สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018 สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์ บังเกิด

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018  สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์ บังเกิด

🍊 อย่าให้ความกลัวในสิ่งใดๆ...ทำให้ใจเธอหวั่น
อย่าให้อุปสรรคใดๆทำให้เธอขาดความเชื่อ
เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า..
"ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า"

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018
สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์ บังเกิด
https://youtu.be/qI4CWasLQ40

🌸 พระทรงเลือก
http://youtu.be/OKsnSYPWq1I

🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018
สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์ บังเกิด
อ่าน
อสย 49:1-6
กจ 13;22-26
ลก 1:57-66, 80

เพื่อทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จเป็นไป
เศคาริยาห์ และเอลีซาเบธ
ที่เผชิญกับความขัดแย้ง มิได้ปล่อยให้
ความถูกใจ มีอิทธิพลเหนือ ความถูกต้อง

ในการทำงานของพระเจ้า แม้อิสยาห์ รู้สึกตามประสามนุษย์ว่า
ตัวเองทำงานเหนื่อยเปล่า เสียแรงเปล่า ไร้ประโยชน์
แต่เมื่อท่านตระหนักได้ว่า ท่านได้ทำงานร่วมกับ
พระเจ้าผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงจัดเตรียมท่าน
เพื่อให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์
ท่านได้รับเกียรติยิ่งใหญ่จากพระเจ้า

กิจการอัครสาวกตอกย้ำ..
การที่ดาวิด เป็นที่พอใจของพระเจ้า
ได้รับการ เลือกสรรให้ทำหน้าที่ปกครออิสราเอลนั้น
เพราะท่านทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าทุกประการ

หมายเหตุ..
เคล็ดลับความเสำเร็จ
อยู่ที่ “เตรียมการ”

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

สมโภชนักบุญยอห์น แบปติสต์ บังเกิด

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” (ลก 1:57-66, 80)

เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา

บรรดาคริสตชนเอ๋ย

ลูกของพระเจ้าเอ๋ย

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พระเจ้าทรงเลือกให้เราเป็นคริสตชน

แต่นี่คือการเลือกและการเตรียมของพระเจ้า

และเมื่อพระหัตถ์ของพระเจ้าทรงอยู่เหนือฉัน

ฉันจะเป็นเช่นใด ฉันจะเป็นอะไรเล่า

นอกจาก การเป็นข่าวดีของพระเจ้า

เป็นประกาศกแห่งความจริงและความดีของพระองค์

วันนี้ ฉันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า...

________________

สุขสันต์วันอาทิตย์ วันพระเจ้า... และวันนี้เป็นวันพิเศษ ที่พระศาสนจักรในปฏิทินการฉลองนักบุญ วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันสมโภชนักบุญยอห์น แบปติสต์ บังเกิด เราพบว่ามีการบังเกิดของสามบุคคลเท่านั้นที่มีการฉลองในพิธีกรรม นั่นคือ พระเยซูเจ้า แม่พระ และนักบุญยอห์น แบปติสต์ ที่เป็นวันสมโภช คือการฉลองขั้นที่หนึ่ง ที่เราสามารถฉลองได้ในวันอาทิตย์ โดยไม่ต้องยกเลิกหรือเลื่อนไปฉลองวันอื่น และนั่นคือความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้นของพระเจ้า ที่เราฉลองในวันพระเจ้า วันอาทิตย์ได้

“เอลีซาเบธ” นามนี้มีความหมายมาก คือ “พระเจ้าของฉันทรงสัญญา” สิ่งที่พระองค์ทรงสัญญานั้นคือองค์ความรอดพ้นที่จะประทานให้แก่อิสราแอลประชากรของพระองค์... เศคาริยาห์ นามนี้ก็แปลว่า “พระเจ้าทรงระลึกถึง” หมายความว่า พระเจ้าไม่ได้ลืมสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานสักเพียงใดก็ตาม และที่สุด นาม “ยอห์น” แปลว่า “พระเจ้าทรงพระกรุณา” พระองค์ทรงประทานตามที่สองสามีภรรยาผู้ชอบธรรมนี้ทูลวอน เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานจนมนุษย์เองก็หมดหวังและดูเหมือนไม่หวังแล้ว ชีวิตที่เดินไปวันๆ เป็นสมณะ ก็เป็นไปแบบไม่มีหวังอะไรในสิ่งที่ได้เชื่อ ได้รอคอย ความชราภาพของเอลีซาเบธ เหมือนเป็นบทสรุปว่า จบแล้ว ไม่มีหวังอะไรอีกแล้วในการที่จะให้กำเนิดบุตร... นี่คือชีวิตที่สิ้นหวังของผู้ชอบธรรม ในเหตุการณ์ที่ดูจะไม่ได้ให้กำลังใจอะไรเลย แม้ไม่ได้ทิ้งพระเจ้า แต่ก็ไม่มีความหวังอะไรในพระองค์ นี่เป็นความไม่เชื่อของเศคาริยาห์ ที่ทำให้เขาเป็นใบ้จนถึงวันที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ ที่สุด “ยอห์น” พระเจ้าทรงพระกรุณา พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเด็กคนนี้ ท่านเป็นผู้นำหน้าพระคริสตเจ้าในการบังเกิดและการสิ้นพระชนม์ (เทียบบทนำของพระคุณ” เหมือนกับเป็นการทำนายชะตากรรมของพระคริสตเจ้าในฐานะผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เราทราบว่า ท่านตายเพราะการเป็นมโนธรรมของสังคม เป็นเสาหลักของความจริง ที่ประกาศสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ที่แม้ว่ากษัตริย์จะเป็นผู้กระทำ แต่ก็ไม่ถูกต้อง โดยไม่ได้ขึ้นกับใครเป็นผู้กระทำ สรุปคือ ชีวิตของประกาศกคนนี้ คือการตายเพราะความจริง และเป็นมโนธรรมของสังคม นี่คือหนทางของประกาศกผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และนี่คือหนทางของพระคริสตเจ้าผู้เสด็จมาภายหลัง... 

