สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันจันทร์ที่ 16 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

วันจันทร์ที่ 16 กรกฏาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

🍋โอ้ พระนางมารีย์ …
ผู้เป็นดอกไม้แห่งคาร์แมล
ช่วยวิงวอนเทอญ

📚บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 16 กรกฏาคม 2018
สมโภชพระนางพรหมจารีมารีย์ แห่งภูเขาคาร์แมล
https://www.youtube.com/watch?v=OTlrboIthdI

🌹Ave Maria Gratia Pleana
https://youtu.be/wczjido9Nzo

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

วันจันทร์ที่ 16 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อสย 1:11-17
มธ 10:34-11:1

สำหรับคนที่ตัดสินใจอุทิศตน
เป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านั้น
มีความท้าทายอย่างมากรออยู่
พระองค์จึงทรงสอนเขา ให้รัก และเลือกพระ
มาเป็นที่หนึ่งในชีวิต แล้วส่วนอื่นๆ นั้น
พระองค์จะทรงเป็นผู้จัดการ ตระเตรียม

ประกาศกอิสยาห์ ให้วิธีสังเกต
เครื่องหมายของบุคคลท่ีรัก และเลือกพระนั้น
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะทำความดี
แสวงหาความยุติธรรม ช่วยเหลือผู้ที่ถูกข่มเหง
เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นเครื่องบูชาฝ่ายจิตวิญญาณ
ที่พระเจ้าทรงพอพระทัยเหนือสิ่งอื่นใด

หมายเหตุ..
หากเลือกท่ีจะรัก...
ก็ต้องรู้จักที่จะรอ..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 16 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“สันติภาพ ดาบ และชีวิต” (เทียบ มธ 10:34-11:1)

หากฉันรักคนมากมายเหลือเกิน

ฉันเก็บพวกเขาไว้ในหัวใจฉัน

สักวันใจฉันคงเต็มไปด้วยมากมายหลายคนหลายสิ่งหลายอย่างนัก...

แต่หากฉันสงวนดวงใจไว้สำหรับรักพระเยซูก่อนใครๆ 

หัวใจของฉันกลับมีที่มากมายสำหรับทุกๆ คน แบบไม่ต้องทอดทิ้งใครเลย

รักพระเยซูแล้ว ฉันยังจะมีพลังมากพอที่จะรักคนมากมาย

เพียงมีพระเยซู ฉันก็ไม่ได้ทอดทิ้งใครๆ เลย

________________

สันติภาพ ดาบ และชีวิต เป็นสองสามคำที่สะดุดเด่นในหัวใจผมมากสำหรับการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในเช้าวันนี้... ใช่เลย มันอาจจะเป็นคำที่ดูขัดแย้ง ดาบจะนำมาซึ่งสันติภาพได้อย่างๆ ... แต่ดาบในความหมายของพระวรสารวันนี้คือ “การแยก” ครับ คือการแยกคนของพระเจ้าออกจากคนของโลก ในกลุ่มของคนของพระเจ้าต้องมีแต่สันติภาพ และไม่มีอะไรมาเบียดบังทำให้เขามองไม่เห็นสันติสุข

ความเชื่อในพระเยซูเจ้า หลายๆ ครั้ง เป็นสิ่งที่ทำให้บุตรแยกออกจากบิดามารดา และพี่น้องแยกออกจากกัน... ทำไมศาสนาจึงเป็นที่มาของความขัดแย้งและความแตกแยก... กระนั้นก็เถอะ การเลือกพระเยซูเจ้า คือการเลือกให้พระองค์มาก่อนจริง มาก่อนสิ่งใดๆ และมาก่อนใครๆ คือให้พระองค์เป็นที่หนึ่ง นี่เป็นเงื่อนไขของการเป็นศิษย์พระเยซู ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าพระองค์ ไม่มีใครสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว... พระเยซูเจ้าตรัส... ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่าเรา ก็ไม่คู่ควรกับเรา... ถึงขนาดนี้เลยหรือ...

พี่น้องที่รักครับ หากเราไตร่ตรองมองดูพระวาจาตอนนี้ดีๆ แม้ว่าจะรู้สึกตกใจบ้าง พระเยซูเจ้าพูดแรงครับ และนี่คือทางเลือกจริงๆ ใครที่ต้องการติดตามพระองค์ผู้ทรงเป็นชีวิต ใครที่ต้องการชีวิตในพระองค์ นั่นคือ พระองค์ต้องมาที่หนึ่งครับ พระองค์ต้องมาก่อนในหัวใจของเขาเสมอ... หนักเกินไปหรือเปล่า ฉันยังมีพ่อแม่ ฉันยังมีหน้าที่การงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบ จะมีพระเจ้าเป็นหลักขนาดนั้น ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วหรือ...

