สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา


🐠 เมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้สึกว่า
หนทางของลูกยากลำบาก
จงรู้เถิดว่า...
นั่นคือเวลาที่ดีที่สุดที่ลูกจะวางใจในเรา
และมองเห็นอำนาจในการทำงานของเรา

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 9 กรกฏาคม 2018 
ระลึกถึงนักบุญออกัสติน เซารง 
และเพื่อนมรณสักขี ชาวจีน
https://www.youtube.com/watch?v=eMGwaee8cPw

🍊 In The Palm of Your Hand
http://youtu.be/yeoRGIeYWiQ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

วันจันทร์ที่ 9 กรกฏาคม 2018 
ระลึกถึงนักบุญออกัสติน เซารง 
และเพื่อนมรณสักขี ชาวจีน
อ่าน
ฮชย 2:16,17 ข-18, 21-22
มธ 9:18-26

ท่าทีของพระเยซูเจ้า เมื่อมีคนมาขอความช่วยเหลือ 
พระองค์ไปทันที ขอเพียงคนนั้นมีความเชื่อ
ไว้วางใจ ให้พระองค์ทรงจัดการ นำพา

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา
แม้ว่าอิสราเอล ประชากรที่ได้รับการเลือกสรรจะทำผิด
ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า แต่พระเจ้ามิได้ถือโทษ โกรธ เคือง
พระองค์ทรงพร้อมที่จะคืนดี รื้อฟื้นความสัมพันธ์แห่งความรักมั่นคง
ขอเพียงพวกเขามีความเชื่อ ที่สัตย์ซื่อ

แม้ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก จากการเบียดเบียน
จำกัดสิทธิ เสรีภาพ ของความเชื่อในศาสนา แต่อาศัย
กิจการดีที่ทำด้วยความเชื่อ ของท่านนักบุญออกัสติน เซารง
และเพื่อนมรณสักขี ชาวจีน พวกท่านสามารถนำคนรุ่นหลัง
จำนวนมากให้เข้ามาหาพระเจ้า ด้วยแบบอย่างชีวิตของพวกท่าน

หมายเหตุ..
เมื่อเราเชื่อมั่นว่า ทำได้ มันก็เป็นไปได้
แต่ถ้าไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ แล้วมันจะทำได้ยังงัย

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)




“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 9 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ถ้าฉันเพียงได้สัมผัสฉลองพระองค์เท่านั้น ฉันก็จะหายจากโรค...” (มก 9:18-26)

นี่คือความเชื่อที่คนหนึ่งมี

ต่อผู้ที่เป็นมากกว่าประกาศก

แต่เป็นลูกของพระเจ้า...

เมื่อประกาศกเป็นความหวังของประชากรของพระองค์เช่นนั้นแล้ว

บุตรของพระเจ้าควรเป็นความบรรเทากับพี่น้องมากกว่านั้นสักเพียงใด

เพียงได้สัมผัสเพียงฉลองพระองค์เธอก็ได้รับการรักษา

พระองค์ทรงเป็นความหวังและความรอดพ้นของคนทั้งหลาย

ฉันล่ะ ลูกพระเจ้าอย่างฉัน

ท่ามกลางความวุ่นวายใจของคนมากมาย

ท่ามกลางความทุกข์ยากของคนทั้งหลาย

คริสตชนอย่างฉันเป็นความหวังใดสำหรับพี่น้อง

หรือฉันเอง... ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับคนอื่นๆ เลย...