พี่น้องที่รัก ข้อความนี้มาแบ่งปันกับพี่น้องในเช้านี้ คือ “แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” (ลก 1:57-66, 80) คงไม่น่าจะผิด ที่ผมมองความหมายความเป็นประกาศกของยอห์น เอกลักษณ์ของท่าน ด้วยมุมมองเดียวกันของศีลล้างบาปของเราคริสตชน ที่ทำให้เราเป็นประกาศกของพระเจ้า ในการประกาศความจริงและความดีของพระเจ้า... เมื่อยอห์น ได้เป็นประกาศกแห่งความจริงและความดีของพระเจ้านั้น ยอห์นเป็นเครื่องหมายที่เชื้อเชิญให้กลับใจ การปรับเปลี่ยนหัวใจที่ปรารถนาแสวงหาพระเจ้าองค์ความรักและความดีอยู่แล้ว ทำให้ทุกดวงใจพบแสงสว่างแห่งความจริงและความดีของพระเจ้า และ “กลับใจ” เปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อเจริญชีวิตบนหนทางของพระเจ้า

ชีวิตคริสตชนของเรา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นเดียวกัน พระเจ้าทรงเตรียม ทางเรียก และทรงเลือกให้เราเป็นคริสตชน ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม พระองค์ทรงเตรียมคริสตชนแต่ละคนมาเพื่อการนี้... เพื่อเป็นข่าวดีของพระเจ้า เพื่อประกาศความดีของพระองค์ นำเอาความรักความยุติธรรมและสันติสุขมาสู่ทุกคน... 

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าทรงอยู่กับเขา นามคริสตมา นามของน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ที่เจิมไว้ที่ศีรษะของเรา ให้เราเป็น “คริสตอส” คือผู้ได้รับเจิม คือให้เราเป็นพระคริสตเจ้าเช่นเดียวกับพระเยซู เป็นผู้ที่นำความรอดพ้นไปสู่ทุกๆ คน...

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” ประโยคนี้นำให้ผมไตร่ตรองและทบทวนตนเองจริงๆ และผมอยากให้พี่น้องได้ไตร่ตรองร่วมกับผมด้วย นามคริสตชนของเรานั้น นามคริสตอส นามของพระคริสตเจ้าบนหน้าผากเรา คือการหมายเราไว้เพื่อพระองค์ เป็นเครื่องหมายที่ไม่ลบเลือน พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือเรา...

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” เราคริสตชนคือเด็กคนนั้นด้วย... เด็กที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ เพื่อเป็นประกาศกของพระองค์... พี่น้องที่รักครับ วันนี้ ชีวิตของเราเป็นเช่นใด เราเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายของพี่น้องของเรา เรานำความรัก ความดี และสันติสุขไปสู่ทุกคนหรือเปล่า เรานำความยุติธรรมไปสู่พี่น้องของเรามากน้อยเพียงใด เริ่มจากครอบครัวของเรา หมู่คณะนักบวชของเรา ไปสู่ชุมชนคริสตชน ไปสู่พระศาสนจักร และไปสู่พี่น้องของเรา

