สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วันพฤหัสที่19 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา

วันพฤหัสที่19 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา

🏝พักพิงในพระเจ้า .. พักพิงในพระองค์
พระองค์เป็นศิลามั่นคง …
ต่อไปนี้ฉันจะไม่ .. ต่อสู้เพียงลำพัง
เพราะพระองค์ทรงเดิน เคียงข้างฉัน

📚บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
https://www.youtube.com/watch?v=XQuvkHNCJAw&t=39s

🌸พักพิงในพระเจ้า
https://youtu.be/cCLfjCMcxGo

🎸🎸🎸🎸🎸🎸🎸

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฏาคม 2018
สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา
อ่าน
อสย 26:7-9, 12, 16-19
มธ 11:28-30

ท่าทีการเป็นบุคคลที่มีใจสุภาพ อ่อนโยน 
และถ่อมตน ของพระเยซูเจ้า ทำให้พระองค์
สามารถเป็นที่พักผ่อน พึ่งพิง ของผู้ที่ทนทุกข์
เหน็ดเหนื่อย ทั้งกาย และใจ

ประกาศกอิสยาห์ ตอกย้ำ...
ผู้ที่เข้ามาหาพระเจ้า เดินตามวิถีทางของพระนั้น
พวกเขาได้รับความช่วยเหลือ บรรเทาใจ
และไม่ว่าจะทำสิ่งใดย่อมประสบความสำเร็จ

หมายเหตุ..
ขงจื้อบอกว่า...
บุรุษ เหนือบุรุษ ย่อมถ่อมตนในวาจา
แต่ล้ำหน้าในการกระทำ

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฏาคม 2018

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm. 

“เพราะเรามีใจสุภาพ อ่อนโยนและถ่อมตน...” (มธ 11:28-30)

ทุกคนมีภาระให้ต้องรับแบกด้วยกันทั้งนั้น

แต่วันนี้ ฉันแบกภาระ หรือแอกของใคร

แอกที่อ่อนนุ่ม พอเหมาะกับฉัน

ที่พระเยซูประทานให้

หรือแอกที่หนักหนาเกินกำลังและทำให้ฉันต้องอ่อนล้า

________________

“ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน”... ประโยคนี้อบอุ่นใจจัง เหมือนเรียกให้ทิ้งทุกอย่างและเข้าไปพบพระองค์ เพื่อรับการพักผ่อน และไม่ต้องแบกอะไรให้หนักอีก... แต่พระองค์ตรัสต่อว่า “จงรับแบกแอกของเรา”... อ้าว ไหนว่าจะให้พักผ่อน แล้วก็แบกอีก แต่พระองค์ก็เสริมว่า “และมาเป็นศิษย์ของเรา” 

ทุกชีวิตมีภาระให้ต้องรับแบกด้วยกันทั้งสิ้น แต่สำคัญที่ว่า เราแบกรับภาระของใคร ภาระหรือแอกที่เรารับแบกหนัก มันพอดีกับกำลังของเราหรือเปล่า เหมือนแอกที่หากมันไม่พอดีกับเรา มันจะทำให้เราบาดเจ็บ มันจะทำให้เรารู้สึกหนักและลำบากขึ้นโดยไม่จำเป็น

พี่น้องที่รักครับ ผม พร้อมกับพี่น้องในการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าในเช้านี้ เราคงต้องถามตนเองว่า เรามานะบากบั่นทำอะไร เราทำเพื่อใคร ทุกวันนี้เราเหนื่อยกันมากเกินไปหรือเปล่ากับภาระแบกหามของโลกที่ทำให้เราสิ้นกำลัง และล้มตัวลงนอนด้วยหมดเรี่ยวแรงทุกคนหรือเปล่า หรือเราล้มตัวลงนอนด้วยความอบอุ่น มีความสุข การพักผ่อนในแต่ละคืนของเรา เป็นการพักผ่อนที่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า หรือเต็มไปด้วยความกังวล นอนไม่หลับ และก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่แบบหมดเรี่ยวหมดแรงเหมือนเดิม สิ่งที่เป็นภาระที่เราแบกในแต่ละวัน มันทำให้เรามีความสุข หรือมันบั่นทอนชีวิตของเราทุกวันๆ