________________

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านไป พระวาจาของพระเจ้าพูดถึงชีวิตของประกาศกของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงใช้พวกเขาเป็นดังเสาหลักของความเชื่อในพระองค์ ประกาศสอนประชากรของพระเจ้าให้กลับใจมาหาพระองค์ด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ พระองค์ตรัสกับเอเสเคียลว่า จงประกาศสอนเขา แม้เขาจะดื้อดึงและไม่เชื่อฟัง แต่จงประกาศสอนเขา เพื่อเขาจะมั่นใจว่า มีประกาศกท่ามกลางพวกเขา... และชีวิตของประกาศของพระเจ้า เป็นชีวิตทีได้รับความยากลำบากมากกว่าใครๆ เป็นชีวิตที่ตัวประกาศกเอง แม้ท่านนักบุญเปาโลก็อยากจะถอนตัวด้วยเหมือนกัน... และเหตุการณ์เดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้า เมื่อแม้ความที่พระองค์เป็นมากกว่าประกาศก พระองค์ยังไม่ได้รับการต้อนรับ เพราะพวกเขาไม่เชื่อพระวาจาของพระองค์ ไม่เชื่อในพระองค์

ชีวิตของประกาศกโฮเชยาที่เราได้อ่านในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ คือข่าวสารที่มีชีวิตจริงๆ ในชีวิตจริงของโฮเชยาที่พระเจ้าทรงใช้สอนอิสราแอลในความหมายของความไม่ซื่อสัตย์ของประชากรของพระองค์ แม้พระองค์ยังทรงซื่อสัตย์อยู่... 

ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่... ศิษย์พระคริสต์ควรเป็นเช่นใด และอะไรคือข่าวดีที่เราเป็นและประกาศเพื่อทุกคน... วันนี้ทำให้ผมต้องไตร่ตรองถึงชีวิตที่เรียกว่าคือธรรมชาติและอัตลักษณ์ของคริสตชน คริสตชนถูกเรียกขานว่า “สัตบุรุษ” เหมือนถูกตอกย้ำเรื่องของความเชื่อในพระเจ้าที่ต้องเข้มแข็งและแสนสัตย์ซื่อต่อพระองค์... มากกว่านั้นในความเป็นดังพระคริสตเจ้าท่ามกลางเพื่อนพี่น้องนั้น เราจึงควรต้องซื่อสัตย์ต่ออัตลักษณ์ของการเป็นพระคริสตเจ้า ผู้รับเจิมที่แสนสัตย์ซื่อด้วยหรือเปล่า... นี่คือสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้าสะกิดใจผมในเช้าวันนี้จริงๆ

ช่วงวันเหล่านี้ ขณะที่ผมทำงานอภิบาล และพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ เมื่อพระองค์ตรัสแบบนี้ จึงชวนให้ผมได้ไตร่ตรองถึงอัตลักษณ์ของพระคริสตเจ้า ที่พระองค์ทรงเสด็จมาเพื่อทุกคน พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์คือการเป็นผู้รับใช้ และเป็นความหวังของทุกคน... “บาอัล” ต้องไม่ใช่พระเจ้าที่คริสตชนรับใช้ “บาอัล” คือพระเจ้าแห่งความร่ำรวย พระเจ้าแห่งชื่อเสียงเกียรติยศ ความรุ่งโรจน์รุ่งเรือง เกียรติและศักดิ์ศรีที่ทุกคนมุ่งแสวงหา... แต่บาอัลต้องไม่ใช่พระเจ้าของคริสตชน... สิ่งแรกที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้คือ วันนี้ฉันชื่อสัตย์ต่อใคร ผู้ที่เจิมฉันไว้ในศีลล้างบาป ผู้ที่ฉันปฏิญาณสัญญาจะซื่อสัตย์ต่อพระองค์ หรือฉันไปซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าอื่นที่ให้ฉันมากมาย แต่ไม่ใช่ความรอดพ้นในพระเจ้า ??? วันนี้ วันที่ฉันเป็นคริสตชน วันที่ฉันเป็นผู้อภิบาล ฉันทำงานเหล่านี้ แม้ด้วยความทุ่มเทสุดๆ ก็เถอะ แต่ฉันทำเพื่อพระเจ้า หรือเพื่อบาอัล คือเพื่อตนเองนั้น และจริงๆ แล้วฉันหวังอะไรจากสิ่งที่ฉันทำ ฉันทำเพื่อความดีของฉัน หรือเพราะความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ???

