สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

🌷พระวาจาของพระเจ้า
เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต
ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว
นำเอาไปปฏิบัติ
นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=QrdqlPBVDoI

🌼 Keep Me In Your Will
http://youtu.be/Hkc91ZhgI

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อสค 17:22-24
2 คร 5:6-10
มก 4:26-34

พระเยซูเจ้าตรัส อาณาจักรของพระเจ้า
เปรียบเหมือนเมล็ดที่ได้รับการหว่าน
เมื่อเจริญเติบโต จะกลับกลาย
เป็นที่พักพิงของผู้ที่เข้ามาพึ่งพา

ในการเจริญเติบโตของอาณาจักรสวรรค์นั้น
ประกาศกเอเสเคียลได้ป่าวประกาศ
พระเจ้าทรงกระทำ สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

นักบุญเปาโลย้ำเตือน การเจริญเติบโตในชีวิตฝ่ายวิญญาณนั้น
แต่ละคนจะได้รับการตอบแทน เหมาะสมกับสิ่งที่ตนได้ทำ
ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนว่า ดีหรือชั่ว

หมายเหตุ..-
ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต
สอนให้เราเติบโต และแข้มแข็ง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลางวัน เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต...” (มก 4:26-34)

แม้เราจะเป็นผู้รดน้ำพรวนดิน

แต่พระเจ้าทรงบันดาลการเจริญเติบโต

ชีวิตคริสตชน คือผลจากเมล็ดพันธุ์แห่งความดีของพระเจ้า

มันเป็นเมล็ดเล็กๆ แต่มันงอกงามขึ้นด้วยอานุภาพของพระเจ้า

จากสิ่งเล็กๆ ที่โลกเห็น และดูจะไม่น่าจะมีอะไรเป็นไปได้

แต่นี่คือสิ่งใหม่ที่พระเจ้าทรงบันดาลให้เป็นที่พำนักทุกดวงใจ

คือพระอาณาจักรของพระองค์ จากฝีพระหัตถ์ของพระองค์...

________________

เมื่อวานนี้ ผมมีโอกาสสักไม่กี่ชั่วโมง อยู่กับพี่น้องสัตบุรุษในการฟื้นฟูจิตใจที่วัดนักบุญฟรันซิสเซเวียร์ สามเสน ผมไปถึงที่นั่นแต่เช้า มีโอกาสเดินดูบรรยากาศรอบๆ นักบุญฟรันซิส เซเวียร์ เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของผมเมื่อรับศีลล้างบาป แต่เมื่อเป็นนักบวช ผมได้เลือกนาม ฟรันซิส เซเวียร์ แห่งไม้กางเขน คือสามอย่างครับ 1) ฟรังซิสแห่งอัสซีซี 2) เซเวียร์คนนั้น ที่มีฟรังซิสเป็นองค์อุปถัมภ์ และ 3) ไม้กางเขน... 

ที่หน้าวัดสามเสน มีรูปนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ใหญ่ เด่นสง่า... ผมมองดูภาพของท่าน คิดถึงชีวิตของการเป็นผู้แพร่ธรรมประกาศข่าวดีของท่าน ท่านทำอะไรเมื่อเริ่มต้น เหมือนสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ สิ่งที่โลกคงเห็นว่าบ้าๆ ไปแล้ว นั่นคือการดำเนินชีวิตตามหนทางแห่งพระวรสาร

ผมได้มีโอกาสพบและคุยกันกับผู้นำกิจกรรม บางคนกังวนครับ จะมีคนมาร่วมงานสักเท่าใด เพราะวานนี้มีงานหลายงานในเวลาเดียวกัน มีฉลองวัดหลายๆ วัด... อีกทั้งบรรยากาศหลายอย่างทำให้บรรดาผู้จัดกิจกรรมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก...

หลังจากการแบ่งปันของผมเรื่อง “ความสำคัญของพระวาจาของพระเจ้าต่อชีวิตคริสตชน” แล้ว ซึ่งผมได้แบ่งปันจากประสบการณ์ชีวิตของการฟังพระวาจาของพระเจ้า และทำให้ความไม่มั่นใจหลายอย่างในชีวิตของผมที่ว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร... พระวาจาของพระเจ้าทำให้ผมเห็นหนทางและมีกำลังใจขึ้นมา นี่คือสิ่งที่ผมสรุปว่า เราจำเป็นต้องอ่าน และฟังพระวาจาของพระเจ้า เป็นดังแนวทาง แสงสว่างบนหนทางที่เราเดินไปกับพระเจ้า เรามีพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทที่ประทับอยู่ใกล้ชิดเรา และเราก็มีพระวาจาของพระเจ้าในพระคัมภีร์ที่ตรัสกับเราเสมอ ทั้งสองคือท่อธารชีวิตของจิตวิญญาณของเรา...

