สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2018 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

💐ความวางใจในพระเจ้า...
จะทำให้เราสามารถนิ่งสงบได้
แม้ในเวลาที่เผชิญหน้ากับความยากเข็ญ

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา
https://youtu.be/LvFd2vksYuc

🌼ภาวนา
https://youtu.be/6D90Wp1RL9I

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
2 พกษ 19:9 ข - 11, 14-21, 31-35ก, 36
มธ 7:6, 12-14

ของดี อยู่ในมือคนที่ไม่เห็นคุณค่า ก็น่าเสียดาย
หรือไปยัดเยียด ให้คนที่ไม่สนใจ ก็ไร้ประโยชน์
พระเยซูเจ้า ทรงสอนศิษย์ของพระองค์
ให้ใส่ใจคุณค่าสิ่งรอบตัวที่ตนมี และรู้จักใช้
ให้เกิดประโยชน์

เมื่อถูกรบกวน เอาเปรียบ จากอำนาจอื่นที่เข้มแข็ง
กษัตริย์เฮเซคียาห์ ภาวนาร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
สำหรับเมืองและประชากรที่ตนปกครองดูแล
ด้วยความเชื่อมั่น ไว้วางใจในพระเจ้าที่ตนเคารพบูชา
ในที่สุด ท่านได้รับการปกป้อง คุ้มครองดูแลจากพระเจ้า

หมายเหตุ..
บางคนอาจบอกว่า...
คุณจะไม่เห็นค่า ในส่ิงที่มี จนกว่าจะสูญเสียมันไป
แต่ถ้าลองนึกดู..บางที คุณอาจรู้ว่า มีอะไร แต่ไม่เคยคิดว่า
จะต้องเสียมันไป ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”
วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2018
สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า
By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

“คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย...” (มธ 7:6, 1-14)

สายสายนี้คือ
ทางของพระเจ้า
ทางแห่งการติดตามและเข้าพึ่งพระองค์
แม้จะแคบดูเหมือนเป็นความยากลำบาก
แต่พละกำลังและอานุภาพของพระเจ้าต่างหาก
ที่ทำให้ฉันก้าวเดินต่อไปได้


________________

พระเจ้าและพระพรของพระองค์นั้นคือขุมทรัพย์และพละกำลังที่ล้ำค่า แต่สิ่งนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับผู้ที่ไม่เห็นค่า... แน่นอน ความรอดพ้นเป็นสิ่งที่มีค่า และทุกสรรพสิ่งรอคอยความรอดพ้น ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แต่พระพร และพระหรรษทานของพระเจ้าถูกเตรียมไว้เพื่อมนุษย์ในฐานะบุตรของพระองค์เท่านั้น เราจึงไม่เอาสิ่งเหล่านี้ไปมอบให้กับผู้ที่ไม่เข้าใจและไม่เห็นค่า เราไม่ขอมิสซาให้สัตว์เลี้ยง เราไม่มอบศีลศักดิ์สิทธิ์ให้สัตว์ทั้งหลาย เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้เพื่อผู้ที่เข้าใจได้ และสามารถเรียนรู้ได้ เหมือนกับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เรามอบให้เพื่อบุคคลที่มีชีวิตและสามารถเข้าใจความหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์นั้นได้เท่านั้น... ส่วนสรรพสิ่งต่างๆ นั้น พระเจ้าจะมีวิธีการที่จะนำมันกลับสู่ความสมบูรณ์แห่งการสร้างใหม่ของพระองค์เอง แต่มนุษย์คือผู้ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้เพื่อรับพระหรรษทานและความรอดพ้น ที่ประทานให้โดยผ่านทางพระบุตรของพระองค์

บนหนทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านั้น เส้นทางนั้นอาจเป็นหนทางแคบๆ ดูเหมือนไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นหนทางนำไปสู่สันติสุข แต่หนทางนั้นเป็นหนทางที่เราจะเดินผ่านไปเท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือ การได้มีพระเจ้าเป็นเพื่อนร่วมทางต่างหาก... พระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าผู้ชี้ทางเท่านั้น แต่ทว่า พระองค์คือพระเจ้าผู้ร่วมทางด้วย พระองค์ทรงเดินไปพร้อมกับลูกของพระองค์ ทรงพระดำเนินไปพร้อมกับศิษย์ของพระองค์ นำหน้าพวกเขาไปบนหนทางที่เรียกร้องความเชื่อและความวางใจในพระองค์... ความสุขบนหนทาง จึงไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกสบายของเส้นทาง แต่ดูเหมือนจะอยู่ที่เพื่อนร่วมทางต่างหาก ว่าใครที่เดินไปพร้อมกับเรา

ท่านอยากให้เขาทำกับท่านอย่างไร ก็จงทำกับเขาอย่างนั้นเถิด... หากเราต้องการความรักและความเมตตา เราต้องการความช่วยเหลือ กำลังใจและความเห็นอกเห็นใจ... คริสตชนถูกเรียกร้องให้เป็นผู้ให้ก่อน ให้แม้ว่าจะไม่ได้รับกลับมาในสิ่งดีๆ นั้นก็ตาม แต่ก็ยินดีให้ เพราะการให้ด้วยใจกว้าง คือสิ่งที่ออกมาจากใจของลูกของพระเจ้า ค่าตอบแทนนั้นคือความสุขและความยินดีที่ได้ทำ

