สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงนักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์

วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2018  ระลึกถึงนักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์

🍏 พระวาจาของพระเจ้า
เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต
ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว
นำเอาไปปฏิบัติ
นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 13 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/Ace85cmud_s

🌷Morning has broken
https://youtu.be/digfcnrfipc

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงนักบุญอันตน แห่งปาดัว
พระสงฆ์ นักปราชญ์
อ่าน
1 พกษ 18:20-39
มธ 5:17-19

สำหรับผู้ที่เป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า
การปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์ อาจมองว่า “เยอะ”
แต่พระเยซูเจ้าทรงยืนยัน ใครที่ปฎิบัติ
และสอนคนอื่นให้ปฎิบัติ จะได้ชื่อว่า
เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรสวรรค์

เมื่อประกาศกเอลียาห์ สอนให้ประชาชนตัดสินใจ
เลือกให้ชัดเจนว่าจะติดตามพระเจ้าเที่ยงแท้ต่อไปหรือไม่
พร้อมกับภาวนาขอเครื่องหมายจากพระเจ้า
พระองค์ทรงสดับฟัง ทั้งยังทำให้คำภาวนาของเอลียาห์เกิดผล

แม้นว่า นักบุญอันตน แห่งปาดัว
จะเกิดมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
ครอบครัวปรารถนาให้ท่าน เป็นผู้ยิ่งใหญ่
แต่ท่านได้ตัดสินใจอย่างชัดเจน ด้วยการเลือกที่จะติดตาม
พระคริสตเจ้า และเทศน์สอนผู้คนจำนวนมากให้กลับใจ

หมายเหตุ..
เราจะได้เห็น ตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนเรา
ก็ตอนที่เรา...ทุกข์ยาก...
เราจะได้เห็น ตัวตนที่แท้จริงของคนที่บอกว่ารักเรามาก
ก็ตอนที่ต้องมา ..ลำบาก..ด้วยกัน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา
ระลึกถึงนักบุญอันตน แห่งปาดัว

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ผู้ที่เชื่อ...” (มก 16:15-20)

จะทำอัศจรรย์เหล่านี้ได้
ขับไล่ปีศาจในนามของเรา
พูดภาษาใหม่ๆ ได้
จับงูได้ และถ้าดื่มยาพิษก็จะไม่ได้รับอันตราย
เขาจะปกมือเหนือคนเจ็บ คนเจ็บเหล่านั้นก็จะหายจากโรคภัย

ฉันอยู่ในข่ายของผู้ที่เชื่อในพระเยซูหรือเปล่า
กิจการของฉันคืออะไร
เพื่อแสดงว่า ฉันคือผู้เชื่อในพระเยซู...
________________

วันนี้พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญอันตนแห่งปาดัว และสำหรับครอบครัวฟรันซิสกันของผม เราฉลองวันนี้ในระดับของการฉลองในพิธีกรรมครับ ผมจึงขออนุญาตไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้กับพี่น้อง ตามบทอ่านจากพิธีฉลองนักบุญในครอบครัวฟรันซิสกันนะครับ ส่วนพี่น้องที่กำลังไตร่ตรองพระวาจาจากพระวรสารนักบุญมัทธิวบทที่ 5 นั้น ก็อาจจะไตร่ตรองต่อไปจากงานของคุณพ่อท่านอื่นๆ ก็ได้นะครับ เรามีพระสงฆ์หลายๆ ท่านที่ได้เตรียมบทไตร่ตรอง บทเทศน์ ข้อคิดไว้ทางสื่อวันนี้ วางไว้ให้พี่น้องได้เลือกใช้ประโยชน์หลายตัวเลือก

นักบุญอันตนแห่งปาดัว เป็นภราดาฟรันซิสกันในยุคแรกเมื่อนักบุญฟรันซิสได้ตั้งคณะฯ แม้ว่านักบุญฟรันซิสในสมัยนั้น จะไม่อนุญาตให้บรรดาภราดาเรียนหรือสอนวิชาเทววิทยามากๆ เพราะท่านเน้นความเชื่อที่มาจากความรักพระเจ้า ไม่ใช่ความเชื่อที่มาจากสติปัญญาที่มีแต่จะทำให้เกิดความหยิ่งจองหองลำพองตน แต่กระนั้นก็ดี ท่านก็ได้ไว้วางใจให้นักบุญอันตนสอนเทววิทยาได้ (นักบุญอันตนเป็นนักเทววิทยามาก่อนที่ท่านจะมาเป็นฟรันซิสกัน ท่านได้เรียนเทววิทยาเมื่อครั้งเป็นนักบวชเอากุสติน) แต่นักบุญฟรันซิสได้เตือนนักบุญอันตนในจดหมายที่ท่านเขียนถึงนักบุญอันตนว่า ให้ท่านอย่าลืมการอธิษฐานภาวนาด้วย ซึ่งเป็นที่มาของปรีชาญาณที่แท้จริง... ความว่า “ข้าพเจ้ายินดีที่ท่านจะสอนวิชาเทววิทยาอันศักดิ์สิทธิ์แก่บรรดาภราดา ตราบเท่าที่การเล่าเรียนนี้จะไม่ทำลายจิตตารมณ์ของคำภาวนาและความศรัทธา ดังที่มีกำหนดไว้ในพระวินัย”

