สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2018 ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2018 ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก

🍒 เมื่อข้าพเจ้าเงยหน้าดูภูเขา...
ความอุปถัมป์ข้าพเจ้ามาจากไหน
ความอุปถัมภ์ข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า..
ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2018
ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก
https://www.youtube.com/watch?v=YgqB_MOvlSo&t=59s

🌼 เราจะเปล่งเสียงโมทนา
http://youtu.be/zqBD24pwCmA

🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2018
ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก
อ่าน
อฟ 2:19-22
ยน 20:24-29

การเป็นบุคคลที่มีบุคลิกลักษณะนิสัยที่เชื่อยาก
หากไม่มีประสบการณ์ ทำให้นักบุญโทมัสไม่เชื่อ
เมื่อศิษย์คนอื่น ๆ แจ้งข่าว การเสด็จมาของพระคริสตเจ้า
แต่เมื่อโทมัสได้มีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูเจ้า
ท่านเชื่อสุดใจ 

จดหมายของนักบุญเปาโล ตอกย้ำ..
พระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นศูนย์กลาง และหลักยึดเหนี่ยว
ความเชื่อคริสตชน เพื่อการผสานที่แนบแน่น มั่นคง
ความเชื่อนี้ ต้องการ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

หมายเหตุ..
เมื่อเราทุกคนมี ล้วนมี
ประสบการณ์ของความเชื่อ....
ดังนั้น จงเชื่ออย่างมีสติ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 3 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า...ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน 20:24-29)

ท่ามกลางครอบครัว

คือความสัมพันธ์ของความเป็นพี่น้อง

ความเชื่อจึงมาจากพื้นฐานของครอบครัวที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า

โทมัสไม่ควรจะสงสัยในพระเจ้า

แต่ท่านควรสงสัยและสังเกตว่า มีอะไรเปลี่ยนไปในชีวิตของผู้ที่ได้พบกับพระเจ้าต่างหากมิใช่หรือ

หากฉันเห็นและมีประสบการณ์กับพระเจ้า

ชีวิตของฉันควรเป็นข่าวดีให้คนอื่นเชื่อมิใช่หรือ

แม้เขาจะไม่เห็นพระเจ้า แต่เพราะชีวิตของผู้ที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า

สิ่งนี้ก็มากพอมิใช่หรือ ที่จะทำให้เขาเชื่อ เพราะเราเป็นพี่น้องกัน... มิใช่หรือ...

แต่ชีวิตฉันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า...

________________

ในบรรยากาศของพระวรสารวันนี้ บางคนอาจจะตำหนิความเชื่อของโทมัส และเมื่อเราพูดถึงนักบุญอัครสาวกท่านนี้ เราก็มักคิดถึงความไม่เชื่อของท่าน เมื่อพระเยซูเจ้ากลับคืนชีพ แต่หากเรามองดูเหตุการณ์ต่างๆ ดีๆ เราก็จะพบว่า อัครสาวก บรรดาศิษย์ทุกคนนั่นแหละไม่เชื่อมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่พวกเขาได้อยู่ในเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงปรากฏมาเท่านั้น พวกเขาได้เห็นแล้วก็ได้เชื่อ แต่โทมัสไม่อยู่ และเขาไม่เชื่อ หากเขาอยู่เขาก็คงจะเชื่อด้วยแน่ๆ... เพราะในบรรยากาศแบบนั้น ทุกคนกำลังท้อถอย ทุกคนกำลังหวาดกลัว ทุกคนกำลังไม่เข้าใจเรื่องของพระคริสตเจ้าด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่บรรดาศิษย์ที่อยู่ด้วยกันในห้องนั้นได้เปรียบตรงที่ได้เห็นพระเยซูเจ้าเท่านั้นเอง... เราไม่ทราบว่าโทมัสไปไหน ท่านไปทำอะไรอยู่ ทำไมจึงไม่อยู่กับบรรดาศิษย์เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา เราไม่ทราบเลย แต่พระวรสารบันทึกว่า ท่านไม่อยู่เมื่อพระองค์เสด็จมา...

