สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์

วันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม 2018 ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์

🌼 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่
ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติ
ตามพระประสงค์ของพระองค์

📚บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์
https://www.youtube.com/watch?v=e4GCmtmWzfo

🌺 Here I am Lord
https://youtu.be/EcxOkht8w7c

🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒🍒

วันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม 2018
ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์
อ่าน
อสย 6:1-8
มธ 10:24-38

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับศิษย์ของพระองค์
“อย่ากลัว” ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าไม่ทรงรับรู้
ไม่มีสิ่งใดที่สามารถซ่อนเร้นจากพระเจ้าได้
เพราะพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ ผู้ที่ไว้วางใจในพระองค์

แม้นประกาศกอิสยาห์จะรู้สึกหวั่นวิตก ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง
แต่เมื่อท่านพระเจ้าเปิดใจ รับการเยียวยาจากพระเจ้า
และอาสาไปทำพันธกิจ พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนชีวิตของท่าน

แม้ว่านักบุญคามิลโล จะเคยใช้ชีวิตในทางท่ีผิด 
แต่เมื่อท่านเปลี่ยนแปลงวิถีทางการดำเนินชีวิต
ท่านสามารถอุทิศชีวิตตนเอง เพื่อดูแล เอาใจใส่ คนที่เจ็บป่วย
พร้อมกันนี้ ยังได้ก่อตั้งคณะนักบวชคามิลเลียน
เพื่อสานต่อจิตตารมณ์ การดูแล เอาใจใส่ คนป่วย
แม้ตนเองจะต้องเสี่ยงภัยด้วยชีวิต

หมายเหตุ..
ภาวนาเป็นพิเศษ 
สำหรับคณะนักบวชคามิลเลียน

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก...” (มธ 10:24-33)

ข้าพเจ้าทำสิ่งใดเล่า

นอกจากความบาปและความเสียหาย

ข้าพเจ้าทำประโยชน์ใดเล่าสำหรับพระองค์

แต่ค่าของข้าพเจ้า

กลับอยู่ที่...

เพราะพระองค์ทรงรักข้าพเจ้า.

________________

ภาพนี้ช่างน่ารักจริงๆ เมื่อพ่ออุ้มลูกชูไว้ในอากาศ ลูกเองเหมือนวีรบุรุษที่เรียกว่า Super Man ของพ่อเลย พ่อเทิดทูนเขาดัง Hero ของพ่อ... บางทีก็ต้องถามว่า ลูกทำอะไรให้พ่อ... และสิ่งที่พ่อจะตอบก็คือ เพราะลูกนี่แหละ พ่อจึงมีชีวิตจนวันนี้ เพราะลูกนี่แหละ พ่อมีกำลังใจมากมาย พ่ออยู่ได้เพราะลูกนี่แหละ “นี่แหละลูกเอ๋ย Hero น้อยๆ ของพ่อล่ะ”...

พ่อยกฉันขึ้น เวลานั้นฉันเหมือนบินได้ เหมือนเหาะได้เลยทีเดียว ฉันรู้สึกอัศจรรย์เหลือเกิน แต่แท้จริงแล้ว คือพ่อเท่านั้นที่ยกฉันขึ้นสูงขนาดนั้น และปกป้องฉัน พาฉันบินร่อนอยู่ในอากาศ... โอ้ ฉันน่ะหรือเป็น Hero ของพ่อ... แท้จริงค่าของฉันอยู่ที่พ่อได้รักฉันมากถึงเพียงนี้เอง

พระวาจาของพระเจ้าในบทอ่านที่หนึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา จนวันนี้ เราพบว่า ประกาศกคนแล้วคนเล่า ที่พระเจ้าทรงส่งมาเตือนอิสราแอล พระเจ้าทรงยกอิสราแอลขึ้นดังเป็น Hero ของพระองค์กระนั้นแล ทั้งๆ ที่พวกเขามีแต่สร้างปัญหา มีแต่ความไม่สัตย์ซื่อ แต่พระเจ้าก็ทรงเรียกและเลือก อีกทั้งนำกลับคืนมา

พระเยซูเจ้า พระบุตรแต่พระองค์เดียวของพระเจ้า พระองค์ทรงทำเช่นนี้เพื่ออะไร พระองค์ทรงทำกับมนุษย์เช่นนี้เชียวหรือ “ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” ค่าของฉันอยู่ที่ใดเล่า... ฉันไม่ได้ทำอะไรเป็นประโยชน์เพื่อพระองค์เลย ตั้งแต่นิรันดร พระองค์ก็ทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่มากมายก่อนที่ฉันจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นในครรภ์มารดา นั่นก็เป็นพระองค์อีกนั่นเอง... ค่าของฉันจึงอยู่ที่... เพราะพระเจ้าทรงรักฉันเท่านั้นเอง ฉันจึงกลายเป็น Hero ในดวงพระทัยของพระองค์ตลอดมา Hero ที่พระองค์ทรงรัก แม้ไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ มีแต่ความวุ่นวาย แต่พระเจ้าทรงรักเหลือเกิน... มนุษย์นั้นเป็นผู้ใดเล่า พระเจ้าจึงทรงรักเขาถึงเพียงนี้...

อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่ร่างกาย แต่จากนั้นไม่อาจทำอะไรเราได้อีก แต่จงวางใจในพระเจ้า ผู้ทรงพิทักษ์รักษาเราไว้ ผู้ที่ประทานความรอดพ้นนิรันดรให้กับเรา การเดินตามกระแสของโลก เพื่อความรอดพ้นชั่วคราว เพื่อความสุขชั่วคราว แต่กระนั้นก็ดี แท้จริงแล้ว เราก็เป็นชู้เสมอมา เราเป็นชู้ทั้งกับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องของเรา เราหาได้จริงใจต่อใครๆ ไม่ ที่ทำไปนั้นก็เพื่อจะสามารถอยู่ได้ในสังคมวันนี้ ที่เราบอกว่าอยู่ยากขึ้นทุกวัน แต่ทุกวัน เราก็อยู่แบบไร้ความจริงใจ อยู่เพื่อให้รอดพ้นไปวันๆ เท่านั้นเอง เพื่อจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ถูกเบียดเบียน และที่สุด เราก็กลายเป็นผู้เบียดเบียนและเอารัดเอาเปรียบเพื่อนพี่น้องเสียเอง เพราะกลัวว่าจะอยู่ยากในสังคม จนโลกวันนี้หาความจริงใจยังได้หรือเปล่า...

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร... แต่จริงๆ กลับเป็นเรื่องใหญ่... ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร กลับเป็นวาจาที่เรากล่าวออกมาด้วยความกลัว และไม่กล้าเผชิญความจริงเท่านั้นเอง เอาดีเข้าตัว ทำให้คนอื่นคิดว่าเราใจดี เป็นคนน่ารัก คบง่าย แต่แท้จริงแล้ว เราอาจจะเป็นลูกแกะในคาบสุนัขป่าเสียด้วยซ้ำไป เราพูดเพียงเพื่อเราจะผ่านวิกฤตของความชัดแย้งในหัวใจเท่านั้นเอง แต่เรากับไม่กล้าเผชิญความจริงด้วยความจริงใจในชีวิตตนเองเลยแม้แต่น้อย เรากลับกำลังกลัวและหนีความจริงอยู่ร่ำไป... 

การไม่กล้าเผชิญความจริง ทำให้เราทำทุกอย่างเพื่อผ่านการประเมินเท่านั้น ทำไปเพื่อให้ดูดีเท่านั้น แม้เบื้องหลังอาจจะแสนแลว ขี้ขลาด ไม่กล้าเผชิญความจริง ทำ ทำ ทำ ไปเพื่อจะอยู่รอดในสังคมเท่านั้นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่มีอะไร นอกจากความกลัว กลัวขาดความสุข กลัวขาดความรัก กลัวขาดความอบอุ่นจากคนรอบข้างเท่านั้นเอง โอ้... เพียงเท่านี้เองหรือ เจ้าก็เป็นชู้กับพระเจ้าของเจ้า ??? เจ้าเป็นชู้เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงน่ะหรือ... 

Hero ของพระเจ้า คือผู้ที่เป็น Hero ได้เพราะพระองค์ทรงรักเราจริงๆ พระองค์ทรงยกเราขึ้น เราก็เหมือนเหาะได้ บินได้ เพราะพระองค์ทรงปกป้องเรา... Hero ของพระเจ้า คือผู้ที่กล้าเผชิญความจริง ค่าของเขาอยู่ที่พระเจ้าทรงรักเขา และยกเขาเป็นยอดดวงใจของพระองค์ เขาจึงไม่ต้องกลัวการเบียดเบียนใดๆ เพราะศิษย์ย่อมไม่อยู่เหนืออาจารย์ นั่นหมายความว่า เขาจะได้รับการเบียดเบียนเหมือนกับอาจารย์ด้วย...

การเป็นคริสตชนเรียกร้องความกล้าหาญจริงๆ... พระสันตะปาปาฟรันซิส เตือนเราว่า อย่าหวังประโยชน์อะไรจากการเป็นคริสตชน นอกจากการเขนของพระคริสตเจ้า...พี่น้องที่รัก เป็นคริสตชนต้องแน่จริงนะครับ จริงใจไม่ใช่จิงโจ้ จริงใจและไม่เสแสร้งเพื่อหาผลประโยชน์จากการเป็นศิษย์พระเยซู แต่การเป็นคริสตชนนั้น คือ Hero ผู้กล้าหาญ ผู้กล้ายอมรับความจริง และเดินตามพระเยซูเจ้าบนหนทางที่พระองค์ทรงเรียกด้วยความจริงใจ

