สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

🍇 อย่าลืมที่จะทำความดี
และแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น
เพราะพระเจ้าพอพระทัยเครื่องบูชาเช่นนี้

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/Ue_16ayVnJk

☀บทภาวนาเวลาเช้า สดุดี 5
https://youtu.be/GxboI5GonTE

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2018
อ่าน
1 พกษ 18:41-46
มธ 5:20-26

พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องมาตรฐานของ
ผู้ที่เป็นศิษย์ติดตามพระองค์ในเรื่องของการพูดนั้น
จำเป็นที่จะต้องพูดดี กับเพื่อนพี่น้อง ก่อนท่ีจะ
เข้าไปหาพระเจ้า ถ้ามีเรื่องบาดหมางกับเพื่อนพี่น้อง
จำเป็นต้องไปคืนดี

เพื่อประชากรของพระเจ้า จะไปถึงมาตรฐานของพระองค์
จำเป็นที่พวกเขาต้องอดทน พยายาม ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ
เพราะบางเรื่อง ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

หมายเหตุ..
หากจะเอา มาตรฐานของตัวเอง ไปตัดสินคนอื่น
พึงระวัง..เพราะบางมี มาตรฐานของเราอาจจะต่ำกว่าเขา

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“ความชอบธรรมของท่าน...” (มธ 5:20-26)

ด้วยความชอบธรรม
เราจึงเหมาะสมจะเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้า
และความชอบธรรมของคริสตชน
ความชอบธรรมของพระเจ้านั้น
ธรรมดาๆ ยังไม่พอ
แต่ต้องดีกว่าคนอื่น

ใครๆ เขาก็ทำกัน
นี่ไม่ใช่ความคิดของลูกของพระเจ้า
แต่...ลูกของพระเจ้า
ต้องทำมากกว่านั้น มิใช่หรือ...

ความชอบธรรม ความดีของคริสตชน
หากไม่ดีกว่าคนอื่นๆ แล้ว
เราก็ไม่สามารถเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้าเลย...
________________

พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเติมเต็มธรรมบัญญัติแห่งพันธสัญญาเดิม พระองค์ไม่ได้มาเพื่อลบล้างหรือทำลาย แต่มาเพื่อทำให้สมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงไม่ทำความชั่วเท่านั้น แต่การไม่ทำความดีนั้น ก็เป็นบาปไม่แพ้กัน (พระวรสารเมื่อวานนี้)

วันนี้ พระองค์ทรงยืนยันว่า เป็นคริสตชน เป็นศิษย์ของพระองค์ เป็นลูกของพระบิดาเจ้านั้น มาตรฐานของเรานั้น ต้องสูงกว่าคนอื่น... ถ้าความชอบธรรมของท่าน ไม่ดีไปกว่าความชอบ
ธรรมของบรรดาและบรรดาฟาริสีแล้ว ท่านจะเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย

เพราะชีวิคคริสตชน ต้องไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ทำความผิดเท่านั้น แต่วันใด เวลาใด ที่เราไม่ทำความดี นั่นแหละคือบาป... นั่นหมายความว่า หากวันใด ฉันบอกว่า ฉันไม่มีบาป วันนั้น ฉันก็ทำให้กางเขนของพระคริสตเจ้าไร้คุณค่าสำหรับฉัน เพราะกางเขนนี้ เพื่อไถ่กู้ฉันให้รอดจากบาป พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อฉัน ท่อธารแห่งความรอดพ้นทั้งหลายหลั่งไหลมาจากกางเขนเพื่อฉันและเพื่อทุกคน

“ความชั่วมากมี ความดีไม่ปรากฏ” นี่คือคนที่โลกอาจจะบอกว่าแสนเลว... แต่ความแสนเลวของคริสตชนนั้นต่างไปจากนั้นมาก... “ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ” นิยามนี้ ชาวโลกคงไม่ว่าอะไรกระมัง คนหนึ่งที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน ไม่มีความชั่วร้ายใดๆ แต่ก็ไม่ทำอะไรดีให้ใครๆ... นี่คือความอธรรมของคริสตชน

