สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงนักบุญปฐมมรณสักขีแห่งพระศาสนจักร

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2018 ระลึกถึงนักบุญปฐมมรณสักขีแห่งพระศาสนจักร

🍒ทุกครั้งที่ลูกขอบคุณเรา 
นั่นคือ การแสดงถึงการยอมรับว่า 
เราคือพระเจ้า พระผู้สูงสุด
และผู้ประทานทุกสิ่งแก่ลูก

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงนักบุญปฐมมรณสักขีแห่งพระศาสนจักร
https://youtu.be/k1x-08hVoV0

🍉I Know Who Holds Tomorrow
http://youtu.be/2n3iLXHzX9k

🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏🍏

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2018
ระลึกถึงนักบุญปฐมมรณสักขีแห่งพระศาสนจักร
อ่าน
พคค 2:2,10-14, 18-19
มธ 8:5-17

ความเชื่อ ที่นายร้อยโรมัน แสดงออกต่อพระเยซูเจ้า
ด้วยการกล่าวอย่างมั่นใจว่า ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียว
ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค ทำให้พระเยซูรู้สึกประหลาดใจ
และ ยอมให้ทุกสิ่งเป็นไปตามที่นายร้อยร้องขอ

เพลงคร่ำครวญย้ำเตือน เมื่ออิสราเอล ประชากรของพระเจ้า
ถอยห่างจากความเชื่อ พวกเขาต้องพบกับความทุกข์ยาก
ลำบากในชีวิต

แม้ว่าศูนย์กลางชีวิตคริสตชนที่กรุงโรม
จะถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ.64 คริสตชนจำนวนมาก
ถูกเบียดเบียน จนเกิดมรณสักขี และนักบุญมากมาย
สิ่งที่ทำให้พวกท่านได้เป็นปฐมมรณสักขี คือ
การยึดมั่นในความเชื่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต

หมายเหตุ..
ความเชื่อที่ถูกต้อง จะพาเราไปถูกทาง

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2018

สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าเป็นอัมพาตนอนอยู่ที่บ้าน ต้องทรมานอย่างสาหัส...” (มธ 8:5-17)

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาให้เป็นหมู่คณะ

ให้เรามีสังคมอยู่ร่วมกัน

การรับทรมานของพระบุตร

เป็นเรื่องราวที่สอนให้เราเรียนรู้ที่ในการร่วมชีวิตของกันและกัน

ร่วมรับรู้ในความสุขและความทุกข์ของกันและกัน

วันนี้ ฉันร่วมยินดีในความสุขของพี่น้องมากน้อยเพียงใด

และวันนี้ ฉันร่วมในความทุกข์ยากลำบากกับพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด

ฉันรับรู้ความรู้สึกของกันและกันบ้างไหม...

________________

พระวาจาของพระเจ้ากับบรรยากาศในวันเหล่านี้ เป็นแนวทางของชีวิตจิตคริสตชนจริงๆ ผมเพิ่งจบการนำการเข้าเงียบประจำปีให้กับมาเซอร์ที่อารามคาร์แมล สามพรานเมื่อวานนี้ และกำลังจะเดินทางกลับประจวบฯ สายๆ วันนี้ เพื่อค่ำของวันนี้จะร่วมมิสซาร้อยวันการจากไปของพี่น้องสัตบุรุษท่านหนึ่ง... นี่คือชีวิตที่เราได้แบ่งปันกัน เพื่อฟื้นฟูชีวิตนักบวชในมุมมองหนึ่งของการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ที่เราเรียนรู้ที่จะรับรู้ บรรเทา เป็นกำลังใจ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อเดินไปด้วยกัน... เรื่องราวของน้องๆ ทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ซึ่งการสนทนาที่ควรจะเป็นในวันเหล่านี้ คือ เราจะทำอย่างไรที่จะให้ความช่วยเหลือน้องๆ ทั้ง 13 ให้ปลอดภัยออกมาให้ได้ก่อนมิใช่หรือ หาใช่เรื่องเหตุผลต่างๆ ของการเกิดเหตุไม่ ทำไม ทำไม ทำไม... อาจจะไม่ต้องถามอะไรตอนนี้ รอให้น้องออกมาเล่าเองดีกว่าไหม... แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยเหลือน้องๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับบรรดาผู้ปกครอง บรรดาผู้ทำงาน นั่นคือหัวใจแบบนายร้อยคนนี้หรือเปล่า ที่วันนี้เราควรเรียนรู้...

