สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

🍇 แม้เราทำงานรับใช้ในวันนี้
อาจไม่มีใคร ๆ เขามองเห็น
แต่คงความสัตย์ซื่อทุกเช้าเย็น
พระเจ้าเป็นผู้ประทานบำเหน็จมา

📚บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=NNdeQcu1Cdw

🍁The Lord Is My Shepherd, Psalm 23
http://youtu.be/A-qLa_2GPcM

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อมส 7:12-15
อฟ 1:3-14
มก 6:7-13

อำนาจ.. ที่พระเยซูเจ้าได้ให้กับศิษย์
เพื่อให้พวกเขาไปทำพันธกิจแห่งการรับใช้
ด้วยความไว้วางใจ

ประกาศกอาโมส ย้ำเตือน
ในการคัดสรร ผู้ที่จะมาทำงานของพระเจ้านั้น
พระองค์ไม่สนพระทัยว่าเขาจะเป็นใคร
สิ่งเดียวที่พระองค์ต้องการ คือ
การรับฟัง และนำไปปฎิบัติ

จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส ตอกย้ำ
เมื่อพระเจ้าทรงเลือกสรร ผู้ร่วมงานของพระองค์
ตามที่ทรงพอพระทัยนั้น พระองค์ทรงอวยพระพร
สอนเขา ด้วยพระพรนานัปการ

หมายเหตุ..
ผู้ถืออำนาจ อาจไม่ใช่เจ้าของอำนาจ...
การครองอำนาจ..จึงไม่ควรขาด
ความชอบธรรม

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“ส่งเขาไปเป็นคู่ ประทานอำนาจให้...” (มก 6:7-13)

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาให้อยู่ร่วมกันเป็นสังคม

ให้เป็นสิ่งสร้างล้ำค่าที่สุดของพระองค์

ชีวิตพระเจ้าในชีวิตของมนุษย์คืออำนาจของพระองค์

คือความโน้มเอียงเข้าหาความดี

นี่คือำนาจที่ทรงประทานให้

รักษาโรคร้ายของโลก

ขับไล่ปีศาจ เจ้าแห่งความชั่วร้าย

วันนี้ฉันอยู่ในสังคมเฉกเช่นลูกของพระเจ้าหรือเปล่า...

หรือฉันกลายพันธุ์ไปเสียแล้ว...

________________

วันอาทิตย์นี้ เป็นวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 15 ในเทศกาลธรรมดา เหมือนพระวาจาของพระเจ้าตอกย้ำถึงหัวใจของการเป็นคริสตชน อัตลักษณ์ของการเป็นศิษย์พระเยซู ในรูปแบบของการเป็นประกาศก ที่เราคริสตชนทุกคนได้รับมาในวันรับศีลล้างบาป... วันอาทิตย์ที่แล้ว พระวาจาของพระเจ้านำให้เราตระหนักถึงชีวิตที่เราต้องเป็นประกาศก เป็นมโนธรรมของสังคม ที่เราจำเป็นต้องประกาศ แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อฟัง หรือแม้แต่เราจะถูกต่อต้านก็ตาม คริสตชนจำต้องยืนหยัดมั่นคงบนหนทางที่ความจริงและความดี

อาทิตย์นี้ พระวาจาเน้นย้ำมากเข้าไปอีก ถึงหน้าที่การเป็นประกาศกของเราคริสตชน ที่เราถูกพระเจ้าส่งไปท่ามกลางสังคมที่แม้เราจะเป็นดังลูกแกะท่ามกลางสุนัขป่าก็เถอะ แต่เพราะพระเจ้าทรงส่งเราไป เราจึงต้องประกาศ

ประสบการณ์ของประกาศกอาโมสที่เราพบในบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ เป็นสิ่งที่เราได้ยินมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนในวันธรรมดา เมื่ออาโมสถูกเชิญให้ออกไปจากเมือง... พี่น้องครับ ประโยคที่ต้องไตร่ตรอง และทำความเข้าใจดีๆ คือ... “เพราะที่นี่คือสักการะสถานของกษัตริย์ และเป็นพระวิหารประจำชาติ” เจ็บจัง ที่นี่เป็นคำพูดของคนที่เรียกตนเองว่าเป็นสมณะ... (อมส 7:12-15) พี่น้องอาจจะถามว่าเจ็บตรงไหน ที่นี่เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ... แต่นี่คือภาพของสถานที่ที่เป็นสักการะสถานของพระเท็จเทียมครับ และแม้แต่กษัตริย์ก็นมัสการพระเท็จเทียมครับ... ที่ผมว่าเจ็บก็คือ เพราะนี่คือคำพูดของบุคคลที่เป็นสมณะครับ บุคคลที่เป็นพระสงฆ์ครับ... นั่นหมายความว่า พระสงฆ์หันไปนมัสการพระเท็จเทียมครับ หันไปให้เกียรติกับเงินทอง ความร่ำรวย เกียรติ... แม้แต่สมณะและกษัตริย์ก็นับถือสิ่งเหล่านี้ และพวกเขาทอดทิ้งพระเจ้าไปครับ... เจ็บครับ เจ็บตรงที่สมณะที่ควรจะเป็นผู้นำ เป็นผู้ศรัทธาภักดีต่อพระเจ้า กลับหันไปนับถือพระเท็จเทียมเหล่านี้ คือเงินทองและความร่ำรวย... แต่อาโมสก็ต้องประกาศพระวาจาของพระเจ้าท่ามกลางพวกเขาครับ...