ก่อนที่ท่านจะถวายเครื่องบูชา ให้เราไปคืนดีและให้อภัยกันก่อนร่วมบูชา... วันนี้ พี่น้องครับ อ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ดีๆ พระองค์ได้ตรัสว่า... “ขณะที่ท่านนำเครื่องบูชาไปถวายยังพระแท่น หากระลึกได้ว่าพี่น้องของท่านมีข้อบาดหมางกับท่านแล้ว จงวางเครื่องบูชาไว้หน้าพระแท่น กลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาถวายเครื่องบูชานั้น”

อ่านและฟังพระวาจาของพระเจ้าให้ดีครับ... พี่น้องที่รัก สิ่งที่ละเอียดอ่อนที่สุดของชีวิตคริสตชน ความไม่เหมือนใคร ความสมบูรณ์แห่งการดำเนินชีวิตตามธรรมบัญญัตินั้น ไม่พอจริงๆ ที่จะไม่ทำความชั่ว แต่ต้องทำความดีด้วย ต้องคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย... ชีวิตคริสตชน ไม่ขโมยใคร ไม่ทำร้ายใคร ไม่ด่าใคร ไม่คิดร้ายต่อใคร เท่านั้นยังไม่พอจริง แต่ต้องดีกว่านั้น... เพราะหากไม่ขโมยใคร แต่ก็ไม่เคยแบ่งปัน ไม่ทำร้ายใคร แต่ก็ไม่เคยช่วยเหลือใคร ไม่ด่าใคร แต่ก็ไม่เคยให้กำลังใจใคร ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร แต่ก็ไม่เคยคิดหรือปรารถนาดีกับใครๆ... โอ้นั่นยังไม่ใช่ลูกของพระเจ้าครับ นั่นยังไม่ใช่ความชอบธรรมเยี่ยงคริสตชนเลย... ที่หน้าพระแท่นบูชา พี่น้องที่รัก ไม่ใช่ความบาดหมายของเราต่อเพื่อนพี่น้องครับ พี่น้องอาจจะบอกว่า ฉันไม่เคยมีความบาดหมางกับใคร... แต่พระเยซูเจ้าตรัสวันนี้... ถ้าระลึกได้ว่า พี่น้องของท่านมีข้อบาดหมางกับท่านแล้ว... พี่น้องครับ ไม่ใช่ฉันบาดหมางกับเขา ซึ่งอาจจะไม่มีก็คงเป็นได้ แต่เขาบาดหมางกับเรา... นี่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบครับ พระเยซูเจ้าบอกวันนี้... วางครับ วางเครื่องบูชาไว้ก่อน กลับไปคืนดีกันก่อน แล้วค่อยมาถวายเครื่องบูชา... คือต้องด้วยหัวใจเช่นนี้จริงๆ ครับ ที่แสดงว่า เราเหมาะสมในการเป็นลูกของพระเจ้า ที่เราจะกลับไปหาพระองค์ในความเป็นเหมือนพระองค์ นั่นหมายความว่า หากความดี ความชอบและความชอบธรรมของเราธรรมดาๆ แล้วล่ะก็ ไม่ต้องเป็นคริสตชนก็ได้...

วันที่ฉันยังไม่เป็นนักบุญ ฉันก็เป็นคนบาปอยู่... ดังนั้นทุกวัน ฉันยังคงต้องการพระเมตตาจากพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงประทานพระพร พระหรรษทานมากกว่าผู้วอนขอสมควรจะได้รับ... พี่น้องที่รักครับ การมีชีวิตอยู่เวลานี้ เป็นพระความดีของเราหรือ หรือเพราะเรายังมีสิทธิ์ที่จะหายใจหรือ... คงไม่ใช่... แต่นี่คือพระเมตตาของพระเจ้าล้วนๆ เลยมิใช่หรือ ที่ไม่ได้ทำกับเราอย่างที่บาปของเราสมควรจะได้รับการตอบแทน แต่นี่คือพระเมตตามิใช่หรือ ที่พระเจ้าทรงเมตตาเราเสมอมา... นี่คือบัญญัติใหม่ที่พระเยซูเจ้าทรงให้กับเรา ให้ด้วยแบบอย่างชีวิตของพระองค์... ไม่มีแล้ว จงรักพระเจ้า... บัญญัติใหม่ พระองค์ไม่ได้เรียกร้องให้เรารักพระองค์แล้ว... แต่... ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด (บทอัลเลลูยาวันนี้ ยน 13:34)

เป็นคริสตชน นาทีใดที่ฉันไม่ทำดี นาทีนั้นฉันทำบาป...

