สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2018 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

🍓 ไม่มีการหยุดพักใด...
ที่จะทำให้เราได้พักสงบอย่างเต็มที่
เท่ากับที่ได้...พักพิงในพระเจ้า

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/bRcxGOL0rj0

🍓When you believe
https://youtu.be/sT_k-QmDwSo

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
1 พกษ 17:7-16
มธ 5:13-16

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับบรรดาศิษย์ ในการติดตามพระคริสตเจ้า
จำเป็นต้องแสดงออกถึง ธรรมชาติของความเชื่อ
คือ การเป็นแสงสว่าง สำหรับเพื่อนพี่น้อง
ด้วยการรักษากิจการแห่งความดี

กิจการดีที่หญิงหม้ายได้ทำ โดยการเชื่อฟัง
และทำตามคำของประกาศกเอลียาห์
ด้วยการสละสิ่งที่ตนมี เพื่อเลี้ยงชีพ
ในความต้องการของตนและบุตรชาย
พระเจ้าทรงโปรดให้นางมีเพิ่มขึ้น เหลือเฟือ

หมายเหตุ..
ร่างกายมีวันของการเสื่อมสลาย
แต่กิจการดี ที่ได้ทำจะคงอยู่

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์” (มธ 5:13-16)

นี่คือกระแสเรียกของคริสตชน

คือการเป็นแสงสว่างที่ต้องส่องสว่างแก่ทุกคน

เพื่อทุกคนจะเห็น...

และสรรเสริญพระบิดาของเราในสวรรค์

วันนี้ ชีวิตของฉันเป็นอย่างไร

ฉันทำให้พระเจ้าได้รับการสรรเสริญหรือเปล่า...

________________

เมื่อวานพระวาจาของพระเจ้าทำให้ผมนำผลการไตร่ตรองให้พี่น้องเรื่องของการเป็นธรรมทูต การเป็นข่าวดีของพระเจ้า และนักบุญบารนาบัสที่เราฉลองเมื่อวานนี้ ได้มอบชีวิตของท่านเป็นประจักษ์พยานในการประกาศข่าวดีนี้... วันนี้ พระวรสารนักบุญมัทธิวบทที่ 5 ที่หากเราก่อนหน้านี้สักหน่อย เราจะได้ไตร่ตรองเรื่องของความสุขแท้ของคริสตชน ที่คริสตชนอาจจะมีมุมมองที่ตรงกันข้ามกับมุมมองของโลก และวันนี้ สิ่งนี้ดูเหมือนว่า เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าเป็น “กระแสเรียกของคริสตชน” เป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกเรามาเพื่อการนี้ และนี่เป็นกระแสเรียกของเราคริสตชน นั่นคือการเป็นเกลือ และการเป็นแสงสว่างของโลก เราต้องไม่สูญเสียคุณภาพชีวิตเยี่ยงคริสตชนเลย

เกลือเป็นสิ่งที่ดี เพื่อรักษาอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหาร เกลือต้องเค็ม หากมันไม่เค็ม นั่นคือคุณภาพของมันก็เสียไป และไม่มีประโยชน์อะไรอีก ชีวิตคริสตชนที่สูญเสียอัตลักษณ์ของตน ย่อมไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ได้ต่างอะไรไปจากคนอื่นๆ เหมือนไม่เป็นคริสตชนก็ได้กระมัง หากฉันเหมือนคนอื่น... นั่นหมายความว่า กระแสเรียอของการเป็นคริสตชนนั้นพิเศษครับ และเราจะเหมือนคนอื่นไม่ได้ เราถูกเรียกร้องให้เจริญชีวิตสูงกว่ามาตรฐานของโลกด้วยกระแสเรียกนี้จริงๆ

แสงสว่างเป็นสิ่งที่ไม่อาจปิดบังไว้ได้ ชีวิตคริสตชนต้องเป็นแสงสว่าง ที่ต้องส่องสว่างต่อหน้ามนุษย์ และการส่องสว่างนี้ ไม่ใช่การส่องสว่างเพื่อตนเอง แต่เพื่อให้ทุกคนเห็นกิจการดีของเรา และสรรเสริญพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์...