เราคงต้องตอบคำถามว่า วันนี้ฉันแบกแอกหรือภาระของใคร แอกที่โลกให้ หรือแอกที่พระเยซูให้...แอกที่โลกให้นั้น อาจจะบั่นทอนเรา เพราะมันเกินกำลังของเรา มันไม่พอดีกับเรา มันทำให้เราเหนื่อยมากเกินไป และรู้สึกต้องแข่งขันทุกวัน แบบพักไม่ได้เลย ด้วยการมานะบากบั่นที่ให้พ้นการดูถูกเหยียดหยาม มานะบากบั่นเพื่อมีและเป็นอย่างที่ใครๆ เขามีเขาเป็นกัน ใครมีอะไร ฉันก็ต้องมีด้วย และฉันต้องมีมากกว่าเขา และมากขึ้นกว่าใครๆ จนที่สุด ชีวิตก็ถูกใช้ไปเกินความจำเป็น หลายคนทำมาหากิน มีเงินมากมาย และสุดท้ายก็เอาไปเทไว้ที่โรงพยาบาลหมด... เป็นแอกนี้ ภาระนี้หรือเปล่าที่ฉันกำลังแบกอยู่...

หรือเป็นแอกของพระเยซู ที่เป็นแอกแห่งการเรียนรู้จากพระองค์... “จงรับแบกแอกของเรา และมาเป็นศิษย์ของเรา” นี่คือการรับแอกของพระองค์ และเรียนรู้จากพระองค์... เมื่อใครๆ ก็ต้องมีแอกให้ต้องแบกกันทั้งนั้น การแบกแอกของพระเยซูนั้น จะดีกับฉันกว่าไหม เพราะแอกของพระองค์นั้นอ่อนนุ่ม และภาระที่แบกนั้นก็เบากว่ามาก เพราะ “เรามีใจสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน จิตใจของท่านจะได้รับการพักผ่อน”

พอที กับแอกที่เกินกำลัง พอทีกับชีวิตที่ใช้เกินจำเป็น จนวันนี้ฉันเหนื่อย และไม่มีเวลาจะคุยกับใคร ฉันกลับบ้าน หน้าภรรยาก็เหมือนยาพิษ เห็นลูกๆ เป็นขวากหนามไปสิ้น ใครต่อใครก็กลายเป็นคู่แข่งที่ฉันแพ้ไม่ได้...เหนื่อยมากเกินไปหรือเปล่าล่ะ ชีวิตของฉัน???

ทำไมฉันไม่สามารถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม เห็นภรรยา ลูกๆ และสมาชิกในครอบครัวเป็นยาชูกำลัง เป็นกำลังใจที่ทำให้หายเหนื่อย อาหารเย็นของฉันช่างมีความสุข การหลับนอนของฉันช่างสุขสันต์ และฉันก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความสดใสชื่นบานท่ามกลางครอบครัวหรือหมู่คณะนักบวชที่เป็นกำลังใจแก่กันและกัน และชีวิตของฉันก็มีค่าด้วยการอยู่เพื่อกันและกัน เพราะแอกหรือภาระของฉันนั้น เป็นภาระของพระเยซู ที่พระองค์ทรงทราบว่าแอกไหนเหมาะกับใคร และพระองค์ก็ทรงสอนให้ฉันมีหัวใจที่สุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน ฉันจึงทำงาน ฉันจึงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการมีชีวิตเดินไปพร้อมกับทุกคน อย่างที่พระเยซูเจ้าทรงเดินไปพร้อมกับฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับผู้ใด เราเดินไปด้วยกัน บางครั้งเมื่อฉันเดินไปข้างหน้า ฉันก็หันมามองคนข้างหลังบ้าง อีกบ้างครั้งที่ฉันเดินอยู่ข้างหลัง ฉันก็ยินดีรับความช่วยเหลือ และเรียนรู้การก้าวเดินของพี่น้องของฉัน และจะมีอีกหลายๆ ครั้งที่แสนอบอุ่นเหลือเกิน ที่เราจะเดินเคียงข้างกัน เดินไปด้วยกัน โอ้ นี่กลับเป็นแอกที่แบกไปอย่างมีความสุขเสียจัง มันไม่บังคับให้ฉันทำงานเกินกำลัง มันทำให้ฉันพบเพื่อนร่วมทางที่ดี และฉันมีความสุขและไม่เคยเหน็ดเหนื่อยกับแอกนี้เลย แอกของพระเยซู ที่ฉันเรียนรู้จากพระองค์ผู้ทรงมีพระทัยสุภาพอ่อนโยน วันนี้ ฉันจึงไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปกับการต้องแข่งขันทุกวัน แต่ฉันมีความสุข ที่ฉันเดินไปพร้อมกับพระเยซู แบกแอกของพระองค์ คือเรียนรู้พระทัยสุภาพอ่อนโยนของพระองค์ ทำให้สิ่งที่แบกอยู่นั้น เบา และไม่เคยเกินกำลังของฉันเลย

