต่กำลังใจยังมีในการมาเยี่ยมเยียนของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาพี่น้องที่กลับมาบ้านในวันที่พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ของพวกเขาจากไป... เมื่อบรรดาพี่น้องกลับบ้าน พวกเขาได้พบกัน และควรจะมีความสุขมิใช่หรือ ควรจะเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของกันและกันมิใช่หรือ... การพบปะของพี่น้อง เป็นความรักและสันติสุขในครอบครัวมิใช่หรือ บรรดาพี่น้อง เมื่อเราพบเห็นกันและกัน นั่นเป็นข่าวดีมิใช่หรือ แล้ววันนี้ ฉัน พวกเรา... เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่า การปลูกฝังชีวิตเหนือธรรมชาติของการเป็นพี่น้องกัน “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” บทภาวนาที่คริสตชนภาวนา หมายถึงพระเจ้าทรงบิดาของเราทุกคน ดังนั้น เราก็เป็นพี่น้องกัน วันนี้ เราเป็นพี่น้องกันในจิตตารมณ์คริสตชนมากน้อยเพียงใด “ข่าวดี” ที่เราประกาศ “อาณาจักรพระเจ้า” ที่เราประกาศ วันนี้เราทำให้ทุกคนสัมผัสบรรยากาศของข่าวดีนี้ได้มากน้อยเพียงใด ฉันทำสิ่งใดบ้าง เพื่อเป็นข่าวดีของกันและกัน...

จงรักษาคนเจ็บให้หาย... แต่บางทีเป็นฉันเองหรือเปล่าที่ทำให้พี่น้องได้รับบาดเจ็บ หรือทำให้บาดแผลของเขาหนักมากขึ้นจากการทำร้ายซ้ำเติมบรรดาพี่น้องของเรา... จงปลุกคนตายให้กลับคืนชีพ... แต่ในบางครั้ง เป็นฉันเองหรือเปล่า ที่พยายามทำให้พี่น้องของฉันตายวันตายคืน หรือพยายามฆ่าอย่างเยือกเย็น ด้วยหัวใจที่เย็นชาต่อกันและกัน ไม่สนใจใยดีต่อกันและกัน ... ชีวิตที่เราได้รับจากพระเมตตาของพระเจ้าโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาไปโดยไม่รับค่าตอบแทน แต่หลายครั้ง เป็นไปได้บ้างไหม ที่ฉันอาจจะหากำไรอยู่ร่ำไปกับพี่น้องของฉัน โดยไม่คิดจะแบ่งปันอะไรแก่ใครเลย มีแต่กอบโกยเข้าหาตนเอง สะสมเพื่อตนเอง และบางครั้งก็เบียดบังสิ่งที่พี่น้องควรจะได้รับเอาไว้กับตนเองอีกด้วย

หากอาณาจักรของพระเจ้าเป็นข่าวดี หากอาณาจักรของพระเจ้าคืออาณาจักรแห่งความรักและสันติสุขที่เป็นภาพลางๆ ในโลกนี้แล้วล่ะก็... อาณาจักรของพระเจ้าที่ฉันประกาศ ที่ฉันเป็นประจักษ์พยานในวันนี้เป็นอย่างไร พระเจ้าที่เราบอกว่าเป็นพระบิดาของเรา... วันนี้ เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่า เราเรียกกันและกันว่า “พี่น้องที่รัก” เราเป็นจริงๆ มากน้อยแค่ไหน หากเราเป็นจริงๆ แล้วล่ะก็ คำนี้ ไม่เลี่ยนหรอกครับ แต่น่ารัก และเป็นกำลังใจจริงๆ ไม่ใช่หรือ... แต่ แต่  แต่ เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ มากน้อยแค่ไหน... เพื่อเราจะประกาศว่า อาณาจักรพระเจ้า เป็นข่าวดี เป็นอาณาจักรแห่งความรักและสันติสุข บนโลกนี้ เราต้องเห็นภาพของหมู่คณะ ชีวิตของพระศาสนจักรที่เป็นข่าวดีนี้บ้างแล้วไม่ใช่หรือ แต่ วันนี้ อาณาจักรของพระเจ้าที่ใกล้เข้ามาแล้วนั้นเป็นอย่างไร เปี่ยมด้วยรักและสันติจริงๆ หรือเปล่า...

