สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2018 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

🌺 เส้นทางสู่แผ่นดินแห่งพระสัญญานั้น
หลายครั้ง … แม้จะดูน่ากลัว
แต่ตลอดเส้นทางก็มีการจัดเตรียม
จงวางใจในพระสัญญา....เสมอไป

📚บทอ่านประจำวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=Fy-adyJWrLs

🍎 ข้าจะรักและบูชา
http://youtu.be/B080gjZd38A

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
อ่าน อสย. 7:1-9
มธ 11:20-24

พระเยซูเจ้าทรงตำหนิ...
บรรดาเมืองที่ได้เห็น ได้มีประสบการณ์
กับความรักของพระเจ้า แต่ทำใจเฉยเมย

เมื่อได้เชื่อว่าพระเจ้าประทับอยู่ด้วย
ไม่มีอำนาจใด ๆ สามารถมารุกราน
ทำลายกรุงเยรูซาเล็มได้...
แต่เมื่อจิตใจ ของกษัตริย์อาคัส และประชากรหวั่นไหว
เสียงของพระเจ้า ผ่านทางประกาศกอิสยาห์ร้องเตือน
“อย่าหวั่นไหว หวาดกลัว ถ้าไม่มีความเชื่อมั่น ก็ตั้งอยู่ไม่ได้”

หมายเหตุ..
เหล็กที่ผ่านไฟ ย่อมแข็งแรงฉันใด
ใจที่ผ่านอุปสรรค ย่อมไม่หวั่นไหวต่อปัญหา ฉันนั้น..

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 17 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้า...” (มธ 11:20-24)

อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทุกวัน คืออัศจรรย์ของชีวิตใหม่

อัศจรรย์ของชีวิตที่ยังหายใจอยู่

แต่อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราคริสตชนคืออะไร...

ที่เป็นอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำมากกว่าในคนอื่นๆ

แต่พระเจ้าได้ตรัสว่า... ฉันก็ยังไม่กลับใจ

นั่นหมายความว่า ฉันได้รับพระพรมากกว่าทุกคน

แต่ฉันก็ยังไม่กลับใจกระนั้นหรือ...

ชีวิตคริสตชน เป็นชีวิตแห่งพระพร

เป็นชีวิตที่พระเจ้าทรงประทับอยู่

นี่คืออัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงทำมากกว่าเมืองอื่นๆ

ฉันได้กลับใจจริงๆ แล้วหรือยัง...

________________

ในวันเหล่านี้ ผมเข้าออกโรงพยาบาลทุกวัน เพราะผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจสัตบุรุษที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ทุกครั้งที่ไป สิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ติดอยู่ข้างๆ เตียงของผู้ป่วย มองทุกครั้ง ผมก็รู้สึกอัศจรรย์ใจทุกครั้ง ไม่ใช่ที่เครื่องมือนั้น แต่ที่ระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ต่างหาก... เครื่องมือทางการแพทย์นั้น ยังสามารถเข้าใจระบบการทำงานของมันได้ มันต้องใช้ไฟฟ้า ต้อใช้แบตเตอรี่อย่างไรในการทำงาน... แต่มองที่ชีวิตมนุษย์นี่ซิ ผมถามคำถามนี้บ่อยๆ ใครเล่าจะอธิบายได้ว่า หัวใจของมนุษย์ทำงานอย่างไร ใครเล่าที่จัดระบบการทำงานของร่างกายในหนึ่งชีวิตนี้อย่างประสานสัมพันธ์กันอย่างดีขนาดนี้ หัวใจของมนุษย์เริ่มทำงานครั้งแรกเมื่อเขาอยู่ในครรภ์มารดา และมันก็ทำงานอย่างสัตย์ซื่อเสมอมา แม้ว่าเราไม่รู้ว่ามันจะดับลงเมื่อไร... มองเพียงเท่านี้ นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้มาทั้งชีวิต นี่คืออัศจรรย์ของชีวิตที่ผมมั่นใจว่า พระเจ้าเท่านั้นเองที่ทรงทำสิ่งยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้

คำตำหนิของพระเยซูเจ้าต่อผู้ที่มีประสบการณ์กับพระองค์ แล้วยังไม่ยอมกลับใจ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตน ยังคงยึดติดแน่นอยู่ในความสุขเพียงชั่วคราวในโลกนี้ โดยไม่ได้คิดถึงสิ่งที่เป็นนิรันดรเลย... พระวรสารใช้คำว่า “พระองค์ทรงทำอัศจรรย์มากกว่าที่เมืองอื่น” และบันทึกว่า “ชาวเมืองไม่ยอมกลับใจ”... พวกเขามีความสุข พวกเขายินดี พวกเขาประหลาดใจ ในสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำ แต่พวกเขาก็ไม่ยอมกลับใจ... นั่นก็หมายความว่า พวกเขารับพระพรของพระเจ้าเพื่อตนเอง แต่ไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อเจริญชีวิตใหม่บนหนทางชีวิตของผู้ที่ได้รับพระพร