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงช่วยลูกเถิด ปราศจากพระหัตถ์ของพระองค์ช่วยเหลือแล้ว ลูกก็ตกในบาปอยู่ร่ำไป... ขอให้ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจของลูก การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายของลูก ทุกลมหายใจของการมีชีวิต พระเจ้าข้า ขอให้ลูกเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเถิด เพื่อลูกจะได้เหมาะสมที่จะรับผลแห่งการไถ่กู้จากไม้กางเขนของพระองค์

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่ 14 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 10 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 1พกษ 18:41-46/ มธ 5:20-26
ในบทอ่านที่ 1 จากหนังสือพงษ์กษัตริย์ฉบับที่1 ประกาศกเอลียาห์ได้สอนเราคริสตชนเช่นเดียวกัน หลังจากที่ ท่านได้ทำให้ประชากรอิสรากลับมามีความเชื่อของบรรพบุรุษ ในพระเป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง โดยการแสดงอำนาจ ด้วยการทำให้ไฟตกลงมาสวรรค์ เพื่อเผาเครื่องถวายบูชา ประกาศกที่เต็มไปด้วยพระจิต ได้ประกาศการสิ้นสุดของความแห้งแล้ง และได้กราบทูลให้กษัตริย์อาหัส ให้เสวยพระกายาหารโดยไม่ชักช้า เพราะฝนจะตกลงมา และทำให้ทุ่งนาเขียวชอุ่มอีกครั้งหนึ่ง และด้วยอำนาจของพระจิต ประกาศกเอลียาห์ได้ขับรถแซงหน้ากษัตริย์ เพราะฝนกำลังจะตกลงมา
ส่วนในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “ถ้าความชอบธรรมของท่านไม่ดีไปกว่าความชอบธรรมของบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีแล้ว ท่านจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย ” (ข้อ20 ) บรรดาธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติตามตัวอักษร แต่ภายในใจ พวกเขาไม่ได้ยอมรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า ในฐานะพี่พระเยซูเจ้าเป็นพระอาจารย์ของพวกสานุศิษย์ อำนาจของพระองค์เหนือกว่าอำนาจของโมเสส พระองค์ได้ทำให้ความหมายของกฎบัญญัติของโมเสส มีความหมายที่ลึกซึ้งขึ้น พระองค์ได้ประณามการฆาตกรรม และยังได้สอนว่า แม้กระทั่งความโกรธก็ทำไม่ได้ในภาคปฏิบัติ เพราะความโกรธเป็นการละเมิดความรักต่อคนอื่น และนำความชั่วร้ายมาให้พวกเขา นอกจากนี้ มันยังเป็นการทำผิดต่อพระเป็นเจ้าด้วย เพราะพี่น้องของเราได้รับการสร้าง ตามพระฉายาลักษณ์ของพระเป็นเจ้า ใครที่ทำผิดต่อเพื่อนพี่น้อง จะต้องกลับไปคืนดีกัน ก่อนที่จะมาถวายเครื่องบูชาแด่พระเป็นเจ้า และถ้าใครไม่มีความเต็มใจ ที่จะเปลี่ยนใจของตนเอง ก็จะต้องรับโทษ...ท่านเคยใช้คำพูดหรือกิจการ ที่ทำผิดต่อพี่น้องของท่านหรือไม่?...การแสดงความใจดีและการคืนดีกัน จะต้องเริ่มต้นขึ้น แม้ว่า เราจะจากกันในไม่ช้าก็ตาม ...หลังสงครามการล้างเผ่าพันธุ์ การเยียวยาและการคืนดีกัน คือแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุด...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกได้คืนดีกับพี่น้องชายหญิงด้วยเทอญ.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view