สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 20 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 20 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

🍊ขอพระเจ้าทรงนำลูกในวันนี้ …
และขอทรงนำลูกอีกในวันพรุ่งนี้ …
ขอให้ทุกวันในชีวิตของลูก …
เป็นชีวิตที่มีพระองค์ทรงนำตลอดไป อาแมน

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/fL8un1n7x_4

🍁One Day At A Time
https://youtu.be/U2hZgFEac9A

☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพุธที่ 20 มิถุนายน 2018
อ่าน
2 พกษ 2:1,6-14
มธ 6:1-6,16-18

พระเยซูเจ้าทรงเตือนบรรดาศิษย์ถึง
การปฎิบัติศาสนกิจ อย่าทำเพียงเพราะต้องการโอ้อวด
แต่จงทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

เมื่อเอลียาห์ และเอลีชา ทำหน้าที่ของตน
ในการนำคนให้มาถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์
พวกท่านได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพระเจ้าเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ.
คนมี ไม่จำเป็นต้องอวด
เพราะคนชอบอวด มักไม่เคยมีมาก่อน..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 20 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“พระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะประทานบำเหน็จให้ท่าน...” (มธ 6:16-18)

คริสตชนทำความดีไม่ใช่เพราะบำเหน็จรางวัล

ไม่ใช่เพื่อจะไปสวรรค์

แต่สวรรค์คือบ้านของเราคริสตชน

แต่เราทำความดีเพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า

เพื่อเราจะกลับบ้านของเราในความเป็นลูกของพระเจ้า

บำเหน็จรางวัลของเรามีอยู่แล้ว 

คือการได้เป็นลูกของพระเจ้า

เท่านั้นก็พอแล้ว

ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราเป็นคนดีจริงๆ

เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า...

________________

เราจบพระวรสารนักบญมัทธิวบทที่ 5 ความสุขแท้ และมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานใดๆ ของโลก และวันนี้ เราจะเริ่มอ่านบทที่ 6 ที่เป็นอัตลักษณ์ของคริสตชนในการเป็นลูกของพระเจ้า เป็นคำตอบว่า เราทำความดีเพื่ออะไร คริสตชนไม่ได้ทำความดีเพื่อไปสวรรค์ แต่คริสตชนต้องทำความดี ต้องเป็นคนดีในความเป็นลูกของพระเจ้ามากกว่า เราเป็นลูกพระเจ้า ไม่ดี ย่อมไม่ได้...

แต่ก่อนที่จะไปถึงพระวรสาร บทอ่านที่หนึ่งที่เล่าเรื่องเสื้อคลุมของเอลียาห์ที่เป็นสิ่งตกทอดมาถึงเอลีชา เมื่อเอลียาห์ได้รับการรับขึ้นไปบนฟ้านั้น (2พกษ 2:1, 6-14) ทำให้ผมคิดถึงภาพของพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ อะไรคือสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ และทรงมอบให้เราด้วย... อดไม่ได้จริงๆ ที่จะคิดถึงศีลล้างบาปที่เราได้รับ หลังจากการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ ศีลล้างบาปทำให้เรากลายเป็นศิษย์ของพระองค์ ทำให้เรากลายเป็นลูกของพระเจ้า ทำให้เรามีชีวิตของพระคริสตเจ้าในชีวิตของเรา พี่น้องที่รักครับ... จำได้นะครับ ในวันที่เรารับศีลล้างบาป เสื้อขาวที่พระสงฆ์มอบให้เราหลังการเทน้ำบนศีรษะของเรา เมื่อนั้น เราสวมองค์พระคริสตเจ้า และเสื้อนั้น คือเสื้อที่เราจะสวมกลับไปเฝ้าพระเจ้าเมื่อวันที่เราต้องกลับไปหาพระองค์ นั่นคือเสื้อแห่งการเป็นลูกของพระเจ้า คืออาภรณ์แห่งความดี ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ (เทียบ สดด 23) สิ่งนี้ทำให้เราควรจะไตร่ตรองในวันนี้จริงๆ ว่า ท่าทีของลูกของพระเจ้าควรเป็นเช่นใด

เมื่ออ่านพระวรสารเริ่มต้นบทที่ 6 ของนักบุญมัทธิว ยิ่งทำให้ต้องคิดยิ่งขึ้นว่า คริสตชนต้องเป็นคนดีในความสัมพันธ์ต่อพระบิดามากกว่า ที่จะเป็นคนดีเพื่อรับความชื่นชมในโลกวันนี้... ผมเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ หลายครั้ง การที่ผมจะมีโอกาสทำความดีเยี่ยงพี่น้องอ่ะ คงต้องบอกว่ายากนะครับ พี่น้องไม่ยอมให้ผมทำบุญเลย จะใส่ถุงทานก็ไม่ได้ จะถวายมิสซาให้พี่น้องเป็นบุญบ้าง พี่น้องก็มอบซองมิสซามาตอบแทน ทำอะไรก็ได้รับค่าตอบแทนหมด... หลายครั้งผมก็รู้สึกว่า สมบัติในสวรรค์ของผมแทบไม่มีเลย เพราะผมรับค่าตอบแทนหมดแล้วอ่ะครับ... นั่นเป็นเหตุให้ผมต้องไตร่ตรองมากขึ้นว่า แล้วผมจะทำอะไร เพื่อเป็นการสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ได้ล่ะ เมื่อสัตบุรุษมีแต่ตอบแทนให้มากมายเช่นนี้ นั่นหมายความว่า ผมเอง ต้องยิ่งหาโอกาสเพื่อทำให้สิ่งที่ได้รับในเช่นตาแลนต์ที่พระเจ้าประทานให้ ให้มันเกิดประโยชน์มากขึ้นอีกมิใช่หรือ...