มันยากนะที่จะเป็นผู้ให้แบบนั้น แต่อาศัยการภาวนา หนทางที่เราจะได้รับพละกำลังจากพระเจ้า ทุกกองทัพของความชั่วร้ายก็จะแพ้ความดีของเราทั้งหมด เพราะความสุขของเราอยู่ที่การเดินตามพระประสงค์ของพระเจ้า และมีพระองค์เป็นเพื่อนร่วมทางบนทางสายนี้ที่พระองค์ทรงเรียกและนำเราไปสู่บ้านของพระองค์ ดังนั้น บนหนทางสายนี้ จงภาวนาเสมอ เพื่อหนทางสายนี้จะไม่ยากเกินไปสำหรับเรา

ข้าแต่พระเจ้า บนหนทางสายนี้ แม้ว่าจะแคบ แต่ลูกขอเพียงสิ่งเดียวคือ ขอให้ลูกสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ด้วยความเชื่อและความวางใจเท่านั้น ทางที่จะแคบและลำบากสักพียงใด ก็คงเดินไปได้ไม่ยาก เพราะความสุขอยู่ที่พระองค์ผู้ทรงเป็นเพื่อนร่วมทางของลูก หาใช่อยู่ที่ความสะดวกสบายบนหนทางไม่.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 18 สัปดาห์ที่ 12 ในเทศกาลธรรมดา
บทอ่าน 2พกษ 19:9ข-11,14-21,31-35ก,36 / มธ 7:6,12-14
ท่านเชื่อหรือไม่ว่า พระเป็นเจ้าจะทรงป้องกันท่านและต่อสู้แทนท่าน ขณะที่ท่านอยู่ท่ามกลางปัญหามากมายในชีวิต? ท่านคิดว่า พระองค์ที่เคยป้องการชาวอิสราเอลในอดีต จะช่วยพระศาสนจักรในยุคปัจจุบัน เหมือนอย่างที่พระคัมภีร์ได้บอกไว้หรือไม่? บางครั้งดูเหมือนว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เมื่อพระเป็นเจ้าเข้ามามีบทบาท และป้องกันมิให้กษัตริย์เซนนาเคริบเข้ามารุกรานอาณาจักรยูดาห์ พระองค์ก็จะกระทำเช่นเดียวกับชีวิตของเรา เพราะพระองค์ทรงซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาของพระองค์ ตั้งแต่ทุกยุคทุกสมัยมาแล้ว ที่พระองค์ป้องกันดูและประชากรของพระองค์ พระองค์ยังคงซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาของพระองค์
เราจะต้องถือว่าพระองค์จะไม่ละทิ้งคนที่พระองค์ทรงรัก โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ พระองค์จะไม่ปล่อยให้พระศาสนจักรของพระองค์ หรือประชากรอิสราเอล ต้องหายไปจากโลกนี้ พระองค์อาจจะต้องสอนและแก้ไขเราตลอดเวลา แต่พระองค์จะไม่ปล่อยให้เรา ที่เป็นเหมือนสมบัติของพระองค์ถูกทำลาย การที่พระศาสนจักรคงอยู่มาตลอดเวลาสองพันปี แม้บางครั้งจะมีเหตุการณ์ที่เป็นที่สะดุด หรือการถูกเบียดเบียน ก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ทำให้เรามั่นใจ พระศาสนจักรเอาตัวรอดมาได้ แม้จะมีการคุกคามมากมาย ทั้งภายในและภายนอกอยู่ตลอดเวลา
และมันไม่เป็นเพียงข้อสังเกตทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่มันเป็นการบ่งชี้ถึงความรัก ที่พระบิดาเจ้ามีต่อเรา แม้บางครั้งเราสมควรที่จะได้รับผลร้ายต่างๆ แต่พระองค์ก็ประทานพระหรรษทานให้แก่เรา สิ่งที่กล่าวมา ไม่ใช่เกิดขึ้นกับประชากรอิสราเอล และพระศาสนจักร แต่เกิดขึ้นกับเราทุกคนในชีวิตประจำวัน ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักร เราจึงเป็นบุคคลที่มีคุณค่าสำหรับพระองค์ นักบุญเปาโลเองเคยบอกพวกคริสตชนที่กรุงโรมว่า พระเป็นเจ้าได้ประทานสิ่งดีดี สำหรับผู้ที่รักพระองค์ (รม 8:28) เราจึงควรวางใจในคำสัญญาของพระองค์ ที่เปรียบเหมือนศิลาที่มั่นคงใช่หรือไม่? ...”ข้าแต่พระบิดาเจ้า ลูกเชื่อพระองค์ โปรดช่วยให้ลูกมีความเชื่อ ด้วยความไว้วางใจ ในความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์ อาแมน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view