ก่อนผมจะเดินทางกลับประจวบฯ เพื่อเตรียมมิสซาวันอาทิตย์... มีสัตบุรุษคนหนึ่งบอกผมว่า... “คุณพ่อ บางครั้งผมก็ไม่มั่นใจเลยนะว่า เราจะไปกันยังไง คริสตชนเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่เจริญชีวิตท่ามกลางกระแสของโลกที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน และเราเจริญชีวิตตามคำสอนของพระเยซูนั้น หลายครั้ง เราลำบากกว่าใครๆ เราต้องเสียสละ เราถูกเอารัดเอาเปรียบ คำสอนของพระวรสารนั้นดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในโลกวันนี้ ประกอบกับเราเป็นกลุ่มเล็กๆ แบบนี้ เราจะไปทำอะไรให้โลกเห็นว่า อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางเรา...”

สัปดาห์ที่10 บทภาวนาของประธานเน้นว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีงามล้วนมาจากพระองค์” และในสัปดาห์ที่ 11 นี้ เพิ่มเติมว่า “หากพระองค์ไม่ทรงช่วยแล้ว ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้อ่อนแอจะทำอะไรไม่ได้เลย” เพราะพระองค์ทรงเป็นพลังของผู้วางใจในพระองค์... (เทียบ บทภาวนาของประธานอาทิตย์นี้)

ภาพของบทอ่านที่หนึ่ง คือสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับเรามนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำให้เกิดขึ้นและเป็นไปได้เสมอสำหรับพระองค์... ผมเองตั้งแต่เกิดมา จะเพาะต้นไม้ ก็ต้องเอากิ่งแก่ เอากิ่งอ่อนจะปลูกอย่างไร จะงอกอย่างไร... แต่ก็นั่นแหละครับ นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่เป็นอานุภาพของพระเจ้าเท่านั้นเอง ที่ทำให้ต้นไม้เขียวเหี่ยวแห้งไป และต้นไม้แห้งแตกใบอ่อน... นี่คือสิ่งใหม่ที่พระเจ้าทรงกระทำด้วยพระอานุภาพของพระองค์ (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง อสค 17:22-24) 

พี่น้องที่รักครับ อาณาจักรของพระเจ้าที่พวกเราได้รับการหล่อหลอมด้วยชีวิตที่เดินตามพระวรสาร พระวาจาของพระเจ้า ที่เราได้ยินได้ฟังมาตลอดสัปดาห์นี้ และเราต้องออกไปประกาศข่าวดีนี้ ดูเหมือนว่าชีวิตคริสตชนของเราถูกเรียกร้องให้มีมาตรฐานสูงกว่าคนอื่นๆ จากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิวบทที่ 5 ที่เราอ่านตลอดสัปดาห์ที่ผ่านไป และยังจะอ่านต่อจนจบที่คำว่า “ท่านจงเป็นคนดีบริบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงความดีบริบูรณ์” ที่สิ่งนี้เอง คือกระแสเรียกของเราคริสตชน... เราต้องเป็นลูกของพระเจ้าจริงๆ เป็นลูกของพระองค์ในความเป็นเหมือนพระองค์ บนมาตรฐานที่ไม่เหมือนของโลก เพราะเราไม่ใช่ของโลก ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้ามาตลอดสัปดาห์ เริ่มที่วันฉลองนักบุญบาร์นาบัส อัครสาวก ที่เชื้อเชิญให้เราประกาศข่าวดี และจากนั้นมาทั้งสัปดาห์ คือการสอนบนมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก... โอ้ นี่คือเมล็ดพันธุ์เล็กๆ บนโลกที่ร้อนแรง ขาดน้ำ มันจะงอกยังไงได้...

วานนี้ คุณพ่อสานิตย์ผู้เป็นประธานในวจนพิธีกรรมเปิด ท้าทายให้เราเห็นภาพประชากรไทยกว่าเจ็ดสิบล้าน ที่มีคริสตชนแค่สองแสน... เหมือนว่าเราจะทำอะไร เราเป็นความเล็กน้อยเหลือเกิน... แต่นี่คงเป็นสิ่งใหม่ครับ สิ่งที่พระเจ้าทรงจะทรงกระทำ

ชีวิตคริสตชน เป็นเมล็ดพันธุ์เล็กที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในจิตวิญญาณของเราด้วยพระพรแห่งความเชื่อ ความรัก และความวางใจในพระองค์... มันจะเกิดผลได้ด้วยพระอานุภาพของพระเจ้าครับ ไม่ใช่ความสามารถของเรา แม้ว่าเราอาจจะเป็นผู้ที่รดน้ำพรวนดี แต่พระเจ้าคือผู้บันดาลการเจริญเติบโต... และเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อ ความรัก และความวางใจในพระเจ้านี้เอง จะเติบโตในดินดีแห่งหัวใจเราครับ และจะกลับกลายเป็นที่พึ่ง เป็นดังต้นไม้ใหญ่ให้นกในอากาศมาอาศัยอยู่ได้...