คำภาวนานำปรีชาญาณที่แท้จริง ความรู้ที่ประเสริฐสุดคือปรีชาญาณที่มาจากพระเจ้า และพระเจ้าทรงเป็นปรีชาญาณนั้น ดังนั้น ปรีชาญาณที่แท้จริงและประเสริฐสุดหากที่เปรียบไม่ได้ คือพระเจ้าเท่านั้น (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง ปชญ 7:7-14) การรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง เป็นชีวิตของคริสตชนแท้จริง เมื่อคริสตชนรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง สิ่งที่ตามมาคือ เขาเชื่อในพระองค์ และความเชื่อในพระองค์นี้เองที่ทำให้ชีวิตคริสตชนแตกต่างจากคนอื่นๆ พี่น้องที่ไตร่ตรองพระวาจาประจำวัน ก็จะพบว่า พระวรสารของนักบุญมัทธิวในวันเหล่านี้ เหมือนเป็นบรรทัดฐานของชีวิตคริสตชน เหมือนเป็นมาตรฐานของการเป็นคริสตชนที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก แต่เพราะเราเป็นคริสตชน เราจะเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้ เราต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก นั่นเป็นผลจากการเชื่อในพระเจ้า เชื่อในองค์ปรีชาญาณสูงสุดนั่นเอง

นักบุญอันตนที่เราฉลองในวันนี้ เราถือว่าท่านเป็นนักเทศน์ที่มีปรีชาญาณจริงๆ ท่านได้รับสมญาว่านักเทศน์ลิ้นทอง ที่เป็นเช่นนั้น เพราะบทเทศน์ของท่าน เป็นดังองค์พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสบนแผ่นดิน เหมือนพระวาจาเดินดิน ท่านเทศน์สอน และท่านได้เจริญชีวิตเป็นแบบอย่าง โดยยึดพระวาจาของพระเจ้าเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เหมือนเราเห็นรูปของท่านถือพระคัมภีร์ และมีพระกุมารอยู่ด้วย นั่นคือภาพที่ได้รับการเปิดเผยหลังจากที่ท่านได้สิ้นชีวิตไปแล้ว พระกุมารได้เสด็จมาหาท่านในห้อง และอยู่กับท่าน เหมือนกับบทเทศน์ของท่าน จากชีวิตที่เป็นแบบอย่างของท่าน คือพระวาจาของพระเจ้าที่มีชีวิต คือพระวจนาถต์ที่รับสภาพมนุษย์มาอยู่ท่ามกลางเรา

จงเชื่อสิ่งที่ลูกอ่าน สอนสิ่งที่ลูกเชื่อ และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ลูกสอน... นี่คือคำตักเตือนของพระสังฆราชแก่สังฆานุกรและพระสงฆ์ในการเทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้า... ความเชื่อในพระวาจาที่ต้องประกาศด้วยการเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยาน... จากความเชื่อในพระเยซูเจ้านี้เอง ที่ทำให้คริสตชนต่างจากคนอื่นคือ เรามีภาษาใหม่ คือภาษาของหัวใจ เป็นภาษาที่เราเข้าใจพี่น้องของเราทุกคน ผู้ที่เชื่อในพระเยซู เขากับความชั่วร้ายไปด้วยกันไม่ได้เลย เขาขับไล่ปีศาจและความไม่ดีให้ออกไป เขาเป็นมิตรกับสิ่งสร้าง และไม่มีอะไรที่ทำร้ายเขาได้