ความสัตย์ซื่อต่ออัตลัษณ์ของการเป็นศิษย์พระคริสต์ คือภาพของพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ ที่พระองค์ทรงเป็นความหวังและความบรรเทาของทุกคนแบบไม่ท้อถอยท้อแท้ต่อออุปสรรคทั้งหลาย แต่พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางผู้ทุกข์ยากเพื่อช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้เขา รักษาพวกเขา และแม้คนที่ไม่คิดว่าจะเหมาะสมรับการรักษาจากพระองค์ ที่เขาขอเพียงได้สัมผัสพระองค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาก็จะได้รับการรักษา ขอเพียงได้อยู่ตรงนี้ ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนคนนี้ ฉันก็สุขใจและคลายความทุกข์ได้...

ความสัตย์ซื่อของการเป็นลูกของพระเจ้า ของการเป็นศิษย์พระเยซูประการหนึ่งที่สำคัญคือ ชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง แม้ว่าจะไม่ใช่คริสตชนด้วยก็ตาม... วันนี้ เราอาจจะต้องไตร่ตรองถึงครอบครัวของเรา หมู่คณะนักบวชของเรา ชุมชนของเรา เมื่อเราอยู่ท่ามกลางพวกเขา เราเป็นความหวัง และเป็นกำลังใจที่บรรเทาพวกเขาได้มากน้อยเพียงใด การที่คนอื่นๆ แม้เพียงเขาได้เห็นเรา ได้พบ ได้ร่วมงานกับเรา พวกเขามีความสุข พวกเขามีกำลังใจ หรือพวกเขาสูญเสียกำลังใจไปหมด ไร้ความหวัง... คริสตชนเป็นใครสำหรับพวกเขา... หากวันนี้ ศิษย์พระคริสต์ถูกเชื้อเชิญให้ประกาศและเป็นข่าวดีใหม่ ข่าวดีของความหวัง ความรักและสันติสุข ในที่ที่ขาดความหวัง ความรักและสันติสุข ฉันเป็นสิ่งนั้นหรือเปล่า...

ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของประชากรของพระเจ้า มองประวัติศาตร์ของเราเอง ที่ฉันรู้จักพระเจ้าในความรักและความอ่อนหวานของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงอวยพระพรฉัน วันนั้นฉันรักพระ ฉันมั่นใจในพระองค์ และในยามที่ฉันประสบปัญหาล่ะ ในยามที่ฉันมีอุปสรรคมากมายล่ะ ฉันยังสัตย์ซื่อต่อพระองค์มากน้อยเพียงใด หากพระเจ้าเป็นเพียงความรุ่งโรจน์รุ่งเรือง หากพระเจ้าเป็นเพียงความมีสุขภาพดีของฉัน หากพระเจ้าทรงเป็นเพียงผู้บันดาลความสุขและความยินดีของฉันเพียงเท่านั้นแล้วล่ะก็... “บาอัล” ครับ เรากำลังมีชู้กับพระองค์ เรากำลังไม่ได้สัตย์ซื่อต่อพระองค์เหมือนเมื่อตกหลุมรักพระองค์ใหม่ๆๆ

เราจะนำนางไปในถิ่นกันดาร คือนำนางไปพบกับความยากลำบากอีกครั้ง เพื่อให้นางได้ระลึกถึงวันที่เราได้ช่วยเหลือนางเมื่อยังสาวอยู่ นั่นคือประสบการณ์ของอิสราแอลเมื่อรู้จักพระเจ้าใหม่ เขาก็ตกหลุมรักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นสิ่งที่พวกเขาขาดแคลน... แต่เมื่อปีกกล้าขาแข็งแล้ว พระเจ้าก็ไร้ค่าไป “บาอัล” คือความรุ่งเรืองของชีวิตกลับกลายมาเป็นพระเจ้าที่เป็นคู่ชู้ของประชากรของพระเจ้าไปเสีย

พระเจ้าทรงเป็นความสัตย์ซื่อต่อเราฉันใด ความสัตย์ชื่อของฉันท่ามกลางเพื่อนพี่น้องของฉัน... ที่เพราะฉันเป็นศิษย์ของพระคริสต์ ฉันจึงต้องเป็นข่าวดีของพระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อเช่นกันฉันนั้น