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” และเด็กคนนี้ควรเป็นเช่นใด คริสตชนควรเป็นเช่นใด... สิ่งหนึ่งที่ผมไตร่ตรองในเช้านี้มากที่สุดคือ “การเป็นมโนธรรมของสังคม” พี่น้องครับ คริสตชนต้องเจริญชีวิตเป็นมโนธรรมของสังคมครับ เป็นเสาหลักแห่งความจริง ความถูกต้องและความยุติธรรม ไม่ใช่เราเสียเองที่เป็นคนที่เอารัดเอาเปรียบ กอบโกย แสวงหาความอธรรม เห็นแก่ตัว เบียดเบียนผู้อื่น... แต่ต้องเป็นเราที่เป็นประจักษ์พยานแห่งความจริงและความดีของพระเจ้าในสังคม แต่ต้องเป็นเราที่เป็นมโนธรรมของสังคม อะไรจริง อะไรดี อะไรชอบธรรม และเราต้องรักษาสิ่งนี้ไว้ในการเป็นประกาศกของพระเจ้า เมื่อพระคริสตเจ้าจะเสด็จมา จะพบเรามั่นคงและตื่นเฝ้าอยู่ด้วยการเจริญชีวิตในความจริงและความดีของพระองค์...

“แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร...” ข้าแต่พระเจ้า แล้วลูกจะเป็นอะไร แต่ละวันชีวิตของลูกเป็นอย่างไร และควรเป็นเช่นใด... ขอพระองค์ทรงประทานความกล้าหาญแก่ลูก เพื่อจะเชื่อในพระองค์ กล้าที่จะเจริญชีวิตอย่างสัตย์ซื่อบนหนทางที่พระองค์ทรงเรียกให้ลูกเดินในการเป็น “คริสตชน” ... ให้ลูกกล้าหาญที่จะเป็นเช่นนั้น เป็นมโนธรรมของสังคม เป็นเสาหลักของความจริง ความดี ความยุติธรรมของพระองค์สังคมวันนี้เถิด.

สุขสันต์วันพระเจ้า

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)




วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 18 สมโภชน์นักบุญ บัปติสต์ บังเกิด
บทอ่าน อสย 49:1-6 / กจ 13:22-26 / ลก 1:57-66,80
วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงนักบุญยอห์น บัปติสต์บังเกิด ทำไมยอห์นจึงเป็นผู้ยิ่งใหญ่? พระเยซูเจ้าทรงเคยประกาศว่า ไม่มีบุคคลใดที่เกิดจากสตรี จะยิ่งใหญ่กว่ายอห์น พวกประชาชนยกย่องว่าท่านเป็นพระเมสสิยาห์ แต่ทำไมท่านจึงปฏิเสธ? การที่ท่านพูดว่า ท่านไม่สมควรที่จะแก้สายรัดรองเท้าของพระองค์หมายความว่าอะไร? แน่นอนยอห์นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เพราะก่อนที่ท่านจะเกิดมา พระเป็นเจ้าได้ทรงเลือกสรร และทำให้ท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เพราะท่านความสุภาพถ่อมตน “เพื่อมีความรักต่อวิญญาณใด พระเป็นเจ้ามิได้มองดูความยิ่งใหญ่ แต่มองดูความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นจากความสุภาพถ่อมตน”
ท่านเป็นประกาศกองค์สุดท้ายของพระธรรมเก่า ท่านเป็นผู้ประกาศข่าวดีในสมัยปอนทิอัส ปิลาต โดยประกาศการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ของพระเป็นเจ้า ท่านมีลักษณะเหมือนประกาศกเอลียาห์ คือได้บอกให้ประชาชนให้กลับใจ และได้ปรับปรุงการดำเนินชีวิต ในความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า ท่านได้ถูกจับขังคุก และถูกตัดศีรษะในสมัยของเฮโรด อันตีปาส ซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์เฮร๊อด มหาราช เป็นกษัตริย์ในตอนที่พระเยซูเจ้าทรงบังเกิด ท่านได้ติเตียนการสมรสระหว่างกษัตริย์เฮโรดและนางเฮโรเดียส มเหสีของฟิลิป พระอนุชาของพระองค์ ก่อนหน้านี้พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของกษัตริย์อาเรตัส แห่งดามัสกัส จึงได้ประกาศสงคราม และนักประวัติศาสตร์ชาวยิวได้บอกว่า เป็นการลงโทษ ที่พระองค์ได้ประหารชีวิตยอห์น บัปติสต์...เราเองยินดีที่จะได้รับการเบียดเบียน ถ้าเราต้องพูดความจริงในทุกสถานการณ์หรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอพระองค์ประทานให้ลูกมีความกล้าหาญ ที่จะพูดออกมา แม้จะมีคนต่อต้านลูก...เมื่อมีใครรักท่าน เขาจะพูดถึงท่านแตกต่างจากคนอื่น จนทำให้ท่านรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ....คนพูดโกหกจะเดินไปได้เพียงครึ่งโลก ขณะที่คนพูดความจริง สามารถเดินไปทุกหนทุกแห่งในโลก… “ความรักไม่ได้เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่าทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่อยู่ที่การมีความผูกพันและมีความทุกข์พร้อมกับบุคคลที่ตนรัก”

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)


view