เช้านี้ พระวาจาจาสะท้อนภาพชีวิตของเราคริสตชนจริงๆ ที่บ่อยครั้ง ผมก็ย้ำบอกว่า เราคริสตชน เป็นคริสตัง รับศีลล้างบาป เชื่อในพระเยซูเจ้าแล้ว เราก็ใช่ว่า เราจะมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นๆ ไม่ ยิงไม่เข้า แทงไม่เข้า ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือมีชีวิตเป็นอมตะ ไม่ตาย... เปล่าเลย... เราคริสตชน เรายังต้องมีชีวิตเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เราต้องฟันฝ่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน และหลายครั้ง เราเองก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้หนักกว่าคนอื่นก็มีเช่นกัน... แล้วอะไรที่คริสตชนได้รับเป็นพิเศษในการเป็นศิษย์พระเยซูหรือ เพราะชีวิตของเราก็เหมือนกับคนอื่นๆ เราต้องมานะบากบั่น เราต้องดูแลสุขภาพเหมือนทุกๆ คน แล้วเรามีอะไรพิเศษในชีวิตคริสตชนหรือ...

ณ ที่ที่เรียกว่าชีวิตคริสตชน ที่ที่พระเจ้าทรงประทับอยู่... เช้านี้ เราขับร้องบทเพลง “จงนมัสการพระเป็นเจ้า ในพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์” พระวิหารนี้ พระวิหารที่พระเจ้าทรงประทับอยู่นี้ อาจจะไม่ได้หมายถึงพระวิหารที่เป็นตัวอาคารเท่านั้น แต่คุณค่ามากกว่านั้นคือ พระวิหารฝ่ายจิตในชีวิตของเราครับ ชีวิตที่กลิ่นไอของความศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นกำยานแห่งชีวิต ต้องทำให้สังคมของเรา ผู้คนมากมายเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ และพระพรของพระเจ้า นี่ต่างหาก ที่เป็นพระวิหารที่พระเจ้าทรงอภิเษกไว้ เพื่อให้เป็นท่อธารพระพรไหลรินไปสู่ทุกคน

การกลับใจของผู้ที่ได้รับพระพรจากพระเจ้า ผู้ที่มีประสบการณ์กับพระองค์ คือชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยพระหรรษทานของพระเจ้า นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่อัศจรรย์กล่าวคนอื่นๆ ที่เราได้รับไว้ในชีวิต นี่คืออัศจรรย์ของชีวิตคริสตชน ที่เพราะพระเจ้าทรงประทับอยู่ ชีวิตของเรา จึงได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่พระองค์ทรงทำอัศจรรย์มากกว่าเมืองอื่นๆ

ตัวผมเอง ในการเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์วันนี้ มีอัศจรรย์แห่งชีวิตเกิดขึ้นมากมายมากกว่าการมีชีวิต บ้านที่ผมอยู่ แม้เมื่อคืนฝนตกหนัก กลัวน้ำจะไหลเข้าบ้านอีก แต่ยังมีให้พักอาศัย อาหารที่ยังมีทานทุกวัน และกว่าครึ่งของอาหารที่ทาน ก็เป็นสิ่งที่สัตบุรุษถวายให้ สิ่งจำเป็นต่างๆ ในการเจริญชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นอัศจรรย์แห่งชีวิตทั้งสิ้น... สิ่งเหล่านี้ทำให้วันนี้ ผมคนแรกเลย ที่ต้องไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าเป็นพิเศษ... พระเจ้าทรงทำอัศจรรย์ในชีวิตของผมมากมายเพียงใด และ... ผมได้กลับใจมากน้อยเพียงใด...

คือการกลับใจน้อมรับพระเจ้าให้เข้ามามีบทบาทในชีวิต สิ่งที่เกินกำลังของเรานั้น พระองค์จะทรงนำเราให้ผ่านพ้นไปได้ในที่สุด ขอเพียงให้เราได้ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าจริงๆ เท่านั้น ซื่อสัตย์และเดินตามบัญญัติคำสอนของพระองค์จริงๆ เท่านั้น... สิ่งเหล่านี้คงไม่ใช่การนมัสการพระเจ้าที่ไร้ความหมาย อย่างที่พระองค์ทรงตำหนิอิสราแอลในวันเหล่านี้ เพราะพระเจ้าไม่ได้ทรงต้องการสิ่งใดๆ จากมนุษย์เลย ทุกสิ่งเป็นของพระองค์ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ก็คือ การนมัสการพระองค์ด้วยชีวิตที่เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา การเอื้ออารีต่อกันและกันต่างหาก การไม่เย็นชาต่อกันและกัน คือการรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้องที่ประสบความยากลำบาก เจริญชีวิตของตนเป็นดังปังที่ถูกปิ และนี่แหละ ผู้ที่รับปังของพระคริสตเจ้า จะต้องถูกหลอมละลายเข้าเป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระองค์ กลับไป “ทำการนี้” เพื่อระลึกถึงพระองค์ นั่นก็คือชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในพระองค์ เมื่อได้รับพระองค์เข้าสู่ชีวิต เขาก็กลับกลายเป็นประดุจปังที่ถูกบิ เพื่อนำความรอดพ้นสู่ทุกคน สร้างโลกนี้ให้เป็น สวรรค์ ณ แผ่นดิน เป็นภาพลางๆ ของงานเลี้ยงนิรันดรในสวรรค์