พี่น้องที่รัก เราได้ประโยชน์อะไร เกรงกลัวสังคม กลัวว่าจะไม่เท่าทันเขา กลัวว่าจะเชยกว่าเขา กลัวว่าจะแย่ไปกว่าเขา และชีวิตของเราก็ไม่ใช่ว่าจริงใจกับใครเลย แต่โลกวันนี้ที่เราบอกว่า “สังคมเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวัน” และเราก็เริ่มที่จะพยายามไหลไปไหลมา ปรับตัวปรับสี เพื่ออยู่ได้อย่าสบายและมีความสุขในสังคมแบบไร้ความจริงใจ สุดท้าย เราก็หลอกพระเจ้า หลอกเพื่อนพี่น้อง ไม่ได้จริงใจกับใครเลย เพราะเราอยู่เพื่อความสุขสะดวกสบายของตนเอง ชีวิตก็มีแต่ความเสแสร้งหลอกลวง นี่หรือคือความสุขแท้...

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าย้ำเตือนให้เราเห็นคุณค่าของเราเองที่พระเจ้าทรงรักเรา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ล้วนเพื่อประโยชน์ของเราทั้งสิ้น สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น กลับไม่มีสิ่งใดที่ทำร้ายเราได้เลย เพราะพระเจ้าทรงรักเรา พระองค์จะทรงยกเราจากหายนะทั้งมวลที่เราเผชิญอยู่ ดังนั้น ให้เราไตร่ตรองเถิดว่า เราควรยำเกรงผู้ใด

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์เป็นพละกำลังของลูก เพื่อเจริญชีวิตในความจริงและความดีของพระองค์ นอกจากนั้นคือการเสแสร้งของปีศาจทั้งสิ้น ขอให้ลูกอย่ากลัว กลัว กลัว อยู่เสมอ และก็ยอมคล้อยตามกระแสไปเพราะความกลัว แต่ขอให้ลูกได้มั่นคงแม้ว่าจะถูกเฆี่ยนอยู่กับที่ แต่เป็นที่ที่พระองค์ทรงประทับอยู่เคียงข้างในความรักจริงใจเท่านั้นก็พอ พระเจ้าข้า... เป็นคริสตัง เป็นลูกของพระองค์ ลูกต้องจริงใจกับพระองค์จริงๆ เท่านั้น.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม18 สัปดาห์ที่14เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย 6:1-8 / มธ10:24-33
ขณะที่อธิษฐานภาวนาในพระวิหารอิสยาห์ได้ถูกเรียกให้เป็นประกาศก เช่นเดียวกัน โฮเชยาได้รับสารและนิมิต ขณะกำลังทำนายถึงอาณาจักรตอนเหนือของอิสราเอลเขา อิสยาห์ได้เห็นนิมิตของประเป็นเจ้า ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์อันรุ่งโรจน์ และล้อมรอบด้วยบรรดาเครูบิม ที่ต่างร้องว่า “ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มไปด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์” (อสย6:3) “พระองค์ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงความยิ่งใหญ่” (สดด93:1)
อิสยาห์ผู้ถูกปกคลุมด้วยสง่าราศี ของการสถิตอยู่ของพระเป็นเจ้า ได้รู้ถึงความไม่สมควรของตนเองและของอิสราเอล เขาจึงร้องออกมาว่า “วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด” (อสย6:5) แล้วพระเป็นเจ้าทรงทำกับอิสยาห์ สิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนาจะกระทำให้กับทุกคน พระองค์ทรงทำให้เขาบริสุทธิ์ โดยตรัสว่า“ความชั่วช้าของเจ้าถูกยกแล้ว และบาปของเจ้าได้รับการลบล้างแล้ว” (อสย6:7) เมื่อพระเป็นเจ้าตรัสถามว่า “เราจะส่งใครไป ?”อิสยาห์ซึ่งตอนนี้บริสุทธิ์แล้ว ได้ตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่ นี่โปรดส่งข้าพเจ้าไป”(อสย6:8) อิสยาห์ได้รับอิทธิพลจากนิมิต และจากประสบการณ์ของการได้รับอภัยโทษจากพระเป็นเจ้าจึงใช้ชีวิตที่เหลือ ในการทำนายและประการข่าวดีแก่ประชาชนของเขา
ประสบการณ์ของอิสยาห์ ได้เกิดขึ้นสำหรับนักบุญและผู้พยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า ผู้ทรงปรารถนาที่จะทำให้เราทุกคนให้บริสุทธิ์ เพื่อเราจะสามารถตอบสนองพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าในชีวิตของเรา พระองค์ทรงหาผู้รับใช้ในทุกแห่ง ผู้ที่จะกล่าวว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่โปรดส่งข้าพเจ้าไป” พระองค์ทรงโศกเศร้ากับสภาพการณ์ของโลก และทรงปรารถนาที่จะรวบรวมเราทุกคน ให้กลับไปหาพระองค์ และพระองค์ทรงต้องการที่จะใช้เราเพื่อให้ดำเนินการ ตามพระประสงค์ของพระองค์ต่อไป

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

https://youtu.be/0n1WwjPkeCc

view