“ยังมีคนแบบนี้ในโลกอีกหรือ...” เมื่อเห็นบางคนไม่โกง ไม่เอารัดเอาเปรียบ เจริญชีวิตอย่างเพียงพอและพอเพียง อยู่แบบเรียบง่าย เจริญชีวิตเพื่อความดีของทุกๆ คน... บางคนอาจจะบอกว่า “ยังมีคนแบบนี้ในโลกอีกหรือ” อีกบางคนย้ำว่า “ไม่มีแล้ว คนแบบนี้”... หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เราคงต้องบอกว่าคริสตชนสูญพันธุ์ไปแล้วกระมัง กระแสเรียกพิเศษนี้หายไปหมดแล้วกระมัง

พระวรสารนักบุญมัทธิวบทที่ 5 กำลังในให้เราไตร่ตรองถึงมาตรฐานของการเป็นคริสตชน เรียกว่า หากไม่ใช่สิ่งนี้ คงไม่จำเป็นต้องเป็นคริสตชนก็ได้กระมัง... นั่นหมายความว่า ชีวิตคริสตชนนั้นจะเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้ เรามีกระแสเรียกที่พิเศษจริงๆ และกระแสเรียกนี้ คือการเป็นแสงสว่าง ที่ต้องส่องสว่างให้กับทุกคน เพื่อทุกคนที่เห็นความแตกต่างบนหนทางที่เป็นมาตรฐานของการเป็นลูกของพระเจ้านี้ จะได้สรรเสริญพระเจ้าของเรา

อะไรคือสิ่งที่ดีเด่น และน่าเทิดทูนจริงของโลกเราวันนี้... เมื่อหลายคนอยากเป็นคนที่มีคำลงท้ายว่า “...ดีเด่น” ครูดีเด่น พนักงานดีเด่น เยาวชนดีเด่น คู่สมรสดีเด่น ตำรวจดีเด่น พยาบาลดีเด่น เราอยากเป็นคนดีเด่นกันจริงๆ หรือเปล่า หรือเราต้องการอะไรจากการเป็นผู้ที่มีคำพ่วงท้ายแบบนี้... เพื่อใคร เพื่อตนเองหรือเพื่อพระเจ้า เพื่อให้ตนเองได้รับการสรรเสริญ หรือเพื่อพระเจ้าจะได้รับการสรรเสริญ เพราะความดีจริงๆ

แท้จริง... มาตรฐานของการเป็นคนดีบริบูรณ์ที่เป็นกระแสเรียกของการเป็นคริสตชนนั้น เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า พระองค์ทรงความดีบริบูรณ์อย่างไร เราก็ต้องไม่กลายพันธุ์ไปแน่ๆ ใช่ไหม เพราะการเป็นเพียงคริสตชนที่ดีที่สุด เป็นลูกพระเจ้าที่ดีที่สุดนั้น กลับกลายเป็นทุกสิ่งที่ดีที่สุดของทุกคนนั่นเอง

มาตรฐานความเชื่อในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ คือมุมหนึ่งของชีวิตที่ได้รับการเรียกให้มาเป็นลูกของพระเจ้า เรื่องนี้ยากเหลือเกินที่จะอธิบาย และเราก็ไม่อาจจะเรียกร้องให้ใครมีความเชื่อมากมายเช่นนั้นได้ นอกจากผู้ที่ได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าจริงๆ ชีวิตของเขาก็ไม่ต้องอธิบายว่า เขาเชื่อเช่นนั้นได้อย่างไร (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง 1พกษ 17:7-16) และนี่คือแสงสว่างที่ให้โลกเห็นว่า คนๆ นี้ไม่เหมือนใคร เพราะเขาเป็นลูกของพระเจ้านั่นเอง