พี่น้องที่รักครับ พี่น้องเคยรู้สึกไหมครับ ว่าเราที่เป็นคริสตชนนั้น หลายครั้งเราอยู่ยากในสังคมวันนี้ หากเราจะซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ และดูเหมือนจะเป็นเพราะสิ่งนี้ หลายครั้งที่คริสตชนก็ตะลบตะแลงกับพระเจ้าด้วย ถือกฎของพระเจ้าเพื่อให้ดูดีว่าตนได้เป็นศาสนิกที่ดีเท่านั้นเอง แต่แล้วก็กลับไปนับถือความร่ำรวยมั่งคั่ง ทรัพย์สินเงินทองของโลกอีก ไม่ได้จริงใจกับพระเจ้าเลย... กระนั้นก็ดี พระวาจาของพระเจ้าที่มาถึงเราวันนี้ เตือนให้เราต้องประกาศ และเป็นข่าวดีของทุกคน ไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ตาม ว่าแต่ว่า ... วันนี้...ฉันจริงใจมากน้อยเพียงใดกับพระเจ้าล่ะ...

พระวรสารวันนี้คือตอนที่พระเยซูเจ้าทรงส่งบรรดาศิษย์ออกไปประกาศข่าวดี พระองค์ทรงส่งเขาไปเป็นคู่ๆ หมายถึงชีวิตที่ต้องเป็นประจักษ์พยานร่วมกันในการเป็นศิษย์พระเยซูครับ งานแพร่ธรรมต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำ

ทรงกำชับไม่ให้เอาอะไรไป... นี่คือความเชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกว่า “ภราดรภาพ” ครับ เพราะเราไปสองคน มากกว่านั้น เราไปท่ามกลางพี่น้องของเรา... ไม่ต้องเอาอะไรไป คือสิ่งที่เราต้องการใช้นั้น เราจะได้รับการแบ่งปันท่ามกลางพี่น้องของเรา... นั่นหมายความว่า ไม่ต้องห่วงครับ ท่ามกลางภราดรภาพและความเป็นพี่น้องกัน เราทุกคน ไม่มีใครขาดอะไร

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตต้องอยู่ด้วยความหวังครับ... การเป็นประกาศกที่ออกไปประกาศข่าวดี เป็นข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรสวรรค์ จึงต้องเป็นสิ่งที่มองเห็นเป็นรูปธรรม สัมผัสได้... อาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว... จะใกล้ได้อย่างไร หากสังคมวันนี้ยังเต็มไปด้วยโรคร้ายและปีศาจแห่งความจงเกลียดจงชังอยู่ อาณาจักรของพระเจ้าจะเป็นอย่างไรหนอ มองไม่เห็นภาพเลย...

ด้วยอำนาจนี้ อำนาจที่พระเยซูเจ้าทรงประทานให้กับศิษย์ของพระองค์ คืออำนาจที่ประทานให้คริสตชนที่ต้องเป็นประกาศก นั่นคือการไปสร้างความหวังให้เกิดขึ้นในหัวใจของผู้คน การขับไล่ปีศาจ และการรักษาโรคของปวงชน

ขับไล่ปีศาจแห่งความจงเกลียดจงชังให้ออกไปจากครอบครัวของเรา หมู่คณะนักบวชของเรา ชุมชนวัดของเรา สังคมของเรา... รักษาโรค คือการรักษาบาดแผลอันเกิดจากความอิจฉาริษยากันและกัน ความปองร้าย ความเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบ... ที่ที่ประกาศของพระเจ้าอยู่ ที่ที่มีคริสตชนอยู่ ที่นั่นไม่น่าจะมีโรคร้ายแบบนี้ใช่ไหม ที่นั่นปีศาจแห่งความจงเกลียดจงชังจะต้องอยู่ไม่ได้ไม่ใช่หรือ... หรือเราเอง เป็นเราเองที่สร้างสักการะสถานไว้นมัสการเจ้าแห่งปีศาจนี้ไหม เพราะรางวัลของมันที่มอบให้เราคือความสุข สนุกสะดวกสบาย แต่มันเป็นสิ่งของหลอกลวงเท่านั้น และที่สุด เราก็ปฏิเสธรางวัลของพระเจ้าที่ทรงเตรียมไว้ให้เรา คือนิรันดรภาพในครอบครัวของพระองค์... ไปเถอะครับ ให้เราไปเถอะ ไปเป็นประกาศกท่ามกลางเพื่อนพี่น้องของเรา ด้วยการเป็นมโนธรรมของสังคม เป็นความหวังของเพื่อนพี่น้อง เป็นผู้เยียวยารักษาบาดแผลของทุกคนให้หายจากการถูกทำร้ายของปีศาจแห่งความจงเกลียดจงชัง... (ที่ผมเรียกปีศาจแห่งความจงเกลียดจงชัง เพราะผมต้องการบอกว่า มันเป็นอริกับพระเจ้า ผู้ทรงเป็น “องค์ความรัก” ครับ)

