สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพุธที่ 4 กรกฏาคม 18 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

วันพุธที่ 4 กรกฏาคม 18 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

🍀 ทุกหนทางที่เราเดิน
ทุกการกระทำที่เราทำ
ถ้าเราทำด้วยความเชื่อ
ถ้าเราเดินด้วยความเชื่อฟัง
และถ้าเราให้ "พระเจ้า" ทรงนำย่างเท้าของเรา...
เราจะเดินในทางสว่าง...และอยู่บนทางแห่งพระพร

📚บทอ่านประจำวันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2018
https://www.youtube.com/watch?v=__JEdfruJhQ

🌻 บทภาวนาเช้า
http://youtu.be/xgY2diCZsQc

☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2018
อ่าน
อมส 5:14-15,21-24
มธ 8:28-34

พระเยซูเจ้า ทำให้เห็นว่า...
ต่อหน้าผู้ทรงความดีนั้น
ไม่ว่าพลังของความชั่วร้าย
จะน่ากลัวสักเพียงใด
ก็มีอันหมดต้องหมดอำนาจไป

เพื่อจะมีชีวิตที่ดี...
เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกอาโมส
ให้แสวงหาความดี ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม
ความชอบธรรม นำตัวให้ห่างจากความชั่ว

หมายเหตุ..
ดี หรือ ชั่ว อยู่ที่ ตัวทำ
สูง หรือ ต่ำ อยู่ที่ ทำตัว

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 4 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ข้าแต่พระบุตรของพระเจ้า ท่านมายุ่งกับเราทำไม...” (มธ 6:28-34)

ลูกของพระเจ้า

คือผู้ที่พร้อมและยอมให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขา

และจากนั้น ชีวิตของเขาก็ดีกว่าเดิมมาก...

ท่านมายุ่งกับเราทำไม

พ่อ แม่ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับหนูได้ไหม

แต่เพราะลูกเป็นลูกไง

พ่อกับแม่จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทในชีวิตของลูก

ท่านมายุ่งกับเราทำไม...

แท้จริงแล้ว... เพราะพระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา

ชีวิตของเรามิได้ดีขึ้นกว่าเดิมหรอกหรือ ???

ข้าแต่พระบุตรของพระเจ้า

เมื่อวิญญาณของฉันสามารถประกาศว่าพระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า

แล้วทำไมวิญญาณของฉันจะไม่เปิดประตูต้อนรับพระองค์เล่า...

พระองค์มายุ่งกับฉันทำไม...

แต่เมื่อพระองค์เข้ามายุ่งจริงๆ

ฉันกลับพบว่า ชีวิตของฉันดีกว่าเดิมมาก.

________________

บทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้จากหนังสือประกาศกอาโมส เราพบสิ่งที่เป็นกระแสเรียกและอัตลักษณ์ของคริสตชนจริงๆ ที่เป็นความแตกต่างในมุมมองของโลก เพราะพระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราเป็นคนดีจากภายในจริงๆ คือต้องดีจริงๆ ไม่ใช่เพียงดูดี...เพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยในชีวิตของเรา คือหัวใจที่ปรับเปลี่ยนในตนเอง ไม่ใช่การจำศีลอดอาหาร การพลีกรรม หรือการถวายเครื่องบูชามากมายเพื่อให้ตนเองดูดีเท่านั้น นั่นไม่ใช่สิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัย... แต่ว่า เป็นการกลับใจจากส่วนลึกของจิตใจอย่างแท้จริง การคืนความรักความเมตตาแก่เพื่อนพี่น้อง การเมตตาและให้อภัยกันต่างหาก ไม่ใช่เฝ้าซ้ำเติมกันอยู่ร่ำไป สิ่งที่พลาดพลั้งลงไปแล้ว บทเรียนมีอยู่ในผลของความพลาดพลั้งอยู่แล้ว สิ่งที่น่าเทิดทูนคือ การสามารถผ่านวิกฤตนั้นๆ มาอย่างมีสติต่างหากไม่ใช่หรือ... การลงโทษจะจำเป็นขนาดไหน หากการรู้สำนึกและสามารถเรียนรู้นั้นได้ให้คุณค่ามากมาย แต่ความรู้คุณในอดีตที่ผ่านไปนั้นต่างหาก ที่ต้องสอนให้เรารู้ว่า เราต้องทำอย่างไร เมื่อลูกของพระเจ้าคือผู้ที่ต้อง “ผ่านอดีตด้วยความกตัญญูรู้คุณ อยู่ในปัจจุบันด้วยความกระตือรือร้น และก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวัง...”