พี่น้องที่รัก พระวรสารวันนี้เตือนพวกเรามากจริงๆ คริสตชนทำความดีไม่ต้องรับความชื่นชมจากใคร ไม่ต้องรับเกียรติและการขอบคุณ แต่ตรงกันข้ามนั่นคือลมหายใจของเรา นั่นคือชีวิตของเราที่ต้องดีไม่ใช่หรือ หากเราไม่ดี เราก็บาป เท่านั้นเอง..  ดังนั้น นี่คือธรรมชาติของชีวิตคริสตชนที่เราต้องดีในธรรมชาติของเราจริงๆ ในธรรมชาติที่เราเป็นลูกพระเจ้าเท่านั้นเอง

สรรเสริญพระเจ้า ด้วยการให้กำลังใจพี่น้องของเราบ้าง... ภาวนาด้วยการพูดคุยกับพระเยซูเจ้าผู้ประทับในชีวิตของกันและกันบ้าง... จำศีลอดอาหาร ด้วยการอดว่าร้ายนินทากันบ้าง ด้วยการยิ้มแย้มแจ่มใส่ เป็นกำลังใจให้ทุกคนบ้างจะดีไหม... นี่คืออีกหนทางหนึ่งที่ลูกของพระเจ้าจะสามารถทำได้ไม่ใช่หรือ และนอกจากความชื่นชมจากผู้อื่นแล้ว สิ่งที่เราควรภูมิใจกว่านั้นคือ เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า สิ่งที่เราแสดงออกนั้น เป็นธรรมชาติของเรา หากเราไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นลูกของพระเจ้าต้องเสียไป เราไม่ทำดี เราก็ทำบาปในเวลาเดียวกันนั่นเอง

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระพรของพระองค์ ช่วยเตือนหัวใจของลูกเสมอว่า ลูกของพระองค์ควรเป็นเช่นใด ธรรมชาติของลูกของพระองค์ควรเป็นภาพลักษณ์แห่งความดี ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ ที่พระองค์ทรงสวมทับชีวิตของลูกไว้ด้วยอาภรณ์นั้นในวันรับศีลล้างบาป ขอให้ลูกได้สวมอาภรณ์นี้กลับบ้านของพระองค์เทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 20 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2พกษ 2:1,6-14 / มธ 6:1-6,16-18
เมื่อเอลียาห์ได้ถามเอลีชาว่า ท่านต้องการให้ท่านทำอะไรให้? และเอลีชาน่าจะขออะไรสักอย่างหนึ่ง ท่านน่าจะขอว่า “ขอให้ข้าพเจ้าสามารถทำอัศจรรย์เหมือนกับท่าน” หรือ “ขอให้ข้าพเจ้ามีความกล้าหาญเหมือนท่าน” แต่ท่านไม่ได้ขอพระพรหรือความเฉลียวฉลาด ตรงกันข้าม เอลีชาได้ขอสิ่งที่เป็นท่อธารของทุกสิ่ง ท่านได้ขอพระจิตของพระเป็นเจ้า ท่านไม่ได้ขอให้ตัวเองเป็นเหมือนเอลียาห์ ท่านเพียงแต่ต้องการพระจิต ที่ช่วยให้ความสว่างแก่เอลียาห์ เพื่อทำให้ท่านมีชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ว่าความเฉลียวฉลาดหรือพระพรพิเศษที่ท่านต้องการนั้น คือ ขอให้ตัวท่านเต็มไปด้วยความดี และเป็นเครื่องมือของพระเป็นเจ้า
การวอนขอของเอลีชาแสดงให้เราเห็นว่า เราแต่ละคนนั้นล้วนเป็นบุคคลที่พระเป็นเจ้าทรงรู้จักเป็นอย่างดี เราจึงไม่จำเป็นจะต้องทำตัวเหมือนคนอื่น แม้คนนั้นจะดูเหมือนว่าได้พบความสำเร็จในชีวิตก็ตาม เพราะพระเป็นเจ้าทรงประทานสติปัญญาและความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น นักบุญยอห์น บอสโก มีความสามารถในการทำงานกับบรรดาเยาวชน เอลีซาเบธ แอนน์ เซตัน มีความสามารถในการสอนเรียน นักบุญอิกญาซีโอ มีความสามารถพิเศษ ในการฝึกชีวิตฝ่ายจิต และในยุคสมัยเรา นักบุญเทเรซา แห่งกัลกัตตา ได้แสดงความรักเป็นพิเศษต่อคนยากจน นักบุญปีโอมีความสามารถในการอ่านใจของคนที่มาแก้บาปกับท่าน พระพรพิเศษและความสามารถที่แตกต่างกัน ช่วยทำให้พระศาสนจักรร่ำรวยและมีสีสัน คนจำนวนมากที่มีพระจิตเจ้านำทางด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ขอให้เราทดลองมองหาเอกลักษณ์พิเศษในตัวเราว่า มีอะไรบ้าง?และปล่อยให้พระจิตเจ้าเป็นผู้ช่วยให้เราเป็นประชากรของพระเป็นเจ้า.
.”ข้าแต่พระบิดาเจ้า โปรดให้ลูกได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เหมือนเด็กเล็กๆ โดยอาศัยอำนาจของพระจิตเจ้า โปรดแสดงให้ลูกเห็นพระพรพิเศษในตัวลูก เพื่อชักนำให้ผู้อื่นเข้ามาในพระราชัยของพระองค์...
ความสามารถของท่าน คือ พระพรพิเศษที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้แก่ท่าน และสิ่งที่ท่านได้กระทำโดยพระพรพิเศษนั้น คือ การคืนพระพรพิเศษนั้นให้กลับไปยังพระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view