ใช่ครับ ชีวิตคริสตชน คือชีวิตที่ต้องให้พระเจ้ามาก่อนเสมอในชีวิตเรา เช่นนั้นจริงๆ ครับ หากพระเจ้าอยู่ที่สุดท้าย ไม่ได้ครับ เราไม่ต้องเป็นคริสตชนก็ได้ครับ พระองค์คือชีวิต และเราเอาพระองค์วางไว้ในที่ห่วยที่สุดในชีวิตเรา ไม่ได้ครับ แบบนี้ เรียกว่าเป็นศิษย์พระเยซูคงไม่ได้...

เอ... ผมเข้าข้างพระเยซูมากเกินไปหรือเปล่า... แต่จริงๆ แล้ว ผมก็ต้องเข้าข้างพระองค์นั่นแหละครับ ไม่ใช่เพราะผมเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นชีวิตที่ผมต้องเลือก เพราะพระองค์ทรงเป็นความจริงที่ผมต้องเดินตาม พระองค์ทรงเป็นหนทางของผม พระองค์ทรงเป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงเป็นหนทาง ความจริง และชีวิตของเราทุกคนครับ

พี่น้องที่รักครับ เห็นภาพของความสมบูรณ์ในการเลือกไหมครับ เห็นภาพความครบครันของการเป็นคริสตชนไหมครับ... ความรักต่อพระเยซูเจ้าองค์แห่งชีวิตของเรานั้น ไม่ได้ทำให้เรารักบิดามารดาน้อยเลยครับ แม้ว่ารักน้อยกว่าพระเจ้าก็เถอะ แต่นั่นก็คงมากจนคะเนอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ... พี่น้องที่รักครับ ไตร่ตรองดีๆ เราจะพบว่า คนที่รักพระเยซูเจ้านั้น ไม่มีใครไม่รักบิดามารดาหรอกครับ เขาจะรักบิดามารดาอย่างที่สุดด้วยเช่นกัน แต่ในทางตรงกันข้าม คนที่บอกว่ารักบิดามารดามากที่สุด เขาอาจจะไม่ได้เลือกเอาชีวิต คือไม่ได้เลือกเอาพระองค์ ไม่ได้เลือกพระองค์... แต่ผู้ที่เลือกพระองค์ คือเลือกเอาชีวิต และเขาไม่เสียอะไรเลย เขาไม่ได้ทอดทิ้งบิดามารดาด้วย แต่เขาได้ทุกสิ่งที่ชีวิตมอบให้

ฉันต้องไปวัดวันอาทิตย์หรือ เมื่อหน้าที่การงานของฉันยังไม่เรียบร้อย... วันจันทร์ผมต้องสอบนะ ผมไม่มีเวลาไปวัดหรอก ผมต้องเตรียมสอบ... ฉันมีนัดสำคัญวันอาทิตย์นะ วันธรรมดาฉันต้องทำงาน วันอาทิตย์เพื่อการนี้ ฉันไม่มีเวลาไปวัดหรอก... คือว่า ฉันก็ต้องห่วงหน้าที่การงานของฉันก่อนนะ ฉันต้องทำมาหากินนี่... พระเยซูให้เงินฉันใช้หรือ พระเยซูมาทำอาหารให้ฉันทานหรือ ฉันไม่มีเวลาหรอก พระอยู่ในใจ... เออ ก็ขอให้จริง...

พี่น้องที่รักครับ เด็กคนที่มีพระเยซูในใจ คนที่รักพระเยซู และพระองค์ทรงเป็นที่หนึ่ง และมาก่อนในชีวิตเขา พรุ่งนี้จะสอบหรือ... ไม่สำคัญหรอกครับ... เขาวางแผนได้เพื่อคนรักของเขามิใช่หรือ... เขาจะมีเวลาไปวัดวันอาทิตย์ และยังมีเวลาไปพักผ่อนกับครอบครัวของเขาอีกทั้งวัน แม้วันจันทร์เขาจะต้องสอบ เพราะทั้งชีวิตคือการเตรียมพร้อม เตรียมสอบครับ วันอาทิตย์ไม่ทำให้ชีวิตของเขาเสียไปมากนักหรอก แต่วันพระเจ้าคือพระพรของชีวิต เมื่อได้เลือกพระเจ้า เขาก็เลือกเอาชีวิต และเขาก็ไม่เสียอะไรเลย...