แต่เพราะการนี้กระมัง ปิศาจที่จมอยู่ในความบาปของตนจึงเข้ามาหาพระเยซูเจ้า และร้องตะโกนว่า “ข้าแต่พระบุตรของพระเจ้า ท่านมายุ่งกับเราทำไม...” ... ท่านมายุ่งกับเราทำไม... คือไปตามทางของท่านเถอะ ท่านมายุ่งกับเราทำไม... มันรู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้า และไม่ต้องการต้อนรับพระองค์ในชีวิตของมัน คือมันไม่ต้องการการกลับใจ ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง

เป็นไปได้ไหม ที่หลายคนจะบอกกับอาโมสว่า... ท่านมายุ่งกับเราทำไม... เมื่อพวกเขาปฏิบัติกฎของพระเจ้าแบบผ่านๆ ไป (ให้เราไตร่ตรองบทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ทุกๆ วัน) คือเหมือนกำลังจะบอกว่า ฉันอยู่ของน่ะดีแล้ว อย่ามาสร้างความยากลำบากให้ฉันอีกเลย... เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเรียกเราให้เป็นคริสตชน... เราก็ถูกเรียกร้องให้เจริญชีวิตบนมาตรฐานของผู้เป็นลูกของพระเจ้า... ฉันไปวัด ฉันทำบุญมากมาย ฉันไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน... แต่ดูเหมือนเท่านี้ยังไม่พอ พระเจ้าไม่ได้ทรงพอพระทัยความเป็นอยู่ของเราแบบนี้ แต่เรียกร้องการเป็นลูกของพระเจ้าที่เพียบพร้อมด้วยความดีบริบูรณ์... เหนื่อยนะ เป็นคริสตังอ่ะ แต่เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้า เราคงไม่ทิ้งธรรมชาติของเราที่เราถูกสร้างมาเป็ฯนภาพลักษณ์ของพระเจ้าใช่ไหม... เราจะปล่อยให้ปิศาจมันเข้ามายึดครองชีวิตของเราหรือ... เบื้องหน้าพระเจ้า เราอาจจะประกาศว่า พระองค์เป็นพระเจ้า “ข้าแต่บุตรของพระเจ้า” แต่สุดท้าย เราก็ไม่ต้องการให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา เราคิดว่าเราดีแล้ว อย่ามาบยุ่งกับฉันดีกว่า ทุกวันนี้ฉันไม่ได้ไปทำร้ายใคร ฉันอยู่ของฉันดีๆ ตรงนี้ ไม่มีศัตรู ไม่เบียดเบียนใคร... แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระเจ้า องค์ความดีครบครัน ฉันก็กลับบอกว่า “ท่านมายุ่งกับเราทำไม...”

หากเราศึกษาต่อในเรื่องนี้ เราจะพบว่า... หลังจากนั้นเมื่อคนมากมายมาเห็นคนผีสิงสองคนนี้ พวกเขาพบว่า ทั้งสองอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเดิม... นี่คือชีวิตของผู้ที่พระเจ้าเข้ามามีบทบาท และพระองค์ยอมไม่ได้ที่จะให้ปิศาจมีบทบาทในชีวิตของลูกของพระองค์มากกว่าความรักและพระเมตตาของพระองค์ เราพบว่า เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราจริงๆ แล้ว ชีวิตของเรากลับดีขึ้นมากมิใช่หรือ... หรือว่า วันนี้ฉันยังอยากจะบอกว่า “พระองค์มายุ่งกับชีวิตฉันทำไม” ฉันไปวัดวันอาทิตย์ ฉันทำบุญ ฉันจำศีลอดอาหาร พระองค์จะเอาอะไรกับฉันอีก...