ไม่รู้ซินะ ใครจะว่าผมเข้าข้างนักบุญโทมัสหรือเปล่า... แต่ผมมองที่ความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียกว่าหมู่คณะครับ มองทั้งสองด้าน ทั้งจากด้านของโทมัสเอง และด้านจากบรรดาศิษย์ที่อยู่ในห้องนั้น ทำไมความไม่เชื่อจึงเกิดขึ้น หมู่คณะทั้งหมดจะหลอกโทมัสหรือ หรือโทมัสไม่เคยเชื่อใจพวกเขาหรือ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้ เมื่อบทอ่านที่หนึ่งพูดถึงความสัมพันธ์กันแบบพี่น้องในครอบครัวของพระเจ้าโดยมีบรรดาอัครสาวกเป็นรากฐาน (เทียบ อฟ 2:19-22)

พี่น้องที่รักครับ เมื่อวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล ผมได้แบ่งปันการไตร่ตรองกับพี่น้องว่า บางทีเราต้องยอมรับว่า การเรียนคำสอน การเรียนรู้จักความจริง การเรียนรู้จักพระเจ้านั้น ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องทำตลอดชีวิต แบบ On Going Formation ของบรรดานักบวช คือการอบรมและศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และบางครั้ง เราก็ไม่อาจทำสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง เราไม่นักวิทยาศาสตร์ และเราก็ไม่ใช่นักเทววิทยา เราไม่สามารถศึกษาเรื่องเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง แต่เราก็เชื่อมั่นในสิ่งที่พระศาสนจักรได้ประกาศและสั่งสอน ด้วยเรามั่นใจว่า พระศาสนจักรได้กลั่นกรองสิ่งเหล่านี้มาเพื่อลูกๆ ของพระศาสนจักรที่เป็นดังมารดาศักดิ์สิทธิ์ เหมือนเราจะเชื่อฟังพ่อแม่ จากประสบการณ์ของท่าน...

มีคำแนะนำหลายอย่างที่ละเอียดอ่อนในการทำงานอภิบาล... สัตบุรุษบางคนบอกผมว่า คุณพ่อคิดมากไปหรือเปล่า แต่ แต่ แต่ ผมไม่มีคำตอบครับ นอกจากความมั่นใจในพระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านประสบการณ์มา และได้สอน ได้แนะนำครับ ผมเชื่อและทำตามครับ... พระศาสนจักรผ่านร้อนผ่านหนาวมาสองพันกว่าปี พระศาสนจักรล้มลุกคลุกคลานมามาก ประสบการณ์นั้นยิ่งใหญ่ครับ และเมื่อผมไม่จำเป็นต้องทดลองในทุกเรื่อง ดังนั้น จากความสัมพันธ์ในความเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้านั้น ผมคิดและมั่นใจว่าความนอบน้อมเชื่อฟังต่อคำสอนของพระศาสนจักรนั้น เป็นสิ่งที่ผมควรฟังและเชื่ออย่างยิ่ง แม้จะยังไม่เข้าใจอะไร แต่เพราะความมั่นใจในความเป็นพี่เป็นน้อง ในความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ของสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า ผมเชื่อในสิ่งที่พระศาสนจักรสั่งสอนครับ และหากเราอยากเรียนรู้ หากเรามีเวลา เราก็ศึกษาต่อได้ครับ พระศาสนจักรมารดาศักดิ์สิทธิ์ก็จะสามารถค่อยๆ ทำให้เราเรียนรู้ครับ แต่อย่าลืม ผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อ ก็เป็นสุข...