พี่น้องที่รักครับ บางทีเราต้องเลือกเอาดาบมาใช้ในชีวิตเราบ้างแล้วล่ะครับ เพื่อชีวิตเราจะพบสันติสุข พบชีวิตที่แท้จริง พระเยซูเจ้านำดาบมาให้ คือพระวาจาของพระองค์นี่แหละครับ ที่แยกแยะหัวใจของเรา แยกแยะชีวิตของเรา แยกเราให้ออกจากการเป็นคนของโลก คนของโลกนี้คือทุกคนที่ไม่ได้เดินตามทางแห่งความจริงนี้ แม้กระทั่งบิดามารดาก็เถอะ... แต่อย่าลืมนะครับ คนที่รักพระเยซู ไม่มีใครไม่รักและให้เกียรติบิดามารดา แต่คนที่บอกว่ารักบิดามารดามากกว่าชีวิตนั้น หากเขาไม่เลือพระเยซู ไม่เลือกเอาความจริง ไม่เลือกเอาชีวิตแท้ เขาก็สูญเสียชีวิตนั้นไป

การเลือกพระเยซู คือการเลือก คือการแยกออกจากทุกสิ่ง เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ จากนั้นหัวใจของเราจะสามารถรักคนมากมาย เมื่อใจฉันได้รักพระองค์ก่อนใครๆ เพราะความรักของฉันไม่ได้หมดลงที่พระองค์ แต่ที่ที่ได้พบรักในพระองค์ ที่นั้นที่ได้รักพระองค์ ความรักของฉันทวีขึ้นอีกมากมายเพื่อรักทุกคน

ข้าแต่พระเจ้า หัวใจของลูกไม่ใหญ่มากมาย หากลูกรักใครต่อใครมากมายเหลือเกิน แต่ไม่ได้มีพระองค์ในหัวใจของลูก หัวใจของลูกคงเต็มและอัดแน่นไปด้วยทุกสิ่ง แต่ขาดชีวิต... ดังนั้น ลูกขอเลือกพระองค์ผู้ทรงเป็นชีวิตไว้ที่ใจกลางของหัวใจลูก เพราะพระองค์ หัวใจของลูกจะยังมีที่มากมายสำหรับทุกคน และมีไว้เพื่อทุกคน...

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันจันทร์ที่16 กรกฎาคม18 สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย1:10-17 / มธ10:34-11:1
พิธีกรรมในวิหารของอิสราเอลเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากยังมีการกดขี่ของประชาชนต่อคนยากจน อิสยาห์ประณามคนที่มานมัสการพระเป็นเจ้า ซึ่งไม่ทรงรับฟังคำอธิษฐานภาวนาของประชากร ท่านจึงใช้ภาษาที่รุนแรง เพราะต้องการที่จะแทงทะลุ เข้าไปในบาปหนาของประชากรพระเป็นเจ้า
ความรุ่งเรืองด้านวัตถุภายใต้กษัตริย์อุสสียาห์ ในช่วงระยะเวลา10ปี (ก.ค.ศ. 785–74) ไม่ได้นำไปสู่การขอบพระคุณ และการแบ่งปัน แต่เต็มไปด้วยความโลภ ที่ทำให้คนจนถูกเอารัดเอาเปรียบ พวกเขาใช้ประโยชน์จากแม่ม่าย และทอดทิ้งเด็กกำพร้า อิสยาห์ไม่ได้เรียกร้องให้มีความศรัทธาส่วนตัวมากขึ้น หรือใช้จารีตพิธีกรรมที่ดีกว่า เขากล่าวว่า พระเป็นเจ้าต้องการเปลี่ยนหัวใจ เพื่อให้มีการเอาใจใส่มากขึ้นและมีความยุติธรรมต่อทุกคน (อสย1:16-17) สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการ คือ ให้พวกเขาหวลกลับไปยังพันธสัญญา ที่พระองค์ทรงทำกับพวกเขาเป็นพันธสัญญาที่ผูกมัดประชากรของพระองค์กับพระองค์ ผู้ทรงรักพวกเขา
สารของอิสยาห์ ไม่ใช่เป็นเพียงความคลั่งไคล้ “เจ้าต้องช่วยคนยากจน” หรือเป็นเพียงคำตักเตือนต่อนักปฏิบัติ “จงออกไปจากวัด และจงช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง” แต่อิสยาห์กำลังกระตุ้นประชาชนให้ฟังพระเป็นเจ้า แม้จะต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของเรา จากหน้ามือเป็นหลังมือก็ตาม ให้เราฟังคำสัญญาของพระเจ้า แม้จะมีแต่ความสงสัยก็ตาม โดยให้สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเรา นำการเปลี่ยนแปลงภายในใจเรา เพื่อทำกิจกรรม ที่พระเป็นเจ้าทรงปรารถนา ให้เรากระทำ ที่มากกว่าการไปวัดวันอาทิตย์เป็นประจำเท่านั้น แต่หมายถึงการปล่อยให้พระเจ้าทรงนำเรา และเปลี่ยนแปลงเรา พระองค์ทรงต้องการที่จะได้ยินคำอธิษฐานภาวนาและรับการนมัสการของประชากร ที่เต็มใจมอบให้แก่พระองค์ อย่างไรก็ตามพระเป็นเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เพื่อเปลี่ยนชีวิตของเรา และเป็นผู้นำพระพรไปให้ผู้อื่น

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view