โห เราคงต้องถามตนเองต่างหาก ฉันต่างหาก ที่มาเป็นคริสตชนเพราะเหตุใด ฉันหวังพึ่งพระหรรษทานของพระเจ้าเพื่อเป็นคนดีกว่าคนอื่นมิใช่หรือ เพื่อคิด ทำ และเจริญชีวิตบนมาตราฐานของพระเยซูมิใช่หรือ... แต่วันนี้ เมื่อเป็นคริสตชนแล้ว เมื่อเป็นลูกของพระแล้ว... ฉันจะบอกหรือว่า... “ท่านมายุ่งกับเราทำไม”

พี่น้องที่รักครับ อุปสรรคของการเป็นลูกของพระนั้นมีไม่น้อย แต่พระหรรษทานของพระเจ้าได้ถูกเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเปิดหัวใจ เปิดโอกาสให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา ยอมรับความอ่อนแอของเรา และพระองค์เองต่างหาก จะทำให้อุปสรรคเหล่านั้นหายไป และชีวิตของลูกของพระเจ้าจะง่ายและดีขึ้นมาก... เปิดใจให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทเถอะ...

ข้าแต่พระเจ้า ลูกเอง ขออัญเชิญพระองค์เข้ามาสัมผัสจิตใจของลูกที่กำลังถูกครอบงำจากวิถีของโลก ขอพระองค์สัมผัสใจลูกเสมอทุกวันเถิด ลูกพร้อมขอให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูก เพื่อชีวิตของลูกจะได้สามารถเป็นชีวิตแห่งการเป็นลูกของพระองค์อย่างแท้จริง... ลูกทำอะไรได้บ้างหรือ หากปราศจากพระองค์ ลูกต่างหากที่มั่นใจว่า เมื่อพระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูก แท้จริงแล้ว ชีวิตของลูกดีกว่าเดิมมากนัก...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพุธที่ 4 กรกฏาคม 18 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อมส 5:14-15,21-24 / มธ 8:28-34
เราจะทำให้หัวใจของเราเป็นสถานที่ต้องรับพระเยซูเจ้าได้อย่างไร? การร่วมพิธีมิสซาหรือการสวดภาวนาทุกวันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพที่แท้จริง ในศตวรรษที่ 8 ก.ค.ศ.ประกาศกได้บอกกับพวกประชากรอิสราเอลว่า “จงแสวงหาความดี อย่าแสวงหาความชั่ว แล้วท่านจะมีชีวิต” ท่านได้เตือนพวกเขามิให้พอใจกับความมั่นใจที่ไม่แท้จริง ที่เกิดขึ้นจาการปฏิบัติศาสนกิจ แต่ยังคงเบียดเบียนคนยากจนและคนที่ขาดแคลน พวกเขาจะต้องทำความยุติธรรมเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาต้องการพระหรรษทานและความพึงพอใจของพระเป็นเจ้า (อมส5:154)
เรื่องที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นกับเราเช่นเดียวกัน การเชื้อเชิญให้พระเยซูเจ้าเข้ามาในชีวิตของเรา หมายความว่าเราจะต้องรับเอาธรรมชาติของพระองค์ รวมทั้งความเมตตากรุณาของพระองค์ ที่มีต่อผู้ที่ต้องทรมานจากความอยุติธรรมในสังคม การอ่านพระคัมภีร์ การสวดภาวนา การร่วมในพิธีมิสซา และการรับศีลมหาสนิท ล้วนแต่ทำให้เราเจริญเติบโตในชีวิตคริสตชน แต่เรายังต้องลงมือปฏิบัติด้วย และเราต้องทำตัวเหมือนประชากรอิสราเอล ในสมัยอาโมส ที่ได้ถวายเครื่องบูชาแด่พระเป็นเจ้า แต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นที่พอพระทัยพระองค์ มีคำถามว่า เรากำลังทำงานเพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว จากหัวใจของเรา และจากความ อยุติธรรมจากโลกของเรา
การแสวงหาความยุติธรรมอย่างแท้จริงนั้น มีความหมายว่าเราต้องรักบุคคลรอบๆตัวเรา ด้วยความรักของพระคริสตเจ้า พระเยซูเจ้ามิใช่เพียงแต่เสด็จไปที่ศาลาธรรมเท่านั้น พระองค์ยังคงรักษาคนเจ็บป่วย แม้จะเป็นวันสับบาโตก็ตาม และยังทรงให้กำลังใจ แก่ผู้ที่ตกในบาป เพื่อให้ใช้เสรีภาพในการกลับใจ ขณะที่เรากำลังกระทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้า มากกว่าเกี่ยวข้องกับตัวเรา หัวใจของเราจะต้องเปิด และยอมรับพระจิตเจ้า แล้วนั้น “จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลงเหมือนน้ำ และให้ความชอบธรรม เป็นเหมือนธารน้ำ ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง (อมส 5:24).

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view