ข้าแต่พระเจ้า ชีวิตของลูกวันนี้ ลูกพบอัศจรรย์มากมายจริงๆ นอกจากอัศจรรย์แห่งชีวิตแล้ว ยังเป็นอัศจรรย์แห่งการประทับอยู่เคียงข้างด้วยพระพรมากมายของพระองค์จริงๆ ขอลูกได้มีโอกาสกลับใจทุกๆ วัน ขอให้หัวใจของลูกได้หลอมละลายไปในดวงพระทัยของพระองค์ เพื่อรักพระองค์ และรักทุกๆ คน จากน้ำใสใจจริงด้วยเถิด

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันอังคารที่17กรกฎาคม18
สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย 7:1-9 / มธ11:20-24

ระหว่างวิกฤตหนักแห่งชาติ ประกาศกรู้ว่า ทางออกเพียงทางเดียว คือ คือความเชื่อในพระเป็นเจ้า ถ้าเราไม่มั่นคงในความเชื่อ เราจะไม่สามารถยืนอยู่ได้เลย

ผ่านทางประกาศกอิสยาห์ พระเป็นเจ้าสัญญากับกษัตริย์อาหัสว่า กองทัพที่โจมตีพระองค์จะไม่ประสบความสำเร็จ กษัตริย์อาหัสมีทางเลือก คือ เชื่อในสิ่งที่พระเจ้าตรัส หรือเชื่อในความช่วยเหลือทางทหารจากอัสสิเรีย ที่จะมีผลที่แตกต่างกัน เหมือนกับชีวิตของเรา ถ้าเรามีความเชื่อในพระเป็นเจ้า เราจะวางใจในพลังแห่งไม้กางเขนและประสบกับชัยชนะ ตรงกันข้ามถ้าเราวางใจในความช่วยเหลือทางทหาร เราจะประสบกับความพ่ายแพ้

จากพระวรสารวันนี้เราได้ฟังว่า การพิพากษาลงโทษเมืองโสดมนั้น จะมีโทษเบากว่าการพิพากษาลงโทษของเมืองกาลิลี ที่พระเยซูเจ้าเคยเทศนาสั่งสอนและทรงกระทำอัศจรรย์

เราอาจเคยได้ยินบางคนพูดว่า “ถ้าเพียงฉันได้มีชีวิตอยู่ เมื่อพระองค์ทรงอยู่บนโลกนี้ ฉันคงจะมีความเชื่ออย่างง่ายดาย” เพราะมันเป็นสิ่งง่ายสำหรับประชาชน ซึ่งได้มีพระเยซูเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเขา แต่พระเยซูเจ้ากลับติเตียนชาวเมืองโกราซินและชาวเมืองเบธไซดา ที่ไม่กลับใจเหมือนชาวเมืองไทระและเมืองไซดอน “วิบัติเถิด เมืองโคราซิน จงวิบัติเถิด เมืองเบธไซดา เพราะถ้าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้า เกิดขึ้นที่เมืองไทระและไซดอนแล้ว ชาวเมืองเหล่านั้นคงได้นุ่งกระสอบ เอาขี้เถ้าโรยศีรษะ กลับใจเสียนานแล้ว”

เช่นเดียวกับชาวเมืองคาเปอร์นาอุม แม้พวกเขาได้ยินพระเยซูเจ้าตรัส และได้เห็นผลงานอัศจรรย์ของพระองค์เป็นพวกแรก แต่พวกเขายังคงไม่กลับใจและยังไม่เชื่อ แต่ถ้าอัศจรรย์นั้นเกิดขึ้นที่เมืองโสโดมแล้ว เมืองโสโดมก็จะคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นในวันพิพากษา ชาวเมืองโสโดมจะได้รับโทษเบากว่า
ให้เราวอนขอพระองค์ โปรดเปิดตาของเรา ให้เห็นความอัศจรรย์ของพระองค์
เมื่อเราเห็นแล้ว ให้เราขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view