พี่น้องที่รักครับ ท้อใจบ้าง คงมีกันทุกคนครับ ผมเองก็เคยเป็นครับ และบ่อยครั้ง แต่ชีวิตคริสตชนท้อได้ แต่ถอยไม่ได้ครับ เราเล็กน้อยก็จริง แต่สิ่งนี้คือสิ่งที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในชีวิตเรา เป็นสิ่งที่เล็กน้อย แต่จะเกิดเป็นต้นไม้ใหญ่และจะเกิดผลได้ด้วยพระอานุภาพของพระเจ้าครับ ไม่ใช่ของเรา... งานของเราที่ยังไม่เกิดผล นั่นเพราะยังไม่ถึงเวลา และที่มันเกิดผล นั่นก็เพราะพระเจ้าทรงบันดาลให้เป็นไป... สำหรับเรา ขอให้เราเป็นเพียงดินดีเท่านั้น เพื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อ ความรักและความวางใจในพระเจ้า ที่พระองค์ทรงหว่านในพระวาจาของพระองค์นั้น จะงอกงามขึ้นในที่สุด เพราะงานนี้ ไม่ใช่เราครับ แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงทำทุกสิ่ง และพระองค์จะทำสิ่งใหม่... สิ่งที่โลกเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว ทุกสิ่งเป็นไปได้ และทุกสิ่งที่ดีงามล้วนมาจากพระองค์ทั้งสิ้น

พี่น้องที่รัก ขอให้เราเป็นกำลังใจแก่กันและกันเสมอนะครับ ด้วยชีวิตที่รับการหว่านในหัวใจเราด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งความรักและความดีของพระเจ้า ชีวิตที่เดินตามพระวาจาของพระองค์ แม้เราจะเล็กน้อย แต่พระเจ้าไม่เล็กน้อยเลย เราจะทำสิ่งใหม่ สิ่งใหญ่ได้ โดยความช่วยเหลือของพระองค์...

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอเพียงสิ่งเดียวจากองค์พระผู้เป็นเจ้า สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าแสวงหา คือการได้พำนักอยู่ในเคหาขององค์พระผู้เป็นเจ้าทุกวันตลอดชีวิต (เพลงรับศีลวันนี้ สดด 27:4)

สุขสันต์วันพระเจ้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 11 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสค 17:22-24 / 2คร 5:6-10 / มก 4:26-34
“พระองค์ตรัสเป็นคำอุปมาเช่นนี้อีกมาก ตามที่เขาเหล่านั้นเข้าใจได้” (ข้อ33) ในบทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียลในวันนี้ ได้อธิบายถึงต้นสนสีดาห์ ที่จะถูกนำไปปลูกบนภูเขาสูง เหมือนกับประชากร ที่พระเป็นเจ้าได้ทรงเลือกสรร เพื่อนำพระนามของพระองค์ ให้เป็นที่รู้จักในท่ามกลางนานาชาติ ในระหว่างที่อยู่ในดินแดนเนรเทศ บาปของประชากรอิสราเอล ได้ทำให้เกิดความพินาศ และเช่นเดียวกัน ประชากรอิสราเอลมีความเสี่ยง ที่จะสูญเสียกำลังใจ เพราะพระเป็นเจ้าทรงนิ่งเงียบ ประกาศกเอเสเคียลจึงได้ให้กำลังใจพวกเขาว่า พระเป็นเจ้าจะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์ กับประชากรอิสราเอลจบสิ้นลง แต่จะเป็นเวลาที่พระองค์จะสอนให้พวกเขามีความรับผิดชอบต่อการกระทำ และจะวางรากฐานสำหรับความรักที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
พระเยซูเจ้าได้ทรงสอนบรรดาผู้ติดตามพระองค์ เกี่ยวกับความเจริญงอกงาม ของพระราชัยของพระเป็นเจ้า ด้วยการใช้นิทานเปรียบเทียบ ด้วยการให้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน ทรงใช้เครื่องหมายของชาวนา ข้าวสาลี เมล็ดพืช และต้นไม้ เพื่อดึงดูดความสนใจของบรรดาผู้ติดตามพระองค์ เพื่อจะได้ค้นพบพระราชัยของพระเป็นเจ้า แม้ชาวนาจะหว่านเมล็ดพืชลงไปในดิน มันก็จะเจริญงอกงามขึ้นตามกำหนดเวลา พระองค์ได้เปรียบเทียบความเจริญงอกงามของพระราชัยของพระเป็นเจ้า เหมือนกับเมล็ดมัสตาร์ด ที่เป็นเพียงเมล็ดเล็กๆ เมื่อหว่านลงไป แต่เมื่อมันเจริญงอกงามขึ้น จนกลายเป็นต้นไม้สูงใหญ่ เช่นเดียวกับพระราชัยของพระเป็นเจ้า ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น บรรดาสานุศิษย์ได้รับการสนับสนุนจากพระเยซูเจ้าว่า แม้พวกเขาจะมีข้อบกพร่องมากมาย แต่พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าจะเจริญเติบโตขึ้น แม้จะไม่มีใครสังเกตเห็น จนกระทั่งจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นอย่างมั่นคง ในการพิพากษาครั้งสุดท้าย...ข้าพเจ้ามองเห็นความเจริญเติบโตของเมล็ดพันธ์ฝ่ายวิญญาณ ด้วยวิธีการใด?...ข้าแต่พระเยซูเจ้าโปรดให้ลูกวางใจว่า ในที่สุดพระองค์จะประสบชัยชนะอุปสรรคต่างๆในชีวิตของลูก.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view