แน่นอน วาจาของนายร้อยยังคงจารึกไว้ในชีวิตของพระศาสนจักรเสมอ ก่อนที่เราจะรับศีลมหาสนิท “เพียงวาจาเดียว” “เพียงพระองค์ได้ตรัส” เท่านั้น ทุกอย่างก็เกิดขึ้น และเป็นไปได้ นี่คือ “พลังแห่งพระวาจา” “Power of the Word” ... แต่สิ่งที่วันนี้ผมยกมาไตร่ตรองและแบ่งปันกับพี่น้อง มันอาจจะเป็นแรงผลักดันมาจากเรื่องราวและสถานการณ์ในวันเหล่านี้จริงๆ เมื่อพระเจ้าทรงรับเอาความอ่อนของเราไว้ และทรงแบกความเจ็บป่วยของเรา

พี่น้องที่รักครับ  ผมทึ่งและประทับใจที่สุด เมื่อเห็นนายร้อยเป็นห่วงคนใช้ที่เป็นอัมพาต... ทำไมเขารักคนใช้ของเขาถึงเพียงนี้... คนใช้ของเขาเป็นอัมพาต นอนอยู่ที่บ้าน และในประโยคต่อไปในพระวรสาร เราก็ทราบว่า เป็นบ้านของเขา ไม่ใช่บ้านของคนใช้นั้น... เป็นไปได้ไหม ที่เขารับเอาความยากลำบากในการดูแลคนใช้คนนี้ไว้กับเขา เพราะคนใช้คนนี้อยู่ที่บ้านของเขา... ผมเคยพบคนเป็นอัมพาตยาวนานสามสิบกว่าปี ผมไปเยี่ยมเขาตั้งแต่เป็นเด็กๆ จนเขาเพิ่งจากไปได้ไม่นานนี้เอง ผมเข้าใจความรู้สึกมากมายของการอยู่ในสภาพนั้น แต่ผมก็ทำอะไรเพื่อให้เขาหายไม่ได้ นอกจากเป็นกำลังใจให้เขามาโดยตลอด แวะไปเยี่ยมเมื่อมีโอกาส... 

ชีวิตของนายร้อยในสมัยนั้น ที่น่าจะเดินสวนทางกับพระเยซูเจ้าในสถานการณ์ของสังคมเวลานั้น แต่จากหัวใจที่ทุกข์ระทมเพราะความรักต่อคนใช้ของเขา เขาทำทุกอย่าง ทำทุกทาง จนสามารถพบความเชื่อในพระเยซูเจ้า และก้าวไปวิงวอนความเมตตาจากพระองค์... นี่เพราะหัวใจที่รัก และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องมิใช่หรือ ที่ทำให้เขาก้าวไปหาพระเยซูเจ้า... เรื่องราวเหล่านี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบต่อคนใช้ของเขามากมายขนาดนี้ แต่นี่คือหัวใจของคนที่รัก และทุกคนที่รัก เขาก็มาจากพระเจ้า เขาได้พบรักในหัวใจตนเอง ที่นำเขาไปสู่องค์ความรักผู้เปี่ยมล้นด้วยความรักเมตตาอ่อนหวานและอ่อนโยน

วันนี้ น้องๆ ของเราทั้ง 13 คนที่ยังติดอยู่ในถ้ำหลวงมาวันนี้ก็ 7 วันแล้ว คงต้องเป็นความรักในหัวใจเราที่ต้องช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คน ทุกๆ ฝ่ายที่กำลังทำงานช่วยเหลือ เราทำอะไรได้บ้าง ให้เราทำเถอะ แม้การเก็บเรื่องราวเหล่านี้ในการอธิษฐานภาวนาประจำวันของเรา คำพูดที่สร้างสรรค์ จรรโลงใจกันและกัน ความคิดความรู้สึกที่เป็นกำลังใจแก่กันและกัน ทำอะไรได้ ขอให้เราทำเถอะ แต่อย่าทำร้ายทำลายน้ำใจกันในวันเหล่านี้เลย วันที่หลายๆ คนกำลังมีความทุกข์ น้องๆ ทั้ง 13 เอง บรรดาผู้ปกครอง และคนมากมายกำลังร่วมทุกข์และเป็นกำลังใจแก่กัน ให้เราได้ภาวนา และเป็นความปรารถนาดีสำหรับทุกๆ คนนะครับ