พี่น้องที่รักครับ เรารักและเชื่อในพระเยซูเจ้า เรารักนักบุญอันตน เราเชื่อในพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้ท่าน ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของบรรดาผู้ที่ทำของหาย... วันนี้ เราจึงควรไตร่ตรองนิดหน่อย เรามีบางอย่างที่สำคัญที่หายไปบ้างไหม สิ่งนั้นคือความเชื่อในพระเยซู คือความศรัทธาในพระเจ้า คือเอกลักษณ์ของการเป็นคริสตชนที่แสนดี แสนสัตย์ซื่อ ที่ทำให้เราเจริญชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้า รับพระวาจาของพระเจ้าเป็นปรีชาญาณและสิ่งล้ำค่ากว่าสิ่งใดๆ พี่น้องที่รักครับ ขอนักบุญอันตนวันนี้นะครับ สิ่งเหล่านี้กำลังหายไปจากเรา หายไปจากพระศาสนจักร เอกลักษณ์ของการเป็นคริสตชนของเรากำลังหายไป กำลังถูกกลืนกินไปในกระแสของโลก ให้เราวอนขอนักบุญอันตนผู้ยากจน ขอสิ่งมีค่านี้กลับคืนมาสู่ชีวิตของเรา เป็นชีวิตที่ศรัทธาและรักในพระเจ้า เชื่อในพระองค์ วันนี้ เราจึงจะสามารถเจริญชีวิตเป็นพระวรสารที่มีชีวิต เป็นข่าวดีของทุกคน ด้วยการเป็นคริสตชนที่มีหัวใจอ่อนโยน เข้าใจภาษารัก เป็นภาษาสื่อให้ทุกคนเข้าใจเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า สันติภาพ และ ความดีของพระองค์ ที่ขับไล่ปีศาจและความชั่วร้ายออกไปห่างไกลจากเรา เราจะเป็นพี่น้องกับทุกคน รวมทั้งสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าด้วย และไม่มีอะไรที่ทำร้ายคริสตชน ลูกของพระเจ้าได้เลย

ข้าแต่พระเจ้า อาศัยคำเสนอวิงวอนของท่านนักบุญอันตน ขอพระองค์ทรงช่วยลูกให้แสวงหาและรักษาปรีชาญาณของพระองค์ไว้แนบชีวิต เพื่อชีวิตของลูกจะเป็นพระวรสาร เป็นข่าวดีแก่ทุกคน ขออย่าให้ลูกต้องสูญเสียเอกลักษณ์ของการเป็นคริสตชน ขอให้สิ่งนี้ คือความเป็นลูกของพระองค์ ขออย่าให้สูญหายไปจากชีวิตของลูกเลย พระเจ้าข้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 13 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 10 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 18:20-39 / มธ 5:17-19
“ส่วนผู้ที่ปฏิบัติ และสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติด้วย จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรสวรรค์ ”(19ข)
พระเยซูเจ้าได้สอนผู้ติดตามพระองค์ว่า พระบัญญัติของพระเป็นเจ้าจะคงอยู่ตลอดไป และเราต้องนบนอบต่อพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงเน้นว่า พระบัญญัติของพระองค์จะคงอยู่ แม้แต่อักษรเล็กที่สุดก็จะไม่สูญหายไป พระองค์ได้ทรงโต้แย้งกับผู้นำศาสนา ไม่ใช่ในเรื่องของกฎบัญญัติของโมเสส แต่เรื่องการแปลพระบัญญัติ พระองค์ได้อธิบายความหมายของพระบัญญัติ ผ่านทางพระวาจาและกิจการของพระองค์ และพระองค์ยังเสริมอีกว่า ใครที่สอนคนอื่นให้มีความยุติธรรมและความรัก ก็เป็นการเข้าถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า และต้องลงมือปฏิบัติด้วยการแสดงความรักต่อคนอื่น และพวกเขาจะได้รับบำเน็จรางวัลในสวรรค์ ส่วนใครที่ละเลยก็จะไม่ได้รับ…ท่านได้ทำตัวเป็นตัวอย่าง แก่คนอื่นด้วยการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าหรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดนำทางลูก ให้ดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติของพระองค์ ในชีวิตประจำวันของลูกด้วย
นักบุญอันตน แห่งปาดัวเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย และบิดามารดาต้องการที่จะให้ท่านเป็นผู้ดีที่ยิ่งใหญ่ แต่ท่านกลับต้องการทำทุกสิ่งเพื่อพระคริสตเจ้า จึงได้ทำตัวเป็นสมาชิกคณะฟรังซิสกันที่ยากจน เมื่อมีการนำร่างของนักบุญเบอร์นาร์ดและเพื่อนๆ มาฝังที่วัดของท่าน อันตนได้ละจากคณะของท่าน ได้เข้าร่วมกับคณะภราดาน้อย ได้เดินทางไปประเทศโมรอคโค เพื่อประกาศข่าวดีที่นั่น อันตนได้เจริญชีวิตในถ้ำ และจะจากเฉพาะเพื่อร่วมพิธีมิสซาเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่ผู้รับเทศน์ไม่ได้ปรากฏตัว พวกเพื่อนๆได้ขอร้องให้ท่านทำหน้าที่แทน บทเทศน์ของท่านได้สร้างความประทับใจให้เพื่อนๆและสัตบุรุษ ท่านจึงได้รับการขอร้องให้เดินทางไปประกาศข่าวดี เทศนาสั่งสอน และสอนเทวศาสตร์ในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี ท่านเป็นนักบุญที่มีคนศรัทธามาก ทั้งรูปปั้นและรูปภาพในที่ต่างๆ ท่านได้รับการประกาศชื่อเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 1946.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view