สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่10 กรกฎาคม 2018 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่10 กรกฎาคม 2018 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา

🍄ลงทุนชีวิตในความว่างเปล่า …
แล้วจะได้เก็บเกี่ยวความทรุดโทรม …

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 10 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=bstiCMGEj8w

🍁พระเจ้าทรงเลี้ยงดู
http://youtu.be/J_xQItcP4zA

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันอังคารที่ 10 กรกฏาคม 2018
อ่าน
ฮชย 8:4-7, 11-13
มธ 9:32-38

ขณะที่พระเยซูเจ้าทำกิจการดี ..
มีคนจำนวนมาก ได้รับความช่วยเหลือ
แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่ง พูดจาให้ร้าย สร้างความแตกแยก
พระเยซูไม่ใส่ใจ ให้ความสำคัญกับคำเหล่านั้น..
แต่ทรงพิสูจน์ความดีแท้ ด้วยการกระทำ

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา..
คนที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า..ด้วยพฤติกรรม
คำพูด และการกระทำ พระเจ้าเองจะเป็นผู้ลงโทษ
พวกเขา ในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ

หมายเหตุ..
คำติฉิน นินทา ..ว่าร้าย...
จะสามารถทำร้ายเราได้...
ก็ต่อเมื่อ เราเก็บมาคิด เท่านั้น...

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 10 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“แต่ชาวฟาริสีกล่าวว่า...” (มธ 9:32-37)

เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น

บางคนบอกว่า...

“ยังไม่เคยเห็นเช่นนี้ในอิสราแอลเลย...”

อีกบางคนก็บอกว่า...

นี่คืออำนาจของเจ้าแห่งปีศาจ...

นานาทรรศนะจริงๆ...

ห้ามผู้มีปัญญาและความสามารถในการคิดไม่ได้เลย

พวกเขาคิดไปต่างๆ นานา

มากมายหลากหลายทรรศนะ

แต่คำถามที่ควรจะถามกันจริงๆ

เมื่อมีสิ่งใดๆ เกิดขึ้น

หลายครั้ง กลับเป็นคำถามที่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญ

กลับกลายเป็นการวิจารณ์มากมายที่ขาดการวิพากษ์

และการลงมือทำกันจริงๆ

เพื่อทำให้บางอย่างดีขึ้นบ้าง

“ฉันล่ะ ฉันจะทำอะไรได้บ้าง...?”

________________

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำที่เชียงรายมาโดยตลอด แม้ว่าจะไม่มีโทรทัศน์ดู ก็ตามข่าวได้บ้างจากสื่ออื่นๆ เพราะเรื่องนี้สะท้านหัวใจของเราคริสตชนจริงๆ เมื่อเสียงของพระเจ้าดังขึ้นอีกครั้งดังในปฐมกาล เมื่อได้ตรัสถามกาอินว่า... “อาแบล...น้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน” สะท้อนถึงหัวใจของลูกของพระเจ้าที่ต้องรักและห่วงใยกัน เย็นชาต่อกันและกันไม่ได้เลย

โลกเราวันนี้มีความคิดกันมากมายแบบห้ามกันไม่ได้ เพราะมนุษย์ที่เป็นสิ่งสร้างเดียวของพระเจ้าที่มีความสามารถในการคิด ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ชวนทะเลาะกันบ้างก็มี แต่ก็นั่นแหละ หลายครั้ง เราพบการวิจารณ์มากมาย แต่สิ่งที่มีบ้างเหมือนกันก็คือการวิพากษ์ และสิ่งที่น้อยกว่านั้น แต่ก็ยังมีมากพอให้อุ่นใจก็คือ “การลงมือทำอะไรบ้างอย่าง” ไม่ว่าจะมีใครเห็นหรือไม่มีใครเห็นก็ตาม

ในเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและห่วงกังวลนี้ ผมพบความน่ารักและความน่าประทับใจมากมาย การที่คนมากมายพยายามทำสิ่งที่ตนสามารถทำได้ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่สามารถช่วยอะไรได้ทางกายภาพ ก็ยังเป็นกำลังใจให้กัน ภาวนาให้กัน... ภาพหนึ่งที่ผมประทับใจไม่น้อย และเป็นอีกมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นเงียบๆ มานานหลายวันแล้ว จนเป็นข่าวขึ้นจนได้ไม่นานมานี้ นั่นคือภาพของสตรีกลุ่มหนึ่งที่ทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง... ผมชอบภาพนี้มากครับ... พวกเธอไม่กี่คน รับอาสาซักผ้าให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานเพื่อกอบกู้เด็กๆ ออกมาจากถ้ำครับ... นี่คือภาพอีกมุมหนึ่งนะครับที่ผมเห็นแล้วประทับใจ พวกเธอทำงานด้วยรอยยิ้ม ทำเพื่อใคร... แต่พวกเธอมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนี้ และสิ่งนี้เอง พวกเธอได้มีส่วนให้กำลังใจไม่น้อยกับผู้ทำงานนี้เลยทีเดียว