นี่คือแบบอย่างของพระบุตร พระเยซูคริสตเจ้า ที่เจ็บปวดรวดร้าวในความทุกข์ยากพร้อมกับเรามนุษย์ พระองค์ทรงรับแบบความเจ็บป่วยของเราไว้ พระองค์ทรงรับเอาความอ่อนของเราไว้ในพระองค์ ด้วยการที่พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวในชีวิตของมนุษย์อย่างเรา นี่คือสำนึกของศิษย์พระเยซูครับ เราเมินเฉยต่อความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้องไม่ได้ เราต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องของเรา มีความสุขเมื่อเขามีความสุข และร่วมในความทุกข์เมื่อเขามีความทุกข์... และวันนี้ สิ่งที่น่าไตร่ตรองที่สุดคือ เรารู้สึกอย่างไรในความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้อง เมื่อพระเจ้าทรงแบกรับความอ่อนแอและบาปของเราไว้... ขอให้เราตอบเป็นชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานกันนะครับ

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระเมตตาต่อบรรดาพี่น้องผู้ประสบความทุกข์ยาก ขอพระองค์ทรงประทานหัวใจที่อ่อนโยนและเมตตาไว้ในใจของทุกคน เพื่อจะเป็นหนึ่งเดียวกัน มีชีวิตอยู่เพื่อบรรเทาและเป็นกำลังใจของกันและกันตลอดไปเทอญ

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน พคค 2:2,10-14,18-19 / มธ 8:5-17
ก่อนที่อัครเทวดากาเบรียลจะแจ้งสารให้พระแม่มารีย์ ว่าพระแม่จะเป็นมารดาของพระบุตรของพระเป็นเจ้า หญิงพรหมจารีแห่งนาซาเร็ธผู้นี้ ได้ยินและได้รำพึงถึงข้อความจากพระคัมภีร์ ที่ได้รับการประกาศในศาลาธรรม พระแม่ได้ยินบ่อยครั้งว่า พระเป็นเจ้าได้เรียกประชากรอิสราเอลว่า เป็นประชากรของพระองค์ ที่พระองค์ได้ช่วยให้พ้นจากการเป็นทาส และพระเป็นเจ้าทรงเสียพระทัย ที่ประชากรของพระองค์ได้เหินห่างจากพระองค์ และหันไปนมัสการพระเท็จเทียม
เช่นเดียวกับ”ธิดาแห่งศิโยน”ในหนังสือเพลงคร่ำครวญ พระแม่ได้ร่ำไห้ถึงสถานภาพของประชากร ที่ได้เหินห่างจากพระเป็นเจ้า ให้เราคิดถึงพระแม่มารีย์ซึ่งได้ร่วมสวดภาวนา พร้อมกับบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อสวดภาวนาวิงวอนสำหรับกรุงเยรูซาเล็ม และได้วิงวอนขอพระเป็นเจ้า โปรดช่วยให้ประชากรอิสราเอล ได้กลับมามีความรักกับพระองค์อีกครั้งหนึ่ง
ตลอดชีวิตของพระแม่มารีย์ พระจิตเจ้าได้ทรงประทานความรักและความเมตตากรุณาในหัวใจของพระแม่ พระแม่ได้รำพึงถึงกิจการของพระเป็นเจ้า ที่เกิดขึ้นในตัวพระแม่และพระบุตร (ลก 2:51) พระแม่ได้เข้าใจเป็นอย่างดีว่า พระเป็นเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งมหัศจรรย์ในตัวพระแม่ ขณะที่อัครทูตสวรรค์ได้บอกล่วงหน้าว่า พระแม่จะให้กำเนิดกษัตริย์ ซึ่งพระราชัยของพระองค์จะคงอยู่ตลอดไป และพระแม่ยังมีส่วนในการนำความรอดมาสู่โลกด้วย
ท่านเองเชื่อหรือไม่ว่า พระเป็นเจ้าจะช่วยให้ท่านมองเห็นเหตุการณ์ภายหน้า เกี่ยวกับความต้องการและการเสาะหาของประชากรของพระองค์หรือไม่? ท่านเชื่อหรือไม่ว่า พระเป็นเจ้าจะทรงสดับฟังท่าน เมื่อท่านทูลขอพระองค์ในนามของประชากรของพระองค์? และพระองค์จะทรงตอบสนองคำอ้วนวอนของท่านมากกว่าการคาดหวังของท่านใช่หรือไม่? ขอให้ข้อความจากพระคัมภีร์จงอยู่ในใจของท่าน และท่านจะพบว่า พระเป็นเจ้าจะทรงกระทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ผ่านทางตัวท่านอย่างแน่นอน.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/yoOI5aMYOOo

view