ข้าแต่พระเจ้า วันนี้ ขอเพียงลูกได้พยายามที่จะเป็นลูกที่ดีที่สุดของพระองค์ ลูกก็เป็นคนดีของสังคมแล้วมิใช่หรือ ขออย่าให้ลูกเป็นคนดีที่สุดในสังคม แต่ขาดไปอย่างหนึ่ง คือ ไม่ได้เป็นลูกที่ดีของพระองค์ เพราะการเป็นคนดีที่สุดของสังคม แต่ขาดการเป็นลูกที่ดีของพระองค์ ลูกก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย และไม่มีค่าอะไรเลย...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 10 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 17:7-16/ มธ 5:13-16
“ในทำนองเดียวกัน แสงสว่างของท่านจะต้องส่องแสงต่อหน้ามนุษย์ เพื่อคนทั้งหลายจะเห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์” (ข้อ16) ในบทอ่านที่ 1 ขณะที่ประกาศกเอลียาห์ได้เผชิญกับความแห้งแล้ง และไม่มีฝนตกในแผ่นดิน พระเป็นเจ้าได้ตรัสสั่งให้ท่านไปยังเมืองเศราฟัตในเขตไซดอน ท่านได้ขอให้แม่ม่ายปรุงอาหารให้ แม้จะมีแป้งสาลีและน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อย นางก็ปรุงอาหารสำหรับประกาศกเอลียาห์ สำหรับนาง และบุตรได้กิน เป็นเวลาหลายวัน
ตามประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ การเน้นชีวิตที่ขึ้นกับพระเป็นเจ้า ไปยังเป็นการขึ้นกับมนุษย์อย่างสุดโต่ง พระเยซูเจ้าได้สอนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า คนที่มีชีวิตจิตที่ดี คือ คนที่สามารถสร้างความสมดุล ระหว่างการวางใจในตัวเอง และการวางใจในพระเป็นเจ้า เมื่อความสมดุลเกิดขึ้น จะทำให้พระราชัยของพระเป็นเจ้าเกิดขึ้นบนโลกนี้ บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า จะต้องเป็นเครื่องหมายของพระราชัยของพระเป็นเจ้า พวกเขาจะต้องทำตัวเหมือน “เกลือ” ที่จะช่วยทำให้ผู้ที่สูญเสียรสชาติของเกลือ ได้กลับมาทำสิ่งดีดีต่อไป พวกเขาสามารถเสนอเครื่องปรุงที่สำคัญ เพื่อความเอร็ดอร่อยให้แก่ชีวิตของประชาชน และช่วยให้พวกเขารักษาความดีไว้ ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย พระองค์ยังได้สั่งให้ผู้ติดตามพระองค์ อย่างที่พระองค์เคยกระทำ เพื่อให้แสงสว่างแก่โลก (ยน 8:12) เนื่องจากในบ้านต่างๆในประเทศปาเลสไตน์จะมีความมืด จึงต้องมีการตั้งที่วางตะเกียงไว้ เพื่อตั้งตะเกียงให้ส่องแสงในบ้าน บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า จึงต้องเป็นความสว่างให้คนที่หลงทาง และบรรดาคริสตชนสามารถมีบทบาท ในการช่วยให้คนทำความดี พบเส้นทางที่นำไปสู่พระเป็นเจ้า...ประกาศกเอลียาห์ได้มอบการขาดแคลนอาหาร ไว้กับความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้า ซึ่งได้ช่วยเหลือท่านผ่านทางแม่ม่ายที่เมืองเศราฟัต คริสตชนทุกคนจึงต้องมีความไว้วางใจในพระเป็นเจ้าเช่นเดียวกัน ในการเจริญชีวิตในฐานะเป็นเกลือดองแผ่นดิน และเป็นแสงสว่างส่องโลก “เพื่อคนทั้งหลายจะเห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view