ข้าแต่พระเจ้า แบกแอกของพระองค์นั้น ไม่ใช่การแบกเดินไปเพื่อให้ถึงที่หมายเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นการแข่งขันที่ทำให้ลูกเหนื่อยไปตลอดชีวิต แต่แบกแอกของพระองค์ คือการแบกแอกของตนเอง และเรียนรู้จากพระองค์ เดินไปพร้อมกับพระองค์และเพื่อนพี่น้อง ภาระที่แบกนั้นอ่อนนุ่มและเบา... ข้าแต่พระเจ้า เดินกับพระองค์ เดินกับเพื่อนพี่น้อง กลับสำคัญกว่าการไปถึงที่หมายที่ปราศจากพระองค์... ลูกเข้าใจแล้ว ว่าวันนี้ ลูกควรต้องเหนื่อยเพื่อใคร ลูกเข้าใจแล้ว ว่าวันนี้ลูกควรแบกภาระและเดินไปอย่างไร.

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

วันพฤหัสที่19 กรกฎาคม 18 สัปดาห์ที่15 เทศกาลธรรมดา
บทอ่าน อสย 26:7-9,12, 16-19 / มธ11:28-30
มีการอธิษฐานภาวนา “ในยามค่ำคืน” เพื่อรอคอยรุ่งอรุณแห่งความยุติธรรมของพระเจ้า สำหรับผู้ตายผู้ซึ่งอยู่ในฝุ่นดิน …และเราเรียนรู้เกี่ยวกับการพิพากษาของพระองค์บนโลกนี้ ชาวอิสราเอลเรียนรู้ว่าการทำตามคำสั่งสอนของพระเป็นเจ้า ทำให้เส้นทางของพวกเขาราบเรียบ (อสย26:7) แต่เมื่อพวกเขาตัดสินผิดพลาด ก็เปิดประตูให้ชาติอื่นเข้าโจมตีพวกเขา ชีวิตของเราก็เหมือนกับประสบการณ์ของอิสราเอล ที่สอนเราให้ “เรียนรู้ถึงความชอบธรรม” (อสย26:9) เมื่อเราปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า เราเคยมีประสบการณ์ของความสงบสุข และการมีมโนธรรมที่ชัดเจน เมื่อเราดำเนินชีวิตในหนทางอื่น เราจะพบกับความสับสนและทุกข์ทรมาน
พระเป็นเจ้าทรงปรารถนาให้ทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์ และนั่นคือเหตุผลที่พระองค์ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ซึ่งจะตายบนไม้กางเขนเพื่อเรา อย่างไรก็ตามพระเป็นเจ้าทรงเรียกเรา ให้ยอมรับว่าเรา "ได้ทำบาปและไม่มีศักดิ์ศรีของพระเป็นเจ้าอยู่ในตัวเรา" เมื่อเรายอมรับการตัดสินของพระองค์เกี่ยวกับบาปของเรา และยินดีรับความชอบธรรมของพระองค์ เราก็จะเริ่มใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น ด้วยการยอมเชื่อฟังและวางใจ ในความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา
“พระเจ้าข้า ขอขอบพระคุณพระองค์ ที่ไม่ทอดทิ้งเรา เมื่อเราจมอยู่ในบาป ขอขอบพระคุณ ที่ทรงนำเรา ให้กลับมาหาพระองค์ โปรดทวีความปรารถนา ความชอบธรรม และพละกำลัง เพื่อเชื่อฟังพระองค์ในทุกสถานการณ์”
จากพระวรสารวันนี้เราได้ยินพระเยซูตรัสว่า “ทุกคนที่เหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้พวกเขาได้พักผ่อน”(มธ11:28) พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นพระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงถ่อมองค์ พระองค์ทรงปรารถนาให้เราเป็นอิสระจากทุกสิ่ง ที่คอยถ่วงเรา และทำให้เราแยกออกจากพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้าทรงแสดงความอ่อนโยนกับเรา ทรงรักเรา และสวมกอดเราไว้ในอ้อมกอดของพระองค์

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

view