สิ่งที่น่าสงสัยคือ ผมคิดว่า โทมัสกลับมา น่าจะพบความเชื่อของบรรดาศิษย์ที่อยู่ด้วยกัน กลับเป็นความเชื่อที่มีชีวิตชีวาขึ้นไหม หลังจากเก็บตัวด้วยความกลัวมานาน พวกเขาคงมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างมิใช่หรือ เพราะการได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้า... พี่น้องที่รักครับ ผมกำลังพูดถึงชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานครับ ที่น่าจะทำให้โทมัสสงสัย ไม่ใช่ในการปรากฏมาของพระเยซู แต่สงสัยว่า มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมชีวิตของเพื่อนพี่น้องของเขาจึงเปลี่ยนไปในทางที่มีชีวิตชีวา มีกำลังใจ ในขณะที่ก่อนหน้านี้ พวกเราหมดหวัง สิ้นหวัง ผิดหวังกันหมดแล้ว วันนี้มีอะไรเกิดขึ้น พี่น้องของเราเปลี่ยนไป...

นี่คือสิ่งที่สำคัญจริงๆ... คนที่ได้พบพระเจ้า คนที่ได้พบพระเยซูเจ้า ชีวิตของเขาได้รับพละกำลังและกำลังใจมากขึ้น... ไม่ผิดอะไรที่ใครจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ยังไม่มีประสบการณ์ แต่ประสบการณ์ของพี่น้องต่างหาก ประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปต่างหากมิใช่หรือ ที่ทำให้พี่น้องแม้คนที่ไม่มีประสบการณ์กับพระได้เชื่อว่า พวกเขาได้พบพระเจ้าแล้ว...

ชีวิตที่ได้พบพระเจ้าย่อมมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแน่ๆ เป็นกำลังใจที่เปี่ยมล้น แบบล้นไปสู่พี่น้องทุกคน จนคนอื่นๆ พบและมั่นใจว่า เขาได้พบอะไรดีๆ เขาได้พบพระเจ้าแล้วแน่ๆ ชีวิตเขาจึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น เขามีความสุข เขามีกำลังใจ... สิ่งเหล่านี้ควรทำให้พี่น้องรอบข้างเราซึมซับได้มิใช่หรือ...

วันนี้ ฉันเป็นคริสตชน ฉันมีประสบการณ์อะไรกับพระเจ้าบ้าง ฉันพบพระเยซูเจ้าในชีวิตของฉันบ้างไหม และฉันเชื่อในพระองค์บ้างไหม ความเชื่อในพระองค์เปลี่ยนแปลงอะไรฉันบ้าง ที่อาจจะทำให้ฉันเป็นเครื่องมือของข่าวดีที่ว่า พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ และเราจะบอกกับทุกคนด้วยกำลังใจเปี่ยมล้นในชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานของการได้พบและมีประสบการณ์กับพระเจ้าได้ว่า ... “ในโลกนี้ ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่อย่าท้อใจ เราชนะโลกแล้ว...” หากเราประกาศเรื่องราวเหล่านี้ จากประสบการณ์ที่ทำให้เราเปี่ยมด้วยความยินดี เรามีกำลังใจในการดำเนินชีวิตคริสตชนอย่างดีแล้วนั้น โทมัสจะเชื่อเราแน่ๆ มิใช่หรือ แต่หากหน้าตาของเราเศร้าหมอง โศกเศร้าไร้ความหวัง เราจะไปประกาศอะไรกับใคร... พี่น้องที่รักครับ ขอประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้าในความรักเปี่ยมล้นของพระองค์ต่อเรานั้น ทำให้เราเจริญชีวิตอย่างมีชีวิตชีวากับทุกคน เพื่อทุกคนที่พบเราจะมีความสุขพร้อมกับเรา แม้จะไม่มีประสบการณ์กับพระเจ้าเช่นเราก็ตาม แต่พวกเขาจะมีความสุข เพราะได้เชื่อจริงๆ โดยประจักษ์พยานชีวิตของเรา ที่จะบอกเขาว่า เราได้พบอะไรเมื่อเขาไม่อยู่ เขาจะมองดูชีวิตของเราที่เปลี่ยนไปเพราะได้พบพระเจ้า ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีแต่ความยินดี มีความหวัง กำลังใจ และไม่เคยท้อถอยในชีวิตที่เปี่ยมได้ด้วยความรักความเมตตาและคุณงามความดี นี่แหละ คริสตชนที่ได้พบพระคริสตเจ้า เมื่อพระองค์ทรงกลับคืนชีพ แล้วฉันล่ะ ฉันสัมผัสอะไรได้บ้าง...