ผมเองในวันเหล่านี้ก็เช่นกัน ผมกำลังอยู่กับสัตบุรุษหลายคน หลายครอบครัว ที่มีญาติผู้ใหญ่เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล บางคนก็กลับบ้านแล้ว... ในบรรยากาศเหล่านี้ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันมีมากมายหลายหนทางทีเดียวที่เราจะเป็นกำลังใจ และช่วยเหลือกัน บรรเทาและแบ่งเบากันและกันในบรรยากาศเช่นนี้มิใช่หรือ คงไม่ได้หมายถึงการไปเยี่ยมเยียนเท่านั้น แต่มองกันดีๆ... มีหลายอย่างที่เราแบ่งเบากันได้มากมายเลย ทั้งด้านกายภาพและด้านจิต จิตวิญญาณ มีหลายอย่างที่เราลงมือทำ และทำจริงๆ เพราะความรักต่อพระเจ้าในหัวเราที่ผลักดันให้เกิดเป็นความรักแต่เพื่อนพี่น้อง มีมากมายหลายหนทางครับ ขอเพียงได้คิดและทำบ้างเท่านั้นเอง เราก็จะสุขใจแล้ว อย่าไปหวังว่าสิ่งนั้นจะเป็นที่พอใจคนทั้งโลก... คงยากครับ มิฉะนั้น พระเยซูเจ้าคงไม่ถูกตรึงบนไม้กางเขนหรอก

พระเยซูเจ้าวันนี้ในพระวรสารในวันเหล่านี้ พระองค์ทำหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และสิ่งที่ตามมา มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจนวันนี้คือ คนเรานั้น ต่างจิตต่างใจ มากมายความคิด นานาทรรศนะเสียจริง... คิดดีก็เป็นกำลังใจแก่กัน คนมากมายรู้สึกมีความสุข ประหลาดใจ ชื่นชมยินดี และสรรเสริญพระเจ้า แต่คนอีกบางส่วนก็มีเหมือนกัน ที่ทำลายกำลังใจกันและกัน ไม่ช่วยอะไรแล้วยังบันทอนความรู้สึกของกันและกันอีก... ในบรรยากาศแบบนี้ มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น คิดกันไปต่างๆ นานา ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง... หลายคนสรรเสริญพระเจ้า เพราะเหตุการณ์ยิ่งใหญ่นี้ และก็มีอีกไม่น้อยที่กลับมองว่า พระองค์ทรงทำสิ่งนี้ด้วยอำนาจของปิศาจไปซะอีก... เออ... สิ่งเดียวที่ตกค้างในความรู้สึกของพระเยซูเจ้าท้ายพระวรสารวันนี้ ไม่มีอะไรอื่น นอกจาก “ทรงสงสาร” สงสารประชาชน สิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในพระทัยของพระองค์ และกลับเป็นแรงบันดาลใจให้พระองค์ทรงทำสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อประชากรของพระองค์

“บาอัล” ในบทอ่านที่หนึ่งในวันเหล่านี้ คือพระเจ้าที่อิสราแอลหันไปนมัสการ คือพระเจ้าแห่งความร่ำรวย ชื่อเสียงเงินทอง เกียรติศักดิ์ศรี จนผลกระทบที่ตามมาคือ ความเห็นตัว การเอารัดเอาเปรียบ การเบียดเบียนขมเหงเพื่อนพี่น้องกันเอง การเมินเฉย เย็นชาต่อกันและกัน สนใจตัวเองเท่านั้น และที่สุดก็ลืมพระเจ้าเที่ยงแท้ผู้ทรงเรียกและนำทางพวกเขามาโดยตลอด... และนี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงตำหนิอิสราแอลในความไม่สัตย์ซื่อต่อพระองค์ และอะไรคือความสัตย์ซื่อที่อิสราแอลพลาดพลั้งไปต่อพระเจ้า... เพราะแท้จริงแล้ว ผมเคยบอกพี่น้องหลายๆ ครั้งว่า เราจะรักหรือไม่รักพระเจ้า เราจะดีหรือไม่ดีนั้น พระเจ้าหาได้ประโยชน์อะไรจากเราไม่ พระเจ้าก็ยังเป็นพระเจ้าเหมือนเดิม... แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยนั้น เพราะชีวิตของเราที่แปรเปลี่ยนไปนั้น เรากำลังเบียดเบียนเพื่อนพี่น้องครับ การนับถือพระบาอัล คือการหันหลังให้พระเจ้า สำหรับพระองค์ พระองค์ไม่สูญเสียอะไร เราต่างหากที่เสียพระพรไป... แต่สิ่งที่พระเจ้าตำหนิประชากรของพระองค์คือ การที่พวกเขาเอาใจออกห่างจากพระองค์ ซึ่งการกระทำนี้ส่งผลให้พวกเขาเย็นชาต่อกันและกัน เบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบกันและกัน

บทสดุดี 115 วันนี้สะท้อนภาพของหัวใจที่หันเหไปจากพระเจ้าเที่ยงแท้ หันไปนมัสการความร่ำรวย ความรุ่งโรจน์เพียงชั่วคราวในโลกนี้ สุดท้ายชีวิตก็จบลงดังในพระวรสาร คือชีวิตที่ไม่ได้ช่วยอะไรใคร เฝ้าแต่วิจารณ์แต่ขาดการวิพากษ์ และการลงมือกระทำอะไรบางอย่างเพื่อกันและกัน แล้วสิ่งที่ผ่านไปนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือ ลงมือทำ ทำอะไรสักอย่างที่ทำได้ แม้เพียงคิดสงสารกันบ้างเท่านั้น รักและห่วงใยกันบ้างเท่านั้น ขอเพียงสิ่งเหล่านี้ก็พอ เดี๋ยวเราจะพบแรงบันดาลใจจากภายใน และเราก็จะสามารถทำสิ่งดีๆ มากมายเพื่อกันและกัน

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเป็นแรงผลักดันในหัวใจลูก เพื่อให้ลูกคิด ปรารถนา และทำสิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ เริ่มจากความรู้สึกที่ละม้ายคล้ายคลึงกับดวงพระทัยของพระองค์ที่แสนอ่อนหวานและอ่อนโยน และลูกก็จะพบว่า มีอะไรที่ทำได้เพื่อเพื่อนพี่น้องมากมาย ขอเพียงได้เริ่มและทำอะไรสักอย่างก่อนเท่านั้นเอง ด้วยรักในพระองค์ผลักดันอยู่ภายใน.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่10 กรกฎาคม 2018 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน ฮซย 8:4-7,11-13 / มธ 9:32-38
“ท่านเก็บเกี่ยวสิ่งที่ท่านหว่าน” คนส่วนใหญ่มีประสบการณ์โดยตรง จากความจริงนี้ แม้ว่าหนังสือโฮเชยาได้แสดงความสนิทสนมของพระเป็นเจ้าต่ออิสราเอล นอกจากนี้ยังบอกเราเกี่ยวกับปฏิกิริยาความโกรธของพระองค์ ที่ประชากรของพระองค์ได้ปฏิเสธพระองค์ หนังสือโฮเชยาได้ถูกเขียนในช่วงเวลาที่ชาวอิสราเอลกำลังมีความทุกข์ยาก ที่พวกเขาเองสร้างขึ้นมาเอง ภายในระยะเวลาสิบสี่ปี ประเทศมีกษัตริย์เจ็ดพระองค์จากห้าราชวงศ์ และได้สูญเสียอาณาจักรทางเหนือให้แก่อัสซีเรีย
การใช้เวลาของเราเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการทำตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เราต้องตรวจสอบมโนธรรมของเราเป็นประจำ บางครั้งเราพยายามที่จะปกปิดบาปของเรา โดยหวังว่าสภาพของวิญญาณของเราจะดีขึ้น แม้เราเองยังไม่สารภาพบาปทันที
เราจะบอกได้อย่างไรว่า มโนธรรมของเรามีอิสรภาพอย่างแท้จริง มีคำถามบางข้อที่ช่วยให้เราคิดได้ เช่น ฉันมีปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ของความลำบาก ในชีวิตของฉันได้อย่างไร? ฉันได้ตัดสินใจหันไปหาพระเป็นเจ้า และมีความไว้วางใจในพระเจ้า เพื่อสนองความต้องการของฉันหรือไม่? บางครั้งเราอาจต้องพิจารณาด้านลบในชีวิตของเรา เช่นความโน้มเอียงที่จะทำหรือพูด ที่อาจทำให้เราถูกตัดขาดจากพระเจ้าได้ เรารู้ว่าเราต้องสวดภาวนา แต่ไม่เคยหาเวลาเลย
ในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนป่วย และทรงสอนในศาลาธรรม เพื่อประกาศข่าวดี และเห็นว่าข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนที่จะมาเก็บเกี่ยวยังมีน้อย … จงวอนขอเจ้าของนา ให้ส่งคนเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด ปัจจุบันนี้มีบางคนยอมละทิ้งความสะดวกสบาย และความสุขของโลกนี้ เพื่ออุทิศชีวิตเพื่อนำทางชายและหญิงไปหาพระเจ้า ตัวอย่างเช่นนักบุญยอห์นบอสโกกล่าวว่า“ ฉันขอพระเป็นเจ้าให้มอบวิญญาณแก่ฉัน และฉันยอมสละทุกสิ่งทุกอย่าง” พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 เคยตรัสว่า “ให้ผู้ที่มีความเชื่อ “จงออกสู่ที่ลึก”เพื่อแสวงหาวิญญาณ เหมือนคนงานในการเก็บเกี่ยวข้าวในนา.

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view