กลับจากมิสซาวันอาทิตย์วันนี้ ฉันคงต้องตระหนักมากขึ้นถึงหน้าที่ของฉันในการเป็นคริสตชน ในการเป็นศิษย์พระเยซู ฉันเป็นประกาศกของพระองค์ที่พระองค์ทรงส่งฉันไปพร้อมกับเพื่อนพี่น้อง เพื่ออยู่ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง เป็นความหวังของกันและกัน และมอบความหวังเพื่อกันและกันตลอดไป

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าเป็นข่าวดีนั้นเถิด ขอให้ข้าพเจ้าเป็นความหวังของพี่น้อง เป็นสิ่งที่ขาดหายไป และเติมเต็มด้วยรักของพระองค์ สำหรับเพื่อนพี่น้องเถิด

สุขสันต์วันพระเจ้า ขอพระเจ้าแห่งพระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา โปรดให้ตาของท่านสว่างขึ้น เพื่อจะรู้ว่าพระองค์ทรงเรียกท่านให้มีความหวังประการใด (เทียบ อฟ 1:17-18 บทอัลเลลูยาวันนี้)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่16 กรกฎาคม18 สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย1:10-17 / มธ10:34-11:1
พิธีกรรมในวิหารของอิสราเอลเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากยังมีการกดขี่ของประชาชนต่อคนยากจน อิสยาห์ประณามคนที่มานมัสการพระเป็นเจ้า ซึ่งไม่ทรงรับฟังคำอธิษฐานภาวนาของประชากร ท่านจึงใช้ภาษาที่รุนแรง เพราะต้องการที่จะแทงทะลุ เข้าไปในบาปหนาของประชากรพระเป็นเจ้า
ความรุ่งเรืองด้านวัตถุภายใต้กษัตริย์อุสสียาห์ ในช่วงระยะเวลา10ปี (ก.ค.ศ. 785–74) ไม่ได้นำไปสู่การขอบพระคุณ และการแบ่งปัน แต่เต็มไปด้วยความโลภ ที่ทำให้คนจนถูกเอารัดเอาเปรียบ พวกเขาใช้ประโยชน์จากแม่ม่าย และทอดทิ้งเด็กกำพร้า อิสยาห์ไม่ได้เรียกร้องให้มีความศรัทธาส่วนตัวมากขึ้น หรือใช้จารีตพิธีกรรมที่ดีกว่า เขากล่าวว่า พระเป็นเจ้าต้องการเปลี่ยนหัวใจ เพื่อให้มีการเอาใจใส่มากขึ้นและมีความยุติธรรมต่อทุกคน (อสย1:16-17) สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการ คือ ให้พวกเขาหวลกลับไปยังพันธสัญญา ที่พระองค์ทรงทำกับพวกเขาเป็นพันธสัญญาที่ผูกมัดประชากรของพระองค์กับพระองค์ ผู้ทรงรักพวกเขา
สารของอิสยาห์ ไม่ใช่เป็นเพียงความคลั่งไคล้ “เจ้าต้องช่วยคนยากจน” หรือเป็นเพียงคำตักเตือนต่อนักปฏิบัติ “จงออกไปจากวัด และจงช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง” แต่อิสยาห์กำลังกระตุ้นประชาชนให้ฟังพระเป็นเจ้า แม้จะต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของเรา จากหน้ามือเป็นหลังมือก็ตาม ให้เราฟังคำสัญญาของพระเจ้า แม้จะมีแต่ความสงสัยก็ตาม โดยให้สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเรา นำการเปลี่ยนแปลงภายในใจเรา เพื่อทำกิจกรรม ที่พระเป็นเจ้าทรงปรารถนา ให้เรากระทำ ที่มากกว่าการไปวัดวันอาทิตย์เป็นประจำเท่านั้น แต่หมายถึงการปล่อยให้พระเจ้าทรงนำเรา และเปลี่ยนแปลงเรา พระองค์ทรงต้องการที่จะได้ยินคำอธิษฐานภาวนาและรับการนมัสการของประชากร ที่เต็มใจมอบให้แก่พระองค์ อย่างไรก็ตามพระเป็นเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เพื่อเปลี่ยนชีวิตของเรา และเป็นผู้นำพระพรไปให้ผู้อื่น

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view