ข้าแต่พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า... นี่คือการบ้านของลูก ที่จะทำให้โทมัสพี่น้องของลูกเชื่อในพระองค์ เพราะชีวิตของลูก ข้าแต่พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ช่วยลูกให้เป็นประจักษ์พยานในพระองค์เถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่ 3 กรกฏาคม 18 ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก
บทอ่าน อฟ 2:19-22 / ยน 20:24-29
เป็นไปได้ว่า นักบุญโทมัสเกิดในแคว้นกาลิลี ชื่อของท่านในภาษากรีก (ดีดีมุส) ที่มีความหมายว่า “ฝาแฝด” ในการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาอัครสาวกของพระองค์ว่า พระองค์กำลังจะเสด็จไปเตรียมที่สำหรับพวกเขา โทมัสยังได้รับความมั่นใจจากพระองค์ว่า พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต แต่โทมัสยังมีความสงสัยว่าพระองค์ได้ทรงกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายได้อย่างไร เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เกิดประโยคว่า “โทมัสผู้สงสัย” นอกจากนี้ โทมัสยังอยู่ในเหตุการณ์ของการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า ณ ทะเลสาบกาลิลี เมื่อมีอัศจรรย์เรื่องการจับปลาได้จำนวนมากได้ขึ้น และนี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของโทมัส เท่าที่เรารู้ในพระธรรมใหม่ หนังสืออาโปกรีฝาในศตวรรษที่ 3 หรือ ที่ 4 ได้บันทึกว่าหลังจากที่บรรดาอัครสาวกได้แยกย้ายกัน หลังวันพระจิตเสด็จลงมา โทมัสได้ถูกส่งไปประกาศข่าวดี แก่ชาวปาเทียน เมแดส และเปอร์เซีย ที่สุดท่านได้เดินทางไปประเทศอินเดีย ได้นำความเชื่อไปยังชายฝั่งมาลาบาร์ ที่ในปัจจุบันนี้มีสัตบุรุษจำนวนมากได้เรียกตัวเองว่า “คริสตชนของนักบุญโทมัส” ท่านได้เสียสละเลือดเพี่อพระอาจารย์ของท่าน โดยถูกหอกแทงจนถึงแก่ความตาย ท่านเป็นอุปถัมภ์ของคนงานก่อสร้าง.
หลังจากพระเยซูเจ้าได้ถูกตรึงกางเขน บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าได้ประชุมกัน ในห้องชั้นบน โดยที่ประตูยังปิดอยู่ เพราะกลัวว่าจะถูกประหารชีวิตเหมือนพระอาจารย์ โทมัสไม่ได้อยู่กับพวกเขา เมื่อพระเยซูเจ้าได้ปรากฏองค์ ท่านจึงได้ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าพระองค์ได้กลับคืนชีพ ถ้าไม่ได้พิสูจน์ด้วยบาดแผลของพระองค์ อีกสัปดาห์ต่อมา ขณะที่โทมัสประชุมพร้อมกับบรรดาสานุศิษย์ พระเยซูเจ้าได้ทรงปรากฏองค์อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับทักทายว่า “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (ยน 20:21) และได้แสดงรอยบาดแผล พร้อมกับบอกโทมัสว่า อย่าสงสัยอีกต่อไป โทมัสจึงได้ตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเป็นเจ้าของข้าพเจ้า”.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view