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ “ภราดรภาพ” ความเป็นพี่น้องกัน... ขอให้การเรียกขานนี้ เป็นความน่ารักและเป็นกำลังใจที่เป็นรูปธรรมของการเป็นพี่น้องกันจริงๆ ที่ลูกควรจะมอบให้กันและกันเป็นดังข่าวดีแห่งอาณาจักรสวรรค์เถิดพระเจ้าข้า ขออย่าให้เป็นเพียงคำพูดหรูๆ แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ดีอะไรเลย นอกจากสิ่งที่บางคนบอกว่า “เลี่ยน” ... ขอให้ภราดรภาพ และความเป็นพี่น้องกันจริงๆ นี้ เป็นข่าวดี เป็นความหวัง เป็นกำลังใจของลูกทุกคนเถิด...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 10 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน กจ 11:21ข-26,13:1-3 / มธ 10:7-13
พระเป็นเจ้าทรงต้องการให้เรามีชีวิตที่ดีได้อย่างไร? และอะไรคือจุดหมายปลายทางของชีวิต? เป็นความประสงค์ของเรา ที่จะแสวงหาความสุข ที่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากความดีที่สมบูรณ์แบบ ที่เราไม่ต้องการอะไรอื่นอีกแล้วใช่หรือไม่? พระเยซูเจ้าได้เสนอปัญหาเรื่องความสุขแท้ ในการเทศน์บนภูเขา หัวใจของคำเทศนาสั่งสอนของพระองค์ สามารถทำให้เรามีชีวิตที่เป็นสุขมาก กระแสเรียกเพื่อสู่ความศักดิ์สิทธิ์ สามารถที่จะพบในเรื่องมหาบุญลาภแปดประการนี้ ที่บรรดานักบุญได้แสวงหาพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ด้วยความยินดีในชีวิตของพวกท่าน มหาบุญลาภแปดประการของพระเยซูเจ้า สามารถสรุปว่า เป็นกระแสเรียกให้มีความสุขแท้
พระเป็นเจ้าทรงประทานทุกสิ่งให้แก่เรา เพื่อนำเราไปสู่ความสุขแท้ ที่สามารถตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติ เพื่อเราจะได้รับความสุข ที่พระเป็นเจ้าได้โปรดประทานไว้ในหัวใจของทุกคน และนำเราให้มุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้าย ตามที่พระเป็นเจ้าทรงเรียกเรา คือ ขอให้พระราชัยของพระเป็นเจ้าจงมาถึง (มธ 4:17) และการได้เห็นพระเป็นเจ้า (มธ 5:8,1ยน 2:1) เพื่อได้รับความยินดีในพระองค์ (มธ 25:21-23) และได้รับการพักผ่อนในพระองค์ (ฮบ 4:7-11)มหาบุญลาภแปดประการของพระเยซูเจ้า จึงเชื้อเชิญเราให้เผชิญการเลือกข้าง ในเรื่องการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ และการใช้ทุกสิ่งที่พระองค์มอบให้ พระองค์ยังได้บอกว่า มีแต่พระเป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่สามารถสนองความต้องการของเรา ตามที่หัวใจของเราเรียกร้อง…วันนี้เราระลึกถึงนักบุญบาร์นาบัส ที่ได้เจริญชีวิตตามมหาบุญลาภแปดประการ ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง ท่านเป็นบุคคล “ที่เต็มเปี่ยมด้วยพระจิตและความเชื่อ ได้ทำให้คนจำนวนมากมีความเชื่อในพระเป็นเจ้า” แม้ในขณะที่ถูกขับไล่ออกจากเมืองอันติโอคในแคว้นปิสิเดีย คือ ประเทศตุรกีในปัจจุบันนี้ แต่ท่านทั้งสองก็เต็มไปด้วยยินดี และพระจิตเจ้า”....”ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา” (มธ 5:10).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view