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าเก็บความทรงจำดีๆ กับพระองค์ไว้ด้วยความสัตย์ซื่อในชีวิต และกลั่นกรองออกมาเป็นความรักต่อเพื่อนพี่น้อง เมื่อข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเขาเถิด... 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮชย2:16,17ข18,21-22 / มธ9:18-26
พระเจ้าส่งสารถึงประชากรของพระองค์ โดยผ่านทางประกาศกโฮเชยา โดยเปรียบเทียบว่าชาวอิสราเอลเป็นเหมือนภรรยาที่มีชู้ แม้ว่าชาวอิสราเอลไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเป็นเจ้า แต่พระองค์ก็ยังคงเห็นอกเห็นใจและให้อภัยแก่พวกเขา ชาวอิสราเอลมีชู้ เพราะพวกเขาละทิ้งพระเป็นเจ้า และไปวางใจในพระบาอัลของคนต่างศาสนา ชาวอิสราเอลจำนวนมากรวมทั้งภรรยาของโฮเชยาด้วย ได้ไปยังวิหารที่อุทิศแก่พระบาอัลของคนต่างศาสนา การเข้าไปสู่วิหารของคนต่างศาสนา นำไปสู่ความตกต่ำทางจริยธรรม เช่น การไม่สนใจคนยากจน เช่นเดียวกับกรณีของภรรยาของโฮเชยาที่ไม่มีความไม่ซื่อสัตย์
แม้ว่าประชากรอิสราเอลจะนอกใจพระองค์ แต่พระองค์ก็ยังทรงรักเรา และพระองค์จะทรงนำเราไปสู่ “ถิ่นทุรกันดาร” แห่งความยากลำบาก แต่พระองค์ทรงทำเพื่อรักษาเรา สำหรับโฮเชยา “ถิ่นทุรกันดาร” หมายถึงความอดอยาก ถ้าพวกเขาไม่เป็นทุกข์กลับใจ ในสมัยของเราเราอาจจะหมายถึงความหายนะต่างๆ และความยากลำบาก ที่เรามีประสบใน “ถิ่นทุรกันดาร”
พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อันใด เมื่อทรงส่งชาวอิสราเอลไปสู่ถิ่นทุรกันดาร ? และในสมัยของเรานี้อาจจะมีบางครั้งที่เราต้องเข้าสู่ถิ่นทุรกันดาร และบางครั้งต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความสับสน ด้วยความมืด และด้วยการถูกข่มขู่ ที่ทำให้เราต้องไว้วางใจในพระเป็นเจ้า เพราะเราไม่มีทรัพยากรของเราเอง เพื่อเป็นที่พึ่งพา ถ้าเรามีความอ่อนน้อมถ่อมตน พระเป็นเจ้าจะทรงเป็นผู้ดูแลเรา ถ้าเราเราวางใจในพระองค์ในความขัดสนทุกอย่างของเรา แสดงว่าเรา“รู้จัก” พระองค์อย่างแท้จริง
แม้โลกรอบตัวเรา ดูเหมือนว่าแห้งแล้ง แต่พระเป็นจ้าทรงเรียกเราอย่างอ่อนโยน เพื่อให้เราเข้าไปอยู่ใกล้พระองค์ เพื่อพระองค์จะได้ดูแลเรา เราจึงควรอยู่ในความสงบเงียบ และปล่อยให้พระองค์ตรัสกับเราพระองค์จะทรงตอบสนองความไม่ซื่อสัตย์ของเรา ด้วยการให้ความสดชื่นของพระจิตเจ้าเพื่อฟื้นฟูเราสู่ชีวิตใหม่ พระองค์ทรงปรารถนาที่จะนำเราให้เข้าใกล้พระองค์ และปกป้องเรา สิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงขอจากเรา คือ ให้เรายอมรับความรักของพระองค์เข้ามาในชีวิตของเรา ขอให้เราเปิดใจของเราให้พระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view